- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 24 - รับภรรยาไหมครับ?
บทที่ 24 - รับภรรยาไหมครับ?
บทที่ 24 - รับภรรยาไหมครับ?
บทที่ 24 - รับภรรยาไหมครับ?
ณ จุดที่เปราะบางของร่องน้ำ จางเคอปัดตะกอนก้นแม่น้ำออกอย่างเบามือ แล้วมุดลงไปในชีพจรวารีใต้ดินอย่างระมัดระวัง
ดำดิ่งตามกระแสน้ำลงไปเรื่อยๆ
เมื่อถึงความลึกระดับหนึ่ง จางเคอก็สัมผัสได้ทันทีว่าในความมืดอันเงียบงันนั้น คล้ายมีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองเขาอยู่
และตราประทับที่สลักลึกอยู่ในวิญญาณมังกรของจางเคอ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเทพเจ้าแม่น้ำ ก็พลันเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
แสงสว่างบาดตาก่อตัวเป็นวงแหวนรอบกาย ขับไล่ความมืดมิดพร้อมกับเผยให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว จางเคอถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เหมือนกันเปี๊ยบ!
ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนกับสภาพของต้าถงที่อยู่ข้างบนถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แม้แต่แม่น้ำใต้เท้าก็ยังเป็นรูปร่างที่จางเคอคุ้นเคย แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ที่นี่ไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิต!
มองไปรอบทิศ
แผ่นดินสีดำแดงที่ส่งกลิ่นคาวเลือด ซากปรักหักพังที่เห็นได้ทั่วไป ซากศพที่เน่าเปื่อยจนเหลือแต่กระดูกขาวโพลน และแม่น้ำหุนที่ไหลรินราวกับเลือดสดๆ ส่วนสายตาที่ลอบมองเหล่านั้นก็ซ่อนตัวอยู่ตามแผ่นดินที่แตกสลายราวกับวันสิ้นโลกนี้
พวกมันหลบอยู่ในมุมมืด ใช้สายตาโลภมากจ้องมองเขาตลอดเวลา
จางเคอข่มสัญญาณเตือนภัยที่ส่งมาจากตราประทับครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วขยับลงไปใกล้ๆ อีกหน่อย แต่ก็ยังรักษาตำแหน่งให้อยู่ในขอบเขตของชีพจรวารีเสมอ
เล่นเกมบ้าบิ่นได้ แต่จะไปแจกชีวิตโง่ๆ ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ขนาดพวกพระพวกนักพรตที่คนเยอะๆ ยังเสียหายหนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวก "ตกยุค" เหล่านี้ จางเคอไม่อยากเอาตัวไปทิ้งเปล่าๆ
เขาตั้งใจแค่จะวนเวียนดูอยู่ขอบๆ ทางที่ดีหา "ตัวเป็นๆ" สักตัวสองตัวแล้วจำลักษณะไว้ รอให้เสนาบดีเต่าของเขากลับมาค่อยถามว่ามีความเห็นยังไง
วางแผนก่อนเคลื่อนไหว
มีบทสรุปเกมอยู่ในมือ ไม่ว่าจะลงดันเจี้ยนระดับสูงหรือตบบอส ก็ย่อมรีดไขมันออกมาได้แน่!
ภายใต้สมาธิอันจดจ่อ
จางเคอกำลังบันทึกแผนที่ทั้งหมดลงในสมองอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นแสงรอบกายเขาก็วูบไหว วินาทีต่อมาเสียงต่างๆ ก็ดังก้องขึ้นข้างหู
"เผ่ามังกร สมัยราชวงศ์หยวนทำไมหาไม่เจอนะ ถ้าตอนนั้น..."
"เพิ่งตายมาหมาดๆ สิท่า จุ๊ๆ"
"ธาตุแท้ของมนุษย์เจ้าก็เห็นแล้ว เป็นไง สนใจมาร่วมมือกับพวกเราไหม?"
"เก้าแคว้นนี้มันใกล้จะพังทลายเต็มทีแล้ว มานั่งบัลลังก์เทพตอนนี้ มันจะต่างอะไรกับพวกฮ่องเต้ราชวงศ์สุดท้าย... สู้มาร่วมกับพวกเรา พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน รอให้ถึงเวลาโกลาหล..."
เสียงจอแจดังข้างหูจางเคอ เหมือนมีผู้หญิงหลายสิบคนมาทะเลาะกัน แต่น่าเสียดายที่สกิล [ปณิธานไม่สั่นคลอน] ไม่ได้มีผลแค่ในโลกจริง แม้แต่ในเกมก็ยังส่งผล
จางเคอมีภูมิคุ้มกันต่อคำล่อลวงแฝงเจตนาชั่วร้ายเหล่านี้โดยสมบูรณ์ เขาพยายามวิเคราะห์ข้อมูลจากเสียงพวกนี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกมันถูกฝังไว้นานเกินไป หรือจงใจกวนประสาทกันแน่?
วิชาอ่อยเหยื่อแต่ไม่ให้กินนี่ช่ำชองเหลือเกิน พูดนิดหยุดหน่อย ให้คนคันหัวใจเล่น
อยากให้ม้าวิ่ง แต่ไม่ให้หญ้าม้ากิน
ถึงจะให้ผลประโยชน์มา จางเคอก็พร้อมจะเทพวกตกยุคพวกนี้อย่างเลือดเย็นอยู่แล้ว แต่นี่ยิ่งไม่ให้กินฟรี เขายิ่งเททิ้งแบบไม่ลังเลเลย
ไอ้พวกผีจนยาก ไร้ประโยชน์ก็นอนเน่าอยู่ใต้ดินต่อไปเถอะ!
แม้ในความรู้สึกเขาจะลงไปแค่แป๊บเดียว แต่พอกลับขึ้นมาที่แม่น้ำหุน เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันที่สองแล้ว แถมเฒ่าเต่าที่อาสาไปติดต่อปีศาจบกก็พากลุ่มคนกลับมาแล้วด้วย
ริมฝั่งแม่น้ำ ในศาลเจ้าแม่น้ำร้าง
จางเคอนั่งทับอยู่บนรูปปั้นเทพที่พังทลาย ด้านหลังคือเฒ่าเต่าที่ยืนสองขาแบกกระดองเหมือนตาแก่หลังค่อม
ส่วนตรงข้ามพวกเขา มีชายสองหญิงหนึ่งนั่งอยู่
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องดูอายุราวๆ ยี่สิบเจ็ดปี ชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนหน้าตาดุร้ายที่แผ่รังสีอำมหิตตลอดเวลา และชายชราตาตี่ถือไม้เท้าที่ดูมืดมน
นี่คือ "เพื่อน" ที่เฒ่าเต่าว่า
ผู้หญิงคือจิ้งจอก ชายฉกรรจ์คือเสือ ส่วนตาแก่คือพังพอนเหลือง
ข้ามเรื่องที่ยัยปีศาจจิ้งจอกเอาแต่จ้องเขาตาเป็นมันแถมทำท่าทางยั่วยวนตลอดเวลาไปก่อน จางเคอสนใจชายฉกรรจ์กับตาแก่พังพอนเหลืองมากกว่า สองคนนี้ก็จ้องจางเคอเหมือนกัน แววตาไหวระริกไม่รู้คิดอะไรอยู่
สุดท้าย เฒ่าเต่าเป็นคนทำลายความเงียบ "ทั้งสามท่านทำแบบนี้หมายความว่าไง ก่อนเข้าประตูมายังไม่เป็นแบบนี้ หรือว่าตอนนี้เกิดเปลี่ยนใจอะไรขึ้นมา?"
"เหอะ เฒ่าเต่า ก่อนหน้านี้แกไม่ได้บอกนี่หว่า ว่าท่านเทพเจ้าแม่น้ำองค์นี้ ร่างจริงเป็นมังกร!"
ตาแก่พังพอนเหลืองมองดูอีกสองคนที่ยังนิ่งอยู่ แล้วแค่นเสียงเย็นก่อนเอ่ยปาก "แถมยังเป็นตัวที่หนีออกมาจากวังต้องห้ามด้วย!"
ประโยคเดียวทำเฒ่าเต่าก้าวออกมาบังหน้า "ใช่หรือไม่ใช่แล้วมันสำคัญนักรึไง? อีกอย่าง ต่อให้บำเพ็ญเพียรจนกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พวกเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนจริงๆ เหรอ? หรือคิดว่าทำดีนิดหน่อย มีชาวบ้านมาจุดธูปไหว้ไม่กี่ดอก ก็กลายเป็นเทพยืนฝั่งเดียวกับต้าหมิงแล้ว? เหอะ ตื่นรึยัง? พวกเจ้าเนี่ยนะ ถ้าโดนเจอตัวก็ไม่มีจุดจบดีๆ หรอก ยิ่งเป็นปีศาจแปลงกายระดับนี้ ยิ่งหายาก! ตั้งแต่ขนยันเลือดเนื้อกระดูก ไปจนถึงวิญญาณ ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นยอดทั้งนั้น!"
"พูดเกินไปแล้ว!" ชายฉกรรจ์ขมวดคิ้ว "ข้าไม่ปฏิเสธคำพูดเจ้า แต่ก็ไม่ถึงกับเจอหน้าแล้วต้องฆ่าต้องแกง ข้าไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายฟ้าดินลงโทษ ก็ต้องเปิดโอกาสให้พูดบ้าง อีกอย่างคนที่มีปัญญาเลาะกระดูกถลกหนังพวกเรา ในต้าหมิงก็นับหัวได้ แค่หลบๆ หน่อยก็สิ้นเรื่อง"
"แต่ท่านผู้นี้ เกือบเดือนก่อนทำวังต้องห้ามพังพินาศ ตอนนี้ทางการกำลังวุ่นวายกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม ไม่งั้น..."
"เฒ่าเต่า ครั้งนี้ช่างมันเถอะ วันหลังเรื่องแบบนี้อย่าตัดสินใจเองโดยพละการ!"
จางเคอลุกขึ้นยืน มองลงไปยังปีศาจทั้งสาม
"ก็แค่พวกมีดีแค่เปลือก อยากจะเลียนแบบมนุษย์ แต่ดันออกมาดูไม่จืด!"
ไม่เข้าใจหลักอุปสงค์อุปทานเลย
สิ่งที่จางเคอต้องการก็แค่เครื่องจักรย่อยอาหาร ที่จะมาช่วยกินไอวิญญาณส่วนเกินที่เขาไม่ต้องการและอาจชักนำภัยพิบัติมาให้
ส่วนพวกมันต้องการไอวิญญาณเพื่อบำเพ็ญเพียร ต้องการพลังเพื่อเลี้ยงดูเผ่าพันธุ์ให้เจริญรุ่งเรือง!
พูดง่ายๆ คือพวกเอ็งอดมื้อกินมื้อจนจะตกเส้นความยากจนอยู่แล้ว พอมีโอกาสได้งานทำเลี้ยงปากท้อง ดันมาเรื่องมากถามถึงสวัสดิการโบนัส ไม่มีประกันสังคมไม่ทำ!
มาต่อรองเงื่อนไขกันแบบนี้เนี่ยนะ?
งั้นก็อดตายไปเถอะ!
คนต่อไปดีกว่า ว่านอนสอนง่ายกว่าเยอะ...
"..."
ปีศาจเสือกับเฒ่าพังพอนโดนจางเคอด่ากราดจนมึน
ก็นะ ปกติเป็นราชาเจ้าถิ่น มีลูกสมุนเป็นร้อยเป็นพัน ความเคยชินทำให้พวกมันรู้สึกไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันที่อารมณ์จะปะทุ หญิงสาวที่นั่งยั่วยวนมาตลอดก็ลุกขึ้นมายืนหน้าประตู โค้งคำนับอย่างอ่อนช้อย
"เมื่อครู่ข้าน้อยเสียมารยาทไปหน่อย ปฏิกิริยาช้าไปนิด ไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นแบบนี้"
"เรื่องราวความเป็นมาท่านผู้เฒ่าเต่าก็ได้บอกกล่าวแล้ว ข้าน้อยย่อมเห็นด้วย แต่ในเมื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ข้าน้อยก็ควรจะได้รับอะไรจากท่านเทพผู้สูงส่งบ้าง..."
จางเคอหรี่ตามอง "เจ้าต้องการอะไร?"
"ท่านเทพเพิ่งขึ้นรับตำแหน่ง คิดว่าบริวารคง... แน่นอนว่าเรื่องต่อตีฆ่าฟันครอบครัวข้าน้อยไม่ถนัด แต่เรื่องดูแลชีวิตประจำวันของท่านเทพ... หากท่านเทพไม่รังเกียจ ที่บ้านข้าน้อยมีลูกสาวอยู่มากโข มิสู้ท่านลองเลือกไปสักคนสองคนดีไหมเจ้าคะ?"
[จบแล้ว]