- หน้าแรก
- ข้ามมิติพลิกแพลง ตำแหน่งเศรษฐีข้าขอรับ
- บทที่ 11 ตลาดมืด และการค้าส่ง
บทที่ 11 ตลาดมืด และการค้าส่ง
บทที่ 11 ตลาดมืด และการค้าส่ง
“ถ้าจะขายของ ต้องจ่ายค่าเข้า 1 เหมาก่อนถึงจะเข้าไปได้” ชายร่างสูงใหญ่เอ่ยเสียงห้วน
ซ่งเฉินล้วงเงิน 1 เหมาส่งให้อย่างไม่อิดออด จากนั้นจึงได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้
เวลานี้ยังไม่ดึกมากนัก ผู้คนข้างในจึงยังไม่พลุกพล่าน ต่างคนต่างรีบเร่งเดินเลือกซื้อของที่ตนต้องการด้วยท่าทีระแวดระวัง
ซ่งเฉินหาที่ว่างมุมหนึ่งได้ ก็เริ่มลำเลียงสินค้าออกจากกระเป๋าสะพายมาวางเรียง
“โฮ่! น้องชาย ผ้าพวกนี้ขายยังไงรึ?” ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็งคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ จ้องมองผ้าในมือซ่งเฉินด้วยดวงตาเป็นประกาย
ซ่งเฉินไม่คิดว่าเพิ่งวางของปุ๊บก็จะมีลูกค้าปั๊บ จึงรีบคลี่ผ้าออกให้อีกฝ่ายเห็นชัดๆ “สหายครับ ผ้าพวกนี้ผมขายเหมาผืนละ 9 หยวน ทุกผืนยาว 10 ฉื่อ (ประมาณ 3.3 เมตร) ชอบสีไหนเลือกได้เลยครับ”
การขายผ้าเป็นสิ่งที่ซ่งเฉินคิดคำนวณมาดีแล้ว ราคาผ้าแพงกว่าธัญพืช แต่น้ำหนักเบากว่ากันเยอะ แถมความต้องการในตลาดก็สูงไม่แพ้อาหารเลย
อีกอย่าง ตอนที่เขาไปซื้อผ้า เขาให้เถ้าแก่ร้านตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ มาให้เรียบร้อยแล้ว จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาวัดตวงให้ยุ่งยาก สะดวกสบายจะตายไป
“ราคานี้... ไม่ต้องใช้ ‘ตั๋วผ้า’ ใช่ไหม?” ชายวัยกลางคนถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
ราคาผ้า 9 เหมาต่อฉื่อในตลาดมืดถือว่าไม่แพงเลย บางเจ้าขายกันถึง 1 หยวนต่อฉื่อ แถมคนยังแย่งกันซื้อแทบตาย
“แน่นอนครับ ไม่ต้องใช้ตั๋ว พี่ชายมีสีที่ถูกใจไหมครับ?”
ชายวัยกลางคนเอื้อมมือมาพลิกดู ไม่นานก็เลือกผ้าลายดอกเล็กๆ กับผ้าสีเขียวมาอย่างละผืน กะว่าจะเอาไปให้เมียผืนหนึ่ง ให้ลูกสาวอีกผืนหนึ่ง
เขากางผ้าออกดูจนสุดผืน เมื่อเห็นว่าไม่มีตำหนิและขนาดถูกต้อง ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ผ้าของเธอเนื้อดีจริงๆ เอ้านี่ 18 หยวน” ชายวัยกลางคนยื่นเงินให้ซ่งเฉินอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงสามนาทีก็ขายผ้าออกไปได้สองผืน ซ่งเฉินยิ้มจนแก้มปริ “ได้เลยครับ ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยอุดหนุนนะครับ”
ได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนก็หัวเราะขำ “พ่อหนุ่มนี่พูดจาดูมีชีวิตชีวาดีนะ เป็นคนหัวไวใช้ได้”
“ฮ่าๆ พี่ชายเองก็เอาของมาขายเหมือนกันเหรอครับ?” ซ่งเฉินมองเป้ที่หลังของอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชายวัยกลางคนพยักหน้า “ใช่แล้ว ฉันเชี่ยวชาญเรื่องการแลกเปลี่ยนตั๋วโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเสบียง ตั๋วเนื้อ หรือตั๋วสินค้าอุตสาหกรรมก็มีหมด น้องชายอยากดูหน่อยไหม?”
“เอาสิครับ” ซ่งเฉินตอบรับทันที
เขาไม่มีตั๋วของยุคนี้ติดตัวเลยจริงๆ เพราะสินค้าที่ขายไปก่อนหน้านี้ถ้าไม่รับเป็นเงินก็รับเป็นทองคำ
อีกอย่างเขาตั้งใจจะไปลิ้มลองรสชาติอาหารที่ภัตตาคารของรัฐ (ร้านอาหารกั๋วอิ๋ง) ดูสักครั้ง ได้ยินมาว่าฝีมือพ่อครัวยุคนี้เด็ดดวงนัก
ซ่งเฉินจัดการซื้อตั๋วเสบียง 10 จิน และตั๋วเนื้ออีก 5 จิน จากชายวัยกลางคน ทำเอาอีกฝ่ายยิ้มจนตาหยี “น้องชาย ฉันแซ่เฉินนะ วันหลังถ้าอยากได้ตั๋วอีกก็มาหาฉันได้ ฉันมาแถวนี้ประจำ”
“ได้เลยครับพี่เฉิน เรียกผมว่าเสี่ยวซ่ง (ซ่งน้อย) ก็ได้ครับ”
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน หญิงผมสั้นเสมอหูวัยประมาณสามสิบปีก็เบียดเข้ามา จ้องมองผ้าบนแผงของซ่งเฉินด้วยความอยากได้ “สหาย ผ้าพวกนี้ขายยังไงคะ?”
“ผืนละ 9 หยวนครับ ขนาด 10 ฉื่อ ไม่ต้องใช้ตั๋วผ้า” ซ่งเฉินตอบอย่างฉะฉาน
หญิงผมสั้นมีท่าทีลังเล “10 ฉื่อมันเยอะไป ฉันอยากได้แค่ 7 ฉื่อเองค่ะ”
ซ่งเฉินส่ายหน้า “ไม่สะดวกครับ ผมขายยกผืนเท่านั้น ถ้าสหายไม่ถูกใจลองไปดูแผงอื่นก่อนก็ได้ครับ”
หญิงผมสั้นถึงกับพูดไม่ออก เธอเดินวนรอบตลาดมืดมาแล้วรอบหนึ่ง จะไปหาแผงขายผ้าที่ไหนได้อีก?
ผ้าเป็นสินค้าขาดแคลน พอมีคนเอามาวางขายแป๊บเดียวก็โดนแย่งกันซื้อจนเกลี้ยง
ใจจริงเธอก็อยากซื้อเยอะๆ แต่มันติดที่เงินในกระเป๋านี่สิ เพิ่งจะซื้อเสบียงไป ตอนนี้เหลือเงินติดตัวอยู่แค่ 7 หยวนเท่านั้น
“ฉันพกเงินมาไม่พอ สหายช่วยอลุ่มอล่วยหน่อยเถอะนะคะ” หญิงผมสั้นมองซ่งเฉินด้วยสายตาวิงวอน
ซ่งเฉินแบมืออย่างจนใจ “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วยนะครับ ปัญหาคือผมไม่ได้พกไม้บรรทัดกับกรรไกรมาด้วย”
“งั้น... ฉันจ่ายมัดจำไว้ 7 หยวนก่อน พรุ่งนี้ฉันเอามาให้อีก 2 หยวน ได้ไหมคะ?” หญิงผมสั้นลองต่อรอง
“คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมล่ะครับ? เกิดพรุ่งนี้คุณไม่มา ผมจะไปตามหาคุณที่ไหน” ซ่งเฉินมองเธอด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึง
หญิงผมสั้นหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย รีบคว้าตะกร้าของตัวเองขึ้นมา “งั้นช่างเถอะค่ะ ไว้วันหลังฉันค่อยมาซื้อ”
รอจนหญิงคนนั้นเดินจากไป เฉินหมิงถึงได้ถามด้วยความสงสัย “เสี่ยวซ่ง ทำไมเธอถึงตัดผ้าเป็นขนาด 10 ฉื่อหมดเลยล่ะ ถ้าแยกขายปลีกน่าจะขายง่ายกว่านะ”
“ฮ่าๆ ผมแค่เอาสะดวกเข้าน่าครับ” ซ่งเฉินตอบตามตรง
เฉินหมิง: ...
นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินเหตุผลที่ฟังดูเหลวไหลขนาดนี้ แค่ตัดผ้าแบ่งขาย มันจะลำบากสักแค่ไหนกันเชียว?
แต่ผ้าในตลาดมืดนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมาก ไม่นานก็มีคนเข้ามาถามราคา แล้วซ่งเฉินก็ขายออกไปได้อีกผืน
บางครั้งก็มีคนมาขอซื้อตั๋วจากเฉินหมิง ซึ่งส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกันดี
ทุกครั้งที่มีคนมาซื้อตั๋ว เฉินหมิงก็จะช่วยโฆษณาขายผ้าให้ซ่งเฉินไปด้วย ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ผ้าสิบผืนที่ซ่งเฉินนำมาก็ขายหมดเกลี้ยง
“วันนี้ต้องขอบคุณพี่เฉินมากนะครับ เอ้านี่ ลูกอมเอาไว้ทานเล่นครับ” ซ่งเฉินกำลูกอมกระต่ายขาวใส่มืออีกฝ่ายไปหนึ่งกำมือ
เฉินหมิงรับไว้อย่างยินดี ไม่คิดเกรงใจ “เสี่ยวซ่ง เธอไปหาลูกอมรสนมพวกนี้มาจากไหนเนี่ย ในสหกรณ์ร้านค้าหาซื้อไม่ได้เลย ของขาดตลาดตลอด”
ลูกสาวของเขาชอบกินลูกอมกระต่ายขาวมาก เขาเลยอยากจะซื้อกลับไปฝากลูกสักหน่อย
ซ่งเฉินรู้ความนัยทันที จึงเลิกคิ้วถาม “พี่เฉินอยากได้เท่าไหร่ครับ? เดี๋ยวผมช่วยหามาให้”
“ชั่งละเท่าไหร่ล่ะ?” (1 ชั่ง/จิน = 500 กรัม)
“3 หยวนต่อชั่งครับ ไม่ต้องใช้ตั๋ว”
ดวงตาของเฉินหมิงเป็นประกายราคานี้ถือว่าเหมาะสมมาก ในสหกรณ์ขายชั่งละ 2 หยวนแต่ต้องใช้ตั๋วน้ำตาล แถมยังแย่งซื้อไม่ทันอีกต่างหาก
“งั้นช่วยหาให้ฉันสัก 3 ชั่งเถอะ” เฉินหมิงกล่าวอย่างใจป้ำ
3 ชั่งนี้แน่นอนว่าไม่ได้ให้ลูกสาวกินคนเดียวทั้งหมด เขาตั้งใจจะแบ่งส่วนหนึ่งไปใช้เป็นของขวัญสำหรับเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ด้วย การให้ลูกอมกระต่ายขาวถือเป็นของขวัญที่ดูดีมีหน้ามีตามาก
ซ่งเฉินถามต่อว่าต้องการน้ำตาลทรายแดงด้วยไหม ไหนๆ จะต้องขนของมาแล้ว เอามาสองอย่างก็ไม่ต่างกัน
“เธอหาน้ำตาลทรายแดงได้ด้วยรึ งั้นเอามาให้ฉันสัก 5 ชั่งเลย” คราวนี้เฉินหมิงไม่ถามราคาด้วยซ้ำ เขามั่นใจว่าซ่งเฉินไม่โกงเขาแน่
“ได้ครับ” ซ่งเฉินรับปากทันที
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
ทำไมเขาไม่ ‘ขายส่ง’ สินค้าให้เฉินหมิงไปเลยล่ะ? จะได้ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งวางแผงเอง
ยังไงเฉินหมิงก็มาขายตั๋วที่ตลาดมืดเป็นประจำอยู่แล้ว จะขายอะไรเพิ่มอีกสักอย่างสองอย่างคงไม่หนักหนา ถ้าขายของได้หลากหลายขึ้น อีกฝ่ายก็น่าจะทำกำไรได้มากขึ้นด้วย
ซ่งเฉินลองเสนอความคิดนี้ให้เฉินหมิงฟัง ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายตื่นเต้นจนคว้ามือเขาไว้แน่น “จริงเหรอ? เสี่ยวซ่งเธอยอมแบ่งช่องทางทำกินให้ฉันจริงนะ?”
“พี่เฉิน... ปล่อยมือก่อนครับ ผมเจ็บมือจะแย่แล้ว”
“อ๊ะ! ขอโทษที พี่ตื่นเต้นไปหน่อย” เฉินหมิงเกาหัวแก้เขิน
ซ่งเฉินสะบัดมือที่แดงเถือกไปมา “ไม่เป็นไรครับ งั้นเราไปหาที่เงียบๆ คุยรายละเอียดกันดีกว่าไหม?”
เฉินหมิงพยักหน้ารัวๆ “ได้เลย ตามพี่มา”
*******
เหมือนตอนที่แล้วจะเผลอติดเหรียญไป ขอโทษค่า TT