- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตำรวจสายสืบแห่งนครลอสแอนเจลิส
- ตอนที่ 19 – ไอ้แก่จอมสำออย? งั้นอย่าหาว่าใจร้ายถ้าผมเรียกรถพยาบาลให้
ตอนที่ 19 – ไอ้แก่จอมสำออย? งั้นอย่าหาว่าใจร้ายถ้าผมเรียกรถพยาบาลให้
ตอนที่ 19 – ไอ้แก่จอมสำออย? งั้นอย่าหาว่าใจร้ายถ้าผมเรียกรถพยาบาลให้
กริ๊ง... เสียงนาฬิกาปลุกกระชากอาเธอร์ออกจากห้วงนิทรา เขาปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย
เหลือบมองไปด้านข้าง—มีเพียงความว่างเปล่า ไม่มีสาวใหญ่อวบอัดให้เห็นแม้แต่เงา
เมื่อคืน หลังจากดินเนอร์สุดอร่อยที่บ้านแอนเดรีย เขาไม่ได้กลับทันที
พวกเขานั่งคุยเรื่องงานและเรื่องชีวิต หยอกล้อมุกตลกสองแง่สองง่ามจนแอนเดรียหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
ผู้หญิงคนนั้นดูมีความสุข ทุกอย่างลื่นไหล—จนกระทั่งอเล็กซ์เจ้าตัวแสบขึ้นไปนอน
วินาทีนั้นเหลือเพียงพวกเขาแค่สองคนในห้องนั่งเล่น: ชายหนุ่มวัยกลัดมันกับแม่ม่ายสาวที่ร้างลามานานจนแทบจะกลายเป็น "แร่หายาก"
อาเธอร์อนุมานเอาเองว่าฉากต่อไปที่ทุกคนอยากดูคงจะเริ่มขึ้น
เขาเตรียมพร้อมจะฟาดฟันกับแอนเดรียสักสามร้อยยก
น่าเศร้าที่อุดมคตินั้นอวบอิ่ม แต่ความเป็นจริงกลับผอมแห้งติดกระดูก
พอลูกชายหลับ แอนเดรียไม่ได้จีบต่อ แต่กลับเชิญเขากลับบ้านอย่างสุภาพ
"อาเธอร์ หลานรัก การได้คุยกับนายทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นเยอะ"
"ในสถานีตำรวจ ฉันต้องสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งกร้าวและไร้ความปรานี—ไม่งั้นผู้หญิงจะอยู่รอดในอาชีพนี้ยาก โดยเฉพาะงานตำรวจที่เป็นพื้นที่ของผู้ชาย"
"พอนานวันเข้า ทุกคนก็เหมาว่าฉันเป็นคนเย็นชาและไร้หัวใจ นั่นกลายเป็นชื่อเสียงแย่ๆ ของฉัน"
"รู้ไหม หลายปีก่อนยังมีคนพยายามจับคู่ให้ฉันนะ แต่ตอนนั้นฉันบ้างานหัวปักหัวปำ"
"ตอนนี้ ทั่วทั้งลอสแองเจลิส การเป็นผู้กำกับการระดับสอง ตอนอายุสามสิบหก ทำให้ฉันอยู่ระดับท็อปของวงการ"
"น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้ามาจีบฉันอีกแล้ว และไม่มีใครพยายามจับคู่ให้ ราวกับทุกคนคิดว่าฉันไม่ต้องการความรัก"
"ยังไงก็ตาม ขอบคุณนะอาเธอร์ ถึงเราจะอายุห่างกันเป็นสิบปี แต่ฉันสนุกที่ได้คุยกับนาย"
"แต่ถ้านายอยากจะไปไกลกว่านี้ บางทีเวลายังอาจจะไม่ใช่ตอนนี้"
อาเธอร์จ้องตาเธอ "แล้วเมื่อไหร่ล่ะครับ?"
แอนเดรียไม่ตอบ เธอแค่ยิ้มและหอมแก้มเขาเบาๆ "เมื่อฉันคิดตกแล้ว กลับบ้านไปนอนซะ—พรุ่งนี้ยังมีงานรอเราอีกเยอะ"
อาเธอร์จึงต้องกลับห้องเช่าอย่างเดียวดาย
การพิชิตใจบอสาวใหญ่ดูเหมือนจะเป็นภารกิจที่ยืดเยื้อและยากลำบาก
ซีเรียลราดนม ขนมปังทาเนยแผ่นหนา และลูกแพร์ คือมื้อเช้าที่เขาเคี้ยวตุ้ยๆ ขณะปีนขึ้นมอเตอร์ไซค์คันโปรด
เอลิซาเบธกำลังจะไปโรงเรียนพอดี เธอโบกมือให้เขา "อาเธอร์ โยเกิร์ตหนูหายไปอีกแล้ว—อาช่วยหาให้หน่อยได้ไหมคะ?"
"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวเลิกงานอาจะช่วยดูให้"
"หนูจะรอนะคะ"
อาเธอร์ขี่รถมุ่งหน้าไปสถานี จอดติดไฟแดง
จังหวะที่ไฟกำลังจะเขียว คนกลุ่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ
คนนำหน้าคือชายชราชาวเอเชียที่ดูเหมือนกำลังวิ่งหนีสุดชีวิต
ตามหลังมาคือพนักงานหนุ่มสาวในชุดยูนิฟอร์มสามคน
แรงคนแก่สู้เด็กหนุ่มไม่ได้ วิ่งไปได้ไม่กี่เมตรก็โดนรวบตัว และเริ่มมีการยื้อยุดฉุดกระชากกัน
เห็นไฟเปลี่ยนสี อาเธอร์โทรแจ้งสถานีเพื่อรายงานสถานการณ์
เขาจอดรถ เดินเข้าไปที่วงล้อม โชว์ตราตำรวจและตะโกน "LAPD! ทุกคน—แยกย้ายกันเดี๋ยวนี้!"
ได้ยินดังนั้น ทั้งสี่คนก็ชะงัก
พนักงานคนหนึ่งชี้ไปที่ชายชราอย่างโกรธแค้น "คุณตำรวจ เขาขโมยของครับ เราจับเขาได้แล้วเขาก็พยายามหนี"
อาเธอร์พิจารณาชายชรา—หน้าตาแบบคนจีนทางเหนือ
สำหรับคนอเมริกันส่วนใหญ่ เขาคงเป็นแค่ "คนเอเชีย" แต่อาเธอร์แยกแยะเชื้อชาติได้
คนจีนทางเหนือมักจะตัวสูงกว่าและหน้าคมกว่า คนทางใต้จะตัวเล็กกว่าและหน้ามนกว่า
คนญี่ปุ่นมักจะมีตาชั้นเดียวและหน้ายาวกว่า
คนเกาหลีก็ตาชั้นเดียว แต่โครงร่างหนากว่าและกรามจะมนกว่า
คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักมีผมหยิก ผิวคล้ำกว่า และเบ้าตาลึกกว่า
ความแตกต่างเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ใช่งานยากสำหรับอาเธอร์ที่ฝึกฝนมาหลายปี
เขาถามพนักงาน "หลักฐานล่ะ? เขาขโมยอะไร?"
"ก็แค่ของใช้บางอย่าง พอเราเห็น เขาโยนของทิ้งแล้ววิ่งหนี—กล้องวงจรปิดในร้านถ่ายไว้หมดครับคุณตำรวจ"
อาเธอร์คุมตัวชายชราเข้าไปข้างใน ภาพจากกล้องตรงกับคำให้การ
หลักฐานมัดแน่น: ตาลุงนี่เป็นขโมย
ถึงอย่างนั้น เห็นว่าเป็นคนเอเชีย—น่าจะเป็นคนจีน—อาเธอร์ตัดสินใจไม่ใส่กุญแจมือ
จากประสบการณ์ คนจีนในแอลเอไม่ค่อยพกอาวุธ ถ้าผู้ต้องสงสัยเป็นคนดำ เขาคงใส่กุญแจมือไปแล้ว
"ลุง ดูเหมือนลุงต้องไปโรงพักกับผมแล้วล่ะ"
เขาเริ่มพาชายชราเดินออกมา
ระหว่างที่กำลังดูวิดีโอ หน่วยสายตรวจก็มาถึง—คู่หูใหม่ของอาเธอร์ เมล นั่นเอง
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ขาของชายชราก็อ่อนยวบยาบแล้วทรุดลงไปกองกับพื้น
เมลจ้องมองอย่างงุนงง "นายตีเขาเหรอ?"
