- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์:เส้นทางสู่ขอบฟ้า
- บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง
บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง
บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง
ตอนนี้ตัวตนที่สองของเฉินชวนสามารถคงอยู่ได้นานกว่าหนึ่งนาที สำหรับเขาในตอนนี้เวลานี้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อลำแสงพลังซ้อนทับเข้ากับร่างของเขา ความเร็วของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าทึ่ง ภายในชั่วอึดใจเขาก็พุ่งไปถึงร่างของศัตรูคนแรก
ชายคนนั้นรีบยกท่อเหล็กขึ้น แต่เฉินชวนกลับสะบัดข้อมือก่อน ก้อนหินสองก้อนในมือเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นทันที
จากนั้นเฉินชวนดีดปลายเท้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกับเข่ากระแทกเข้าลำตัว ชายคนนั้นยังไม่ทันส่งเสียงร้องก็ถูกแรงกระแทกส่งตัวกระเด็นไปด้านหลังพร้อมกันนั้นยังขวางทางของคนที่อยู่ด้านหลังอีกด้วย
เมื่อร่างของเขาลงแตะพื้น มือของเขาก็คว้าคอเสื้อชายที่กระเด็นไปเมื่อครู่แล้วดึงไปทางขวา ส่งผลให้ร่างของชายคนนั้นกลายเป็นโล่มนุษย์ขวางทางพวกที่กำลังพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
ทันใดนั้นเองลมพัดกรรโชกมาจากด้านหลัง เฉินชวนโน้มตัวลงต่ำ หลบการโจมตีของท่อเหล็กที่ฟาดผ่านศีรษะไปแบบเฉียดฉิว
เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปดู ใช้ร่างพิงถอยหลังพร้อมกับกระแทกศอกใส่ท้องของศัตรูที่จู่โจมมาข้างหลัง
เสียงดัง ปึก!
ชายคนนั้นทรุดลงกับพื้นทันที
ด้านหน้าเงาคนวูบไหว ท่อเหล็กอีกอันหนึ่งถูกเหวี่ยงลงมา เฉินชวนยกแขนซ้ายขึ้นกันการโจมตีไว้ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นใช้มือขวาหมุนจับท่อเหล็กกลับไปพร้อมกับซัดหมัดเข้าใส่จมูกของอีกฝ่ายเต็มแรง
ศัตรูคนนั้นผงะไปทั้งตัวกุมใบหน้าพร้อมกับถอยหลังไปจนล้มลงกลางกลุ่มคน
ในตอนนั้นเองเฉินชวนได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอ เขารู้ทันทีว่าพวกที่อยู่ข้างหลังเริ่มวิ่งเข้ามาสมทบแล้ว
แต่เขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น ดวงตายังคงจ้องไปยังกลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้า เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะเขาก้าวเท้าเฉียงไปทางขวาาพร้อมสะบัดท่อเหล็กในมือออกไปตามแรงสะบัดของเอว
นี่คือหนึ่งในเทคนิคของ กระบวนท่ามือเปล่าขั้นสูง ใช้เอวเป็นแกน มือเปรียบเสมือนแส้ ส่งแรงปะทะไปยังแขนของศัตรูที่อยู่ด้านหน้า
เสียง ปึ่ก! ดังขึ้น
กระดูกแขนของชายคนนั้นหักไปในทันที ท่อเหล็กที่อยู่ในมือก็ร่วงลงพื้นตามมา
จากนั้นเฉินชวนใช้แรงจากเอวหมุนสะบัดท่อเหล็กออกไปอีกครั้ง คราวนี้gขาฟาดเข้าที่หัวเข่าของศัตรูอีกคนโดยตรง
แรกเริ่มชายคนนั้นยังไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดและยังพยายามจะก้าวไปข้างหน้า แต่เพิ่งก้าวไปได้ครึ่งก้าวขาของเขาก็หมดแรงและร่างก็ทรุดลงไปกุมหัวเข่าพร้อมร้องโหยหวน
เฉินชวนก้าวไปข้างหน้าโดยไม่หยุด ทั้งสองข้างยังมีคนพยายามเข้ามาจับเขา
ถ้าเขาถูกจับตัวไว้ได้มันจะเป็นปัญหาแน่ เพราะเมื่อศัตรูทั้งหมดกรูเข้ามาพร้อมกันความสามารถของเขาจะไร้ผลทันที
แต่ในสภาพที่มี ตัวตนที่สอง สนับสนุน ความเร็วของเขาก็เร็วเกินไป
เขาไถลผ่านชายสองคนที่พยายามเข้ามาจับตัวเขา ทำให้พวกนั้นคว้าได้แต่อากาศและด้วยแรงเฉื่อยของตัวเองพวกมันเสียหลักล้มไปด้านหน้าส่งผลให้ศัตรูที่อยู่ข้างหลังชนกันจนกลายเป็นกองสุมกัน
ขณะนี้เฉินชวนฝ่ากลางกลุ่มคนออกมาได้แล้ว
เบื้องหน้าเขาปรากฏชายร่างใหญ่สวมกางเกงช่างยืนขวางทางอยู่
ต่างจากพวกที่ถูกส่งมาทำร้ายเขาโดยตรง ชายคนนี้ยืนอย่างมั่นคง เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่มีฝีมือ
เมื่อเฉินชวนเข้าใกล้ ชายคนนั้นยกท่อเหล็กขึ้นแล้วพุ่งตรงมาที่กลางลำตัวของเขา
เฉินชวนก้าวออกไปทางด้านข้างเล็กน้อยพร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นผลักออกไป
ปลายนิ้วของเขาแยกออกเล็กน้อย หากอีกฝ่ายใช้แรงกระแทกตรงๆเขาจะสามารถรวบจับท่อเหล็กไว้ได้ในทันที
แต่ชายร่างใหญ่กลับใช้ข้อมือพลิกอย่างรวดเร็วทำให้ท่อเหล็กเปลี่ยนทิศและจู่ๆก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าของเฉินชวน!
