เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง

บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง

บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง 


ตอนนี้ตัวตนที่สองของเฉินชวนสามารถคงอยู่ได้นานกว่าหนึ่งนาที สำหรับเขาในตอนนี้เวลานี้ก็เพียงพอแล้ว

เมื่อลำแสงพลังซ้อนทับเข้ากับร่างของเขา ความเร็วของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าทึ่ง ภายในชั่วอึดใจเขาก็พุ่งไปถึงร่างของศัตรูคนแรก

ชายคนนั้นรีบยกท่อเหล็กขึ้น แต่เฉินชวนกลับสะบัดข้อมือก่อน ก้อนหินสองก้อนในมือเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นทันที

จากนั้นเฉินชวนดีดปลายเท้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกับเข่ากระแทกเข้าลำตัว ชายคนนั้นยังไม่ทันส่งเสียงร้องก็ถูกแรงกระแทกส่งตัวกระเด็นไปด้านหลังพร้อมกันนั้นยังขวางทางของคนที่อยู่ด้านหลังอีกด้วย

เมื่อร่างของเขาลงแตะพื้น มือของเขาก็คว้าคอเสื้อชายที่กระเด็นไปเมื่อครู่แล้วดึงไปทางขวา ส่งผลให้ร่างของชายคนนั้นกลายเป็นโล่มนุษย์ขวางทางพวกที่กำลังพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง

ทันใดนั้นเองลมพัดกรรโชกมาจากด้านหลัง เฉินชวนโน้มตัวลงต่ำ หลบการโจมตีของท่อเหล็กที่ฟาดผ่านศีรษะไปแบบเฉียดฉิว

เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปดู ใช้ร่างพิงถอยหลังพร้อมกับกระแทกศอกใส่ท้องของศัตรูที่จู่โจมมาข้างหลัง

เสียงดัง ปึก!

ชายคนนั้นทรุดลงกับพื้นทันที

ด้านหน้าเงาคนวูบไหว ท่อเหล็กอีกอันหนึ่งถูกเหวี่ยงลงมา เฉินชวนยกแขนซ้ายขึ้นกันการโจมตีไว้ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นใช้มือขวาหมุนจับท่อเหล็กกลับไปพร้อมกับซัดหมัดเข้าใส่จมูกของอีกฝ่ายเต็มแรง

ศัตรูคนนั้นผงะไปทั้งตัวกุมใบหน้าพร้อมกับถอยหลังไปจนล้มลงกลางกลุ่มคน

ในตอนนั้นเองเฉินชวนได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอ เขารู้ทันทีว่าพวกที่อยู่ข้างหลังเริ่มวิ่งเข้ามาสมทบแล้ว

แต่เขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น ดวงตายังคงจ้องไปยังกลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้า เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะเขาก้าวเท้าเฉียงไปทางขวาาพร้อมสะบัดท่อเหล็กในมือออกไปตามแรงสะบัดของเอว

นี่คือหนึ่งในเทคนิคของ กระบวนท่ามือเปล่าขั้นสูง ใช้เอวเป็นแกน มือเปรียบเสมือนแส้ ส่งแรงปะทะไปยังแขนของศัตรูที่อยู่ด้านหน้า

เสียง ปึ่ก! ดังขึ้น

กระดูกแขนของชายคนนั้นหักไปในทันที ท่อเหล็กที่อยู่ในมือก็ร่วงลงพื้นตามมา

จากนั้นเฉินชวนใช้แรงจากเอวหมุนสะบัดท่อเหล็กออกไปอีกครั้ง คราวนี้gขาฟาดเข้าที่หัวเข่าของศัตรูอีกคนโดยตรง

แรกเริ่มชายคนนั้นยังไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดและยังพยายามจะก้าวไปข้างหน้า แต่เพิ่งก้าวไปได้ครึ่งก้าวขาของเขาก็หมดแรงและร่างก็ทรุดลงไปกุมหัวเข่าพร้อมร้องโหยหวน

เฉินชวนก้าวไปข้างหน้าโดยไม่หยุด ทั้งสองข้างยังมีคนพยายามเข้ามาจับเขา

ถ้าเขาถูกจับตัวไว้ได้มันจะเป็นปัญหาแน่ เพราะเมื่อศัตรูทั้งหมดกรูเข้ามาพร้อมกันความสามารถของเขาจะไร้ผลทันที

แต่ในสภาพที่มี ตัวตนที่สอง สนับสนุน ความเร็วของเขาก็เร็วเกินไป

เขาไถลผ่านชายสองคนที่พยายามเข้ามาจับตัวเขา ทำให้พวกนั้นคว้าได้แต่อากาศและด้วยแรงเฉื่อยของตัวเองพวกมันเสียหลักล้มไปด้านหน้าส่งผลให้ศัตรูที่อยู่ข้างหลังชนกันจนกลายเป็นกองสุมกัน

ขณะนี้เฉินชวนฝ่ากลางกลุ่มคนออกมาได้แล้ว

เบื้องหน้าเขาปรากฏชายร่างใหญ่สวมกางเกงช่างยืนขวางทางอยู่

ต่างจากพวกที่ถูกส่งมาทำร้ายเขาโดยตรง ชายคนนี้ยืนอย่างมั่นคง เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่มีฝีมือ

เมื่อเฉินชวนเข้าใกล้ ชายคนนั้นยกท่อเหล็กขึ้นแล้วพุ่งตรงมาที่กลางลำตัวของเขา

เฉินชวนก้าวออกไปทางด้านข้างเล็กน้อยพร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นผลักออกไป

ปลายนิ้วของเขาแยกออกเล็กน้อย หากอีกฝ่ายใช้แรงกระแทกตรงๆเขาจะสามารถรวบจับท่อเหล็กไว้ได้ในทันที

แต่ชายร่างใหญ่กลับใช้ข้อมือพลิกอย่างรวดเร็วทำให้ท่อเหล็กเปลี่ยนทิศและจู่ๆก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าของเฉินชวน!

ทว่าเฉินชวนกลับเร็วกว่านั้น

ก่อนที่ท่อเหล็กจะฟาดลงมาเขาก็ขยับร่างออกไปให้พ้นระยะ

ชายร่างใหญ่ยังไม่ยอมหยุด ฝ่าเท้าขวาของเขายกขึ้นพร้อมกับเตะออกไปข้างหน้า จากนั้นร่างกายก็บิดไปด้านหลัง มือยังคงกำท่อเหล็กไว้และแทงออกไปเหมือนหอกพุ่งตรงเข้าใส่!

การโจมตีครั้งนี้ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และคาดไม่ถึง

แต่เฉินชวนกลับไม่ถอย เขาดีดปลายเท้าพุ่งเข้าไปข้างหน้าแทน!

ใบหน้าของเขาเฉียงลงไปด้านข้างให้ท่อเหล็กเฉียดแก้มผ่านไปอย่างหวุดหวิด

จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดออกไปเต็มกำลัง!

ปั้ก!

หมัดของเขาซัดเข้าไปที่สีข้างของชายร่างใหญ่

เสียงกระแทกหนักแน่นดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายคนนั้นที่ถูกยกขึ้นจากพื้นทั้งตัวส่งเสียงอื้ออึงด้วยความเจ็บปวด!

เฉินชวนเห็นว่าชายร่างใหญ่ในกางเกงช่างยังคงกำท่อเหล็กแน่นไม่ยอมปล่อยราวกับยังพยายามจะลุกขึ้นมาสู้ต่อ

ดวงตาของเฉินชวนฉายแววเย็นชา

เขายกเข่าขึ้นแล้วเหวี่ยงปลายเท้าฟาดเข้าที่คางของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง

เสียง กร๊อบ! ดังขึ้นพร้อมกับฟันที่แตกกระจาย คละเคล้ากับเลือดและน้ำลายที่กระเซ็นออกมา ร่างของชายร่างใหญ่หงายหลังปลิวกระเด็นไปก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นอย่างหนัก

ตุ้บ!

เสียงหนักแน่นของร่างที่ตกกระทบพื้นทำให้ทั้งตรอกเงียบกริบ

เฉินชวนลดขาลงยืนนิ่งพลางเหลือบมองไปทางด้านหลัง ที่นั่นยังเหลือชายอีกคนหนึ่ง

ชายคนนั้นมีแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นสายตาของเฉินชวนกวาดมาทางตน เขาก็ถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะทิ้งท่อเหล็กในมือแล้วหมุนตัววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต

ขณะเดียวกันฝีเท้าของพวกที่กำลังพุ่งเข้ามาทางปลายตรอกอีกด้านก็เริ่มชะลอลง จากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ

เฉินชวนหันกลับมาถือท่อเหล็กเดินตรงไปหากลุ่มคนที่ยังเหลืออยู่

แม้ว่าจะมีพวกมันเหลืออยู่เจ็ดถึงแปดคน แต่เมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาพวกมันก็ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเขาเดินเข้าไปใกล้พวกมันก็ยิ่งถอยหนีตามไปด้วย

เฉินชวนเดินผ่านกลุ่มคนที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่เขายืนอยู่ในตอนแรก จากนั้นเขาก็โยนท่อเหล็กออกไปข้างหน้า

เสียง กึง! ดังขึ้น เมื่อท่อเหล็กกระแทกลงบนพื้นเบื้องหน้า

เสียงนั้นทำให้พวกที่เหลืออยู่สะดุ้งเฮือกก่อนจะถอยไปอีกสองสามก้าวด้วยความหวาดหวั่น

เฉินชวนไม่สนใจพวกนั้น เขาเดินไปหยิบเสื้อของตัวเองขึ้นมาปัดฝุ่นออกแล้วพาดไว้บนบ่าก่อนจะเดินไปยังปลายตรอกที่มีแสงแดดส่องสว่าง

คราวนี้ไม่มีใครกล้าขวางทางเขาอีกแล้ว

เหล่าคนที่เหลือทำได้เพียงใช้สายตาหวาดกลัวและเคารพส่งเขาออกไปเงียบๆ

ภายในห้องเช่าชั่วคราว พี่ฉียืนอยู่ที่หน้าต่างคาบบุหรี่ที่มอดดับไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

มุมตาของเขากระตุกเล็กน้อย

ส่วนชายเสื้อลายดอกที่ยืนข้างๆนั้นอ้าปากค้างใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อปะปนกับความหวาดกลัว

เขาพึมพำออกมาเบาๆ

“ไอ้เด็กนี่…มันเก่งขนาดนี้เลยเหรอ…”

อีกด้านหนึ่ง

เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อ เว่ยตง เดิมทีเขากระโดดลงจากชั้นบนของอาคารเพื่อจะช่วยเฉินชวน แต่เมื่อเขาเพิ่งจะกระโดดลงมายืนบนกำแพงเตี้ยๆที่พอให้ทรงตัวได้การต่อสู้ก็จบลงแล้ว

เขายืนอึ้งอยู่ตรงนั้นมองตามแผ่นหลังของเฉินชวนที่เดินจากไปด้วยสีหน้าตกตะลึง

“เฮ้…จำเป็นต้องเวอร์ขนาดนี้เลยเหรอ?”

จากตอนที่เฉินชวนเริ่มลงมือจนกระทั่งจัดการพวกนั้นจนราบคาบใช้เวลาเพียงแค่เจ็ดถึงแปดวินาทีเท่านั้น

ความเร็ว พละกำลัง และปฏิกิริยาตอบสนองที่เขาแสดงออกมา เว่ยตง ไม่เคยเห็นสิ่งนี้จากเด็กวัยเดียวกันมาก่อน

เขามองตามอยู่ครู่หนึ่งแล้วเหมือนถูกกระตุ้นอย่างแรง เขารีบหันกลับแล้วปีนกลับไปบนห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงหมัดกระแทกเข้ากับกระสอบทรายดังขึ้นจากในห้องของเขาทันที

ขณะนั้นเองเฉินชวนได้เดินออกจากตรอกแล้ว

เขาเดินไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วหยอดเหรียญลงไป จากนั้นหมุนหมายเลขโทรออก

เมื่อสายถูกต่อเขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ที่นั่นใช่สถานีตำรวจหรือเปล่าครับ? ผมขอคุยกับหัวหน้าหน่วยเหนียนฟู่ลี่หน่อย บอกว่าหลานของเขามีเรื่องจะคุยด้วย”

ผ่านไปครู่หนึ่ง

เสียงของเหนียนฟู่ลี่ดังขึ้นจากปลายสาย

“เฉินชวน? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

เฉินชวนเล่าเรื่องที่เขาถูกลอบโจมตีให้เหนียนฟู่ลี่ฟัง

เขาไม่ได้เสียเวลาไปสอบถามที่มาของกลุ่มคนที่เล่นงานเขา เพราะเขารู้ดีว่าสถานีตำรวจมีหนทางตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้วเขาไม่จำเป็นต้องลงแรงเอง

เหนียนฟู่ลี่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“แกไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“ผมไม่เป็นไร แค่ลงมือแรงไปหน่อยเท่านั้น”

“แกพกกระเป๋าสะพายมาด้วยไหม?”

“ช่วงนี้ผมต้องวิ่งไปวิ่งมาไม่สะดวกพกติดตัวเลยไม่ได้เอามาด้วย”

“เข้าใจแล้ว แกกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง”

ณ สถานีตำรวจเขตเป่าฟง

หลังจากวางสายสีหน้าของเหนียนฟู่ลี่ก็เคร่งเครียดขึ้น เขาหันไปตะโกนออกไปยังด้านนอก

“เสี่ยวอู่ มาหาฉันหน่อย”

ไม่นานนักเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มไฟแรงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง

“ครับหัวหน้า?”

เหนียนฟู่ลี่กล่าว

“พาคนไปที่เขตซีกั่งซะ”

ขณะที่พูดเขาก็โน้มตัวลงกระซิบรายละเอียดอีกสองสามประโยค เสี่ยวอู่พยักหน้าให้ก่อนจะทำความเคารพแล้วออกจากห้องไป

ไม่นานนักเสียงเป่านกหวีดแหลมดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงก้าวเดินเป็นจังหวะของกลุ่มตำรวจที่สวมรองเท้าบู๊ตทหารกำลังมุ่งหน้าออกปฏิบัติการ

เหนียนฟู่ลี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งกดหมายเลขแล้วรอจนปลายสายรับก่อนพูดขึ้นว่า

“เฮ้ อวี๋กังใช่ไหม? ฉันเอง...”

ที่ตู้โทรศัพท์

เฉินชวนวางหูโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกมาจากตู้

ขณะนั้นเองเงาของ ตัวตนที่สอง ที่อยู่ข้างหลังเขาดูเหมือนจะเริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเล็กน้อย

เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่เหนือศีรษะ

วันนี้ท้องฟ้าสดใสไร้ซึ่งเมฆหมอกแม้แต่ก้อนเดียว

พรุ่งนี้ก็คือวันเข้าเรียนแล้ว…

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 21 ก้าวออกจากตรอกยาวสู่แสงสว่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว