เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 เจ้าสองสีและเจ้าดูปี้

ตอนที่ 9 เจ้าสองสีและเจ้าดูปี้

ตอนที่ 9 เจ้าสองสีและเจ้าดูปี้


 

ตอนที่ 9 เจ้าสองสีและเจ้าดูปี้

 

 

ในโลกนี้ไม่มีการเกิดใหม่ที่น่าอนาถเท่านี้มาก่อน ยกตัวอย่างเช่น ตือโป้ยไก่ (ผู้ซึ่งถูกลงโทษเนื่องจากล่วงเกินเทพธิดาบนสวรรค์) เพราะตัวมันเองเป็นถึงราชาปีศาจระดับ5ซึ่งเหลือแค่เพียงเศษเสี้ยวดวงวิญญาณ มันถูกอัญเชิญมายังห้องเรียนและดันถูกรวมวิญญาณเข้ากับวิญญาณดวงอื่น จากปีศาจคางคกกลายเป็นสุนัข

 

หรือนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่มีการเกิดใหม่ข้ามสายพันธุ์

 

หลังจากเจ้าสองสีได้เข้าร่วมชั้นเรียน บรรยากาศภายในห้องเรียนก็ดูเรียบร้อยขึ้นโดยงานอดิเรกทุกคนคือการที่ถูแก้มอ้วนๆของเจ้าสองสีหลังจากจบคาบเรียน

 

หวังลิ่งรู้สึกได้ว่าตั้งแต่เจ้าสองสีเข้ามาในห้อง การมีอยู่ของเขาก็ดูเหมือนจะค่อยๆจางหายไป

 

เขาพึงพอใจกับมันมาก ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้เจ้าสองสีมันมีชีวิตต่อไป

 

.........

 

 

เมื่อไม่กี่วันก่อนมาสเตอร์ดูปี้หรือกัวหาว ผู้ซึ่งครอบครัวของเขาเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงวิญญาณ อาสาที่จะสอนให้เจ้าสองสีเห่า

 

หรือที่เรียกว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม การสอนคางคกที่กลายร่างเป็นหมาให้เห่า มันเกินกว่าใครจะคาดคิด

 

เจ้าสองสีพึ่งจะคิดขึ้นได้ว่ามันสายเกินไปแล้วที่จะหันหลังกลับ

 

ดอกไม้ทุกดอกบนโลกต้องสั่นสะเทือนถ้าหากคางคกเห่าได้ มันโคตรจะแปลกประหลาด

 

ทุกคนเฝ้าดูกัวหาวสอนเจ้าสุนัข กัวหาวเอาใจใส่และใช้เวลาหลังเลิกเรียนค้นคว้าวิดีโอสุนัขเห่าให้เจ้าสองสีดู แต่มันไม่ใช่แค่เพียงไม่สนใจ แต่มันยังนอนแผละ แสดงอย่างชัดเจนว่ามันไม่อยากสนใจวิถีชีวิตแบบสุนัขเลยแม้แต่น้อย

 

กัวหาวจึงคิดว่าเขาคงใช้วิธีการสอนที่ผิด

 

ในช่วงชีวิตที่แล้วมันเป็นถึงราชาปีศาจระดับ5 การที่จะให้ปีศาจระดับนั้นเห่าเหมือนสุนัขทั่วไป...ถ้าหากเขาเป็นมันก็คงรู้สึกอับอาย

 

และทันใดนั้นเองเขาก็คิดไอเดียบางอย่างได้

 

วันถัดมาทุกคนเห็นเขาถือโปสเตอร์มาแผ่นนึง เขาติดมันไว้ที่ประตูหลัง

 

ทุกคนอ้าปากค้าง “นายเอาโปสเตอร์อะไรมาเนี่ย”

 

กัวหาวยิ้มด้วยความภูมิใจ เขานำเจ้าสองสีไปยืนหน้าโปสเตอร์ และชี้ไปที่มัน “เห็นไหม? เทพเจ้าสุนัข! พระเจ้าของเหล่าสุนัข! มันไม่ใช่ว่านายสูญเสียความเป็นราชาปีศาจ แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนี่คือเป้าหมายใหม่ของนาย!”

 

สองสี “...”

 

ทุกคน “...”

 

สุดท้ายคนที่ทำให้เจ้าสองสีทิ้งศักดิ์ศรีและเริ่มเรียนรู้การเห่าก็คือ เพื่อนร่วมห้องหญิงชื่อว่า หลินเสี่ยวหยู และนกแก้วดูปี้

 

หลินเสี่ยวหยูผู้ซึ่งหวังลิ่งพึ่งเอาเพิ่มเข้าไปในรายชื่อเป็นคนที่6 เขาค้นพบว่าเธอนั้นน่ากลัวกว่าอาจารย์ป่าน เพราะว่าเธอเป็นสาววาย(Yaoi) เธอจิ้นได้ทุกอย่างขอแค่เป็นผู้ชายก็พอ

 

เธอนั้นจับดูปี้และสองสีมาเป็นคู่กันโดยที่เธอกำหนดให้ฝ่ายหนึ่งเป็นรุกอีกฝ่ายเป็นรับเรียบร้อย

 

ที่ไม่คาดคิดที่สุดก็คือ เธอให้เจ้าสองสีที่ดูแข็งแกร่งเป็นรับ...

 

และเจ้าสองสีก็ค้านสุดชีวิต...

 

เมื่อเลิกเรียนหลินเสี่ยวหยูเริ่มเล่นการจับคู่ของเธอซึ่งเป็นการขืนใจเจ้าสองสีอย่างมาก “ฟังนะ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ให้ขันอย่างไก่ และขี้ขโมยให้เหมือนสุนัข ให้ทำตัวเลียนแบบสุนัขที่กำลังจะขโมยไก่ ไก่และสุนัขนั้นถูกยอมรับว่าเป็นคู่หูกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว” (บทสนทนานี้ค่อนข้างจะงงๆนิดนึงผู้แปลยังงงเลย)

 

เจ้าสองสี “...” [ไก่บ้านเธอสิ นั่นมันนกแก้วชัดๆ สึส...]

 

หลังจากที่มันฟังเรื่องเล่าปัญญาอ่อนของหลินเสี่ยวหยูจบ มันก็หลุดเสียงเห่าออกมาด้วยความโกรธ “โฮ่งงง!!”

 

หลังจากนั้นทุกอย่างก็จบ มันยังคงเป็นสุนัข ถึงแม้ว่าจิตวิญญาณมันจะปฏิเสธ แต่ร่างกายมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

เมื่อเธอทำให้เจ้าสองสีโกรธจนเห่าได้ หลินเสี่ยวหยูพูดเยาะเย้ยว่า “หึ..กลับกลายเป็นว่ามันเป็นซึนเดเระรับ”

 

สองสี “...”

 

.................

 

 

จนถึงตอนนี้มันก็เป็นเวลาถึง1อาทิตย์นับตั้งแต่เปิดเทอมมา มีเหตุการณ์แปลกๆที่ที่ทำให้แผนของเขาเปลี่ยนเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ เขาเข้ามาอยู่ในห้องพิเศษทั้งที่เขาไม่ควรมาอยู่และคนเพี้ยนๆที่เขาได้เจอ มันก็ยังถือว่าสถานการณ์ไม่เลวร้ายเท่าไหร่

 

อย่างน้อยเขาก็ยังรู้สึกว่าการเป็นจุดสนใจตอนสอบคนก็เริ่มจะลืมกันหมดแล้ว โดยเฉพาะเหตุการณ์เจ้าสองสีและดูปี้

 

แต่ช่วยเวลาดีๆมันมักจะอยู่ได้ไม่นาน เรื่องซวยๆก็รอเขาอยู่ไม่ไกล

 

วันศุกร์หลังเลิกเรียน หวังลิ่งรับรู้ถึงความผิดปกติในอากาศ

 

เขารู้สึกว่ามีคนสะกดรอยตามเขา

 

เขาหันมองผ่านกระจกไปข้างหลัง เขาก็สังเกตว่าในทิศทางนั้นมีกลุ่มคนกำลังจับตามองเขาอยู่

 

มีกลุ่มคนที่ใช้เครื่องมือทันสมัย มีทั้งเครื่องป้องกันการติดตาม และยันต์หลายอย่างเพื่อปกปิดคลื่นพลังวิญญาณ

 

โชคไม่ดีที่เครื่องมือพวกนี้ยังคงไม่สามารถซ่อนจากสายตาของเขาได้ ตาของเขามองเห็นละเอียดกว่าเครื่องเลเซอร์สแกนเป็นพันเท่า ยังไม่นับหูกับทักษะอ่านใจของเขา เขาสามารถระบุได้ทันทีว่าใครกำลังทำอะไรอยู่

 

ตั้งแต่เขาสำเร็จวิชาขั้นสูงมาหลายวิชา ณ ตอนนี้ไม่มีใครเป็นคู่มือกับเขาได้อีกแล้ว

 

.................

 

 

“นายน้อย ระบุเป้าหมายได้แล้วเขากำลังออกจากโรงเรียน” ชายสวมแว่นดำชุดดำ เดินไปทางรถซุเปอร์คาร์คันสีดำรุ่นลิมิตเต็ด และโค้งคำนับให้แก่บุคคัลหลังกระจกรถที่ลดลงมาเหลือเพียงครึ่งบาน

 

“ตามเขาต่อไปจนกว่าจะรู้ที่อยู่ของเขา ห้ามพลาดเด็ดขาด” เสียงเย็นชาดังออกมาจากบุคคลภายในรถ

 

“ได้ครับ นายน้อย”

 

“แต่ว่านายน้อย...เมื่อตอนที่ผมรายงานให้ทราบ สายข่าวแจ้งมาว่าเป้าหมายหายตัวไปแล้ว...”

 

“อะไรนะ หายตัวไป?!”

 

อะไรกัน มันเป็นเดอะแฟลชหรือยังไง?

 

“ทำไมนายน้อยถึงสนใจบุคคลผู้นี้กัน?”

 

“เพราะว่าเขาคืออาจารย์ของฉัน” บุคคลที่อยู่ภายในรถตอบอย่างไม่เต็มใจ

 

“อะไรนะ? อาจารย์ของนายน้อย?”

 

ชายชุดดำและคนขับรถแสดงสีหน้าตกใจทันที่ที่ได้ยินคำตอบ

 

ถ้าหากผู้คนรอบๆเห็นบุคคลภายในรถ พวกเขาจะต้องตกใจ

 

เพราะคนภายในรถไม่ใช่ใครเลยเขาเป็นรองผู้อำนวยการของสมาคม100โรงเรียนและเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนแห่งนี้ หรือที่รู้จักกันในนาม -โจวยี่

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 9 เจ้าสองสีและเจ้าดูปี้

คัดลอกลิงก์แล้ว