- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 44 - โลกที่มีเพียงปีศาจจระเข้เจ็บตัว บรรลุผลแล้ว!
บทที่ 44 - โลกที่มีเพียงปีศาจจระเข้เจ็บตัว บรรลุผลแล้ว!
บทที่ 44 - โลกที่มีเพียงปีศาจจระเข้เจ็บตัว บรรลุผลแล้ว!
บทที่ 44 - โลกที่มีเพียงปีศาจจระเข้เจ็บตัว บรรลุผลแล้ว!
"อย่างอื่นข้าไม่เอาแล้ว ฆ่ามันซะ แล้วส่งข้าลงไป ตกลงไหม"
รากษสอดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากขึ้นมา มันประเมินมังกรตายซากตัวนี้ต่ำเกินไป หรือจะพูดให้ถูกก็คือความโลภของมันเองที่บดบังเหตุผล
เรื่องนี้ก็เหมือนกับพวกมนุษย์นั่นแหละ เวลารับเหมาก่อสร้าง ถ้ากุมเงินงวดสุดท้ายเอาไว้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าคนงานจะคิดไม่ซื่อ
ตอนนี้ก็เหมือนกัน ความปรารถนาอันแรงกล้าที่สุดของรากษสคือการออกไปจากโลกใบนี้ และมีเพียงจางเคอเท่านั้นที่ทำได้ เพื่อเป้าหมายแล้วมันจำต้องยอมถอยก้าวหนึ่ง
แม้น้ำเสียงจะดูนอบน้อม แต่การกระทำกลับไม่หยุดยั้ง กรงเล็บแหลมคมยังคงตรึงร่างปีศาจจระเข้เอาไว้แน่น พิษร้ายแทรกซึมผ่านเนื้อหนังเข้าสู่ร่างกาย ความเจ็บปวดและสถานการณ์เฉียดตายทำให้ปีศาจจระเข้สิ้นหวังสุดขีด
โลกที่มีเพียงปีศาจจระเข้เจ็บตัว บรรลุผลแล้ว!
เมื่อเห็นสายตาที่ "เว้าวอน" นี้ จางเคอก็นึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา: อย่าบีบคั้นคนซื่อจนตรอก!
ถึงรากษสจะไม่ใช่คนซื่อ แถมยังไม่ใช่คนด้วยซ้ำ แต่จางเคอก็รู้สึกว่าเขาควบคุมมันได้
แต่ทว่าพวกนายทุนที่โดนลากไปตายตกตามกัน ก็คงเคยคิดแบบนี้เหมือนกันสินะ
ช่างเถอะ จะไปถือสาหาความกับเอ็นพีซีจนเนื้อเรื่องไม่เดินก็คงไม่คุ้ม
ไข่มุกมังกร!
ตราประทับเทพ!
เมื่อประสานเข้ากับพลังเวททั่วร่าง โคลนตมก้นแม่น้ำก็พลิกตลบ สายน้ำสีน้ำเงินสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านไป
ทันใดนั้น หลุมดำมืดก็ปรากฏขึ้นที่ก้นแม่น้ำ พร้อมกับการปรากฏตัวของมัน น้ำวนขนาดใหญ่ก็ก่อตัวขึ้น ดูดกลืนน้ำปริมาณมหาศาลลงไปในหลุมอย่างบ้าคลั่ง
รากษสที่อยู่ไม่ไกลชะเง้อคอมองด้วยความตื่นเต้น จนเผลอคลายมือออก ปีศาจจระเข้ที่ดิ้นรนขัดขืนเกือบจะสะบัดหลุดจนคว่ำมันได้
แต่ก็แค่ขยับได้นิดหน่อย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่รากษส แม้แต่ปีศาจจระเข้เองก็เงยหน้ามองปากหลุมที่ก้นน้ำวนด้วยแววตาสับสน ภาพตรงหน้าดูคุ้นตาพิกล เหมือนเคยได้ยินเรื่องนี้ที่ไหนมาก่อน แต่มันยังไม่ทันจะนึกออก
รากษสก็ออกแรงกอดปีศาจจระเข้แน่น แล้วพุ่งชนเข้าไปในน้ำวนทันที
ความรวดเร็วนั้น แม้แต่จางเคอก็เห็นเป็นแค่เงาสีดำวูบหนึ่งเท่านั้น
"ข้าดูพึ่งพาไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ"
จางเคอฉีกยิ้ม
คำพูดของเขา รากษสคงไม่ได้ยินแล้ว
ในจังหวะที่รากษสกอดปีศาจจระเข้กระโดดลงไป
เบื้องล่างนั้น ก็มีคนสังเกตเห็นรูรั่วที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เงาร่างหลายสายพุ่งออกมาจากมุมมืด บินถลาขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมกันนั้น แขนข้างหนึ่งที่เหลือเพียงกระดูกแห้งกรังก็โผล่ขึ้นมาจากเทือกเขาเบื้องล่าง นิ้วกระดูกทั้งห้ากางออกคว้าจับเงาร่างเหล่านั้นกลางอากาศ
คว้าหมับ บีบเละ เงาร่างหายไปกว่าสามส่วน
เมื่อแขนกระดูกหดกลับไป เสียงเคี้ยวกร้วมๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนแผ่วเบาก็ดังขึ้นในเทือกเขา
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางการสั่นสะเทือนของผืนดิน ยอดเขาโดดเดี่ยวลูกหนึ่งสลัดสิ่งกีดขวางบนตัวออก ยอดเขาถูกดันสูงขึ้น หัวตะพาบขนาดเท่าเนินดินมุดออกมาจากใต้ภูเขา แหงนมองท้องฟ้าแล้วเลียริมฝีปาก "กลิ่นมังกรนี่นา!"
เป็นแค่รูเดียว แต่จางเคอจงใจไม่ตัดกระแสน้ำ
น้ำจำนวนมหาศาลเทลงมาจากฟ้าราวกับฝักบัวยักษ์ สิ่งมีชีวิตข้างล่างที่ยังพอมีลมหายใจ ต่างก็มองเห็นกันหมด
จะไม่ให้ครึกครื้นได้ยังไง
ดังนั้น ตอนที่รากษสกอดปีศาจจระเข้ลงมา แล้วต้องเผชิญหน้ากับ "ดวงตา" นับไม่ถ้วน สัมผัสถึงแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น ผีอย่างมันก็ถึงกับชาไปทั้งตัว
ปีศาจจระเข้ยิ่งดูไม่ได้ เดิมทีก็โดนเล่นงานจนปางตายอยู่แล้ว พอมาเจอกับแรงกดดันนี้เข้า ตาเหลือกแล้วสลบเหมือดไปทันที
เรื่องราวความบันเทิงข้างล่างจะเป็นยังไงก็ช่างมันก่อน
ที่แม่น้ำซางกาน ทันทีที่รากษสหายตัวไป จางเคอก็เริ่มซ่อมแซมรอยรั่วทันที
ไม่มีอะไรหลุดรอดออกมา แต่การที่ปีศาจจระเข้กับรากษสหายไป แถมยังมีรูเปิดที่ก้นแม่น้ำ ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่น้อยๆ พวกภูตผีปีศาจแทบทั้งแม่น้ำต่างก็มารวมตัวกัน แต่ด้วยความเกรงกลัวต่อร่างมังกรของจางเคอ บวกกับกลิ่นอายเทพเจ้าแม่น้ำที่แผ่ออกมา ทำให้พวกมันยังลังเล
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็จุดไฟแห่งความโลภให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
ความลังเลในตอนนี้ ก็แค่กลัวเรื่อง "ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น นกขมิ้นเหลืองจ้องอยู่ข้างหลัง" เท่านั้นเอง
เป็นที่รู้กันดีว่า สัตว์ร้ายนอกจากเวลาสืบพันธุ์และแย่งชิงอาณาเขตแล้ว เวลาอื่นพวกมันจะพยายามเลี่ยงการบาดเจ็บให้มากที่สุด เพราะการบาดเจ็บไม่ได้หมายความว่าต้องอดอยากเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความอ่อนแอลง ซึ่งสัตว์ร้ายตัวอื่นก็จะจับจ้องจะจับกินเป็นอาหารทันที
เหยื่อ จะกินใครก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ
วัวตัวผู้ที่แข็งแรงกับเสือดาวที่บาดเจ็บ ใครรังแกง่ายกว่ากัน
พวกแรกมักอยู่รวมกันเป็นฝูง ส่วนพวกหลังมักหากินตัวเดียว... ดังนั้นเหล่าภูตผีปีศาจแม้จะน้ำลายสอกับร่างกายของจางเคอ อยากได้ตราประทับเทพของเขา แต่เมื่อทุกคนมารวมตัวกัน ก็ต่างกังวลว่าตัวเองจะเป็นตั๊กแตนที่โดนนกขมิ้นจับกิน
ไม่มีใครกล้าเป็นหน่วยกล้าตาย ก็เลยเข้าทางจางเคอ
เขาเร่งความเร็วในการหลอมรวมแม่น้ำซางกาน
ใช่ ทำกันซึ่งๆ หน้าแบบไม่เกรงใจนี่แหละ
จนกระทั่งมีเสียงตะโกนดังมาจากฝั่ง
"เจ้าปีศาจบังอาจ กล้าดียังไง..."
พูดยังไม่ทันจบ หัวงูขนาดเท่าเตาหุงต้มก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำ เท่านั้นแหละ เหมือนเอามือไปแหย่รังแตน โลงศพ ปีศาจศพ วิญญาณแค้น ผีน้อย กุ้งหอยปูปลา เต่าตะพาบ โผล่กันออกมามืดฟ้ามัวดินกินพื้นที่แม่น้ำไปเป็นกิโลเมตร
เจ้าเมืองที่เพิ่งตะโกนปาวๆ จะเคยเห็นภาพแบบนี้ที่ไหน เจอเข้าไปถึงกับตาเหลือก "เป็นลม" ล้มตึงหงายหลังไปทันที พวกข้าราชการและลูกน้องอยากจะเข้าไปประคอง แต่ขาแข้งอ่อนแรง มือไม้สั่นไปหมด ลังเลอยู่แวบเดียวก็ได้ยินเสียง "ตึง"
ท้ายทอยกระแทกพื้นเต็มรัก เสียงทึบๆ ฟังแล้วเจ็บแทน
แต่กลับไม่มีใครกล้าขยับ แม้แม่น้ำซางกานตอนนี้จะดูคึกคัก แต่บรรยากาศกลับเงียบกริบชวนอึดอัด
พวกภูตผีปีศาจที่เมื่อกี้ยังเอะอะโวยวายว่าจะกินเนื้อมังกร จะเป็นเทพเจ้าแม่น้ำ ตอนนี้กลับเงียบกริบเหมือนไก่ป่วย
ใต้น้ำมีมังกรตายซากที่จ้องจะเป็นเทพเจ้าแม่น้ำ พวกเดียวกันเองก็ไม่เป็นหนึ่งเดียว แถมยังมีมนุษย์ที่มาปราบปีศาจโผล่มาอีก
บอกตามตรง ปีศาจน้อยหลายตัวเริ่มเผ่นแน่บแล้ว
พวกมันเดิมทีก็มาเป็นกองเชียร์ให้พวกขาใหญ่ แต่ตอนนี้เหรอ
ดูเงาร่างที่นอนทอดกายอยู่หน้าถ้ำนั่นสิ ดูขี้เกียจแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจบารมี แค่นอนตะแคงยังดูน่าเกรงขามขนาดนี้
เผ่าพันธุ์มังกร!
นี่มันมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ชัดๆ!
ถึงดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ค่อยดี แต่ถ้านายตัวจริงมาแล้ว เจ้านายกำมะลอจะนับเป็นตัวอะไรได้
ก็พวกมันอ่อนแอเกินไป ไม่ว่าจะมนุษย์บนฝั่ง หรือปีศาจร้ายตรงหน้า ปีศาจน้อยที่มีความรู้หน่อยก็ตัดสินใจว่าจะไม่ทำให้นายท่านต้องลำบากใจ
ไปก่อนล่ะนะ
อืม ไม่ได้รักตัวกลัวตายเลยจริงๆ นะ!
ค่อยๆ ทยอยกันหายไปจนเกลี้ยง สัตว์น้ำสลายตัว วิญญาณเจ้าที่ก็ถอยออกไปวงนอก ส่วนที่ยังรั้นยืนอยู่ที่เดิม ส่วนใหญ่ก็คือพวกกระดูกสันหลังหวะที่เขาเคยจัดการไปคราวก่อน ส่วนมนุษย์บนฝั่ง จางเคอขี้เกียจจะสนใจ
เขารออย่างใจเย็น
ในที่สุด ก็มีปีศาจใหญ่ทนไม่ไหว กัดฟันพูดออกมา "เจ้าทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ!"
ต่อให้เจ้าจะมีของดี มีพลังแกร่งกล้า แต่ภาษิตว่าไว้ มังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูเจ้าที่ เห็นพวกเราเยอะขนาดนี้ "คน" เยอะขนาดนี้ ช่วยถอยกันคนละก้าว ให้เกียรติกันหน่อย พอมีหน้ามีตาแล้ว จะโหวตให้เจ้าเป็นเทพเจ้าแม่น้ำมันก็เรื่องสมเหตุสมผลไม่ใช่หรือไง
รู้จักไหม มารยาทสังคมปีศาจน่ะ!
"ข้ายังมีที่เกินไปกว่านี้อีก อยากลองดูไหมล่ะ"
[จบแล้ว]