อาเธอร์โบกมือ "บ้าเหรอ—ฉันจะทำแบบนั้นทำไม?"
"โรคกำเริบกะทันหัน?"
เมลคุกเข่าลง "ลุงคะ เป็นอะไรหรือเปล่า?"
เธอถามซ้ำๆ แต่ชายชราเอาแต่ส่ายหัวและพูดภาษาจีนกลางตะกุกตะกักสำเนียงฝูเจี้ยน
"อั๊วไม่เข้าใจ อั๊วฟังไม่รู้เรื่อง—โน อิงลิช"
"ไอหยา ปล่อยอั๊วไปเถอะ อั๊วแก่แล้ว—เรื่องเล็กนิดเดียว ปล่อยผ่านไปเถอะ"
"ปล่อยอั๊วไปได้ไหม? อั๊วเอาไปนิดเดียวเอง ถ้าไม่ปล่อย อั๊วไม่ลุกนะ"
"แตะตัวอั๊ว อั๊วจะฟ้อง—ใครกล้าแตะอั๊ว!"
แถมยังยิ้มเยาะแบบ 'แล้วเอ็งจะทำไม' อีกต่างหาก
หลังจากฟังคำพูดรัวๆ เมลยักไหล่ "ดูเหมือนเขาจะพูดอังกฤษไม่ได้—เรียกล่ามไหม?"
อาเธอร์มองดูการแสดงนั้นอย่างเย็นชา: สูตรสำเร็จพวกมิจฉาชีพชัดๆ
พยายามได้ดี—ถ้าจำไม่ผิด คดีเผิงอวี่ (คดีดังในจีนที่คนช่วยคนล้มแล้วโดนฟ้องกลับ) เกิดขึ้นปี 2006
ประโยคเด็ด "ถ้าไม่ได้ชนเขา แล้วไปช่วยเขาทำไม?" ทำเอาสังคมจีนหวาดระแวงการช่วยเหลือคนอื่นไปพักใหญ่
ตอนนี้มุกนี้ถูกเอามาใช้กับเขา
มองดูตาแก่หน้าไม่อาย อาเธอร์แสยะยิ้ม: ยังคิดว่ามุกคนจีนเอามาใช้กับฝรั่งแล้วจะได้ผลเหรอ?
เซิร์ฟเวอร์ยังไม่เชื่อมต่อกันด้วยซ้ำ ดันมาเล่นมุกนี้? สงสัยต้องสั่งสอนหน่อยแล้ว
เขาเดินเลี่ยงออกมา โทรศัพท์ แล้วเดินกลับมา
เขาตบไหล่เมล—รอไปก่อน
ทั้งสามคนยืนคุมเชิงกัน สายตาจ้องเขม็ง
ผ่านไปสักพัก ตาแก่จอมต้มตุ๋นเริ่มสงสัยว่านี่มันเกมอะไร—จนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง
ความจริงกระแทกหน้า เขากระเด้งตัวขึ้น ภาษาอังกฤษคล่องปร๋อทันที
"ไอแอมฟาย—โน แอมบูแลนซ์! ไอด้อนท์นีด แอมบูแลนซ์!" (อั๊วสบายดี—ไม่เอารถพยาบาล! อั๊วไม่ต้องการรถพยาบาล!)
อาเธอร์ตอบกลับด้วยภาษาจีนกลางที่ชัดถ้อยชัดคำกว่า "ผมไม่สนว่าลุงจะคิดยังไง ผมเป็นคนตัดสินใจ ลุงดูต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ชัดเจน ไม่ต้องขอบใจหรอกครับ"
"ลื้อ... ลื้อพูดจีนได้?"
"และลุงก็พูดอังกฤษได้ อย่าลืมจ่ายค่ารถพยาบาลด้วยล่ะ—ไม่ต้องขอบคุณผมนะ"
"ไอ้เวรเอ๊ย! อั๊วไม่มีประกันนะเว้ย!"