เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ความจริงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

ตอนที่ 10 ความจริงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

ตอนที่ 10 ความจริงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว


 

ตอนที่ 10 ความจริงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

 

หวังลิ่งอาจจะลืมไปแล้วก็ได้เรื่องปีศาจบุกเมืองเมื่อ 6 ปีก่อน แต่โจวยี่กลับจำเรื่องราวในครั้งนั้นได้ขึ้นใจ

 

...............

 

 

เมื่อ 6 ปีก่อน นักฝึกต้นทั้งหลายต่างรีบมุ่งหน้าไปพิกัดประตูมิติ จากรายงานทราบว่า ปีศาจคางคกสีฟ้าได้ถูกกำจัดแล้ว บนตัวคางคกมีรูใหญ่ตรงช่องท้องและขาทั้ง4ของมันชี้ฟ้าแสดงว่ามันตายแล้ว

 

มันเป็นถึงปีศาจระดับ 5 ที่แขงแกร่งมาก

 

ใครเป็นคนฆ่ามันกัน?

 

นักฝึกตนที่พบเห็นเหตุการณ์ต่างถกเถียงกันอย่างตื่นเต้น

 

“นักฝึกตนทุกคน ฉันรับรู้ถึงคลื่นพลังวิญญาณแปลกๆทางนั้น”

 

และในจังหวะนั้นเองมีใครบางคนสังเกตเห็นเงาดำๆหลังกลุ่มควันข้างหน้าพวกเขา

 

มีคนหนึ่งใช้วิชาเพื่อขจัดกลุ่มควัน

 

เมื่อกลุ่มควันจากลง ก็เห็นเด็กอายุ10ขวบ กำลังตัวสั่นด้วยความโกรธ เขาจ้องไปที่ศพของปีศาจคางคกกลืนฟ้าอย่างน่ากลัว

 

“ชิ ก็แค่เด็กน้อย จะตื่นเต้นไปทำไม” นักฝึกตนหญิงเข้าไปกอดหวังลิ่งที่กำลังตัวสั่น(เพราะความโกรธ)

 

หวังลิ่งตอนอายุ10ขวบหน้าตาน่ารักเกินกว่าทุกคนจะต้านทานไหว

 

“เด็กดี ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะเดี๋ยวพี่สาวจะปกป้องหนูเอง”

 

“...”

 

นักฝึกตนหญิงคนนั้นกอดหวังลิ่งด้วยหน้าอกขนาดเท่าเมล่อนของเธอ หวังลิ่งไม่กล้าที่จะขยับตัว(ก็แน่หล่ะ) หลังจากที่เขาระเบิดพลังวิญญาณออกไป เขายังคงอยู่ในภาวะไม่มั่นคง ถ้าหากเขาขืนขยับนิ้วเพียงนิดเดียวอาจจะเผลอระเบิดหัวของนักฝึกตนสาวอกเมล่อนคนนั้น

 

“ไฉ่เหลียน ปล่อยเด็กนั่นได้แล้วเธอกำลังทำเขาหายใจไม่ออก”

 

“อุ๊ปส์ ขอโทษจริงๆนะหนู”

 

นักฝึกตนที่ชื่อไฉ่เหลียนก็ปล่อยหวังลิ่งจากหน้าอกคู่นั้น “ว่าแต่หนูน้อย รู้ไหมว่าปีศาจตัวนี้ตายได้ยังไง”

 

...........

 

 

หวังลิ่งไม่มีทางที่จะยอมรับว่าเขานั้นเป็นคนฆ่าคางคกตัวนี้ เขาต้องรีบหาทางออกให้ตัวเองจากเหตุการณ์วุ่นๆนี้เร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงชี้นิ้วไปที่คนอย่างมั่วๆ

 

และคนที่อยู่อีกฝั่งของหมอกควันก็คือโจวยี่

 

โจวยี่จำได้ว่าเขานั้นมาถึงก่อนที่จะโดนพลังแรงโน้มถ่วงทำให้เขาล้มลงไปพร้อมกับซากตึก

 

และเมื่อเขาพาตัวเองขึ้นมาได้ เขาก็กลายเป็นวีรบุรุษผู้ปราบราชาปีศาจไปเสียแล้ว

 

เขาได้รับในสิ่งที่เขาไม่สมควรได้รับทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศมาหลายปี เขาก็คอยเตือนตนเองเสมอว่าอย่าหลงไปกับชื่อเสียงจอมปลอมพวกนี้

 

ในขณะเดียวกันเขาก็คอยสืบเรื่องอย่างลับๆ และเมื่อปีที่แล้วนี่เองที่เขาได้เบาะแสบางอย่าง

 

มันน่าเวียนหัวยิ่งนัก

 

แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องตามหาคนคนนี้ให้เจอ

 

และให้เขามาเป็นอาจารย์ให้ได้

 

..................

 

 

หวังลิ่งไม่คิดว่าโจวยี่จะเป็นคนสืบเรื่องของเขาจริงๆ

 

ดูเหมือนว่าภาระที่เขาได้รับในการเป็นผู้สั่งการของสมาคม100โรงเรียน จะเป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับเขา

 

จริงๆแล้วหวังลิ่งไม่ได้หายตัวไปไหน แต่เขาร่ายเวทพรางตาขั้นสูงที่ซึ่งลบทุกอย่างแม้กระทั่งคลื่นพลังวิญญาณของเขา เขาขยับไปอยู่ใกล้รถของโจวยี่ เขาใช้วิชาตาสวรรค์เพื่อดูความทรงจำของโจวยี่

 

พูดตามตรงหวังลิ่งจำอะไรไม่ค่อยได้เลยกับเรื่องเหตุการณ์เมื่อ6ปีก่อน

 

ตอนนี้ดูเหมือนมันกำลังจะกลายเป็นปัญญาให้เขา

 

และโจวยี่ก็ยังอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์กับเขา มันช่างน่าปวดหัวจริงๆ

 

เขาจำเป็นต้องหาทางจบเรื่องนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขา

 

..........

 

 

รุ่งเช้าของวันเสาร์ช่างเงียบสงบอย่างที่หวังลิ่งหวัง หากทว่ามันเป็นความสงบก่อนพายุจะมา...

 

เมื่อเขาส่องกระจกเขารู้สึกว่าเปลือกตาขวาของเขากระตุกไม่หยุด

 

เขาคิดง่ายว่าน่าจะเป็นผลมาจากการนอนไม่พอ

 

แต่จากเหตุการณ์ผ่านๆมา การที่หนังตาข้างขวากระตุกมักจะมีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น

 

โชคยังดีที่หลังจากเขาล้างหน้าตาขวาก็เลิกกระตุก มันกระตุกน้อยกว่า3นาที

 

“หายนะระดับ2!”

 

นี่เป็นระดับหายนะที่เขากำหนดขึ้นสำหรับการกระตุกของขวาขวา

 

ระหว่าง1-5นาที หายนะระดับ2ดาว

 

ระหว่าง5นาที-1ชั่วโมง หายนะระดับ3ดาว

 

ระหว่าง1-6ชั่วโมง หายนะระดับ4ดาว

 

ระหว่าง7-24ชั่วโมง หายนะระดับ5ดาว

 

มากกว่า24ชั่วโมง โลกแตก

 

มากกว่า48ชั่วโมง จักรวาลสูญสลาย

 

................

 

 

 

อย่างไรก็ตามหายนะระดับ2ดาวเขายังพอจะรับมือได้

 

เขาจ้องไปที่ปากกาและยางลบก็อบลิน เขาใช้วิชาเปลี่ยนรูปร่างสิ่งของจากของสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง เมื่อคืนเขาใช้เวลาเกือบจะทั้งคืนกว่าจะทำการบ้านเสร็จและเผลอหลับไปอย่างเหนื่อยล้า

 

เขารู้สึกว่าวันนี้ทุกอย่างมันก็โอเค...ในตอนนี้...

 

เขามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง แสงของดวงอาทิตย์ทำให้โลกสว่าง ลมเย็นๆพัดผ่านจากป่า โลกก็ยังคงหมุนด้วยตัวมันเอง จักรวาลก็ยังคงทำงานอยู่ เขาไม่คิดว่าวันหยุดที่แสนจะสงบสุขแบบนี้จะมีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นได้

 

หลังจากที่เขาเปลี่ยนชุดนอนกระต่ายสีขาวของเขาออกหวังลิ่งก็ออกจากห้อง แม่ของเขาเตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว -มันคือไข่ดาวไม่สุกและไส้กรอกพริกไทยดำ2ชิ้น

 

“หลิงหลิง มากินข้าวได้แล้ว” วันแม่ของหวังลิ่งดูเหมือนจะอารมณ์ดี

 

พ่อของหวังลิ่งส่งส้อมที่ทำมาจากเพชรดำให้แก่เขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “ถือมันดีๆ อย่าทำหักอีก”

 

หวังลิ่งรับปากและควบคุมพลังของเขา ค่อยๆจับส้อมด้วยนิ้วมือเขาและยกมันขึ้น

 

พ่อของหวังลิ่งยิ้มให้เขาอย่างมีเลศนัยและยิ้ม “รีบๆกินเข้า วันนี้มีเดตไม่ใช่รึไง”

 

เดต?

 

หวังลิ่งเงยหน้าขึ้น

 

“ถ้ามันไม่ใช่เดต งั้นอธิบายให้พ่อฟังหน่อย ทำไมรถหรูๆคันนั้นถึงจอดอยู่ข้างหน้าบ้านเรา”

 

หวังลิ่งรีบลุกออกไปดูที่ระเบียง เขาเห็นซุนหรงยืนโบกมือและยิ้มหวานให้แก่เขา

 

“...”

 

โอ้วชิต ทำไมคนคนนี้ถึงรู้ว่าเราอาศัยอยู่ที่นี่?

 

หวังลิ่งเข้าใจถึงระดับหายนะที่เขารับรู้ได้จากหนังตากระตุกตอนเช้า

 

เมื่อเขาเดินกลับไปที่โต๊ะกินข้าว ใบหน้าพ่อของหวังลิ่งเต็มไปด้วยความภูมิใจ

 

“นี่เจ้าลูกชาย ลูกไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น พ่อเอาใจช่วย”

 

“...”

 

พ่อของเขายิ้ม “เด็กผู้หญิงข้างล่างเธอเป็นคนฉลาดนะ เมื่อเช้านี้เธอให้ครีมบำรุงผิวของลอริอัล (L'Oréal) ดูสิแม่ของลูกหน่ะอารมณ์ดีมาตั้งแต่เช้าแล้ว”

 

“...” อืมแปลว่าพ่อและแม่ของเขาโดนติดสินบนไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ถ้าลูกไม่กลับบ้านคืนนี้ ก็ดูแลตัวเองดีๆนะ”

 

พ่อของเขายิ้มอย่างชั่วร้าย “ดูแลตัวเองดีๆ ในหลายๆความหมายนะ”

 

“...”

 

หลังจากนั้นพ่อของเขาก็ไปหยิบเอากล่องถุงยางอนามัยหลากหลายยี่ห้อและส่งมันให้แก่เขาอย่างพึงพอใจ “ลูกของเราโตขึ้นแล้ว”

 

“...”

 

*แคร๊ก!!*

 

สุดท้ายเขาก็ทำส้อมหักคามือไปอีกอัน...

 

จบบทที่ ตอนที่ 10 ความจริงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว