- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 22 - ท่านเสนาบดีเต่า ท่านมีความเห็นอย่างไร?
บทที่ 22 - ท่านเสนาบดีเต่า ท่านมีความเห็นอย่างไร?
บทที่ 22 - ท่านเสนาบดีเต่า ท่านมีความเห็นอย่างไร?
บทที่ 22 - ท่านเสนาบดีเต่า ท่านมีความเห็นอย่างไร?
เที่ยงวัน ตื่นขึ้นมาจากเกมอีกครั้ง
เงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอยู่กลางท้องฟ้า เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
เพราะรู้สึกว่า "เนื้อเรื่อง" ฝั่งแม่น้ำหุนเริ่มจะตันๆ จางเคอเลยคิดจะเปลี่ยนทิศทางแก้ปัญหา ดูซิว่าใต้หล้ากว้างใหญ่ขนาดนี้จะไม่มีที่ให้เขายึดหัวหาดสักที่เลยเหรอ?
ทว่า ความจริงพิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้จริงๆ!
ครั้งแรก เขาคิดจะขึ้นเหนือไปทุ่งหญ้า แต่ดันโดนกำแพงเมืองจีนสกัดดาวรุ่งตอนผ่านด่านชายแดน แล้วก็ตายอนาถใต้กองทัพ วิญญาณแตกสลาย ร่างกายกับลูกแก้วมังกรถูกแม่ทัพชายแดนห่ออย่างดี ส่งม้าเร็วเข้าเมืองหลวง
ครั้งที่สองคิดจะลงใต้ พอข้ามเทือกเขาฉินหลิงไปก็พบว่า ต้าหมิงฝั่งเหนือกับฝั่งใต้นี่มันหนังคนละม้วนเลย!
วัดวาอารามทางเหนือทรุดโทรม เทพเจ้าเสื่อมถอย แต่ทางใต้แม้จะเสื่อมถอยเหมือนกัน แต่วัดหลายแห่งยังขลังอยู่มาก จางเคอถูกเจอตัวตอนอยู่ไกลจากแม่น้ำแยงซี ถูกพวกพุทธขวางไว้... ผ่านกรรมวิธีเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน วิญญาณมังกรของเขาเลยกลายเป็นรอยสักบนหลังพระรูปหนึ่ง ส่วนกระดูกมังกรกับลูกแก้วมังกรถูกเอาไปทำวัตถุมงคล
ครั้งที่สาม คิดว่าเหนือกับใต้ไม่มีทางรอด เลยเปลี่ยนทิศ กะว่าจะอาศัยช่วงน้ำหลากหนีลงทะเลปั๋วไห่ มังกรลงทะเลยังไงก็น่าจะรอดง่ายกว่าบนบก แต่... ผลคือเขาคิดเยอะไป!
ในทะเลอันตรายกว่าบนบกซะอีก!
บนบก เครือข่ายชีพจรธรณีกับชีพจรวารีฝังกลบราชวงศ์ต่างๆ ไว้ใต้ดิน อย่างน้อยบนผิวดินก็ปลอดภัย
แต่ในทะเล ไม่มีใครมานั่งว่างทำเรื่องพรรค์นั้น!
ดังนั้น ทันทีที่จางเคอลงทะเล กลิ่นอายมังกรก็เริ่มดึงดูดแมลงภู่ผึ้ง
ไม่ว่าจะเป็นปีศาจสัตว์น้ำ สัตว์สายเลือดมังกร หรือแม้แต่พวกตัวประหลาดที่กลายเป็นสิ่งลี้ลับในทะเลลึก ต่างแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน หวังจะแบ่งเค้กจากตัวเขา
ผลลัพธ์คือน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หลังจากผลาญลูกแก้วมังกรจนหมดและปั่นป่วนทะเลปั๋วไห่จนพังพินาศ จางเคอก็ม่องเท่ง
ตายเพราะโดนรุมสหบาทา!
พอถูกเตะออกจากเกมอีกรอบ ได้คูลดาวน์หกชั่วโมงมาครอง จางเคอที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงก็สบถออกมาอย่างหัวเสีย
"แม่ง เอากำแพงล่องหนมากั้นกันเลยใช่ไหม?"
ต่อให้เป็นคนใจเย็นแค่ไหน เจอแบบนี้ก็อดหัวร้อนไม่ได้
ยังดีที่ตื่นมาบนเตียง ข้างๆ ไม่มีอะไรให้หยิบมาปาทิ้งระบายอารมณ์ ไม่งั้นจางเคอคงได้กลายเป็นพวกหัวรุนแรงไปแล้ว
เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าแผนที่แม่น้ำหุนจะเป็นแค่พื้นที่มือใหม่จริงๆ
ทิศทางอื่น ทุกที่ล้วนเป็นแผนที่ระดับสูง มอนสเตอร์เลเวลสูง
จะขยับไปทางไหนก็ต้องระวังทุกฝีก้าว พลาดนิดเดียวคือตาย บางที่นี่คือทางตันชัดๆ!
โชคดีที่สกิลใหม่เจ๋งพอ สกิล [ปณิธานไม่สั่นคลอน] ช่วยลดผลกระทบจากการตายในเกมลงไปเยอะ ตอนนี้ตายทีก็แค่ปวดหัวเหมือนเป็นหวัด
การค้นพบนี้ทำให้จางเคอโล่งอกไปเปราะใหญ่
ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่เขากลัวไม่ใช่เรื่องตายบ่อย แต่กลัวจิตใจรับไม่ไหวจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราต่างหาก?
ตอนนี้ ถึงจะยังซ่าไม่ได้เต็มที่ แต่อยู่ในขอบเขตที่จำกัด ก็น่าจะพอให้พวกคนพื้นเมืองได้สัมผัสหน่อยว่า "ภัยพิบัติที่สี่" (ผู้เล่น) มันเป็นยังไง!
เนื้อเรื่องตันเหรอ?
ไม่เป็นไร ตายบ่อยๆ เดี๋ยวก็ผ่านเองแหละ
พอหมดคูลดาวน์หกชั่วโมง จางเคอก็ล็อกอินเข้าเกมอีกครั้ง คราวนี้มุ่งหน้าขึ้นเหนือเหมือนเดิม
แน่นอน ไม่ได้จะไปชนกำแพงเมืองจีน อันนั้นไร้สาระ แผนลงใต้กับลงทะเลก็พับเก็บไปก่อน
จางเคอตอนเพิ่งเข้าเกมก็เหมือนเด็กถือทองเดินผ่านตลาด ใครเห็นก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาฉก เพราะงั้นสู้กลับทางเดิมดีกว่า
ยังคงเป็นแม่น้ำหุน ยังคงเป็นไอ้ลิงน้ำซวยๆ ตัวเดิม ปีศาจปลาดุก ปีศาจศพ... เจ็ดวันผ่านไป พร้อมกับที่กุ้งหอยปูปลาจัดการกินกองทัพปรสิตจนเกลี้ยง จางเคอก็นั่งแท่นเจ้าที่แม่น้ำหุนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้รีบร้อนจัดระเบียบชีพจรวารี และไม่มีกะจิตกะใจจะไปสื่อสารกับคนบนฝั่ง
ใต้ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าบริวารสัตว์น้ำ จางเคอมองดูพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าแม่น้ำด้วยสายตาเย็นชา
บทสวดที่ยาวเหยียดเหมือนผ้าพันเท้าถูกนายอำเภออ่านออกมา วัว แพะ ม้า สามสัตว์เซ่นไหว้ถูกชายฉกรรจ์โยนลงน้ำพร้อมโต๊ะบูชา และที่มาพร้อมกับของพวกนี้ยังมีเด็กหกคนที่ถูกมัดอยู่บนแพ กับหญิงสาวสวมชุดเจ้าสาวอีกสองคน
ทนดูเครื่องเซ่นไหว้ทั้งหมดค่อยๆ จมลงสู่ก้นน้ำ ตอนนี้นายอำเภอและชาวบ้านบนฝั่งถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
ตั้งแต่ต้นจนจบ แม่น้ำหุนสงบนิ่งไร้คลื่นลม นั่นแสดงว่าพิธีกรรมสำเร็จ ท่านเทพเจ้าแม่น้ำไม่ได้โกรธเคือง!
ส่วนพวกพระกับนักพรตที่ยืนดูอยู่...
ก็ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหรอก เพียงแต่คนที่มาอยู่แถบชายแดนต้าถงได้ ส่วนใหญ่อนาคตไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ก็ใครจะส่งลูกหลานคนโปรดมาตกระกำลำบากแถวชายแดนกันล่ะ?
ถ้าไม่ฝีมือห่วยแตก
หรือพูดให้ตรงกว่านั้น จ้างเท่าไหร่ก็ทำแค่นั้น
เงินที่นายอำเภอจ่าย ก็พอแค่ให้พวกเขามาช่วยเป็นหน้าม้า แนะนำนิดๆ หน่อยๆ ส่วนเรื่องอื่นก็ทำเป็นมองไม่เห็น อาตมา/ข้าพเจ้ายังอยากมีชีวิตยืนยาวอยู่นะ!
ด้วยความคิดแบบนี้ พวกเขาก็ยิ้มรับเงินบำเหน็จ บ่นอุบอิบสองสามคำแล้วก็แยกย้ายไปพร้อมฝูงชน
แม้ฝูงคนจะจากไปแล้ว แต่จางเคอไม่ได้คิดว่าเรื่องจะจบลงง่ายๆ ตราบใดที่เขาทำหน้าที่เทพเจ้าแม่น้ำ พวกคนท้องถิ่นพวกนี้ก็จะแห่กันมาเหมือน "แมลงวัน" ได้กลิ่น
รับตำแหน่งแล้ว ก็ต้องทำงาน!
ถึงจะไม่ได้เป็นเทพเพราะแรงศรัทธา ไม่ได้ถูกผูกมัดแน่นหนาขนาดนั้น แต่เมื่อถือครองอำนาจเทพเจ้าแม่น้ำ จางเคอก็ต้องรับผิดชอบตามหน้าที่!
แต่ต้องรับผิดชอบ ไม่ได้แปลว่าต้องทำเดี๋ยวนี้
ความยุติธรรมยังมาช้าได้ แล้วเทพเจ้าแม่น้ำจะเข้างานสายหน่อยจะเป็นไรไป?
คิดได้ดังนั้น จางเคอก็โบกมือไล่สัตว์น้ำส่วนใหญ่ออกไป เหลือไว้แค่พวกมนุษย์ปลาที่กินปีศาจปลาดุกกับหนอนจนวิวัฒนาการ แล้วพาเข้าสู่แม่น้ำสาขา
อาศัยอำนาจเทพเจ้าแม่น้ำ บีบให้ปลาคาร์ปแฟนซีที่ซ่อนตัวอยู่ออกมาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็เผยวิญญาณมังกรโชว์รัศมีราชันย์สักหน่อย จางเคอก็รับลูกน้องที่มีสมองตัวแรกได้อย่างราบรื่น
จากนั้นก็ทำตามสูตรเดิม พาเจ้ามังกรคาร์ปที่เป็นไส้ศึก จางเคอก็ไล่เช็คบิลทีละตัว
และ ในเมื่อครั้งแรกเขาเลือกที่จะเมินเฉย มาตรฐานในการเลือกลูกน้องของจางเคอก็เลยผ่อนปรนลงบ้าง แต่พวกที่เคยกิน... คนนี่ห้ามเด็ดขาด!
สุดท้าย ฆ่าไปจำนวนหนึ่ง ที่เหลือรอดมาได้ก็มีแค่สัตว์น้ำปีศาจแปดตัว รวมมังกรคาร์ปเป็นเจ็ด ตัวสุดท้ายที่เหลือคือเต่าหญ้าตัวหนึ่ง ไม่มีกุ้งฝอยปูนาสักตัว
นี่ คือกองกำลังเริ่มแรกของเขา
พอดึกสงัด จางเคอใชตราประทับจำกัดขอบเขตให้แคบที่สุด แล้วเรียกสัตว์น้ำทั้งแม่น้ำมาแบ่งปันไอวิญญาณที่เขาคายออกมา โดยเฉพาะแปดปีศาจน้ำ นอกจากเต่าหญ้าแล้วไม่เคยมีปลาตัวไหนได้รับเกียรติขนาดนี้ ตาแดงก่ำกันเป็นแถว
หนึ่งคืนแห่งความ "เงียบงัน" นอกจากคลื่นลมในแม่น้ำจะแรงขึ้นหน่อย ผลกระทบต่อภายนอกแทบไม่มี
วันรุ่งขึ้น พอดวงอาทิตย์ขึ้น จางเคอก็หยุดการกระทำ เก็บตราประทับพร้อมมองดูเหล่าปีศาจที่ค่อยๆ ได้สติ แล้วเอ่ยว่า "กฎสามข้อบอกไปหมดแล้ว ถ้าใครไม่ทำตาม ถึงเวลาอย่าหาว่าเปิ่นเสิน (เทพองค์นี้) ไม่เตือน"
"เฒ่าเต่าอยู่ก่อน พวกเจ้าที่เหลือลงไปย่อยพลังกันก่อน เรื่องลาดตระเวนแม่น้ำค่อยว่ากัน!"
"รับทราบ!" ปลาหมอญวนตัวหนึ่งรับคำเป็นตัวแรก แล้วรีบว่ายจากไป จากนั้นปีศาจน้ำตัวอื่นก็รีบตามไป สุดท้ายเจ้ามังกรคาร์ปยังโขกหัวให้จางเคอทีกนึ่ง ค่อยว่ายต้วมเตี้ยมจากไป
"เจ้านี่นะ!" จางเคอยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันไปมองเต่าเฒ่า "ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าเคยรับใช้เทพเจ้าแม่น้ำองค์ก่อน งั้นตอนนี้มาอยู่ใต้บังคับบัญชาข้า เจ้ามีอะไรจะสอนข้าบ้าง?"
[จบแล้ว]