- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นสตรีมเมอร์จอมลวงโลก แต่ดันมีระบบสุ่มการ์ดอัจฉริยะซะงั้น
- บทที่ 17 - การนับถอยหลัง
บทที่ 17 - การนับถอยหลัง
บทที่ 17 - การนับถอยหลัง
บทที่ 17 - การนับถอยหลัง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ในชั่วพริบตาที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น หากจัดการอย่างเหมาะสมในทันทีก็คงไม่ส่งผลกระทบอะไรมากนัก น่าเสียดายที่หลังจากผ่านปฏิบัติการผิดพลาดแบบ "มาตรฐาน" ต่อเนื่องกันหลายครั้ง ก็ส่งผลให้ผู้เข้าแข่งขันสี่คนต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็ได้รับผลกระทบไปไม่มากก็น้อย
หยวนหัวกางม่านพลังป้องกันภัยได้ในวินาทีแรก จึงได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
แคทเธอรีนปรับระดับความเข้มข้นของพลังเวทได้ทันท่วงที ควบคุมเพลิงวิญญาณที่กำลังคุคลั่งเอาไว้ได้ จึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย
ถือว่าเป็นการแก้ไขสถานการณ์ที่ทันท่วงทีมาก
ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือ ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองหรือขีดความสามารถที่ต่างกันไป ต่างก็ได้รับผลกระทบหนักกว่า คุณภาพของผลงานน่าจะตกลงไปฮวบฮาบ
กอร์ดอนเข้ามาจัดการสถานการณ์ด้วยตัวเอง โซ่สีแดงฉานพุ่งเข้าแทงทะลุแกนกลางของวิญญาณแค้น อักขระเวทสีแดงเข้มเลื้อยไปตามโซ่จนครอบคลุมทั่วร่างวิญญาณ แล้วดูดกลืนมันเข้าไปในโซ่จนหมด
เขาหันกลับมาพร้อมร่ายเวทสงบจิตใจใส่เธอ มองดูอิโมจินที่กำลังตื่นตระหนกแล้วพูดว่า "ตั้งสติ หายใจเข้าลึกๆ"
อิโมจินค่อยๆ สงบลงด้วยผลของเวทมนตร์ เธอมองกอร์ดอนด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบคุณค่ะอาจารย์"
กอร์ดอนพูดขึ้น "เฮ้ อิโมจิน ฟังฉันนะ เธอรู้วิธีสกัดใช่ไหม"
อิโมจินพยักหน้า "ใช่... ใช่ค่ะ หนูรู้"
กอร์ดอนพูดต่อ "และเธอรู้ใช่ไหมว่าถ้าเกิดปัญหาต้องจัดการยังไง"
อิโมจินพยักหน้าอีกครั้ง
กอร์ดอนพูด "ดี คิดให้ดีว่าต้องทำอะไร เธอมีโอกาสอีกแค่ครั้งเดียว อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เข้าใจไหม"
แววตาของอิโมจินฉายความมุ่งมั่น "ค่ะ อาจารย์"
กอร์ดอนพยักหน้า สลายผลของเวทมนตร์ "ดีมาก เริ่มได้ บริหารเวลาให้ดี ลองดูอีกครั้ง"
พอกอร์ดอนเดินจากไป อิโมจินก็รู้สึกได้ลางๆ ว่าสายตาของคนอื่นที่มองมาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เธอโค้งคำนับปลกๆ เพื่อขอโทษผู้เข้าแข่งขันทุกคน แล้วหยิบผลึกดิบก้อนสุดท้ายขึ้นมาเริ่มความพยายามครั้งสุดท้าย
กอร์ดอนที่เดินกลับมาที่แท่นบรรยาย ได้ยินเซวียเชียนพูดกับเขาว่า "หายนะชัดๆ เราอาจจะหาผลงานดีๆ ในรอบนี้ไม่ได้เลย"
กอร์ดอนมองดูผู้เข้าแข่งขันด้านล่างที่เกือบทั้งหมดได้รับผลกระทบ ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เซวียเชียนพูดอาจกลายเป็นจริง "รอดูผลงานของพวกเขาเถอะ"
……
แม็กกี้เดินมาหาแคทเธอรีน "รู้สึกยังไงบ้าง"
แคทเธอรีนกำลังชักนำพลังวิญญาณจากเพลิงวิญญาณให้ไหลออกมา เมื่อได้ยินคำถามของแม็กกี้ เธอตอบว่า "ไม่ค่อยดีค่ะ 'อุบัติเหตุ' เมื่อกี้ส่งผลต่อคุณภาพยา หมายความว่าหนูต้องเพิ่มขั้นตอนบางอย่างเข้าไปอีก"
แม็กกี้ปลอบใจ "กระบวนการผลิตต้องรู้จักพลิกแพลง ยิ่งในการแข่งขันยิ่งต้องทำ แนะนำความคิดของเธอหน่อยสิ จะทำอะไร"
"หนูจะลองทำน้ำยาชำระวิญญาณค่ะ เป็นยาที่ช่วยทำความสะอาดและชำระล้างจิตวิญญาณ หนูปรุงยาตัวนี้กินเองบ่อยๆ มั่นใจมากค่ะ"
"ตัวเลือกที่ดี ยาระดับสูง มีความยาก แต่ใช้เวลาปรุงไม่นาน ฉันคิดว่าเธอคงรู้นะว่าน้ำยาชำระวิญญาณจะให้ผลดีที่สุด ต้องเลือกโครงสร้างยาที่เหมาะสม"
"ทราบค่ะ อาจารย์"
แม็กกี้ "ขอให้โชคดี"
"ขอบคุณค่ะ"
……
หยวนหัวสกัด "น้ำตาภูตพราย" เสร็จแล้ว สีของมันดูจางกว่าที่เมนเทอร์สกัดได้เล็กน้อย เหตุการณ์เพลิงวิญญาณคลุ้มคลั่งเมื่อครู่ส่งผลกระทบต่อเขาเช่นกัน
ต่างจากทางเลือกของแคทเธอรีน หยวนหัวให้ความสำคัญกับเวลามากกว่า เขาไม่คิดจะเพิ่มขั้นตอนพิเศษ แต่เลือกที่จะทิ้งส่วนที่ได้รับผลกระทบไปเลย ซึ่งทำให้ปริมาณและความสมบูรณ์ลดลงบ้าง แต่รับประกันคุณภาพได้
หยวนหัวเองก็ไม่พอใจฟอร์มของตัวเองในรอบที่แล้ว ปกติมีแต่เขาที่เป็นฝ่ายไปขิงใส่คนอื่น จะยอมให้คนอื่นมาทำเท่ใส่หน้าตัวเองได้ยังไง
แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังคงชัดเจนในหัวของหยวนหัว
อะไรคือ "คุณต่างหากที่เป็นผู้ท้าชิง..."
ฉันจะต้องผ่านบททดสอบนี้ไปได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อพิสูจน์ฝีมือ และในการแข่งครั้งหน้า ฉันจะคว้าที่หนึ่งมาให้ได้ แล้วเดินไปพูดต่อหน้าหลี่เต้าเสียนเรียบๆ ว่า "ทีนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้ท้าชิง"
ต้องทำให้ได้
หยวนหัวคิดในใจพลางจัดการวัตถุดิบสำหรับขั้นตอนต่อไป
……
เลเรย์ กาโบ และอีธาน เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ปฏิกิริยาของพวกเขาช้าไปจังหวะหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่หายนะ เพลิงวิญญาณถูกกระตุ้นให้ระเบิดตามกัน ตอนนี้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
นอกจากสามคนนี้และอิโมจิน ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ทยอยสกัด "น้ำตาภูตพราย" เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตอนนั้นเอง กอร์ดอนก็ประกาศเสียงดัง "ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ควรจะเริ่มปรุงยาได้แล้ว ถ้ายังไม่เริ่ม ต้องระวังเวลาด้วย"
เสียงของกอร์ดอนลอยมา
ผู้เข้าแข่งขันต่างพากันมองเวลาโดยสัญชาตญาณ
90:00
เหลืออีกชั่วโมงครึ่ง
แคทเธอรีนเริ่มวาดวงเวทพิธีกรรม เตรียมใช้วิชากลั่นแก่นแท้ที่เป็นไม้ตายก้นหีบ
หลี่เต้าเสียนที่อยู่บนระเบียงสูง เผยรอยยิ้มสมใจ
เขาจับจ้องการกระทำของแคทเธอรีนตาไม่กะพริบ และสั่งการในใจ "เปิดระบบ 'ดูดซับความรู้'"
【ฟังก์ชัน "ดูดซับความรู้" เปิดใช้งาน อัตราการเผาผลาญแต้มอัจฉริยะปัจจุบัน 1 แต้ม/นาที】
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลี่เต้าเสียนพยายามแกะรอยวงเวทพิธีกรรมเพื่อเลียนแบบวิชากลั่นแก่นแท้ แต่ก็ล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาตระหนักว่าต้องสังเกตให้ละเอียดกว่านี้ถึงจะค้นพบเคล็ดลับ แต้มอัจฉริยะที่สะสมมาก็เพื่อช่วงเวลาแบบนี้นี่แหละ
ตั้งใจเรียนรู้ ย่อมได้รับผลตอบแทน
ฟังก์ชัน "ดูดซับความรู้" นั้นทรงพลังมาก หากครั้งก่อนเหมือนการมองไกลๆ เห็นแค่ภาพรวม ครั้งนี้ก็เหมือนเปิดใช้คาถาตาเหยี่ยว มองเห็นรายละเอียดถี่ยิบ
แคทเธอรีนใช้วงเวทพิธีกรรมชักนำกฎเกณฑ์อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกฎนี้แตกต่างจากที่อาจารย์กอร์ดอนเคยแสดงให้ดูอย่างสิ้นเชิง
สิ่งนี้ยืนยันสมมติฐานของหลี่เต้าเสียน บางทีวิชาลับต่างๆ อาจเป็นแค่วิธีการชักนำกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันของแต่ละสำนัก และกระบวนการเฉพาะตัวที่ต่อยอดมาจากเทคนิคเหล่านั้น
หลี่เต้าเสียนสังเกตอย่างละเอียด พลางคาดเดาในใจ...
……
ในรายการ "ปรมาจารย์ปรุงยา" แนวคิดการปรุงยาต้องชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อรับประกันว่าปัญหาจุกจิกจะไม่มาฉุดรั้งในภายหลัง
อีธานทำไม่ได้ตามนั้นอย่างเห็นได้ชัด
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกะทันหันทำลายแผนการของเขาทั้งหมด
ขณะที่เวลาไหลผ่านไปทีละวินาที เขายังคงต้องมาเริ่มสกัดน้ำตาภูตพรายใหม่ เพลิงวิญญาณที่วูบวาบเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นเหมือนกระจกสะท้อนจิตใจของเขาที่กำลังปั่นป่วนยุ่งเหยิง
เมื่อกอร์ดอนเดินมาถึง เขาก็รู้ทันทีว่าผู้เข้าแข่งขันหนุ่มตรงหน้ากำลังแย่ "เธอดูโอเคไหม ท่าทางดูลนลานนะ"
น้ำเสียงของอีธานไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่ได้มุ่งร้ายต่อเมนเทอร์ เขาแค่ไม่สามารถพูดคุยด้วยความสงบได้ในตอนนี้
"ผมพยายามทำใจให้เย็นอยู่ครับ ผมเพิ่งเจอหายนะมาหมาดๆ ทั้งที่ผมเป็นผู้เสียหายที่โดนลูกหลง มองดูเวลาผ่านไปทีละนาที ผมไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงดี ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ทำอะไรไม่ถูกแบบนี้ ผมพยายามจะคิดให้ดีแล้ว แต่ตอนนี้ยิ่งลน..."
กอร์ดอนพูดแทรกขึ้นมา เพราะถ้าไม่ขัดจังหวะ วัตถุดิบชุดสุดท้ายของอีธานก็คงพังพินาศ
"ฟังฉันนะ ถ้าเธอมีสูตรยาในใจแล้ว ลองดูวิธีของอิโมจินสิ เธอใช้เวลาช่วงสกัดเตรียมงานขั้นตอนอื่นที่กินเวลาไปพร้อมๆ กัน มันเสี่ยงหน่อย แต่อย่างน้อยเธอก็จะทำยาเสร็จ เข้าใจไหม"
อีธานพยักหน้า "ครับอาจารย์ ผมแค่... รู้สึกแย่มาก"
"ควบคุมตัวเอง ควบคุมยาให้ได้" กอร์ดอนสั่งสอน
รอจนอีธานอารมณ์คงที่ขึ้น กอร์ดอนก็ถอนหายใจ "ขอให้โชคดี"
……
ผู้เข้าแข่งขันต่างวุ่นวายกันยกใหญ่
เหล่าเมนเทอร์บนแท่นบรรยายก็คอยสังเกตสภาพและเทคนิคของแต่ละคน
เซวียเชียนพูดขึ้น "บางคนเราดูออกเลยว่าพวกเขารับมือการทดสอบแบบนี้ได้สบาย แต่บางคนความตื่นตระหนกก็ฉายชัดบนหน้า ข่าวดีคืออย่างน้อยทุกคนก็เริ่มปรุงยากันแล้ว"
ในขณะเดียวกัน ภาพก็ตัดสลับไปยังผู้เข้าแข่งขันคนต่างๆ
อิโมจิน "ผู้ถือคบเพลิง" ที่จุดไฟกองแรก
อีธาน ผู้บริสุทธิ์ที่งานไม่เดิน
จอร์จ ที่กำลังสรรหาวิธียกระดับคุณภาพยา...
สภาพของผู้เข้าแข่งขันในตอนนี้ ปรากฏแก่สายตาครบถ้วน
แม็กกี้ "เห็นได้ชัดเลยว่า ผู้เข้าแข่งขันหลายคนไม่มีประสบการณ์สกัดวัตถุดิบ"
กอร์ดอนเน้นย้ำอีกครั้ง "นี่คือบททดสอบที่แท้จริง ต้องใช้วัตถุดิบที่ตัวเองเตรียมมาเป็น 'ตัวเอก' ปรุงยาที่น่าทึ่งออกมาให้ได้ ทั้งไอเดียและเทคนิคสำคัญมาก เซวียเชียน คุณจะทำอะไร"
เซวียเชียนคิดสักพักแล้วตอบ "ผมจะทำให้บริสุทธิ์ ใช้น้ำตาภูตพราย ผสมกับดอกวัฏสงสารและหญ้าคืนวิญญาณ ทำเป็นน้ำยาเนตรภูต"
กอร์ดอนพูด "คุณใช้น้ำตาภูตพรายเป็นตัวนำวิญญาณขั้นสูง"
เซวียเชียนพยักหน้า "ถูกต้อง"
"ฟังดูเข้าท่ามาก"
กอร์ดอนหันไปถามกรรมการอีกท่าน "แม็กกี้ แล้วคุณล่ะ"
แม็กกี้เสนอความคิดของเธอ "ไม่ต้องสงสัยเลย ฉันจะทำยารักษาจิตวิญญาณ น้ำตาภูตพรายบริสุทธิ์เป็นวัตถุดิบเสริมวิญญาณที่ดีที่สุด ยารักษาจิตวิญญาณแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ดีที่สุดของวัตถุดิบชนิดนี้"
กอร์ดอนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วบอกแผนของตัวเองบ้าง "ผมจะทำน้ำยาขับไล่มาร แค่ปรับส่วนผสมนิดหน่อย ยานี้ก็จะเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดสำหรับพ่อมดในการต่อกรกับวิญญาณร้าย"
เซวียเชียนถาม "ใช้ดอกป๊อปปี้สีน้ำเงินกับแร่กระจ่างใสเป็นตัวกระตุ้นเหรอ"
"ใช่"
เซวียเชียนถามต่อ "ผสมเกลือแห่งแสงกับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์?"
กอร์ดอนชี้ไปที่เทียนไขที่ผนึกไว้บนเพดาน ซึ่งกำลังแผ่แสงสีขาวนวลออกมา "ใช่แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายจะละลายเทียนไขมังกรศักดิ์สิทธิ์ลงไปด้วยเล็กน้อย"
เซวียเชียน "ผมชอบไอเดียนี้นะ บางทีพ่อมดทุกคนควรรู้เคล็ดลับนี้ไว้ สักวันต้องได้ใช้แน่"
ภาพตัดไปที่นาฬิกาจับเวลา ตอนนี้เหลือเวลาเพียง... สามสิบนาที!
……
"เร็วเข้า เร็วเข้าอีก"
กาโบบ่นพึมพำกับตัวเอง มือก็ผสมยาไปด้วย สายตาชำเลืองมองนาฬิกาเรือนยักษ์ตรงหน้าเป็นระยะ
ตัวเลขที่เดินติ๊กต็อกๆ เหมือนการนับถอยหลังอายุงานในรายการของเขา
จากสถานการณ์การแข่งตอนนี้ คนที่จะตกรอบน่าจะอยู่ในกลุ่ม "ผู้ถือคบเพลิง" ทั้งสี่คน
โชคร้ายที่เขาดันเป็นหนึ่งในนั้น
นี่ไม่ใช่รอบคัดเลือก เขาไม่ต้องทำให้สมบูรณ์แบบ ขอแค่ทำได้ดีกว่าอีกสามคน ทำยาให้เสร็จ ก็มีโอกาสสูงที่จะรอด!
กาโบได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยกันของผู้เข้าแข่งขันที่เข้ารอบบนระเบียงสูงด้านข้างได้อย่างชัดเจน
อิจฉาจะตายอยู่แล้ว!
ตัวเองต้องดิ้นรนในการแข่งที่โหดร้าย คนอื่นกลับได้นั่งดูคนตกรอบอย่างสบายใจอยู่ข้างบน
ไม่มีความกดดัน ไม่มีความเจ็บปวด มีแต่ความสุขล้วนๆ
น่าหมั่นไส้ชะมัด!
คราวหน้าฉันต้องชนะให้ได้ ต้องขึ้นไปคุยโวเสียงดังบนระเบียงนั่นบ้าง
น่าเสียดาย ไม่ว่าในใจเขาจะร้อนรนแค่ไหน เวลาที่ยาต้องใช้ในการทำปฏิกิริยาก็ไม่ลดลงตามอารมณ์ของเขา
กาโบเคยคิดจะปรับสูตร เร่งปฏิกิริยา แต่เขาก็ปัดตกความคิดนี้อย่างรวดเร็ว
เขาไม่มั่นใจว่าวิธีที่คิดขึ้นอย่างเร่งรีบจะใช้ได้ผลไหม รักษาสถานะปัจจุบันไว้ เขายังมีโอกาสเข้ารอบ แต่ถ้าล้มเหลว เขาจะถูกคัดออกร้อยเปอร์เซ็นต์
กาโบลับลีรอใจ สุดท้ายก็ไม่กล้าปรับแก้ขนานใหญ่ ทำได้แค่ปรับเล็กน้อย ลดทอนประสิทธิภาพยาเพื่อเร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้น
"บ้าเอ๊ย ไอ้หยวนหัวเฮงซวย ยัยอิโมจินเฮงซวย!"
……
ในขณะที่มีคนบ่นไม่หยุด อีกด้านหนึ่งก็มีคนโดดเด่นขึ้นมา
ยาของแคทเธอรีนเสร็จเรียบร้อยแล้ว วิชากลั่นแก่นแท้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมวัตถุดิบได้อย่างมหาศาล ผลึกที่ได้จากการจัดการวัตถุดิบละลายในตัวยาได้ง่ายมาก แถมยังมีคุณสมบัติบริสุทธิ์ กระบวนการผลิตทั้งหมดจึงลื่นไหลไม่มีสะดุด
เธอมองเวลาที่เหลืออีกสิบนาที พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วเริ่มปรับจูนคุณสมบัติยาในขั้นตอนสุดท้าย
หลี่เต้าเสียนเองก็พอใจเช่นกัน
【ฟังก์ชัน "ดูดซับความรู้" ปิด ได้รับ "ชิ้นส่วนเบาะแสวิชากลั่นแก่นแท้ 1/3"】
ทันใดนั้น ก็มีเสียงสบถดังขึ้นจากด้านล่าง "เชี่ย"
เมื่อมองลงไป เลเรย์ยกหม้อต้มลงมา เขาตรวจสอบฤทธิ์ยาแล้วรีบสวมหน้ากากแห่งความเจ็บปวด เดินวนไปวนมาไม่หยุด
ลิเซลล็อตเต้ทนดูไม่ไหว "เวลาเคี่ยว 'น้ำยานิทรา' ของเขานานเกินไปแล้ว..."
จากมุมนี้ หลี่เต้าเสียนเห็นชัดเจนว่ายาในหม้อของฝ่ายตรงข้ามเกิดปฏิกิริยาเกินขนาด น้ำยานิทราที่ควรจะใสและเบาบาง ตอนนี้กลับมีสีเทาขุ่น
เก้าในสิบส่วน ยาเสื่อมสภาพแล้ว
นี่คือความผิดพลาดร้ายแรง
เหลือเวลาอีกสิบนาที ไม่พอทำยาใหม่แน่
แย่สุดๆ
การปรุงยาพลาดไม่ใช่เรื่องแปลก ทำใหม่ก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องชุบชีวิตก้อนอุจจาระนี้ให้ได้
เลเรย์สูดหายใจลึก ในหัวคิดหาวิธีแก้ไข ผุดขึ้นมาทีละวิธีแล้วก็ถูกปัดตกไปทีละวิธี วิธีเดียวที่นึกออกคือตอนนี้ต้องอัปเกรดเป็นจอมเวทระดับตำนาน กดปุ่ม "ขอพร" หรือ "ย้อนเวลา" ให้ยาก้อนนี้ฟื้นคืนชีพ แต่มันเป็นไปไม่ได้
ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการมองเห็นการประหารชีวิตรออยู่ตรงหน้า
ถ้าจะมี ก็คือช่วงเวลาที่ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วรอความตายมาเยือน
เหล่าเมนเทอร์ยังรวมกลุ่มมองมาทางเขา กระซิบกระซาบกัน เลเรย์พนันได้เลยว่าไม่ใช่คำชมแน่
เลเรย์สติเริ่มแตก รอบสามเขาโดนเขี่ยทิ้งอย่างหมดรูป รอบคัดออกก็โดนลูกหลงจนวัตถุดิบพัง ตอนนี้เพราะเวลาบีบคั้น เขาพยายามจะทำสองขั้นตอนพร้อมกัน เลยทำยาพัง
บางทีฉันอาจจะเติมหินบีซัวร์ลงไปเป็นตัวปรับเสถียร ให้เป็นกลางกับพิษที่เกิดจากปฏิกิริยาเกินขนาด ถึงแม้ยาจะอ่อนฤทธิ์ลงก็เถอะ... เลเรย์ที่กำลังเข้าตาจนเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา
ฉากนี้แม็กกี้สังเกตเห็น เธอพูดด้วยความตกใจ "เขาใส่หินบีซัวร์ลงไป"
กอร์ดอนไม่อยากจะเชื่อ "เขาใส่หินบีซัวร์ลงในน้ำยานิทราเนี่ยนะ? เมอร์ลินช่วย!"
เลเรย์ย่อมไม่ได้ยินเสียงเมนเทอร์
เขาจัดการหินบีซัวร์อย่างลวกๆ แล้วเติมฐานยาเพิ่มลงไป จากนั้นก็เทลงในหม้อ
ทันทีที่ใส่หินบีซัวร์ลงไป เลเรย์ก็เสียใจ เพราะยาไม่ได้ทำปฏิกิริยาตามที่เขาคาด เขาขาดขั้นตอนการจัดการที่จำเป็น น้ำยาทำปฏิกิริยารุนแรง ปล่อยก๊าซฉุนกึกออกมา
"ไม่... ยังมีโอกาส"
เลเรย์เริ่มพยายามสร้างพิธีกรรมย้อนกลับ เพื่อแยกส่วนประกอบส่วนเกินออกมา...
นาฬิกาจับเวลาด้านหน้าสุดบันทึกเวลาอย่างซื่อสัตย์ 1:00
กอร์ดอนตะโกนลั่น "เหลือนาทีสุดท้าย พวกคุณต้องเริ่มตรวจสอบยาและบรรจุขวดได้แล้ว!"
หยวนหัวกะเวลาวินาทีสุดท้าย ดึงยาออกจากหม้อต้ม บรรจุลงในขวดแก้ว
จอร์จตักเอาเฉพาะส่วนบนของยาออกมา
กาโบเร่งความเร็วในการคน
ซูม่าวางยาไว้บนโต๊ะตรงหน้าอย่างมั่นใจ
……
"30 วินาที! เร็วเข้า เร็ว!"
เสียงของกอร์ดอนเหมือนฝีเท้าของวันสิ้นโลก
จอร์จบรรจุยาลงขวดอย่างลนลาน เพิ่งนึกได้ว่าลืมวาดอักขระปิดผนึก
มานาก็ทำเสร็จแล้วเช่นกัน เธอปิดผนึกยา แล้วถอนหายใจยาวเหยียด...
อีธานมองดูยาที่ยังทำไม่เสร็จ ยังคงดิ้นรนเฮือกสุดท้าย...
[จบแล้ว]