เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 เทคนิคการขว้าง

บทที่ 20 เทคนิคการขว้าง

บทที่ 20 เทคนิคการขว้าง 


ตลอดเดือนกรกฎาคม เฉินชวนฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับกระบวนท่ามือเปล่าขั้นสูง การใช้งานเทคนิคต่างๆของเขาก็ยิ่งคล่องแคล่วมากขึ้น

ถึงตอนนี้ต่อให้ไม่ใช้ ตัวตนที่สอง และไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันเขาก็สามารถกดดันลู่เคอได้แล้ว

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะ วิชาลมหายใจ มีข้อได้เปรียบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ มันช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายได้อย่างรอบด้านไม่เช่นนั้นอวี๋กังก็คงไม่เรียกมันว่า"ทางลัด"

เมื่อเทียบกับพวกที่ฝึกซ้อมมาตั้งแต่เด็ก คนเหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่มือของเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะหากไม่มี ตัวตนที่สอง การพัฒนาของเขาต้องแลกมาด้วยการใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน และการผลาญศักยภาพในอนาคต

แต่หากเป็นสถานการณ์ปกติแล้วการแลกเปลี่ยนแบบนี้ไม่สมเหตุสมผล เพราะเมื่อเหล่านักเรียนที่เริ่มฝึกซ้อมตั้งแต่เด็กได้เรียนรู้ วิชาลมหายใจ เหมือนกัน ความได้เปรียบของเขาก็จะหายไปและเขาจะถูกทิ้งห่างอีกครั้ง

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เฉินชวนได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยอู่ยี่ทำให้เขาต้องเดินทางไปที่นั่นอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้เข้าไปในตัวมหาวิทยาลัย เพียงแค่ไปรับสมุดคู่มือเล่มเล็กที่หน้าประตูซึ่งภายในมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่นักศึกษาใหม่จำเป็นต้อง รู้รวมถึงกระบวนการลงทะเบียนสำหรับการทดสอบรอบสุดท้าย

หลังจากนั้นนอกจากฝึกซ้อมของตัวเองแล้วเขายังเตรียมตัวสำหรับการเข้าเรียนด้วย ทำให้แต่ละวันเขากลับบ้านเร็วกว่าปกติเล็กน้อย

วันนั้นเฉินชวนออกจากบ้านแห่งนักสู้แล้วเริ่มวิ่งกลับบ้าน ระหว่างที่ผ่านกระท่อมหลังหนึ่งชายกลุ่มหนึ่งที่อยู่บนชั้นสามของอาคารริมถนนกำลังยืนพิงหน้าต่างที่เปิดอยู่ เขาสูบบุหรี่พลางมองตามเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

ชายร่างเตี้ยที่สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกแบบปลดกระดุมใส่นาฬิกาข้อมือทองคำใช้นิ้วชี้ลงไปด้านล่างก่อนพูดขึ้นว่า

“พี่ฉี นั่นแหละไอ้เด็กนั่น”

ชายที่ถูกเรียกว่าพี่ฉี ดูมีอายุราวยี่สิบเจ็ดหรือยี่สิบแปดปีโกนหัวสั้นเตียนมีสร้อยข้อมือเส้นใหญ่สวมอยู่ที่แขนเขาก้มลงมองไปเบื้องล่างก่อนถามว่า

“แน่ใจนะว่าเป็นไอ้เด็กนี่?”

ชายเสื้อดอกพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ

“ไม่มีผิดแน่พี่ฉี! ไม่กี่วันก่อนมันไปที่มหาวิทยาลัยอู่ยี่ ตอนนั้นผมจำหน้าได้ชัด มันเป็นคนที่ทำให้พี่ซันต้องขายขี้หน้า!”

พี่ฉีพูดขึ้นว่า

“ที่หมายพร้อมแล้วใช่ไหม?”

ชายเสื้อลายดอกชะโงกตัวออกไปชี้ไปที่ตรอกตรงหัวมุม

“ก็ตรงนั้นแหละครับพี่ หน้าตรอกเราปิดหัวท้ายรับรองหนีไม่พ้นแน่ๆ”

พี่ฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แน่ใจนะว่ามันต้องเดินผ่านตรงนั้น? อย่าทำพลาดให้ฉันขายหน้า”

“ไม่ต้องห่วงพี่ เราจับตามันมาห้าวันหกวันแล้ว ไอ้เด็กนี่ผ่านตรงนี้ทุกเช้าเย็นเวลาเป๊ะๆ ไม่มีผิดแน่!งั้นเอาไงดีพี่? ลงมือพรุ่งนี้เลยไหม?”

พี่ฉีแสยะยิ้มเย็นชา

“พรุ่งนี้? จะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ? ต้นเดือนสิงหามันต้องไปเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยใช่ไหม? งั้นรอให้ถึงวันสิ้นเดือนแล้วค่อยลงมือก็แล้วกัน ไหนๆมันกล้าใช้ขาถีบหน้าพี่ซันงั้นเราก็แค่…หักขามันทั้งสองข้างไม่มากเกินไปใช่ไหม?”

ชายเสื้อลายดอกรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

“ไม่มากเลย! ไม่มากเลยพี่!”

พี่ฉีหัวเราะเย็น

“งั้นก็จัดการให้เรียบร้อย”

“ไม่ต้องห่วงพี่! ผมจะทำให้มันเรียบร้อยที่สุด!”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงวันสุดท้ายของเดือนกรกฎาคม

ช่วงบ่ายอวี๋กังดูเหมือนจะมีธุระ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเขาก็ออกไปทันที ส่วนเฉินชวนเองก็ไม่ได้ฝึกซ้อมต่อเพราะต้องเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เขาจึงช่วยลู่เคอจัดเก็บของอยู่สักพัก

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วลู่เคอก็พาเฉินชวนขึ้นไปบนดาดฟ้า ที่นั่นมีโต๊ะเก้าอี้เอนหลังและกันสาดบังแดด ข้างๆกันมีตะกร้าใส่เครื่องดื่มอยู่ภายในมีขวดโซดาซาเจินอยู่ไม่กี่ขวด

ลู่เคอเดินไปหยิบขึ้นมาสองขวดแล้วใช้ที่เปิดฝาขวดออกก่อนยื่นขวดหนึ่งให้เฉินชวนพลางพูดว่า

“พวกเราเป็นนักสู้ ต้องดื่มเหล้าให้น้อยลงหน่อย งั้นฉันใช้โซดานี่แทนแล้วกัน พรุ่งนี้นายก็จะเข้ามหาวิทยาลัยอู่ยี่แล้ว ฉันขอแสดงความยินดีด้วยนะ”

เฉินชวนรับขวดไว้แล้วชนกับขวดของลู่เคอจากนั้นจิบไปหนึ่งอึกแล้วทั้งสองก็นั่งลง

ลู่เคอถอนหายใจออกมามองไปที่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่มีเมฆขาวลอยเอื่อยๆก่อนจะพูดขึ้นว่า

“เฉินชวน ตอนนายมาที่นี่ใหม่ๆฉันจงใจต่อต้านนายตลอดเวลา นายคงไม่ชอบฉันสินะ?”

เฉินชวนตอบกลับ

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตัวเอง แต่ที่ฉันอยากบอกคือ ขอแค่นายไม่เสียใจกับสิ่งที่เลือกทำ คำพูดของคนอื่นมันก็ไม่สำคัญนักหรอก”

ลู่เคอชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะยกขวดโซดาขึ้นดื่มอีกอึกแล้วใช้หลังมือเช็ดปากก่อนจะวางขวดลงบนโต๊ะพร้อมชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

“เห็นตรงนั้นไหม? ภูเขาเจียวซาน”

เฉินชวนมองไปตามนิ้วของเขาที่นั่นมีเงาสีเทาขนาดใหญ่เป็นวงกลมนั่นคือภูเขาเจียวซานซึ่งว่ากันว่าเคยเป็นซากอารยธรรมจากยุคก่อน แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นกองขยะกว้างสุดลูกหูลูกตา

ลู่เคอมองไปยังที่นั่นด้วยสายตาเหม่อลอยพลางพูดขึ้นว่า

“ฉันเกิดที่นั่น…ในเขตภูเขาเจียวซานนายรู้ไหมคนจากในเมืองอย่างนายไม่มีทางเข้าใจหรอก ฉันไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนเหมือนพวกนาย คนในพื้นที่เรามีแค่การคุ้ยหาขยะในภูเขาเท่านั้นถึงจะเอาตัวรอดได้”

เฉินชวนหันมามองเขาก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ฉันเคยได้ยินมาว่าคนที่อาศัยอยู่ที่ภูเขาเจียวซานมักจะเป็นโรคปอดเรื้อรังที่รักษาไม่หาย”

ลู่เคอตอบเสียงแผ่วเบา

“นายพูดไม่ผิดเลย…ฉันเองก็เป็น ไม่ใช่แค่ฉัน คนรอบตัวฉัน ครอบครัวฉัน ทุกคนเป็นกันหมด พ่อของฉันหายตัวไปตั้งแต่ฉันยังเด็ก แม่ก็เป็นอัมพาตติดเตียงมาตลอด ฉันแค่สามสี่ขวบก็มักจะไอหนักมาก มีแค่พี่สาวฉันที่โชคดีหน่อยไม่เป็นโรคนี้ เธออายุมากกว่าฉันสิบกว่าปี ตั้งแต่ฉันจำความได้เธอก็เป็นคนที่คอยดูแลบ้านมาตลอด”

พูดถึงตรงนี้เขาใช้แขนเช็ดตาของตัวเองก่อนจะเล่าต่อ

“จนกระทั่งหกปีก่อน มีข่าวว่าในหมู่บ้านมีคนเก็บของสำคัญบางอย่างได้ เป็นของที่ว่ากันว่าเป็นที่ต้องการของพวกคนใหญ่คนโต แต่บางคนในหมู่บ้านกลับคิดจะเก็บมันไว้เพื่อขายในราคาสูงลิ่วก็ช่วยไม่ได้…หมู่บ้านเรามันจนมาก แต่พวกแก๊งอิทธิพลในเมืองจะยอมคุยราคากับพวกเราได้ยังไง?คืนนั้นพวกมันบุกเข้ามาปล้นและค้นหาไปทั่วหมู่บ้าน เกิดการปะทะกันขึ้น พอดีพี่สาวฉันกลับมาจากคุ้ยขยะเลยโดนลูกหลงจนกลายเป็นคนพิการ”

พูดจบเขาใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาอีกครั้ง

“หลังจากนั้นฉันก็ได้อาจารย์มารับไปฝึกมวย หวังว่าสักวันหนึ่งฉันจะหาเงินให้มากพอแล้วพาทุกคนออกมาจากที่นั่น ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น”

ลู่เคอเงยหน้าขึ้นแล้วกระดกโซดาเข้าปากอีกอึกก่อนจะพูดต่อว่า

“วันนั้นที่ฉันแพ้ติงซั่วไม่ใช่แค่เพราะฉันไม่ได้กินยา…แต่เพราะฉันกลัว ฉันกลัวตัวเองจะได้รับบาดเจ็บ…ตอนนี้พี่สาวกับแม่ฉันต่างก็ต้องพึ่งฉันทั้งนั้น ฉันจึงห้ามมีปัญหาอะไรเด็ดขาด! วันนั้นอาจารย์ให้ฉันลองฝึก วิชาลมหายใจ แต่พอฝึกไปครึ่งทางฉันก็หยุด…เพราะฉันกลัว…”

จากนั้นเขาหันมามองเฉินชวนด้วยสายตาที่ซับซ้อน

“ฉันอิจฉานายมากเลย นายได้เรียนหนังสือในเมือง นายไม่ต้องแบกรับอะไรแบบฉัน นายสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยอู่ยี่ได้ ทุกครั้งที่ฉันเห็นนายฉันก็คิดว่า…ทำไมฉันถึงไม่มีชีวิตแบบนั้น?ทำไมฉันถึงไม่ได้เป็นคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยอู่ยี่แทนนาย?”

ทันใดนั้นลู่เคอก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“เฉินชวน!”

เขาใช้มือเช็ดใบหน้าของตัวเองแรงๆแล้วชูขวดโซดาขึ้นสูงดวงตาแดงก่ำ

“ฉันขออวยพรให้นาย ขอให้นายยืนหยัดอยู่ที่มหาวิทยาลัยให้ได้ อย่าให้ฉันต้องดูถูกนายล่ะ!”

เฉินชวนยกขวดขึ้นมาชนกับขวดของลู่เคออย่างแรงก่อนจะดื่มไปหนึ่งอึก

ลู่เคอเองก็กระดกโซดาทั้งขวดจนหมดในครั้งเดียว จากนั้นเขายกมือขึ้นสูงราวกับอยากจะขว้างขวดลงไปเพื่อระบายอารมณ์ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าขวดสามารถนำไปขายต่อได้เขาก็ลดมือลงแล้ววางมันลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังแทน

หลังจากระบายอารมณ์ออกไปแล้ว เขาก็ดูเหมือนจะสงบลงได้บ้าง ผ่านไปสักพักจึงพูดขึ้นว่า

“หลังจากฝึก วิชาลมหายใจ แล้วนายพัฒนาไปไวมาก ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลจริงๆ ฉันเองก็ต้องฝึกให้ได้เหมือนกัน แต่ฉันไม่บ้าบิ่นเหมือนนายคงต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป”

เฉินชวนตอบกลับ

“ช้าแต่มั่นคงก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยตอนนี้นายก็อยู่ในระดับ‘ครึ่งก้าวสู่วิชาลมหายใจ’แล้ว”

ลู่เคอไอเล็กน้อยสองครั้งจากนั้นก็หัวเราะออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืน

“มานี่สิ ฉันจะสอนอะไรให้นายอย่างหนึ่ง”

เฉินชวนเห็นเขาเดินไปที่ขอบดาดฟ้าจึงลุกขึ้นเดินตามไปด้วย

ลู่เคอชี้นิ้วไปด้านหน้า

“นายเห็นนั่นไหม?”

เฉินชวนมองตามแล้วเห็นนกกระจอกสองตัวเกาะอยู่บนเสาไฟฟ้าห่างออกไปประมาณสิบสี่ถึงสิบห้าเมตร

ทันใดนั้นเองลู่เคอสะบัดข้อมือเบาๆ ทันใดนั้นนกตัวหนึ่งก็ร่วงลงพื้น ส่วนอีกตัวที่เหลือก็ตกใจบินหนีไปทันที

เฉินชวนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ

“นี่มัน…”

ลู่เคอกางฝ่ามือออกเผยให้เห็นก้อนหินขนาดเล็กสองก้อนมีขนาดพอดีกับปลายนิ้วและถูกขัดให้กลมเกลี้ยง

เฉินชวนมองหินก้อนเล็กในมือเขาพลางรู้สึกสะกิดใจบางอย่าง

“นี่คือเทคนิคการขว้าง”

ลู่เคอทำท่าขว้างออกไปก่อนจะพูดต่อ

“ด้วยระยะสิบกว่าหรือยี่สิบเมตร แค่ใช้ก้อนหินธรรมดาที่ขัดให้เรียบก็สามารถโจมตีคู่ต่อสู้จนบาดเจ็บหนักได้ อาจารย์ฉันเคยบอกว่าเพราะข้อจำกัดบางอย่างมหาวิทยาลัยอู่ยี่ถึงไม่สอนสิ่งนี้ แต่เทคนิคนี้มีประโยชน์มาก ถ้าฝึกจนเชี่ยวชาญต่อให้เจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ามากก็สามารถทำให้มันหมดสภาพได้จากระยะไกล”

เฉินชวนพยักหน้า เขาเข้าใจถึงอานุภาพของเทคนิคนี้เป็นอย่างดี เพราะเขาเองก็เคยถูกสังหารด้วยก้อนหินเพียงก้อนเดียวในชีวิตก่อนหน้า เพียงแต่ระยะที่ใช้ในครั้งนั้นอาจไกลกว่าร้อยเมตรหรืออาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ

ลู่เคอโยนก้อนหินขึ้นลงในมือก่อนพูดต่อ

“ฉันสอนให้นายได้ เทคนิคนี้สำคัญที่วิธีออกแรง นายฝึก วิชาลมหายใจ แล้วคงจะเรียนรู้ได้ง่าย”

เฉินชวนถาม

“นี่เป็นเทคนิคที่คุณอวี๋สอนนายสินะ? นายแน่ใจนะว่าถ่ายทอดให้คนอื่นได้?”

ลู่เคอไหวไหล่

“นี่แค่เทคนิคการขว้างพื้นฐานเท่านั้น ระดับสูงกว่านี้ฉันก็ยังฝึกไม่สำเร็จ ต่อให้ฉันอยากสอนก็สอนไม่ได้หรอก”

เฉินชวนมองเขาก่อนถามต่อ

“มีคนฝึกเทคนิคนี้มากไหม?”

ลู่เคอครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ

“อาจารย์ฉันไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้…แต่ถ้าเป็นระดับพื้นฐานคนทั่วไปที่ตั้งใจฝึกก็สามารถฝึกได้ไม่ยากแต่ถ้าจะไปถึงขั้นสูงล่ะก็นั่นไม่ง่ายเลย...มาเถอะฉันจะสอนนายเอง”

เฉินชวนเห็นเขาดูมีน้ำใจก็ไม่ได้ปฏิเสธไป ข้อดีของการมีทักษะเพิ่มเติมก็คือมีตัวเลือกในการต่อสู้มากขึ้น อีกอย่างเขามีเหตุผลเพียงพอที่จะศึกษามัน

เทคนิคการขว้างนี้ดูเหมือนจะไม่ซับซ้อนนัก เพราะหลักๆอยู่ที่ท่าทางการขว้างและการใช้แรงที่ถูกต้องทำให้สามารถเรียนรู้ได้ง่าย แต่ถ้าจะพัฒนาให้แม่นยำและรวดเร็วก็ต้องฝึกฝนอย่างหนัก

อีกปัจจัยที่สำคัญคือก้อนหินที่ใช้ต้องมีน้ำหนักที่เหมาะสมและถูกขัดให้เรียบ ลู่เคอบอกว่าหินแบบนี้หาได้มากในภูเขาจางซานเพราะที่นั่นเป็นแหล่งหินคุณภาพดี

เมื่อเฉินชวนได้ยินดังนั้นเขาก็รู้สึกสะกิดใจขึ้นมา เขาเริ่มสงสัยว่าหินก้อนนั้นอาจเป็นหินจางซาน ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงต้องหาเวลาลองไปสำรวจดู บางทีอาจจะเจอเบาะแสเกี่ยวกับคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของเขาในชาติก่อน

หลังจากฝึกกับลู่เคอต่ออีกครู่หนึ่ง เนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันเข้าเรียนและยังเป็นวันลงทะเบียนสอบคัดเลือกรอบสุดท้าย เขาจึงกล่าวลาลู่เคอและออกเดินทางกลับ ก่อนจากไปเขายังขอหินมาเก็บไว้สองก้อนและใส่มันลงในกระเป๋ากางเกง

เช่นเคยเขาวิ่งกลับไปตามปกติ

ในห้องเช่าชั่วคราวบนชั้นสามของอาคารริมตรอกยาวที่เฉินชวนต้องผ่านทุกวันพี่ฉีและชายเสื้อลายดอกนั่งรออยู่

พี่ฉีถาม

“คนพร้อมแล้วใช่ไหม?”

ชายเสื้อลายดอกตอบทันที

“ทุกอย่างเรียบร้อย”

พี่ฉีมองไปไกลๆที่มุมถนนมีชายคนหนึ่งยืนพิงกำแพงอยู่สวมเสื้อกล้ามกับกางเกงทำงาน ใบหน้าดูไม่คุ้นตา เขาขมวดคิ้วแล้วถามว่า

“ไอ้หมอนั่นใคร?”

ชายเสื้อลายดอกรีบตอบ

“พี่ฉี นั่นเป็นคนที่เราจ้างมา เป็นนักเลงจากต่างถิ่น ไม่มีประวัติอาชญากรรม พวกพี่น้องคิดว่าไอ้เด็กนั่นสอบติดมหาวิทยาลัยอู่ยี่ได้ แสดงว่าคงมีฝีมือไม่น้อยเลยหาคนที่ไว้ใจได้มาเพิ่มความมั่นใจ”

“ไร้สาระ”

พี่ฉีแค่นเสียงเหยียด

“มันก็แค่เด็กบ้านๆคนหนึ่ง ไม่ใช่พวกเศรษฐีมันจะมีดีอะไร? แต่ไหนๆก็จ้างมาแล้วก็ช่างเถอะ เดี๋ยวมาดูกันว่ามันจะคุ้มค่ารึเปล่า”

จากนั้นเขาหยิบบุหรี่ออกมาชายเสื้อลายดอกรู้หน้าที่ทันทีรีบควักไฟแช็คออกมาจุดให้ พี่ฉีคีบบุหรี่สูดควันเข้าปอดแล้วพ่นเป็นวงก่อนจะพูดขึ้น

“พอจัดการเรื่องนี้เสร็จพาพวกเขาไปกินข้าวที่ชุนฝูโหลวซะ”

ชายเสื้อลายดอกรีบพยักหน้า

“ได้เลยพี่ฉี พวกน้องๆขอขอบคุณล่วงหน้าครับ!”จากนั้นเขาก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะหันไปมองถนนแล้วพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“พี่ฉี! มันมาแล้ว! วันนี้เร็วกว่าปกตินิดหน่อย”

เฉินชวนวิ่งมาตามเส้นทางที่คุ้นเคย ถนนเส้นนี้ค่อนข้างราบเรียบ ปกติเขามักจะเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อย

แต่เมื่อมาถึงช่วงกลางของตรอกเขากลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

จากปลายตรอกด้านหน้ามีชายห้าหกคนเดินเข้ามาพร้อมท่อเหล็กในมือ สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยันและเจ้าเล่ห์

เฉินชวนชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองข้างหลังพบว่าด้านที่เขาวิ่งเข้ามาก็ถูกกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งปิดทางไว้แล้ว

ทั้งสองฝั่งกำลังเดินเข้ามาช้าๆ ขณะเดียวกันก็ใช้ท่อเหล็กเคาะและขูดกับกำแพงทำให้เกิดเสียงเสียดแหลมสะท้อนก้องไปทั่วตรอก เสียงเหล่านั้นไม่ใช่แค่สร้างความรำคาญแต่ยังเป็นการกดดันจิตใจอีกด้วย

บนระเบียงของอาคารแห่งหนึ่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังออกกำลังกายด้วยท่าคว่ำตัวแล้วดันขาขึ้นลงอย่างชำนาญ เขาเหลือบลงมามองสถานการณ์ข้างล่างแล้วพึมพำขึ้นมา

“หืม? เจ้าหมอนั่นไปหาเรื่องใครมาอีกล่ะ?”

พี่ฉีคาบบุหรี่ไว้มองลงไปข้างล่างด้วยสายตาเย้ยหยัน จากจุดที่เขายืนอยู่สามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของลูกน้องที่กำลังเข้าประชิดเฉินชวนได้อย่างชัดเจน

เฉินชวนเงยหน้ามองขึ้นไปโดยรอบกำแพง ทั้งสองข้างของตรอกเป็นกำแพงเก่าที่เต็มไปด้วยเศษแก้วแหลมคม การปีนขึ้นไปเป็นเรื่องยาก อีกทั้งการเข้าไปในบ้านเรือนโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะเป็นการนำปัญหาไปให้คนอื่น

ในเมื่อหนีไม่ได้ก็ไม่ต้องหนี

เขาปลดกระดุมเสื้อด้านหน้าเผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในก่อนจะถอดเสื้อคลุมออกแล้วเหวี่ยงไปไกลๆ

เสื้อยังลอยอยู่กลางอากาศเขาก็ก้าวเท้าหนักลงบนพื้น!

ตัวตนที่สอง ซ้อนทับเข้ากับร่างกายของเขาทันที!

ฝุ่นฟุ้งขึ้นจากแรงกระแทกร่างของเขาพุ่งไปข้างหน้าราวสายฟ้า!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 20 เทคนิคการขว้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว