เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ความพยายามขโมยเวลา

บทที่ 14: ความพยายามขโมยเวลา

บทที่ 14: ความพยายามขโมยเวลา


กู้สือเดินกลับไปกลับมาในพื้นที่คับแคบของห้องรับรองส่วนกลาง

หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย

ขณะเดินวนเวียน เขาเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน

ข้างนอกยังคงมืดมิด ราวกับมีบางสิ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืด คอยจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเขา

ทำไมเวลาถึงกระโดดข้ามไปเป็นห้าทุ่มได้ แต่กลับไม่ยอมเร่งสปีดกระโดดไปตีห้าบ้างนะ!

กู้สือลากเก้าอี้ออกมา ลุกนั่งลุกยืนด้วยท่าทีกระสับกระส่าย

"นี่คงเป็นแผนของ 'เรื่องเล่าสยองขวัญ' แน่ ๆ จงใจใช้ค่ำคืนอันยาวนานทรมานจิตใจผู้ถอดรหัส ทำให้หมดแรงจนรับมืออะไรไม่ไหว"

กู้สือสบถพึมพำ

"ช่างชั่วร้ายจริง ๆ!"

ถึงแม้ตอนแรกเขาจะง่วงอยู่บ้าง แต่หลังจากเจอเหตุการณ์เคาะประตูจนขวัญผวา ความผ่อนคลายที่มีอยู่เพียงน้อยนิดก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

"จริง ๆ ถ้าลองคิดดู ฉันก็ยังโชคดีนะ ถ้าเป็นผู้ถอดรหัสของอเมริกาที่อยู่ตรงป้อมยาม ป่านนี้คงแทบเป็นบ้าไปแล้วมั้ง..."

กู้สือพยายามปลอบใจตัวเองด้วย 'ทฤษฎีชัยชนะทางจิตวิญญาณ'

"ทำไมไม่ลองนึกถึงผู้ถอดรหัสของรัสเซียล่ะ? รายนั้นหลับปุ๋ยสบายใจเฉิบไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"อันนั้นเลียนแบบไม่ไหวหรอก"

ล้อเล่นน่า คนรัสเซียไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ใครจะไปลอกเลียนแบบกันได้ง่าย ๆ

ราวกับสัมผัสได้ถึงความสับสนในใจของกู้สือ 'เสียงนั้น' หัวเราะเบา ๆ ก่อนเสนอแนะ

"ฉันมีไอเดียที่จะช่วยให้นายข้ามคืนนี้ไปได้นะ"

"วิธีไหน?"

กู้สือเริ่มสนใจ

"คงไม่ใช่พวก 'วิธีสะกดจิตทางกายภาพ' (น็อกตัวเองให้สลบ) หรอกนะ"

"หึหึ ฉันไม่ใช่คนป่าเถื่อนขนาดนั้น"

"งั้นบอกมาสิ วิธีคืออะไร?"

'เสียงนั้น' ไม่ได้ตอบกู้สือตรง ๆ แต่กลับเริ่มวิเคราะห์ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในกฎของห้องรับรองส่วนกลาง

"โดยทั่วไป การรับรู้เวลาของคนเรามาจากสองทาง หนึ่งคือสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า 'ความรู้สึก' และสองคือเครื่องบอกเวลา"

"และเมื่อเครื่องบอกเวลากับความรู้สึกส่วนตัวขัดแย้งกัน คนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเชื่อเครื่องบอกเวลา"

"เพราะความรู้สึกอาจผิดพลาดได้ แต่หุ่นยนต์ที่มีความเป็นกลางอย่างเครื่องบอกเวลาย่อมเชื่อถือได้มากกว่า ตราบใดที่ไม่มีการรบกวนจากภายนอก"

กู้สือฟังได้สักพักก็ขัดขึ้น

"สรุปนายจะสื่ออะไร...?"

"ลองถามนายดู สมมติว่าข้างนอกเพิ่งสว่าง แต่เครื่องบอกเวลาชี้ไปที่ช่วง 11 โมงถึงเที่ยง นายจะเลือกเชื่ออะไร?"

"ก็ต้องเชื่อความรู้สึกตัวเองสิ ข้างนอกสว่างคาตาขนาดนั้น"

"งั้นย้อนกลับไปเมื่อกี้ นายรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไม่นาน แต่นาฬิกากลับบอกเวลาห้าทุ่ม แล้วเหตุการณ์ผิดปกติที่ควรเกิดหลังห้าทุ่มก็เกิดขึ้นจริง ๆ..."

กู้สือรู้สึกเหมือนจับประเด็นสำคัญได้ราง ๆ แต่ก็ยังมีส่วนที่ไม่เข้าใจ

"นายจะบอกว่าความรู้สึกของฉันเมื่อกี้ผิดเหรอ? จริง ๆ เวลาผ่านไปนานขนาดนั้นแล้ว แต่ฉันไม่รู้ตัว?"

"เปล่า เวลาไม่ได้ผ่านไปนานขนาดนั้น การรับรู้ของฉันตรงกับนาย"

"หือ? แล้วตกลงนายหมายความว่าไง?"

'เสียงนั้น' หัวเราะในลำคอ และกู้สือก็เผลอมองไปที่นาฬิกาบนผนังโดยไม่รู้ตัว

"ความจริงมันกลับกันต่างหาก ในโลกความเป็นจริง นาฬิกาไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเวลาจริง มันเป็นแค่เครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อสะท้อนเวลา"

"แต่ที่นี่ นาฬิกาคือ 'รูปธรรมของเวลา' การเปลี่ยนแปลงของเวลาจะสะท้อนผ่านนาฬิกา"

ได้ยินดังนั้น กู้สือก็เข้าใจสิ่งที่ 'เสียงนั้น' พยายามจะสื่อทันที

จริง ๆ แล้วมันเข้าใจได้ไม่ยาก ในโลกความจริง เรามีวิธีรู้เวลาได้หลายทาง นาฬิกาไม่ได้ผูกขาดกับเวลา เป็นแค่อุปกรณ์อย่างหนึ่ง

แต่ในโลกเรื่องเล่าสยองขวัญแห่งนี้ ผู้ถอดรหัสไม่มีทางรู้วันเวลาที่แน่นอนได้เลยนอกจากดูนาฬิกา ดังนั้นในแง่หนึ่ง นาฬิกาก็คือเวลาเสียเอง

นี่คือเหตุผลที่กฎเน้นย้ำให้สังเกตการเดินของนาฬิกา

เพราะนาฬิกาเป็นตัวแทนของเวลา เข็มชี้ไปที่ไหน นั่นคือเวลาปัจจุบัน

นี่คือข้อมูลที่ซ่อนอยู่ภายใต้กฎของห้องรับรองส่วนกลาง

การเปลี่ยนแปลงของเวลาที่นี่ไร้ระเบียบ สิ่งเดียวที่มีระเบียบคือนาฬิกา

ดังนั้น หลังจากค่ำลง แม้ความรู้สึกส่วนตัวจะบอกว่าเวลาผ่านไปไม่นาน แต่เมื่อนาฬิกาชี้บอกเวลาห้าทุ่ม เหตุการณ์ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นตามกฎเป๊ะ ๆ

นั่นเป็นเพราะเข็มนาฬิกาเปลี่ยนตำแหน่ง เวลาที่แท้จริง (ในมิตินี้) จึงเปลี่ยนตาม

งั้นถ้าการเปลี่ยนเข็มนาฬิกาส่งผลต่อเวลา...

"ถ้าฉันหมุนเข็มนาฬิกา... เวลาก็จะเปลี่ยนตามงั้นเหรอ...?"

กู้สือกระซิบข้อสันนิษฐานของตน

"นายนี่หัวไวใช้ได้เลย"

'เสียงนั้น' หัวเราะอย่างชื่นชม

"แต่ถ้าเปลี่ยนเวลาได้ง่าย ๆ แค่หมุนนาฬิกา เรื่องเล่าสยองขวัญนี่จะไม่มีช่องโหว่เบ้อเริ่มเลยเหรอ?"

"นั่นแหละ โดยปกติแล้ว แค่หมุนเข็มนาฬิกาอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนเวลาภายนอกได้"

ขณะที่ 'เสียงนั้น' พูด มือของกู้สือก็เผลอดันแว่นตาข้างเดียวโดยไม่รู้ตัว

"แต่ห่วงโซ่ตรรกะที่ว่า 'นาฬิกาคือตัวแทนของเวลา' นั้นสมบูรณ์แบบ ดังนั้น เราสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของตรรกะนี้ย้อนกลับไปส่งผลกระทบต่อการเดินของเวลา... เพื่อขโมยเวลามาไงล่ะ"

น้ำเสียงของ 'เสียงนั้น' ฟังดูโน้มน้าวใจ ราวกับอาจารย์ที่กำลังสอนลูกศิษย์ให้ใช้พลังทีละขั้นตอน

"ฟังดู... ไม่น่าเชื่อถือเลยแฮะ..."

"ลองดูก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ?"

กู้สือคิดดูแล้ว ไหน ๆ ก็นั่งเปื่อยเสียเวลาไปเปล่า ๆ สู้ลองทำตามที่ 'เสียงนั้น' แนะนำดูสักตั้งดีกว่า

ในกฎไม่ได้ห้ามขยับนาฬิกา ถ้าเรื่องเล่าสยองขวัญจะมาคิดเล็กคิดน้อยกับแค่เขาไปยุ่งกับนาฬิกา งั้นการถอดรหัสนี้จะมีไปทำไม?

สู้กลืนกินโลกไปให้หมดเลยสิ้นเรื่องสิ้นราว

คิดได้ดังนั้น กู้สือจึงลากเก้าอี้ไปวางใต้ตําแหน่งนาฬิกา ปีนขึ้นไปเอื้อมมือปลดนาฬิกาลงมา

จากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ พลิกด้านหลังนาฬิกา หาปุ่มหมุนเพื่อปรับเข็ม

"พร้อมหรือยัง?"

กู้สือพยักหน้า สูดหายใจลึก ค่อย ๆ วางนิ้วลงบนปุ่มหมุนเข็ม แล้วเริ่มหมุนเบา ๆ

วินาทีที่เข็มขยับ กู้สือรู้สึกทันทีว่าอากาศรอบตัวเหมือนจะแข็งตัวและหนักอึ้งขึ้นอย่างมหาศาล ตามมาด้วยมวลอากาศที่เคยมองไม่เห็น กลับเริ่มก่อตัวเป็นของเหลวหนืด ไหลเอื่อย ๆ รอบกายเขาราวกับน้ำมันโปร่งใส

ความเปลี่ยนแปลงรอบตัวทำให้กู้สือรู้สึกเหมือนจมอยู่ก้นมหาสมุทร แรงกดดันมหาศาลบีบอัดร่างกายจนหายใจลำบาก

เขาอยากจะหยุดมือตามสัญชาตญาณ

"อย่าหยุด หมุนต่อไป..."

'เสียงนั้น' ราวกับมีมนตร์สะกด ชักจูงกู้สือ มือของเขาเหมือนถูกพลังงานที่มองไม่เห็นควบคุม ให้หมุนปุ่มปรับเข็มนาฬิกาต่อไปอย่างไม่สามารถขัดขืนได้

ขณะที่เข็มนาฬิกาหมุนไป แสงประหลาดก็สว่างวาบออกมาจากแว่นตาข้างเดียว

ทันใดนั้น หมอกสีดำก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและเริ่มพันธนาการรอบร่างกู้สือ

เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังก้มมองลงมาจากฟากฟ้า ทะลุหลังคากระท่อมไม้ จ้องมองทะลุร่างกายของเขาจนปรุโปร่ง

ในโลกความเป็นจริง การถ่ายทอดสดของจีนเกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ภาพบนหน้าจอกลายเป็นภาพเบลอ

— "เฮ้ย ๆ ๆ เกิดอะไรขึ้น?"

— "สัญญาณไม่ดีเหรอ? ใช้เน็ตค่ายไหนเนี่ย?"

— "กู้สือตายแล้วเหรอ?"

— "ปากเสีย! เป็นคนญี่ปุ่นหรือไง? มาป่วนกันชัด ๆ"

— "ไอ้ 'สลิ่มจีน' ข้างบนน่ะ มีมารยาทหน่อย อย่าเอะอะก็โทษเพื่อนต่างชาติ"

— "ไปไกล ๆ เลย ฉันนี่แหละนักเรียนแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่น แกเป็นใครมาเห่าตอนฉันกำลังด่าพวกญี่ปุ่นด้วยกัน?"

ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงเรื่องความผิดปกติในการถ่ายทอดสด บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงและทีมวิเคราะห์ของจีนในห้องประชุมต่างก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ หัวใจแทบจะกระดอนออกมานอกอก

กู้สือจะเป็นอะไรไปจริง ๆ หรือเปล่า... ยังไม่ทันได้วางแผนรับมือกรณีเลวร้ายที่สุด สัญญาณภาพก็กะพริบสองสามครั้ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

"เฮ้อ โล่งอกไปที นึกว่าจะแย่ซะแล้ว"

ผู้เฒ่าเฉียนอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ แต่วินาทีต่อมา คำพูดของลูกทีมก็ทำให้เขาประสาทกินอีกรอบ

"ท่านครับ! ดูที่หน้าจอ! นอกหน้าต่างนั่น!"

...

"แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก..."

หมอกดำที่พันธนาการร่างกู้สือสลายหายไปตอนไหนก็ไม่ทราบ

กู้สือทรุดฮวบคาเก้าอี้ เหงื่อท่วมหน้าผาก มือที่ละออกจากปุ่มหมุนนาฬิกาสั่นระริกไม่หยุด

ถึงแม้เมื่อกี้จะไม่มีอันตรายใด ๆ ปรากฏขึ้นมาตรง ๆ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินเฉียดประตูนรกมาหมาด ๆ

"นี่... นี่คือการพยายามที่นายว่า...?"

กู้สืออยากจะ 'สรรเสริญ' 'เสียงนั้น' เหลือเกิน ทั้งหมดเป็นเพราะไอเดียบรรเจิดของมันแท้ ๆ

"แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาดีไม่ใช่เหรอ?"

"ดียังไง? ฉันรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้อยู่แล้ว!"

เขาตั้งท่าจะบ่นต่อ แต่หางตาซ้ายกลับสัมผัสได้ถึงแสงสว่างที่ค่อย ๆ เจิดจ้าขึ้น

ทางซ้าย... นั่นมันทิศทางของหน้าต่าง

กู้สือค่อย ๆ หันหน้าไป

ภาพที่เห็นคือท้องฟ้าภายนอกหน้าต่าง... ที่กำลังสว่างขึ้นทีละน้อย

จบบทที่ บทที่ 14: ความพยายามขโมยเวลา

คัดลอกลิงก์แล้ว