ทว่าเฉินชวนกลับเร็วกว่านั้น
ก่อนที่ท่อเหล็กจะฟาดลงมาเขาก็ขยับร่างออกไปให้พ้นระยะ
ชายร่างใหญ่ยังไม่ยอมหยุด ฝ่าเท้าขวาของเขายกขึ้นพร้อมกับเตะออกไปข้างหน้า จากนั้นร่างกายก็บิดไปด้านหลัง มือยังคงกำท่อเหล็กไว้และแทงออกไปเหมือนหอกพุ่งตรงเข้าใส่!
การโจมตีครั้งนี้ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และคาดไม่ถึง
แต่เฉินชวนกลับไม่ถอย เขาดีดปลายเท้าพุ่งเข้าไปข้างหน้าแทน!
ใบหน้าของเขาเฉียงลงไปด้านข้างให้ท่อเหล็กเฉียดแก้มผ่านไปอย่างหวุดหวิด
จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดออกไปเต็มกำลัง!
ปั้ก!
หมัดของเขาซัดเข้าไปที่สีข้างของชายร่างใหญ่
เสียงกระแทกหนักแน่นดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายคนนั้นที่ถูกยกขึ้นจากพื้นทั้งตัวส่งเสียงอื้ออึงด้วยความเจ็บปวด!
เฉินชวนเห็นว่าชายร่างใหญ่ในกางเกงช่างยังคงกำท่อเหล็กแน่นไม่ยอมปล่อยราวกับยังพยายามจะลุกขึ้นมาสู้ต่อ
ดวงตาของเฉินชวนฉายแววเย็นชา
เขายกเข่าขึ้นแล้วเหวี่ยงปลายเท้าฟาดเข้าที่คางของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง
เสียง กร๊อบ! ดังขึ้นพร้อมกับฟันที่แตกกระจาย คละเคล้ากับเลือดและน้ำลายที่กระเซ็นออกมา ร่างของชายร่างใหญ่หงายหลังปลิวกระเด็นไปก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นอย่างหนัก
ตุ้บ!
เสียงหนักแน่นของร่างที่ตกกระทบพื้นทำให้ทั้งตรอกเงียบกริบ
เฉินชวนลดขาลงยืนนิ่งพลางเหลือบมองไปทางด้านหลัง ที่นั่นยังเหลือชายอีกคนหนึ่ง
ชายคนนั้นมีแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นสายตาของเฉินชวนกวาดมาทางตน เขาก็ถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะทิ้งท่อเหล็กในมือแล้วหมุนตัววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
ขณะเดียวกันฝีเท้าของพวกที่กำลังพุ่งเข้ามาทางปลายตรอกอีกด้านก็เริ่มชะลอลง จากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
เฉินชวนหันกลับมาถือท่อเหล็กเดินตรงไปหากลุ่มคนที่ยังเหลืออยู่
แม้ว่าจะมีพวกมันเหลืออยู่เจ็ดถึงแปดคน แต่เมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาพวกมันก็ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเขาเดินเข้าไปใกล้พวกมันก็ยิ่งถอยหนีตามไปด้วย
เฉินชวนเดินผ่านกลุ่มคนที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่เขายืนอยู่ในตอนแรก จากนั้นเขาก็โยนท่อเหล็กออกไปข้างหน้า
เสียง กึง! ดังขึ้น เมื่อท่อเหล็กกระแทกลงบนพื้นเบื้องหน้า
เสียงนั้นทำให้พวกที่เหลืออยู่สะดุ้งเฮือกก่อนจะถอยไปอีกสองสามก้าวด้วยความหวาดหวั่น
เฉินชวนไม่สนใจพวกนั้น เขาเดินไปหยิบเสื้อของตัวเองขึ้นมาปัดฝุ่นออกแล้วพาดไว้บนบ่าก่อนจะเดินไปยังปลายตรอกที่มีแสงแดดส่องสว่าง
คราวนี้ไม่มีใครกล้าขวางทางเขาอีกแล้ว
เหล่าคนที่เหลือทำได้เพียงใช้สายตาหวาดกลัวและเคารพส่งเขาออกไปเงียบๆ
ภายในห้องเช่าชั่วคราว พี่ฉียืนอยู่ที่หน้าต่างคาบบุหรี่ที่มอดดับไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
มุมตาของเขากระตุกเล็กน้อย
ส่วนชายเสื้อลายดอกที่ยืนข้างๆนั้นอ้าปากค้างใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อปะปนกับความหวาดกลัว
เขาพึมพำออกมาเบาๆ
“ไอ้เด็กนี่…มันเก่งขนาดนี้เลยเหรอ…”
อีกด้านหนึ่ง
เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อ เว่ยตง เดิมทีเขากระโดดลงจากชั้นบนของอาคารเพื่อจะช่วยเฉินชวน แต่เมื่อเขาเพิ่งจะกระโดดลงมายืนบนกำแพงเตี้ยๆที่พอให้ทรงตัวได้การต่อสู้ก็จบลงแล้ว
เขายืนอึ้งอยู่ตรงนั้นมองตามแผ่นหลังของเฉินชวนที่เดินจากไปด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เฮ้…จำเป็นต้องเวอร์ขนาดนี้เลยเหรอ?”
จากตอนที่เฉินชวนเริ่มลงมือจนกระทั่งจัดการพวกนั้นจนราบคาบใช้เวลาเพียงแค่เจ็ดถึงแปดวินาทีเท่านั้น
ความเร็ว พละกำลัง และปฏิกิริยาตอบสนองที่เขาแสดงออกมา เว่ยตง ไม่เคยเห็นสิ่งนี้จากเด็กวัยเดียวกันมาก่อน
เขามองตามอยู่ครู่หนึ่งแล้วเหมือนถูกกระตุ้นอย่างแรง เขารีบหันกลับแล้วปีนกลับไปบนห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงหมัดกระแทกเข้ากับกระสอบทรายดังขึ้นจากในห้องของเขาทันที
ขณะนั้นเองเฉินชวนได้เดินออกจากตรอกแล้ว
เขาเดินไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วหยอดเหรียญลงไป จากนั้นหมุนหมายเลขโทรออก
เมื่อสายถูกต่อเขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ที่นั่นใช่สถานีตำรวจหรือเปล่าครับ? ผมขอคุยกับหัวหน้าหน่วยเหนียนฟู่ลี่หน่อย บอกว่าหลานของเขามีเรื่องจะคุยด้วย”
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เสียงของเหนียนฟู่ลี่ดังขึ้นจากปลายสาย
“เฉินชวน? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
เฉินชวนเล่าเรื่องที่เขาถูกลอบโจมตีให้เหนียนฟู่ลี่ฟัง
เขาไม่ได้เสียเวลาไปสอบถามที่มาของกลุ่มคนที่เล่นงานเขา เพราะเขารู้ดีว่าสถานีตำรวจมีหนทางตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้วเขาไม่จำเป็นต้องลงแรงเอง
เหนียนฟู่ลี่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“แกไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ผมไม่เป็นไร แค่ลงมือแรงไปหน่อยเท่านั้น”
“แกพกกระเป๋าสะพายมาด้วยไหม?”
“ช่วงนี้ผมต้องวิ่งไปวิ่งมาไม่สะดวกพกติดตัวเลยไม่ได้เอามาด้วย”
“เข้าใจแล้ว แกกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง”
ณ สถานีตำรวจเขตเป่าฟง
หลังจากวางสายสีหน้าของเหนียนฟู่ลี่ก็เคร่งเครียดขึ้น เขาหันไปตะโกนออกไปยังด้านนอก
“เสี่ยวอู่ มาหาฉันหน่อย”
ไม่นานนักเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มไฟแรงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง
“ครับหัวหน้า?”
เหนียนฟู่ลี่กล่าว
“พาคนไปที่เขตซีกั่งซะ”
ขณะที่พูดเขาก็โน้มตัวลงกระซิบรายละเอียดอีกสองสามประโยค เสี่ยวอู่พยักหน้าให้ก่อนจะทำความเคารพแล้วออกจากห้องไป
ไม่นานนักเสียงเป่านกหวีดแหลมดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงก้าวเดินเป็นจังหวะของกลุ่มตำรวจที่สวมรองเท้าบู๊ตทหารกำลังมุ่งหน้าออกปฏิบัติการ
เหนียนฟู่ลี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งกดหมายเลขแล้วรอจนปลายสายรับก่อนพูดขึ้นว่า
“เฮ้ อวี๋กังใช่ไหม? ฉันเอง...”
ที่ตู้โทรศัพท์
เฉินชวนวางหูโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกมาจากตู้
ขณะนั้นเองเงาของ ตัวตนที่สอง ที่อยู่ข้างหลังเขาดูเหมือนจะเริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเล็กน้อย
เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่เหนือศีรษะ
วันนี้ท้องฟ้าสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอกแม้แต่ก้อนเดียว
พรุ่งนี้ก็คือวันเข้าเรียนแล้ว…
(จบบท)