เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - เงาปริศนาบนชั้น 23

บทที่ 14 - เงาปริศนาบนชั้น 23

บทที่ 14 - เงาปริศนาบนชั้น 23


บทที่ 14 - เงาปริศนาบนชั้น 23

พอกินเสร็จ โม่เสี่ยวถงก็กุลีกุจอเก็บชามไปล้าง แต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้น เซียวเฉินก็คว้าข้อมือเธอไว้

สายตาของเขาร้อนแรงจนเธอต้องหดคอหนี ไม่กล้าสบตา

เธอรู้ดีว่าเขากำลังคิดอะไร

แต่... เมื่อกี้ก็เพิ่งจะ...

...

เซียวเฉินละสายตาจากเรือนร่างเย้ายวน หันไปมองจอทีวีที่แขวนอยู่บนผนัง

ภาพจากกล้องวงจรปิดฉายให้เห็นความเคลื่อนไหวที่ชั้น 23

ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปกดต่ำและใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า กำลังด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้อง 2318 อย่างมีพิรุธ

พอเหลือบไปเห็นกล้องวงจรปิด มันก็รีบก้มหน้าหลบแล้วเดินหนีหายไปทางบันไดหนีไฟ

เซียวเฉินไม่ได้แปลกใจสักนิด

หกวันแล้วที่โลกตกอยู่ในความขาวโพลน รัฐบาลเงียบกริบ ความช่วยเหลือไม่มี

ความกดดันเริ่มผลักดันให้ด้านมืดในจิตใจคนเผยออกมา

ตอนนี้อาจจะแค่ด้อมๆ มองๆ ลักเล็กขโมยน้อย

แต่รออีกไม่นาน เมื่อความหวังพังทลายและท้องไส้เริ่มกิ่ว สัญชาตญาณสัตว์ป่าจะเข้าครอบงำ

มนุษยธรรมจะถูกฉีกกระชาก

นักปรัชญาเถียงกันมาเป็นพันปีว่ามนุษย์เกิดมาดีหรือเลว

พวกโลกสวยเชื่อว่าเนื้อแท้คนเราคือความดีงาม

แต่คนหาเช้ากินค่ำรู้ดีว่า "ความเลว" ต่างหากคือสันดานดิบ

กฎหมายและศีลธรรมเป็นแค่กรงขังที่เปราะบาง เมื่อไหร่ที่กรงพังทลาย ปีศาจร้ายในใจคนจะออกมาอาละวาด

ชาติที่แล้วเขาสัมผัสมันมากับตัว

เพื่อบะหมี่ซองเดียว เพื่อนบ้านที่เคยยิ้มแย้มทักทายกัน สามารถคว้ามีดมาแทงกันไส้ไหลได้หน้าตาเฉย

ที่เขาบังคับให้โม่เสี่ยวถงมาเป็น "สาวใช้" ในมุมหนึ่งก็คือการช่วยชีวิตเธอ

ถ้าปล่อยให้เธออยู่ข้างนอก ด้วยความสวยระดับนี้ ไม่ช้าก็เร็วคงตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของพวกเดนมนุษย์

แล้วสุดท้ายก็คงถูกบีบให้กลายเป็นนกต่อมาทำร้ายเขาเหมือนในอดีต

"เห็นในจอไหม?" เซียวเฉินถามพลางชี้ไปที่ทีวี

โม่เสี่ยวถงที่กำลังติดกระดุมเสื้อเงยหน้ามอง พยักหน้าหงึกหงัก "ชั้น 23 มีคนทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วย"

"นั่นแหละเหตุผลที่เธอห้ามกลับไปที่นั่นเด็ดขาด เข้าใจไหม"

"เข้าใจแล้วค่ะ... นายท่าน" เธอตอบรับเสียงอ่อน

"ดี ไปพักผ่อนเถอะ รหัสไวไฟไม่มี ในห้องมีที่ชาร์จแบต ถ้าฉันไม่เรียก ห้ามเข้ามาเด็ดขาด"

เซียวเฉินไล่เธอออกไป ล็อกประตูแน่นหนา แล้วกลับมาประจำการหน้าคอมพิวเตอร์

ชีวิตดี๊ดี

มีสาวใช้คอยปรนนิบัติ มีเกมให้เล่นไม่อั้น ไม่ต้องตอกบัตร ไม่ต้องปั้นหน้าใส่เจ้านาย หิวก็กิน ง่วงก็นอน แถมมีสาวสวยอยู่ข้างกาย

วันสิ้นโลกสำหรับเขาคือสวรรค์ชัดๆ

...

โม่เสี่ยวถงกลับมานั่งเหม่อในห้องพักชั่วคราว (ซึ่งก็คือห้องว่างข้างๆ ที่เซียวเฉินเจาะทะลุไว้)

เธอเองยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะยอมลดตัวมาเป็นคนรับใช้ให้ผู้ชายคนนี้

ยอมทำกับข้าว ซักผ้า ยอมทำทุกอย่างที่เขาสั่ง

นี่ฉันยังเป็นโม่เสี่ยวถงผู้เย่อหยิ่งคนเดิมอยู่หรือเปล่า?

ปากบอกจะมาตกผู้ชาย จะมาทำให้เขาหลงหัวปักหัวปำ

ไหงกลายเป็นเธอเองที่ยอมสยบแทบเท้าเขาล่ะเนี่ย?

แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด

ที่นี่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ปลอดภัย และมั่นคง

ห้องนี้ถูกดัดแปลงจนแข็งแกร่งดุจป้อมปราการ เธอรู้สีกได้ถึงความปลอดภัยที่หาไม่ได้จากห้องเช่ารูหนูของเธอ

เซียวเฉินแข็งแรง ฉลาด (แถมหล่อด้วย)

เทียบกับความหวาดระแวงและความหิวโหยตลอดหลายวันที่ผ่านมา การอยู่ที่นี่คือสวรรค์

แต่เพื่อนๆ ของเธอล่ะ?

คนน่าสงสัยที่ชั้น 23 นั่นต้องไม่ใช่คนดีแน่

เธอหยิบมือถือเปิดกลุ่มแชตแก๊งนางฟ้า : ‘พวกแก กินข้าวกันยัง?’

หลงปิงปิง : ‘หายหัวไปทั้งวันเลยนะยะ ไหนบอกจะไปตกจ้าวตึก ได้เรื่องไหม?’

โม่เสี่ยวถงใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ พิมพ์ตอบเลี่ยงๆ : ‘เขาก็... นิสัยดีนะ ให้ของกินฉันมานิดหน่อย’

โหย่วลี่หยา : ‘เล่ามาซะดีๆ ใช้วิธีไหนหลอกมัน’

โม่เสี่ยวถงไม่กล้าบอกความจริงว่าตัวเองกลายเป็น 'เมียทาส' ไปเรียบร้อยแล้ว : ‘ไม่ได้หลอกย่ะ ฉัน... ฉันแค่ไปช่วยงานเขา ช่วยทำกับข้าวแลกข้าว’

หลงปิงปิง : ‘อย่างแกเนี่ยนะทำกับข้าว?’

โม่เสี่ยวถง : ‘อย่าดูถูกนะยะ ฉันทอดสเต๊กเป็นแล้วย่ะ’

หลงปิงปิง : ‘สเต๊ก? แกเอาเนื้อมาจากไหน?’

โม่เสี่ยวถง : ‘ก็เขาให้มานั่นแหละ’

โหย่วลี่หยา : ‘เสี่ยวถง... แกมีพิรุธนะ อย่าบอกนะว่าแกเอาตัวเข้าแลกเนื้อ?’

โม่เสี่ยวถงนิ่งเงียบ ไม่กล้าปฏิเสธ

หลงปิงปิงรีบแก้ต่าง : ‘อย่าไปว่าเพื่อนสิ เสี่ยวถงไม่ใช่คนใจง่ายแบบนั้น ยัยนี่หัวโบราณจะตาย’

โม่เสี่ยวถงหน้าแดงก่ำ ‘เออ... ฉันหัวโบราณจะตาย แล้วทำไมถึงยอมเขาง่ายๆ แบบนั้นนะ’

ฟ่านมี่มี่ : ‘เสี่ยวถง ถ้าแกทำสเต๊กจริง ถ่ายรูปมาอวดหน่อยสิ ฉันอยากเห็นเนื้อย่าง’

โหย่วลี่หยา : ‘ฮิฮิ ฉันมีโทมาฮอว์กกับไก่ทอดด้วยนะ มี่มี่ เธอก็ลองไปอ้อนจ้าวตึกดูสิ หลอกง่ายจะตาย’

ฟ่านมี่มี่ : ‘ฮือ... มันบล็อกฉันไปแล้วอะ’

สี่สาวเม้าท์มอยกันอย่างออกรสเพื่อลืมความหิวและความกลัว

ใกล้เที่ยง โม่เสี่ยวถงพิมพ์ส่งท้าย : ‘ไม่คุยแล้วนะ ฉันต้องไปทอดสเต๊กแล้ว พวกแกดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าเปิดประตูให้ใครล่ะ’

เธอวางมือถือ หยิบเนื้อสเต๊กที่ละลายน้ำแข็งไว้ออกมา พยายามรำลึกวิชาที่เซียวเฉินสอนเมื่อวาน

ตอนที่เขาซ้อนหลังจับมือเธอทุบเนื้อ... สัมผัสอบอุ่นนั้นยังติดตรึง

ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูเบาหวิวขัดจังหวะภวังค์รัก

โม่เสี่ยวถงสะดุ้ง เดินไปส่องตาแมว แต่ไม่พบใคร

พอกลับเข้าครัว เสียงเคาะก็ดังขึ้นอีก ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

คราวนี้เธอเริ่มกลัว นึกถึงเงาปริศนาที่ชั้น 23 ขึ้นมาทันที

เธอรีบวิ่งไปเคาะประตูห้องเซียวเฉิน หน้าตื่น "นายท่านคะ! มีคนมาเคาะประตู แต่ฉันส่องดูแล้วไม่เห็นใครเลย จะมีคนมางัดห้องหรือเปล่าคะ?"

เซียวเฉินขมวดคิ้ว เดินไปที่ประตู ส่องตาแมวดู ก็ว่างเปล่า

ทันใดนั้น เสียงเคาะเบาๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้งที่ระดับต่ำกว่าสายตา

เซียวเฉินตื่นตัวทันที

เขาซ่อนเสบียงไว้มหาศาล เรื่องนี้เจ้าอ้วนเฝิงรู้ดี

ในวันสิ้นโลก จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง ประมาทไม่ได้

เขาชักปืนกล็อกออกมาขึ้นลำ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งพร้อมปะทะ พลังจากการตื่นรู้ทำให้เขามั่นใจว่ารับมือได้ทุกสถานการณ์

โม่เสี่ยวถงเห็นปืนในมือเขาก็ตาโต ยกมือปิดปากแน่นด้วยความตกใจ

ผู้ชายคนนี้... มีปืน!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - เงาปริศนาบนชั้น 23

คัดลอกลิงก์แล้ว