- หน้าแรก
- ระบบปั้นยอดเชฟ เริ่มต้นที่แผงลอยข้างทาง
- บทที่ 34 - ระเบิดความหอม
บทที่ 34 - ระเบิดความหอม
บทที่ 34 - ระเบิดความหอม
บทที่ 34 - ระเบิดความหอม
"พี่... พี่น้องตระกูลลู่เหรอ?!"
เมื่อเห็นสองพี่น้องควงคู่กันมาตามคำเชิญ
แก๊งสามหน่อถงคุน หลิวหง และเหลียงกุ้ยฉิน ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างระมัดระวังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
พวกเขาสามคนอาจจะมีชื่อเสียงในตัวเมืองท้องถิ่นพอสมควร
แต่พอเทียบกับมังกรเมืองหลวงที่ไปไหนก็มีแต่คนเกรงใจ ตัวพวกเขาก็ดูต้อยต่ำลงทันที
ตระกูลลู่
นั่นคือตระกูลมหาเศรษฐีระดับท็อปที่ผลิตเชฟระดับมังกรออกมาทุกรุ่น
บรรพบุรุษลู่อี่ เป็นศิษย์เอกของจักรพรรดิอาหารเสฉวนหลิวหม่าหลิว นั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งของเชฟมังกรในวังหลวงอย่างมั่นคง
เพียงแต่ว่า ตระกูลลู่ก็กำลังเผชิญปัญหาคนรุ่นใหม่สานต่อไม่ทัน
ว่ากันว่าผู้นำตระกูลรุ่นปัจจุบัน คุณปู่ท่านนั้น ติดอยู่ที่ระดับเชฟกิเลนมานานมากแล้ว อาจจะบรรลุธรรมแล้วทะลวงผ่านไปได้ หรืออาจจะจบชีวิตการเป็นเชฟไว้ที่ระดับกิเลนแค่นี้ก็ได้
ในตอนนั้นเอง
รถคันที่ห้าก็เปิดไฟขับมาจากถนนในหมู่บ้าน
เห็นหลานชิงหย่าลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ หันไปเปิดประตูหลัง เชิญนาคิริ มานะ ลิ้นเทพเจ้าผู้โด่งดังระดับโลกออกมา
แก๊งสามหน่อถึงกับเอ๋อรับประทาน
"นาคิริ มานะ..." ถงคุนหน้าถอดสี เขาเคยไปเรียนต่อและทำงานที่ญี่ปุ่นหลายปี จึงรู้ดีว่านามสกุลนาคิริมีอิทธิพลน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนในวงการอาหารญี่ปุ่นปัจจุบัน
"เมื่อสองวันก่อน ขาใหญ่วงการอาหารยุโรปท่านนี้ ยังออกข่าวช่องกลางอยู่เลยไม่ใช่เหรอ"
หลิวหงปากคอแห้งผาก
เหลียงกุ้ยฉินเป็นบรรณาธิการบริหาร 《หนังสือพิมพ์อาหารลี่เจียง》 พอเห็นคุณนาย 【ลิ้นเทพเจ้า】 ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาปรากฏตัวตรงหน้า ก็ตื่นเต้นจนแทบบ้า
ในหัวเต็มไปด้วยความคิดว่าจะสัมภาษณ์ขาใหญ่ท่านนี้ยังไง จะสร้างข่าวใหญ่ในวงการยังไงดี
แม้แต่พี่น้องตระกูลลู่เจอนาคิริ มานะ ยังตกใจ
"สวัสดีครับคุณนาคิริ"
ลู่ซูกวงรู้ดีถึงความขลังของตำแหน่ง 「เจ้าหน้าที่บริหารระดับพิเศษเพียงหนึ่งเดียว」 ของนาคิริ มานะ นางก็คือบอสใหญ่เบื้องหลังของสมาคมอาหารนานาชาติยุโรปนั่นแหละ
ไม่ใช่สิ ไม่ถือว่าเป็นเบื้องหลัง แต่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเพียงหนึ่งเดียวในเบื้องหน้าต่างหาก
"ฉันรู้จักคุณ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลลู่"
นาคิริ มานะปรายตามองลู่ซูกวงที่เข้ามาทักทายตามมารยาท แล้วพูดเรียบๆ
งานเลี้ยงระดับรัฐเมื่อสองวันก่อน ลู่ซูกวงที่เป็นว่าที่เชฟงานเลี้ยงแห่งชาติ เชฟระดับ 9 ดาว ไม่ได้เสนออาหารขึ้นโต๊ะ จึงไม่มีสิทธิ์ท้าทาย 【ลิ้นเทพเจ้า】 ของเธอ
เลขาสาวผู้ติดตามซึ่งเป็นล่ามด้วย รีบแปลคำพูดของนาคิริ มานะ ให้ลู่ซูกวงฟังทันที
"ผมยังห่างชั้นอีกเยอะครับ"
ลู่ซูกวงถ่อมตัว ยิ้มบางๆ แล้วหลีกทางให้
ตอนนั้นเอง ลู่เจียซินก็กระซิบแทรกขึ้นมาว่า
"ระหว่างทางมา ฉันวีแชทถามเถ้าแก่เซี่ยแล้ว เขาบอกว่าพวกเรามาถึงก็เข้าบ้านได้เลย"
เว้นจังหวะนิดหนึ่ง
ลู่เจียซินชูมือถือส่ายไปมา
"เถ้าแก่เซี่ยดูเหมือนจะยุ่งอยู่ ให้พวกเราตามสบาย ฮิฮิฮิ เขาอาจจะกำลังยุ่งกับการเตรียมงานเลี้ยงอาหารอยู่ก็ได้"
ได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ไม่แปลกใจ
เหมือนกับดั้นด้นไปตามรีวิว ไปร้านอาหารลึกลับในชนบท เพื่อกินอาหารฝีมือเชฟเทวดาที่เร้นกาย
จะหวังให้ยอดคนเดินออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง คงไม่มีทาง
มีแค่หลานชิงหย่าที่สีหน้าแข็งทื่อเล็กน้อย สายตาเหลือบมองลู่เจียซินอย่างแนบเนียน
นักชิมสาวสวยวัยใสคนนี้ยังรู้ว่าช่วงนี้เซี่ยอันยุ่งอะไรอยู่ แต่เธอในฐานะแม่ของหลานเสี่ยวซี กลับไม่รู้ว่าเซี่ยอันยุ่งทำอะไรกันแน่ จุดนี้ทำให้หลานชิงหย่ารู้สึกแปลกๆ ในใจ หัวใจบีบตัวแน่นขึ้นมานิดหน่อย
คนกลุ่มนี้ไม่ได้พูดอะไรกัน
โดยมีนาคิริ มานะ และเลขาผู้ติดตามเดินนำ หลานชิงหย่าเดินตามหลัง ตามด้วยพี่น้องตระกูลลู่ และสุดท้ายคือแก๊งสามหน่อถงคุน หลิวหง เหลียงกุ้ยฉิน
ทุกคนเพิ่งจะก้าวเข้ามาในลานบ้านที่เงียบสงบ
ก็ได้ยินเสียง "ฟู่ ฟู่" ของไฟเตาแก๊สดังมาจากทางห้องโถง
เห็นได้ชัดว่าเป็นเตาแก๊สไฟแรงสูงกำลังทำงานส่งเสียงคำราม
เทียบกับเตาแก๊สธรรมดาในครัวเรือน ไฟของเตาแก๊สแรงสูง อัตราการไหลของความร้อน รุนแรงกว่ามาก
บวกกับเตาแก๊สแรงสูงสมัยใหม่มีโครงสร้างรวมพลังงานกันลม พอเปิดเตาแล้วเสียงหวีดหวิวนั้นดังไปทั่วลานบ้านที่เงียบสงัด ได้ยินจากระยะสิบกว่าเมตรถือเป็นเรื่องปกติ
และ
ในเสียงคำรามของเตาแก๊สแรงสูง
ยังมีเสียง "แก๊ง แก๊ง" ของอุปกรณ์เหล็กกระทบกันปนมาจางๆ
"เถ้าแก่เซี่ยเริ่มทำอาหารให้เราแล้วเหรอเนี่ย"
ลู่เจียซินที่เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ได้ยินเสียงทำอาหารที่ดุเดือดเลือดพล่านนี้ ก็อดใจไม่ไหว เร่งฝีเท้าพุ่งตัวออกไปแทบจะเหมือนวิ่งสปรินต์
แต่พอลู่เจียซินวิ่งไปถึงประตูห้องโถงที่เปิดกว้าง ก็เหมือนเจอเรื่องสยองขวัญ ตัวเธอเบรกเอี๊ยดกะทันหัน ยืนอ้าปากค้างอยู่กับที่
???
เห็นปฏิกิริยาของเธอ ทุกคนมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ความอยากรู้อยากเห็นระเบิดขึ้นทันที
เห็นภาพอะไรกันแน่
ถึงทำให้อินฟลูฯ คนดังจากตระกูลลู่
ตกใจจนเสียอาการขนาดนี้
ทุกคนไม่สนใจอะไรแล้ว เร่งฝีเท้ากรูกันเข้าไปอย่างชุลมุน ไปอออยู่ที่ประตูห้องโถง
"โครงโลหะผสม โซ่เหล็กสามเส้นห้อยลงมา"
"เชี่ย โซ่เหล็กนั่นห้อยอะไรอยู่ เครื่องครัวทรงกลม หรือจะเป็นชุดที่หัวหน้าเชฟเซี่ยให้พวกเราสั่งทำเมื่อวันก่อนวะเนี่ย"
หลิวหงพึมพำสิ่งที่เห็นตรงหน้าเบาๆ ส่วนถงคุนกับเหลียงกุ้ยฉินข้างๆ อ้าปากค้าง พูดไม่ออกสักคำ
แม้แต่ลู่ซูกวงที่เคยเห็นแบบร่างของเซี่ยอัน รู้ว่ามีชุดเครื่องครัวเหล็กหล่อพิสดารนี้อยู่
แต่ในชีวิตจริง พอได้เห็นเครื่องครัวชุดนี้ถูกใช้ในขั้นตอนการปรุงอาหาร ว่ามันทำงานยังไง
ลู่ซูกวงก็รูม่านตาหดเกร็งทันที
แคร้ง
แคร้ง
ชายหนุ่มและหญิงสาวยืนอยู่สองฝั่งของโครงโลหะผสม
ทั้งคู่สวมถุงมือกันความร้อน จับด้ามจับโลหะซ้ายขวาของหม้อทรงกลมไว้แน่น กำลังกลั้นหายใจออกแรง ให้หม้อทรงกลมหมุนด้วยความเร็วสูง
เตาแก๊สแรงสูงแบบพกพา ถูกติดตั้งไว้ใต้หม้อทรงกลมที่แขวนอยู่กลางอากาศ
เปลวไฟลุกโชน พวยพุ่งออกมา ย่างหม้อเหล็กหล่อทรงกลมกลางอากาศ
"นี่มันเครื่องครัวอะไรกัน แล้วยังมีวิธีการปรุงอาหารแบบนี้อีก มันช่าง..."
นาคิริ มานะ พึมพำ แววตาฉายประกายความสนใจอย่างเข้มข้น
เดิมที นาคิริ มานะ ปฏิเสธที่จะมาเมืองลี่เจียง
ต้องรู้ไว้นะว่า มีแต่เชฟดังๆ วิ่งโร่เอาอาหารมาประเคนตรงหน้าเธอ ไม่เคยมีประวัติที่เธอลดตัวลงมาเดินดิน ตามหาเชฟดังหรืออาหารจานไหนด้วยตัวเอง
แต่คำพูดที่เซี่ยอันฝากหลานชิงหย่ามาบอก ท่าทีแข็งกร้าวมาก
ฉันอยู่ที่ลี่เจียง อยากกินอาหารในตำนานก็มา จะให้ฉันถ่อไปเมืองหลวงทำให้เธอกินเป็นพิเศษก็ฝันไปเถอะ
คิดอยู่สองวัน นาคิริ มานะ ก็ตัดสินใจมา
เพราะในยุคเสื่อมถอยนี้ เชฟและอาหารที่ทำให้เธอสนใจได้มีน้อยเหลือเกิน
"หมุนลูกบอลเหล็กเร็วขนาดนั้น อาจจะเพื่อให้ความร้อนสม่ำเสมอ ถ้าหยุดแม้แต่วินาทีเดียว ให้เตาแก๊สแรงสูงเผาด้านใดด้านหนึ่งของลูกบอลนานไป อาหารข้างในคงไหม้ไปแล้ว..." ลู่ซูกวงวิเคราะห์
"สรุปแล้วในลูกบอลเหล็กนั่นกำลังย่างเมนูอะไรอยู่กันแน่"
ลู่เจียซินหายตกใจ ตั้งสติได้ ก็ถ่ายรูปด้วยความตื่นเต้น
"พวกคุณดูนั่นสิ"
เลขาของนาคิริ มานะ หญิงสาวที่ดูอายุน้อยหน้าตาดี ชี้ไปที่บาร์ครัวแบบเปิด
บนบาร์ มีวัตถุดิบและขวดโหลวางระเกะระกะ
"ทำอาหารจานนี้ ใช้ข้าวสวยด้วยเหรอ"
หลานชิงหย่าเลิกคิ้ว บนถาดอาหารใบใหญ่ เธอเห็นชัดเจนว่าข้าวสวยสีขาวถูกใช้ไปกว่าครึ่ง เหลืออยู่แค่ก้อนเล็กๆ
"คุณพ่อ"
ในห้องโถง จู่ๆ ก็มีเสียงนุ่มนิ่มดังขึ้น หลานเสี่ยวซีนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ เตือนด้วยความจริงจังว่า
"นาฬิกาจับเวลาหมดเวลาแล้วค่ะ"
สิ้นเสียง
สองคนที่กำลังหมุนหม้อเหล็กหล่อทรงกลมอย่างเอาเป็นเอาตายก็หยุดกึก
เซี่ยอันที่เป็นจุดรวมสายตาของทุกคน สวมถุงมือกันความร้อนหนาเตอะ ปลดหม้อทรงกลมที่แขวนโซ่ลงมาจากโครงโลหะผสมโดยตรง
จากนั้นเขาหันหลังเดินไปสองก้าว ไปที่หน้าหม้อปากลึกรูปร่างประหลาดที่ตั้งรออยู่ ไม่รู้ว่าไปกดสวิตช์ลับตรงไหน
ได้ยินเสียง "กริ๊ก"
หม้อทรงกลมแยกออกเป็นหม้อเหล็กหล่อครึ่งวงกลมสองซีก
ในขณะเดียวกัน
ลูกบอลข้าวตังสีทองอร่ามกลมดิบขนาดใหญ่
ก็ปรากฏแก่สายตาในอากาศเพียงชั่ววูบ
กลิ่นหอมของข้าวตังที่เข้มข้น ราวกับระเบิดลง คลื่นกระแทกแห่งความหายนะกลืนกินทุกคนที่ประตูใหญ่เข้าไปทันที
[จบแล้ว]