เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 278 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (4) [16-02-2020]

บทที่ 278 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (4) [16-02-2020]

บทที่ 278 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (4) [16-02-2020]


บทที่ 278 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (4)

[เอาจริงดิ... ฉันได้จัดการฆ่าเจ้าสิ่งนี้ไปได้ยังไง?]

"นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะถามเธอมากกว่า แค่ได้มามองอีกครั้งก็น่ากลัวแล้ว ถ้าฉันได้เผชิญหน้ากับเจ้านี่ตรงๆฉันได้ถูกขยี้ไปในทันทีแน่"

[อืมม เจ้านี่น่ะแม้แต่ในหมู่คลาส 7 ด้วยกันก็ยังนับว่าทรงพลังเลย ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ไม่อาจจะฆ่ามันได้ในการสู้หนึ่งต่อหนึ่งแน่ ที่มันเป็นไปได้ก็เพราะนาเทียก็อยู่ที่นั่นด้วย]

เมื่อสักครู่นี้เฮเรียน่าได้ต่อสู้กับเลียร่าอยู่ แต่ว่าเมื่อยูอิลฮานได้หยิบเอาร่างของเคลาทูคออกมาทำให้เธอหมดความสนใจที่จะสู้ต่อและลอยเข้ามาหายูอิลฮานแทน เธออยากจะให้เขาเอาใจเธอเพราะเธอเป็นคนที่ทำให้เขาได้รับร่างนี้มา

"อืมม ขอบคุณนะ ขอบคุณเธอมากเลย"

[ฟุฟุ]

ในอดีตเคลาทูคได้โดนผลจากเสน่ห์ของเฮเรียน่าและเข้าไปสูกับปีกที่ 8 แห่งกองทัพจรัสแสงนาเทียจนบาดเจ็บทั้งคู่และต้องเสียชีวิตไป ยังไงก็ตามพลังเวทย์ในร่างที่มหาศาลของมันยังคงอยู่และช่วยซ่อมแซมร่างกายให้กับมัน ทำให้ตอนนี้ร่างกายของมันได้ถูกฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์จนทำให้คนมองต้องสงสัยว่ามันตายไปแล้วจริงๆแน่หรือ

"สำหรับตอนนี้ฉันจำเป็นต้อง... ชำแหละมัน"

[นายท่านดูจะจริงจังยิ่งกว่าเก่าอีกครั้ง... ในบางครั้งฉันก็อิจฉาในความหลงใหลไร้ประโยชน์ของนายท่านจริงๆ]

"อย่าพูดว่าไร้ประโยชน์เชียวนะ"

ยูอิลฮานได้จัดไฟขึ้นบนปลายหอกมังกรแปดหาง เพลิงนี้คือเพลิงโปร่งแสงที่ยูอิลฮานใชได้หลังจากที่เขาได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิง

เพลิงได้ถูกบีบอัดอยู่ที่ปลายหอกของเขานั้นมีแค่มองเห็นได้รางๆนั้นเท่านั้น แต่ว่าพลังที่อยู่ภายในของมันน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก และนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ยูอิลฮานได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิง

[ฉันยังรู้สึกได้ถึงพลังของมังกรอีกด้วย]

"นี่ก็คือประกายเพลิงที่ถูกเสริมพลังจากโลหิตมังกร นอกไปจากนี้ก็ยังมีเพลิงโอโรจิ เพลิงม่วง รวมไปถึงเพลิงนิรันดร์ด้วยนะ"

[หากว่าเสริมดวงใจแห่งเพลิง(เปลื่ยนจากหัวใจแห่งเพลิง)ที่นายมีอยู่ ฉันคิดว่ามันอาจจะถูกเพิ่มพลังมากยิ่งขึ้นไปอีกนะ]

"ไว้คุยเรื่องนี้หลังจากจัดการงานนี้เสร็จล่ะกัน"

เขาไดใช้ปลายหอกจ่อแทงลงไปที่หัวของเคลาทูค หากว่าเคลาทูคยังมีชีวิตอยู่เขาคงไม่อาจจะแทงเข้าไปแน่ แต่ว่าในตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้น คมหอกได้แทงลงไปอย่างราบรื่นราวกับผ่าเต้าหู้ ยูอิลฮานได้แทงลึกเข้าไปทีล่ะนิดพร้อมๆกับการสูดหายใจเข้าลึกๆ ตอนนี้เลือดได้กระจายออกไปจนทั่ว แต่ว่ายูอิลฮานก็ได้ใช้ที่เก็บที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเก็บเลือดทั้งหมดนี้เอาไว้

"เยี่ยม ฉันคิดว่ามันได้ผลแหะ"

หอกของเขาได้กลายเป็นเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเนื้อในของฉลามติดเกราะขนาดมหึมาที่มีขนาดร้อยกว่าเมตรได้ยิ่งเผยออกมา นายูนาก็ได้ตะโกนขึ้นมาอย่างดีใจ

"อิลฮาน! ฉันอยากจะกินซุปหูฉลามล่ะ~"

"ถ้าฉันเอาหูเจ้านี่มาทำเป็นศพก็คงจะพอให้ทุกๆคนในนี้ได้กินล่ะนะ"

"พ่อครับ ผมก็เหมือนกัน"

"ไม่ใช่ว่าลูกกินเนื้อมังกรไปเยอะแล้วหรอกหรอ!?"

"เนื้อฉลามดูน่าอร่อยกว่าครับ!"

ยูอิลฮานได้ชำแหละเคลาทูคเพื่อที่จะเอามาเสริมพลังให้กับป้อมปราการลอยฟ้า แต่ว่าพรรคพวกที่เหลือของเขากลับอยากที่จะกินเนื้อฉลาม

ที่จริงแล้วเนื้อฉลามเป็นวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารที่ดีมากอย่างหนึ่งเลยหากไม่คำนึงถึงเรื่องการเน่าเสียที่ไวมากๆของมัน แต่ว่าเนื้อของเคลาทูคมีมานาอยู่จำนวนมากทำให้ถึงจะปล่อยไว้เป็นร้อยปีก็ไม่มีวันจะเน่าเสียแน่

แล้วก็ด้วยสกิลทำอาหารที่เขาได้เชี่ยวชาญแล้ว ยูอิลฮานก็อยากจะทำซูซิฉลามเช่นกัน

"...ในเมื่อฉันไม่ต้องใช้เนื้อเพราะงั้นเราจะกินมันกันใช่ไหม?"

"เราจะกิน..."

ยูอิลฮานได้แยกกระดูกกับเกราะโลหะออกจากกัน จากนั้นก็ตัดหูฉลามกับเนื้อชิ้นที่เหมาะมาทำเป็นซูชิ อย่างแรกเขาได้หั่นหูฉลามเป็นชิ้นๆไปใส่ในหม้อทำน้ำซุป ตัดเอาส่วนเนื้อไปทำเป็นซูชิบางๆ เมื่อได้เห็นการทำอาหารของยูอิลฮาน คังมิเรย์กับนายูนาได้รู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ้ในด้านนี้

"ฉันยังทำมาม่าไม่ได้เลย..."

"อิลฮานทำอาหารให้เราก็ดีนะ แต่ว่าทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันแปลกๆกันนะ นี่มันดีแล้วแน่หรอ?"

"พ่อครับ เร็วสิครับ เร็วเข้า!"

เมื่อยูอิลฮานชินกับมันการทำอาหารของเขาก็ได้เร็วยิ่งขึ้น ยูอิลฮานได้ใช้เวลาแค่สามชั่วโมงเท่านั้นในการเอาฉลามมาทำเป็นอาหารที่พอให้คนทั้งหมดในที่แห่งนี้ได้กิน และเนื่องจากว่ายูอิลฮานได้ใช้อ่างแห่งปาฏิหาริย์มาทำอาหารทำให้ความเป็นพิษไม่ได้สูงอีกต่อไปแล้ว

"...ฉัน"

"กรี๊ด อร่อยมาก!"

คังมิเรย์กับนายูนาที่อึดอัดใจอยู่ได้ถูกรสชาติของอาหารทำให้ความรู้สึกนี่หายไปทันที และพวกเธอก็ได้เริ่มที่จะสนใจกับการทำอาหาร สำหรับคนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน

"แม่แพ้ลูกแล้ว"

แม้กระทั่งคิมเยซอลก็ยังยอมรับในความพ่ายแพ้

[เคลาทูคที่เป็นถึงคลาส 7 ได้จบลงด้วยการกลายมาเป็นซุปหูฉลาม...]

"ชีวิตคนเรามันไม่มีปลายทางที่แน่นอนหรอกนะ"

[แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะมีปลายทางที่ดีกว่าการกลายเป็นซูชิแน่ๆล่ะ... อ่า อร่อยจัง ที่รักทำทั้งหมดนี้จริงๆสินะ]

ร่างกายของเคลาทูคมีขนาดที่ใหญ่มากๆ ต่อให้พวกเขาเติมเต็มท้องกันจนอิ่มร่างกายของเคลาทูคก็ยังคงเหลืออยู่อีก 95% ยูอิลฮานได้จัดการตัดเอาเหลือส่วนที่เหลืออย่างพอดีคำมาเก็บลงไปในช่องเก็บของและในที่สุดเขาก็ได้เริ่มทำการอัพเกรดป้อมปราการลอยฟ้า

"มิสทิค เธอคิดว่าป้อมปราการนี่ขาดระบบอะไรบ้างไหม?"

[สามัญสำนึกปกติล่ะมั้ง?]

"ไม่ใช่สิ่งที่เธอขาดนะ แต่เป็นสิ่งที่ป้อมปราการขาด"

[คงเป็นวัตถุดิบ?]

"ฉันผิดเองแหละที่มาถามเธอ คำตอบก็คือพลังป้องกัน"

ป้อมปราการลอยฟ้ามีความสามารถที่จะสร้างบาเรียขึ้นมาเองด้วยการใช้มานา หากว่าถูกเรียกออกมาบาเรียก็จะป้องกันป้อมปราการลอยฟ้าจากการกระแทกและการโจมตี

ยังไงก็ตามในความคิดของยูอิลฮานคิดว่าหากเป็นการโจมตีจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงบาเรียนี่ก็ยังคงไม่เพียงพอ บาเรียนี่ต่อให้เป็นเขาก็ยังทะลวงผ่านไปได้ง่ายๆเลย

"เรพาะงั้นในตอนนี้ฉันจะใช้เกราะโลหะนี่มาเสริมพลังให้กับบาเรีย"

[เรื่องบ้าๆอีกแล้ว...]

พูดกันอีกครั้งก็คือร่างของเคลาทูคนั้นมหึมามาก เพราะแบบนี้การจะใช้เกราะโลหะของมันมากปกคลุมป้อมปราการลอยฟ้าทั้งป้อมก็ไม่ใช่ปัญหาเลย

อย่างแรกยูอิลฮานได้ทำการหัตถกรรมมานากับชิ้นส่วนเกล็ดโลหะก่อนจนทำให้มันกลายมาเป็นโปร่งแสงและติดตั้งปืนสปริงไว้เพื่อที่จะทำให้ยิ่งเกล็ดโลหะพวกนี้ออกไปปกคลุมป้อมปราการได้เมื่อบาเรียถูกเปิดใช้งาน ปืนสปริงนี้เป็นอุปกรณ์ที่จะตอบสนองกับมานาบางประเภทและถูกออกแบบมาอย่างปราณีต แต่ว่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมเวทย์แล้วการสร้างมันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

"แน่นอน นอกจากนี้แล้วมันยังเป็นไปได้ที่จะยิงเกล็ดนี่ออกไปนอกบาเรียในตอนที่บาเรียรับภาระหนักเกินไปอีกด้วย

[มันยังไม่จบใช่ไหม? มันไม่มีทางที่นายท่านจะหยุดแค่นี้แน่]

แน่นอนว่ามันยังมีส่วนอื่นเหลืออยู่อีก นั่นก็คือการปรับปรุงตัวบาเรีย! ถ้าการหมุนได้ถูกนำมาปรับใช้กับบาเรีย เกล็ดโลหะที่ปกคลุมอยู่ด้านบนก็ยังจะหมุนเหมือนกับสว่านได้อีกด้วย แล้วก็หากป้อมปราการลอยฟ้าพุ่งออกไปในสภาพนี้ทุกๆสิ่งที่ขวางทางจะถูกทะลวงจนลาบแน่นอน!

[นายท่านมันไม่ใช่มนุษย์]

"ใช่ ฉันเลิกเป็นมนุษย์มานานแล้ว ไม่สิฉันได้ก้าวข้ามมนุษย์ทั้งหมดมาต่างหาก!"

[นายท่าน...]

ในกระบวนการนี้ยูอิลฮานได้ใช้หินพลังเวทย์คลาส 5 จำนวนมากไป เนื่องจากว่าแผนต่างๆได้ถูกออกแบบและมีวัตถุชั้นนำเตรียมไว้แล้ว ทำให้ผลงานได้สำเร็จออกมาอย่างง่ายดาย สว่านที่จะเจาะทะลวไปทั่วจักรวาลได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว

[ป้อมปราการลอยฟ้าสังหารได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว]

และในที่สุดสิ่งที่ยูอิลฮานรอคอยมาตลอดมันก็เกิดขึ้น

[ป้อมปราการลอยฟ้าสังหาร]

[ระดับ - นิรันดร์]

[ความทนทาน - 100,000,000/100,000,000]

[เงื่อนไขการใช้งาน - ยูอิลฮานเท่านั้น]

[ออฟชั่น -

1.ฟื้นฟูความทนทานจากการดูดซับมานาและพลังชีวิตจากศัตรูใกล้ๆ

2.ระดมยิงอาวุธทั้งหมดออกไปโดยไม่จำเป็นต้องสั่งการ

3.พัฒนาขึ้นอัตโนมัติจากการดูดซับบันทึกของสิ่งมีชีวิต

4.การบินถูกเปิดใช้งาน เร่งความเร็วฉับพลัน ลอยตัวฉับพลัน ทิ้งตัวฉับพลันได้ถูกเปิดใช้งาน

5.ไอเทมทั้งหมดภายในป้อมปราการจะถูกนับเหมือนกับเป็นไอเทมสวมใส่ คนที่อยู่ในปาร์ตี้ของผู้ใช้ป้อมปราการจะได้รับคุ้มครองจากป้อมปราการและจะถูกนับเป็นหนึ่งในสมาชิกของป้อมปราการ

6.พลังป้องกันและพลังโจทตีของอาร์ติแฟคทั้งหมดในป้อมปราการเพิ่มขึ้น 20%

7.พลังป้องกันและพลังโจทตีของอาร์ติแฟคทั้งหมดในป้อมปราการเพิ่มขึ้น 20%

8.สามารถจะใช้บาเรียพิเศษทำการโจมตีและป้องกันได้

9.โอกาสที่จะเกิดปาฏิหาริย์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพิ่มสูงขึ้น]

[สิ่งประดิษฐ์ที่ได้ก้าวข้ามเทคโนโลยี บันทึกและปาฏิหาริย์ไปแล้ว มันยังคงไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาด 'ชิ้นส่วนที่หายไป'อยู่ แต่อีกไม่นานก็จะสมบูรณ์]

[คุณได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับนิรันดร์ขึ้น คุณได้รับฉายา 'ผู้ก้าวข้าม']

"หืมม"

ในที่สุดป้อมปราการสุดที่รักก็ได้กลายมาเป็นระดับที่สูงกว่าพระเจ้าแล้ว! ยูอิลฮานยินดีจนอยากจะร้องไห้แล้ว

ยังไงก็ตามฉายาที่เขาได้ตามมาหลังจากสร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับนิรันดร์ขึ้นมาได้กวนใจเขาอยู่ ผู้ก้าวข้าม? เขาก้าวข้ามอะไร? ความสามารถของฉายานี่มันอะไร? เขาไม่อาจจะเข้าใจได้เลย

[มีอะไรงั้นหรอที่รัก?]

"ไม่ ไม่มีอะไรหรอก"

ถึงเขาจะอยากอธิบายให้คนอื่นๆฟัง แต่ว่าก็มีแต่เขาเท่านั้นที่ได้รับฉายานี้ ทำให้ต่อให้เขาอธิบายออกไปคนอื่นๆกไม่เข้าใจ

ถึงนี่จะต่างจากที่เขาหวังนิดๆ แต่ว่าในเมื่อเขาก็อัพเกรดป้อมปราการได้สำเร็จตามเป้าแล้วทำให้เขาปล่อยเรื่องนี้เอาไว้

ยังไงก็ตามมิสทิคได้เรียกเขาเอาไว้ก่อนที่จะหันไปทางอื่น

[นายท่านฉันรู้สึกแปลกๆ]

"ทำไมล่ะ สามัญสำนึกที่เธอขาดไปมันโผล่มาแล้วงั้นหรอ?"

[ฉันรู้สึกเหมือนฉันจะต้องไอออกมาแต่ว่ามันถูกกลั้นเอาไว้! อ๊าาาาาาา อึดอัดอ่า!]

ยูอิลฮานคิดว่า 'ชิ้นส่วนที่หายไป' ได้ทำให้เธออึดอัด ยังไงก็ตามหากเขารู้ว่านั่นคืออะไรเขาก็คงจะทำให้มันสมบูรณ์ไปแล้ว ยูิลฮานได้หยั่งไหล่ถามออกมา

"ฉันจะต้องจี้เธอไหมล่ะ?"

[ไม่ นั่นมันทำกับป้อมปราการได้ด้วยงั้นหรอ!? ฉันอึดอัด! ฉันรู้สึกเหมือนฉันกำลังกลั้นอะไรซักอย่างอยู่!]

หลังจากนั้นมิสทิคก็กรีดร้องไปอยู่พักใหญ่ๆ แต่ว่านี่ก็ไม่มีอะไรที่ยูอิลฮานทำได้เลย เขาได้ถามโอโรจิ แต่ว่าโอโรจิก็แค่ถอนหายใจและตอบกลับมาว่า

[ในตอนผู้หญิงหงุดหงิดโมโหนะ สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ก็คือการปล่อยเธอเอาไว้คนเดียวดีกว่าการไปถามเหตุผลแน่ๆ นี่จะเป็นวิธีลดความเสียหายที่ดีที่สุดแล้ว]

"โอ้ ฉลาดมาก"

[นายท่านงี่เง่า! โอโรจิก็ยิ่งงี่เง่า!]

เมื่อเขาไปบอกกับคนอื่นๆว่าตอนนี้ป้อมปราการลอยฟ้าได้อยู่ระดับนิรันดร์แล้ว ตอนแรกคนอื่นๆก็สับสนกัน แต่ไม่นานนักพวกเขาก็ต้องตะลึงเมื่อรู้ความจริงว่านั่นมันอยู่เหนือระดับเทพเจ้า แม้กระทั่งคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดอย่างเฮเรียน่าก็แสดงท่าทางตกใจออกมา

[นิรันดร์? นี่มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินเรื่องแบบนี้ ฉันเคยเห็นสุดยอดช่างตีเหล็กมาหลายคนในชีวิตนะ... แต่ไม่มีใครเลยที่ทำได้ดีกว่าระดับเทพเจ้า]

"บางทีเราจะได้ห็นการเกิดขึ้นของไอเทมที่ไม่เคยมีอยู่แม้ในแต่แนวคิดของบันทึกนภา"

[คนแรก... สินะ ฟุฟุ ฉันดีใจจังที่ได้ใช้เวลานี้กับที่รัก]

"เธอไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ที่นี่นะ ฉันก็อยู่ด้วยแล้วก็อิลฮานคือของฉัน"

การอัพเกรดป้อมปราการลอยฟ้าได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แม้ว่าเขาจะใช้เกราะโลหะทั้งหมดของเคลาทูคไป แต่ว่าผลลัพธ์นี่ก็ดีจนทำให้เขาพึงพอใจมาก นอกไปจากนี้

"ฉันดีใจที่ฉันไม่ถึงขนาดที่ต้องทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีก เพราะงั้นฉันก็เลยยังมีกระดูกเหลืออยู่!"

[ยังมีเหลืออยู่อีก...]

ยังไงก็ตามเขาก็มีแผนที่จะใช้งานกระดูกของเคลาทูคแล้ว ยูอิลฮานได้เอากระดูกมากองไปที่มุมหนึ่งและหยิบเอากระดูกของอิชจาร์ออกมาอีกส่วนหนึ่ง จากนั้นก็เอาหัวใจมังกรของอิชจาร์แล้วก็ดวงใจแห่งเพลิงออกมา

""นับจากนี้ อย่าเข้ามาใกล้ทางนี้นะ"

เขาได้เตือนคนอื่นๆด้วยน้ำเสียงที่ขึงขัง และจัดการถอดทุกๆออกไป รวมไปถึงถุงมือที่ทำมาจากศพของเจตจำนงแห่งความโกลาหล แม้กระทั่งเกราะร่างเพลิงนรกก็ไม่เว้น โอโรจิได้ถามเขาขึ้นทันที

[ตอนนี้นายท่านคิดว่านายท่านทำมันได้แล้วงั้นสินะ?]

"ใช่แล้ว"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าออกมาอย่างไม่ลังเล ก่อนที่จะยกค้อนขึ้นพร้อมสูดหายใจลึก

เขามีวัตถุดิบพอแล้ว แถมเป้าหมายตอนนี้ของเขาก็ชัดเจนแล้ว นั่นก็คือระดับนิรันดร์

ในท้ายที่สุดตอนนี้มันก็ถึงเวลาทำชุดเกราะในอุดมคติของเขาให้สมบูรณ์แล้ว

จบบทที่ บทที่ 278 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (4) [16-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว