เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3) [14-02-2020]

บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3) [14-02-2020]

บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3) [14-02-2020]


บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3)”

ยูอิลฮานได้มองไปที่หัวหน้ากิลด์ที่กำลังสู้กับปีศาจด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

"หืม กำลังไปด้วยดีเลย"

[ก๊าซซซซซซซซซซซ!]

"ไปด้วยดี!? นายคิดว่านี่มันกำลังไปด้วยดี!? ใช่ ใช่แล้วล่ะ! พวกเขากำลังตายด้วยดี!"

มิเชล สมิธสันได้หมดหวังไปแล้ว ทุกๆครั้งที่หนวดของงปีศาจกระทบเข้ากับโล่เข้ามันให้ความรู้สึกเหมือนแขนเขากำลังฉีกออกตลอดเวลา ยูอิลฮานได้เอียงหัวแล้วหันไปเรียกนายูนา

"ยูนา"

"โอเค ฉันไม่ปล่อยให้พวกเขาตายหรอก แค่ไม่ตายก็พอแล้วสินะ"

"ปีศาจ พวกนายมันปีศาจ!"

[ก๊าซซซซซซซซซ!]

ตามปกติแล้วทั้งสามคนจะไม่มีทางต่อสู้กับปีศาจนี่ด้วยกำลังตัวเองได้เลย แต่ว่าด้วยการช่วยเหลือจากสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ทำให้พวกเขาเพิ่มพลังขึ้นจนถึงจุดที่พวกเขาสามารถจะฝืนเผชิญหน้าได้

"ว้าว ดูเหมือนการผสานงามกับพลังของพวกเขากำลังเพิ่มขึ้นนะ"

"นี่เป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากมีคนอื่นอีกที่ยังต่อต้านวงเวทย์ได้ต่อให้นิดเดียว ฉันก็จะพาคนพวกนั้นมาฝึกเหมือนกัน"

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก เรามาเพิ่มระดับคนพวกนี้ขึ้นก่อนเถอนะ ตอนนี้เรายังมีเวลาเหลืออีกเยอะ"

"นั่นก็จริงล่ะนะ..."

จากนั้นเขาก็ไม่สนใจมองพวกหัวหน้ากิล์อีก ตอนนี้เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องไปทำ

"ถ้างั้นตอนนี้คงจะเป็นเวลาสำหรับการสร้างของฉันแล้วสินะ?"

[แต่ทำไมนายท่านถึงได้มองมาที่ฉันล่ะ?]

"อืมม เธอน่าจะรู้เหตุผลมากกว่าฉันอีกนะ"

ป้อมปราการลอยฟ้าได้เจอเข้ากับหลายๆอย่างในการพัฒนามันขึ้นไป เพราะศักยภาพในการพัฒนาของมันที่เป็นอาร์ติแฟคระดับพระเจ้า ทำให้ป้อมปราการนี้สามารถจะใช้บันทึกที่มันดูดซับมาเพิ่มพลังให้กับประสิทธิภาพของอาร์ติแฟคป้อมปราการลอยฟ้าโดยการที่จะเพิ่มความทนทานอะไรแบบนี้

ยังไงก็ตามนั่นมันยังคงไม่พอ หากยูอิลฮานเอาวัตถุดิบจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนับไม่ถ้วนที่เขาเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ เขาก็น่าจะพัฒนาป้อมปราการลอยฟ้าให้ไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้นได้อีก!

[ยังจะมากกว่านี่อีกหรอ มันเป็นไปไม่ได้!]

"อย่างแรกจะต้องเป็น"ร้อยนัยน์ตา" เธอรู้ว่าฉันจะทำอะไรแล้วสินะ"

[นายท่านบ้าไปแล้ว]

ยูอิลฮานได้รวบรวมขนปีกของทูตสวรรค์กับเทวดาสวรรค์มา และเริ่มสร้างกระจกเพิ่มอีก 900 บาน มิสทิคก็ได้พัฒนาขึ้นมาเช่นกันเพราะแบบนั้นเธอก็น่าจะควบคุมกระจกนับพันได้พร้อมๆกัน

[ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้แน่ๆ]

"ไม่ เธอทำมันได้ ถ้าเธอทนไม่ได้ เธอก็จะทนกับสงครามที่กำลังจะมาถึงไม่ได้แน่!"

[เผด็จการ! นายท่านมันเผด็จการ!]

เนื่องจากว่ายูอิลฮานเคยมีประสบการณ์ทำมันมาก่อน ทำให้เขาไม่ต้องใช้เวลาในการสร้างกระจกมากเลย ความเร็วของยูอิลฮานได้เร็วมากยิ่งๆขึ้นจนมากพอที่จะดึงดูดในคนอื่นๆที่อยู่ในบาเรียต้องหันมอง

"อย่ามามองฉัน ไปทำหน้าที่ของตัวเองไป"

"ครับ!"

ยูอิลฮานได้สร้างกระจก 900 อันในเวลาเพียงแค่ 14 ชั่วโมง จากนั้นดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนที่สร้างกระจกเพิ่มขึ้นอีก 4 อัน เขาได้ใช้วัตถุดิบที่เหลืออยู่มาทำกระจกสี่อันนี้ที่เป็นกระจกที่มีขนาดใหญ่และดูอันตรายที่สุด!

[ทำไมถึงทำสี่อันนี้ล่ะ?]

"ก็เพราะว่าศัตรูจะได้ตกใจไงล่ะว่าทำไมมันถึงมีอีก 4 อันในเมื่อชื่อมันจะถูกเรียกว่า 'พันนัยน์ตา'"

[...อ่า ฉันก็พอจะเดาเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว]

ร้อยนัยน์ตาไปเป็นพันนัยน์ตา นี่คือการพัฒนาขึ้นขนาดใหญ่ของอาร์ติแฟคและจะทำให้อาร์ติแฟคเลื่อนระดับได้เลย จากโกลาหลได้ไปสู่ระดับกึ่งเทพ

ยูอิลฮานดูจะผิดหวังเล็กน้อยเนื่องจากว่าเขาเล็งไว้ที่จะทำให้มันเป็นระดับเทพเจ้า แต่ว่าเนื่องจากว่าป้อมปราการลอยฟ้าได้ถูกอัพเกรดตามเขาตั้งใจเอาไว้แต่แรก ทำให้เขาตัดสินใจปล่อยไว้แค่นี้

"ถ้างั้นฉันควรจะเพิ่มอะไรอีกดี?"

[นายท่าน? ท่านจะไม่เชื่อใจในตัวฉันมากไปนิดหรอ...?]

"ฉันรู้แน่ๆว่าอะไรที่เธอทำได้แล้วก็อะไรที่เธอทำไม่ได้ด้วย เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่า"

[นี่ยิ่งทำให้ฉันกังวลมากกว่าเดิมซะอีก!]

สิ่งมีชีวิตชั้นสูงของกองทัพปีศาจวิบัติส่วนใหม่มักจะวิวัฒนาการขึ้นมาจากมอนสเตอร์ แล้วก็หลายครั้งที่เลือดและเนื้อของพวกมันจะเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง นอกไปจากนี้ทุกๆส่วนขงพวกมันยังมีคุณสมบัติพิเศษแล้วเมื่อนำมารวมกันกับสิ่งต่างๆระดับของพิษก็ยังจะวิวัฒนาการขึ้นไปอีกด้วย

ในท้ายที่สุดแล้วพิษจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็เป็นปกติที่มันจะต้องใช้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงด้วยกัน ในหมู่สมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติมีหลายคนที่ใช้การโจมตีด้วยพิษ แน่นอนว่ายูอิลฮานได้มีเวอร์ชั่นที่พัฒนาของการป้องกันพิษขั้นสูง คือร่วงหล่นทำให้เขาไม่ได้ผลจากพิษพวกนี้เลย

ใช่แล้ววิธีที่สองที่จะอัพเกรดป้อมปราการลอยฟ้านั่นกคือพิษ ในช่องเก็บของของเขามีร่างของพวกกองทัพปีศาจวิบัติอยู่มากมาย เพราะงั้นเขาจึงมีวัตถุดิบมากพอแล้ว

"มีตัวอย่างอยู่มากเกินไป... ฉันคงจะต้องผสมพวกมันเข้าด้วยกันสินะ?"

[แล้วนายท่านจะตรวจสอบความเป็นพิษของมันยังไงกันล่ะ?]

ยูอิลฮานได้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

"ก็ง่ายๆไง ฉันก็แค่กินมันลงไป การร่วงหล่นมีการต้านพิษอยู่เพราะงั้นถ้าฉันกินมันไปฉันก็จะได้ฝึกการร่วงหล่นไปด้วย นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนี่"

[แผนโรคจิตแบบนี้มัน โอ้ก็สมกับนายท่านนั่นแหละนะ....]

อย่างแรกเขาได้แยกประเภทของพิษที่มีก่อนแล้วก็เค้นเลือดของพวกมันออกมาจนซากแห้ง เพราะแบบนี้ทำให้เขาได้เลือดที่แตกต่างกันกว่าพันชนิดรวมเป็นเลือดหลายล้านลิตร ในจุดๆนี้ยูอิลฮานได้ใช้สัญชาตญาณของเขาเริ่มทำการผสมมันเข้าด้วยกันแบบสุ่มๆ

"ไม่ล่ะ นี่มันอ่อนไปแล้ว นี่ก็ด้วย นี่ก็อ่อนเหมือนกัน!"

[อย่าโยนพิษทิ้งลงพื้นสินายท่าน! ป้อมปราการกำลังละลายแล้วนะ]

"พิษนี่ก็อ่อนไป... แล้วก็นี่ แกร่งขึ้นหน่อยแล้วแหะ"

เขาได้เก็บเอาพิษที่มีผสมได้มาเป็นส่วนที่แข็งแกร่งมาเก็บเอาไว้ จากนั้นก็เอามันมาผสมเข้ากัน การผสมพิษของยูอิลฮานได้ดำเนินไปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าตกใจอีกเรื่องก็คือยิ่งเขาชินกับการผสมพิษเท่าไหร่ ความเร็วในการผสมของเขาได้กลายเป็นเร็วยิ่งๆขึ้น

[นายท่านไม่ปกติแล้ว]

"ใช่แล้ว ฉันไม่ปกติไงล่ะ!"

[อย่ามาภูมิใจกับเรื่องแบบนี้สิ]

ทุกๆวินาทีจะมีพิษสามหรือสี่อย่างปรากฏขึ้นมาและหายไป พิษที่อ่อนแอจะถูกโยนทิ้งไป ส่วนพิษที่แข็งแกร่งก็จะถูกสร้างซ้ำๆจนเกิดมาเป็นพิษใหม่ที่มีรากฐานมาจากพิษที่แข็งแกร่งและเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ทั่วทั้งจักรกาลไม่เคยเลยที่จะมีการสร้างและทำลายพิษจำนวนมากในที่ๆเดียวแบบนี้ ไม่สิ มันไม่เคยมีใครที่คิดจะเอาพิษของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงจำนวนมากมาใช้แต่แรกแล้ว

"ฉันมาดูว่าอิลฮานกำลังทำอะไรอยู่... แต่ทำไมฉันถึงได้เห็นนรกในส่วนหนึ่งของป้องปราการลอยฟ้าล่ะ?"

"เลียร่า ฉันเข้าใจนะว่าเธออยากจะมาดู แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่ เพราะงั้นไปฝึกกับคนอื่นๆก่อนนะ"

ขวดนับหมื่นที่บรรจุพิษที่มีทั้งพิษที่กำลังเดือดและพิษที่หนาวสั่นนี้ทำให้มันดูน่ากลัวมา และเลียร่าได้เข้ามาใกล้ยูอิลฮานนี่นับได้ว่าเป็นการกระทำที่กล้าหาญมาก แต่ถึงแบบนั้นเมื่อมาถึงระยะหนึ่งเธอก็เข้ามาใกล้เขาไม่ได้อีก

"อิลฮาน ตรงนั้นที่กำลังกระตุกอยู่...นั่นมันพิษใช่ไหม?"

"ไม่ต้องห่วงหรอกนะ นี่ก็คือชีวิตที่กำลังจะเกิดใหม่ขึ้นมาในพิษ"

"แล้วนี่มันใช่เรื่องเล็กๆหรอ!?"

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันหยุดมันได้"

มอนสเตอร์ที่เกิดขึ้นมาจากมานานั้นเป็นเรื่องปกติ แล้วก็มอนสเตอร์ที่เกิดมาจากมานาพิษที่เข้มขนสูงก็ไม่ได้หายากเช่นกัน ยูอิลฮานได้กวนพิษต่อไปเพื่อทำลายสัญญาณชีวิตทิ้งอย่างไร้ปราณี และตักขึ้นมาดื่มหนึ่งทัพพี

"หืมมม"

ทันทีที่เขาได้ดื่มมันลงไป ก็ได้ทีกลิ่นเผ็ดร้อนที่เหมือนกับผ่านการหมักมาหลายพันปีพุ่งขึ้นมาที่จมูกของเขา พร้อมกันกับการกระตุกอย่างรุนแรงที่ระบบย่อยอาหารของเขา

ยูอิลฮานทนไม่ได้จนถึงกับต้องเปิดปากเรอออกมาพร้อมกับควันสีเขียวเข้มลอยออกมาจากปาก ความรักพันปีอาจจะหายไปได้เลยหากมาเห็นภาพนี้

"อี๋"

"ฉันให้คะแนน 10/10 เลยล่ะ"

"...นายไม่เป็นไรนะ"

"แน่..."

เมื่่อเขากำลังจะตอบกลับไปก็ได้มีข้อความที่เขาไม่คิดว่าจะปรากฏโผล่ขึ้นมาให้เขาได้เห็น

[คุณได้เชี่ยวชาญสกิลทำอาหาร คุณได้เชี่ยวชาญในการทำอาหารที่มีพลังเวทย์และมานาทุกชนิด ความต้านทานธาตุไฟกับธาตุน้ำเพิ่มขึ้นรวมถึงพลังโจมตีธาตุ 30% ]

"หืม"

"อะไรงั้นหรอ?"

ยูอิลฮานได้มองลงไปที่ทัพพีเงียบๆก่อนที่จะหยักไหล่ขึ้นมา ถึงแม้ว่านี่มันจะน่าตกใจอยู่แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นซะหน่อย ไม่ว่ายังไงความสามารถในการสร้างพิษของเขาก็ได้เพิ่มขึ้น แล้วก็การควบคุมธาตุไฟกับธาตุน้ำของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นี่มันคือเรื่องดี

เลียร่าที่รู้สึกได้ถึงการเปลื่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเขาได้ถามขึ้นมาด้วยความสับสน

"อิลฮานเมื่อกี้นี้ฉันรู้สึกเหมือนนายแกร่งขึ้นนะ..."

"ถ้าฉันพูดไปเธอคงจะหงุดหงิดแน่ เพราะงั้นฉันจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ"

"...?"

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดแน่ว่าการกินพิษจะทำให้สกิลการทำอาหารมาถึงขั้นสูงสุดได้

ยูอิลฮานได้ส่งเลียร่าออกไปก่อนที่จะกลับมาผสมพิษต่ออีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นประมาณสามวันเขาก็ได้รับพิษสามชิดที่เขาชอบมา และทำพิษสามชนิดนี้อย่างล่ะประมาณ 20 ลิตร แม้ว่านี่จะน้อยมากเมื่อเทียบกับพิษทั้งหมดที่เขามีตั้งแต่อรก แต่ว่ายูอิลฮานก็คิดว่านี่แหละคือความสำเร็จแล้ว

"ดูเหมือนถ้าฉันกะปริมาณได้ถูก ฉันก็อาจจะฆ่าคลาส 6 ได้ด้วยพิษนี้ด้วย"

[ศพของกองทัพปีศาจวิบัติ... แม้ว่าพวกนี้จะได้ไปถึงจุดสูงสุดในโลกของตัวเองแต่กลับกลายมาเป็นแค่วัตถุดิบในการทำพิษ!]

ยูอิลฮานได้สร้างและติดตั้งกับดักที่ใช้พิษขึ้นมาบนป้อมปราการลอยฟ้า และจัดการทาพิษลงบนคมมีดในทุกๆจุดของป้อมปราการ

ส่วนที่เลวร้ายที่สุดของพิษนี้เลยก็คือมันเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของอาหารเวทมนต์อยู่ภายใน เดิมที่มันก็มีพิษที่เลวร้าวอยู่แล้ว แต่มันจะยังเปลื่ยนแปลงรูปร่างไปตามยูอิลฮานต้องการเพื่อโจมตีศัตรูได้อีกด้วย! ไม่เพียงแค่นี้จะทำให้พรรคพวกของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากพิษเท่านั้น แต่ว่ายังเป็นไปได้อีกด้วยที่จะใช้พิษต่อสู้ให้ได้อย่างทรงประสิทธิภาพถึงขีดสุด

"ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังใช้วิธีนี้หลอกศัตรูว่านี่เป็นเพียงพิษที่อ่อนแอได้อีกด้วย

[นายท่านมันชั่วร้ายจริงๆ!]

ยังไงก็ตามแผนชั่วของยูอิลฮานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง หลังจากเขาได้สร้างพิษขึ้นมาแล้ว เขาก็ได้ใช้ร่างของกองทัพปีศาจวิบัติที่ถูกดูดเลือดออกมาจนแห้งมาเสริมพลังให้กับป้อมปราการลอยฟ้าอีก! เพราะแบบนี้เองทำให้กำแพงภายนอกของป้อมปราการลอยฟ้าทรงพลังขึ้นไปอีก อาร์ติแฟคทั้งหมดแหลมคมยิ่งขึ้น และอาวุธภายในคฤหาสน์ก็ได้รับการเสริมพลัง รวมไปถึงจำนวนกับดักก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย

แต่ถึงแบบนั้นข้อมูลที่บันทึกนภามีให้กับป้อมปราการลอยฟ้าก็ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนะ

"นี่ยังดีไม่พออีกหรอ...? ป้อมปราการลอยฟ้าเป็นงานชิ้นแรกเลยนะที่ฉันทุ่มขนาดนี้!"

[นายท่านยังอยากที่จะก้าวข้ามระดับเทพเจ้าไปอีกงั้นหรอนายท่าน? ยอมแพ้เถอะนะ นั่นมันเป็นไปไม่ได้]

"แน่นอนว่าถ้ามันเป็นไปไม่ได้ฉันก็จะยอมแพ้ แต่ว่าจนถึงตอนนี้ฉันกำลังทำในสิ่งที่มันเป็นไปได้อยู่"

[นายท่านชั่งหัวรั้นจริงๆ]

ถ้ากองทัพปีศาจวิบัติใช้ไม่ได้ผล งั้นเขาก็แค่ต้องใช้ซากอื่นๆของกองกำลังอื่นๆสิ! เขาได้ใช้ซากทูตสวรรค์ เทวดาตกสวรรค์และผู้เฝ้าประตูสวนมาอัพเกรดป้อมปราการลอยฟ้า พลังที่มหาศาลอยู่แล้วของป้อมปราการลอยฟ้าได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก

ได้มีหินพลังเวทย์คลาส 5 อีกนับร้อยได้ถูกใช้และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้รับการเสริมพลังขึ้นเช่นกัน ในตอนนี้จำนวนของอาร์ติแฟคในป้อมปราการลอยฟ้ามีมากมายจนเขาขี้เกียจจะนับแล้ว

แต่ถึงแบบนั้นป้อมปราการลอยฟ้าก็ยังคงอยู่ในระดับเทพเจ้า

[ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นไปไม่ได้]

"ฟู่..."

ตอนนี้ยูอิลฮานได้แต่ยอมรับในความเป็นจริง แม้แต่กองทัพสวรรค์ก็ยังไม่รู้เลยว่ามีสิ่งที่อยู่เหนือระดับเทพเจ้าหรือป่าว? ในเมื่อขนาดยูอิลฮานที่เป็นสุดยอดช่างตีเหล็กและสุดยอดนักหัตถกรรมมานาก็ยังทำไม่ได้เลยถ้างั้นการที่ทูตสวรรค์ไม่รู้นั่นก็ไม่น่าแปลกใจเลย

[ตอนนี้นายท่ายคงจะยอมแพ้แล้วใช่ไหม]

"ใช่สิ ตอนนี้ฉันควรจะ..."

ยูอิลฮานได้พึมพัมกับตัวเอง

"ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้"

[ไหนนายท่านบอกว่าท่านทำแต่ในสิ่งที่เป็นไปได้ไงล่ะ!?]

"แน่นอน"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าอย่างตั้งมั่นและยกมือขึ้นบนฟ้า ในตอนนี้เองร่างกายร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นมา

"ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็คือสถานการณ์ที่ฉันจะเอาร่างของเจ้านี่มาใช้งาน"

[...พระเจ้า]

นี่ก็คือร่างกายของหัวหน้าผู้เฝ้าประตูสวนอาทิตย์อัสงดง เคลาทูค

จบบทที่ บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3) [14-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว