เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 276 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (2) [12-02-2020]

บทที่ 276 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (2) [12-02-2020]

บทที่ 276 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (2) [12-02-2020]


บทที่ 276 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (2)”

"นี่มันบ้าอะไรกันเนี้ย? มีคนมาจากต่างโลกตั้งแสนกว่าคน!"

เลียร่ามองผ่านไหล่ยูอิลฮานไปได้เห็นภาพคนที่อยู่เต็มพื้นที่ ก่อนที่เธอจะแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อออกมา ยูอิลฮานก็ได้แต่หยักไหล่ตอบกลับไป

"เธอก็เป็นคนพาคนพวกนั้นกลับมาเหมือนกันนี่"

"นั่นก็จริง แต่ว่า..."

"ตลกจังเลยที่พวกเขาขยับช้าม๊ากมาก~ อิลฮานนายควบคุมความเร็วของเวลาไม่ได้หรอ? ความเร็วน่ะ!"

"ตอนนี้มันยังไม่มีฟังก์ชั่นขั้นสูงแบบนั้นหรอก แล้วก็ทุกคนปล่อยฉันได้แล้ว"

"อ๊าาา"

พรรคพวกของยูอิลฮานทุกๆคนได้มารวมตัวกันแล้ว ทุกๆคนต่างก็เข้ามาเกาะเขาเหมือนกับจะมาขอลูกอมจากเขาทำให้ยูอิลฮานรู้สึกรำคาญมากก่อนที่จะดันทุกๆคนถอยกลับไป จากนั้นก็หันไปถามเอิลต้า

"ไม่มีคนที่สามารถจะต้านทานวงเวทย์ได้นอกจากพวกเราใช่ไหม?"

"ตอนแรกก็ใช่ แต่ยังไงก็ตามหลังจากที่มีคนบางส่วนรู้ตัวว่าพวกเราเคลื่อนไหวเร็วเกินไป พวกเขาก็น่าจะสังเกตุเห็นถึงเวทย์ที่ร่ายบนโลกนี้อยู่ แน่นอนว่านั่นก็ไม่ได้เปลื่ยนอะไรหรอก แต่ก็มีอยู่สามคนที่พอจะต่อต้านการเคลื่อนไหวได้ 40%"

สามคนนั้นก็คือคาริน่า มาลาเทสต้าแห่งมาเกีย มิเชล สมิธสันแห่งอัศวินโลหะ และทาคากากิ อสึฮะแห่งจอมเวทย์มังกร

สำหรับคนพวกนี้ยูอิลฮานรู้ว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะต้องมาถึงคลาส 4 ได้ในเวลาสั้นๆแน่นอน เมื่อคำนวนจากการที่ฮานเยรังได้เป็นผู้นำของโลกๆหนึ่งในตอนที่อยู่คลาส 3 แล้ว คนพวกนี้มีความสำเร็จที่น่าทึ่งมาก

"ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?"

"บางทีอาจจะเป็นเพราะมีความสำเร็จบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ ตามปกติแล้วต่อให้เป็นคลาส 4 ก็ยังต้านวงเวทย์เวลาไม่ได้เลย แต่ผู้คนบนโลกนี่คงจะประหลาดกันมากๆ"

"มิเชล สมิธสัน หมอนี่เมื่อก่อนดูไม่มีราศรีอะไรเลย แต่ดูเหมือนเขาจะได้ผ่านอะไรมากมาย มนุษย์นี่น่าสนใจมาก"

[เฮ้อ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาต้องปกป้องโลกที่เป็นจุดสนใจของพวกหนอนแมลงทั่วมั้งจักรวาล ที่รักจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดีล่ะ]

"ฉันจะพยายาม"

ยูอิลฮานได้เรียกทั้งสามคนนั้นมา แต่ว่าเพราะทั้งสามคนนี้ก็ยังได้รับผลจากวงเวทย์อยู่ทำให้การคุยกันเป็นเรื่องยากมาก แต่ยูอิลฮานก็ได้อดทนจนถึงขีดสุดเพื่อพูดกับคนพวกนี้ เนื้อหาที่เขาบอกก็ง่ายมากๆ

"พวกนายอยากจะมาฝึกในนาฬิการทรายแห่งกาลเวลากับเราไหม"

"แน่นอนสิ!" (ตอบแบบช้าลง 2.5 เท่า)

ทาคากากิ อสึฮะได้ตอบกลับมาทันที ในขณะที่คาริน่า มาลาเทสต้ากับมิเชล สมิธิสันได้มองกันเองเล็กน้อยก่อนจะหยักหน้าออกมา

"โอเค" (ตอบแบบช้าลง 2.5 เท่า)

"ฉันจะไป" (ตอบแบบช้าลง 2.5 เท่า)

พอได้รับคำตอบมาแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรในต้องลังเล ยูอิลฮานได้สร้างบาเรียครอบทั้งสองป้อมปราการในทันที ในบาเรียนี้มีพรรคพวกของยูอิลฮาน หัวหน้ากิลด์ทั้งสามคน และกองทัพมังกรที่ไม่ได้รับผลจากวงเวทย์เลย

"ว้าว นี่มันกว้างกว่าเมื่อก่อนอีกนะ~"

"แม้ว่าจะอยู่ภายในบาเรียนี่ผลจากวงเวทย์ก็ไม่ได้หายไป หืม ดูเหมือนแรงกดดันบนร่างฉันจะลดลงไปเล็กน้อยนะ"

คิมเยซอลได้พูดออกมาอย่างตรงใจในระหว่างมองไปรอบๆบาเรีย ยังไงก็ตามคนที่ตกใจมากที่สุดก็คือหัวหน้ากิลด์ที่ได้เข้ามาที่นี่

"ฟู่ ในที่สุดตอนนี้ฉันก็ขยับตัวได้ดีขึ้นแล้ว!"

"โอ้ ตอนนี้ฉันพูดได้เร็วขึ้นล่ะ"

"ฟู่ววว"

พวกเขาสามารถจะต้านทานวงเวทย์ได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว และบวกกับอาร์ติแฟคระดับเทพเจ้าที่ช่วยต้านทานผลจากเวทย์อีกทำให้ ตอนนี้พวกเขาสามารถกลับมาพูดตามปกติได้

"อ๊ากกกกกก"

หลังจากที่มิเชล สมิธสันขยับร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เขาก็หันหน้าไปหายูอิลฮานและตะโกนออกมาดังๆทันที

"นายทำอะไรกับโลกกัน นายคนลึกลับ! ฉันคิดว่าฉันตามนายทันแล้ว แต่ก็ไม่ทันอยู่ดี!"

"ในเมื่อโลกพัฒนาขึ้นเร็วเกินไป ฉันก็ได้แต่ทำแบบนี้ นายเข้าใจฉันใช่ไหมล่ะ? ถึงจริงๆฉันจะไม่ได้ต้องการให้นายต้องเข้าใจก็เถอะนะ"

"อ๊ากกกก! นายทำให้ฉันต้องหงุดหงิดเสมอเลย!"

ในเวลาเดียวกันทาคากากิ อสึฮะก็ได้ตะโกนมาทางยูอิลฮานด้วยสายตาเป็นประกาย

"น่าทึ่งมากเลยท่านซูซาโนะ! ในตอนนี้ท่านควบคุมมิติเวลาได้แล้ว!"

"ไม่หรอก นี่เป็นพลังของพรรคพวกของฉัน..."

"น่าทึ่งมาก! ฉันรู้อยู่แล้วว่าท่านคือเทพซูซาโนะกลับมาเกิดใหม่"

"เฮ้ นี่เธอไม่ได้ฟังฉันเลยนะ"

"อ๊าา ท่านซูซาโนะ...!"

แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะพอมองออกว่าเธอมีโอกาสแบบนี้ แต่ว่าเธอก็ยังเก็บมันเอาไว้อยู่ แต่หลังจากเธอได้เห็นยูอิลฮานข้ามมิติไปมาและร่ายเวทย์แบบส่งผลทั่วทั้งโลกแบบนี้ได้ทำให้สายตาที่เธอมองเขาเปลื่ยนไป ในตอนนี้สายตาของเธอไม่ต่างกับพวกเอลฟ์เลย สายตานี้มันมากยิ่งกว่าแค่ชื่นชมแล้ว

"ท่านซูซาโนะเท่จัง"

"จริงๆสินะ ผู้หญิงคนนี้ก็หมดหวังไปแล้ว"

เขาได้บ่นออกมาแล้วก็หันไปหาคนสุดท้ายนั่นคือคาริน่า มาลาเทสต้า และเขาก็ได้เห็นเธอกำลังสูดหายใจเข้าลึกๆอยู่

"เฮ้ ทำไมเธอถึงสูดหายใจ... โอ้"

"ฮ่าห์!"

"คุณมาลาเทสต้า? อั๊ก"

คาริน่า มาลาเทสต้าได้เข้าไปจู่โจมมิเชล สมิธสันก่อนที่ยูอิลฮานเข้าไปห้ามทัน การโจมตีนี้ของเธอไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากนัก เธอได้ใส่เข่าเข้าที่ท้องของมิเชลจนเขาล้มลงและจัดการโจมตีลงไปด้วย 'จูบ' แล้วก็เพราะเข่าของเธอมีเวทย์อัมพาตอยู่ทำให้มิเชล สมิธสันไม่อาจต่อต้านได้เลยสักนิดเดียว

"อุ๊บบ! อุ๊บบบบ!?"

"อยู่นิ่งๆ"

"...ดูเหมือนเธอจะเคลียดมามากสินะ"

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจปล่อยแม่เสือสาวคาริน่า มาลาเทสต้ากับกระต่ายน้อยน่าสงสารมิเชล สมิธสันเอาไว้เพียงลำพังซักพักหนึ่ง คนที่กำลังมองฉากที่น่าตกใจก็มองได้ไม่นานเพราะได้มีบาเรียโผล่ขึ้นมาปิดกั้นเอาไว้ทำให้พวกเขาต้องไอแห้งๆและหันหน้าไปทางอื่น

"ถ้างั้นเราไปทำงานของเรากันดีกว่า"

"พ่อครับ ผมต้องทำอะไรหรอ?"

"มิลแค่ไปกินเนื่อมังกรแล้วก็แช่อ่างแห่งปาฏิหาริย์ก็พอแล้วลูก ถ้าลูกเบื่อก็ฝึกใช้สกิลแล้วกันนะ"

"ได้เลยครับผม!"

ยูอิลฮานได้เอาอ่างแห่งปาฏิหาริย์ที่เต็มไปด้วยเลือดของอิชจาร์มาวางไว้ที่มุมหนึ่ง เขาได้อธิบายให้กับพรรคพวกของเขาที่กำลังมองมาที่อ่างแห่งปาฏิหาริย์อย่างเป็นประกาย

"นับจากนี้เราทุกคนจะแบ่งกันใช้อ่างนี่ เรามีคนเยอะกันมากเพราะแบบนั้นในตอนที่อาบน้ำเราที่มีเพศเดียวกันก็น่าจะต้องไปพร้อมๆกันหลายๆคน เด็กๆกองทัพมังกรก็ยังตัวเล็กกันอยู่เพราะงั้นพวกเขาน่าจะลงไปอาบได้ทีล่ะหลายๆคนนะ"

[อาบน้ำรวมกับที่รักงั้นหรอ? น่าสนใจจริงๆ]

"ฉันบอกว่าแยกตามเพศไงล่ะ"

เขาได้ขัดเฮเรียน่าและอธิบายต่อไป

"ถึงฉันจะไม่มั่นใจ แต่ก็คิดว่ามีโอกาศสูงที่อ่างแห่งปาฏิหาริย์จะนำเราไปสู่เส้นทางของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ ต่อให้มันไม่ใช่แบบนั้น ฉันก็เชื่อว่าหากฉันผสานเลือดมังกรกับอ่างนี้ได้สำเร็จฉันก็น่าจะได้ความสามารถใหม่ๆแน่นอน เพราะงั้นทุกๆคนควรจะมาอาบมันเป็นระยะๆนะ"

"ครับ"

"เข้าใจแล้ว"

สิ่งต่อมาแน่นอนว่ามันคือสิ่งที่ทุกๆคนต้องทำนั่นคือการฝึก ภายในบาเรียที่สร้างจากนาฬิกาทรายแห่งนี้เป็นที่ที่เดียวที่พวกเขาสามารถจะฝึกได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร

"การที่เราได้เวลาสองเดือนมาในขณะที่ข้างนอกผ่านไปไม่ถึงวินาที นี่มันคืออาร์ติแฟคที่น่าทึ่งจริงๆ..."

"อืมม ฉันก็ไม่มั่นใจหรอกนะว่ามันจะแค่สองเดือนน่ะ"

ยูอิลฮานได้แย้งคังมิเรย์ที่พึมพัมกับตัวเองออกไป เขาได้มองไปที่นาฬิกาทรายแห่งการเวลา หลังจากบาเรียได้ถูกใช้งานนาฬิกาทรายแห่งการเวลาก็ได้ผลิกกลับและทรายเริ่มหล่นลงอีกครั้งหนึ่ง ยังไงก็ตามความเร็วในการร่วงหล่นของมันช้ามากๆแล้วจากที่เห็นมันไม่นานจะร่วงหมดจนครบภายในแค่สองเดือนแน่

"อิลฮาน นี่คือ..."

"ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ เวทย์ชะลอเวลาที่ถูกร่ายไว้ทั่วโลกได้ทำให้ระยะเวลาคูลดาวน์ของนาฬิกาทรายช้าลงไปด้วย นี่แหละเป็นเหตุผลที่ทำไมฉันถึงคิดว่าระยะเวลาของบาเรียถึงจะได้รับผลไปด้วยแล้วก็นะ... แล้วก็ดูเหมือนฉันจะคิดถูกล่ะ"

"นี่มัน...ข้อผิดพลาด"

เลียร่าได้แต่พึมพัมกับตัวเอง ยูอิลฮานได้หยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ เอิลต้าก็คิดว่านี่มันบ้ามากๆเหมือนกัน

"เวทย์นี่ได้ผลกับอาร์ติแฟคระดับพระเจ้าด้วยงั้นหรอ!? ถ้าแบบนี้ฉันชักจะสงสัยแล้วว่าเราเคลื่อนไหวตามปกติภายใต้ผลจากเวทย์นี่ได้ไงกัน!"

"อืมม นั่นก็คงเพราะความหัวดื้อแล้วก็ดื้อรั้นล่ะมั้ง"

"ถ้านายจะธิบายทุกๆอย่างด้วยคำพูดแบบนี้ล่ะก็มันผิด!"

"เธอก็ชอบพูดเรื่องผิดๆให้ฟังฉันบ่อยๆนี่"

หลังจากได้ยินคำพูดนี้ของยูอิลฮานได้ทำให้เอิลต้าโมโหขึ้นมา เธอได้พับแขนเสื้อขึ้นมาทันที ท่าทางนี้ของเธอดูน่ารักมาก

"แต่ว่ามันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ"

"ใช่แล้ว ตอนนี้มันกำลังเป็นไปด้วยดี"

"อ๊าาาาา"

ระหว่างเอิลต้ากำลังสับสนอยู่ ยูอิลฮานก็ยกนิ้วขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"มีความหัวรั้นให้ตัวเธอมากขึ้นเลยน้า!"

"เงียบไปเลย"

[แล้วถ้างั้น?]

เฮเรียน่าที่ดูใจเย็นกว่าคนอื่นๆได้มองไปที่ยูอิลฮานและถามออกมา

[บาเรียนี่ที่รักจะคิดว่ามันจะอยู่นานแค่ไหน?]

"จากที่ดูสภาพของนาฬิกาทรายในเวลานี้ ดูเหมือนจะมีเวลาอยู่ประมาณปีครึ่ง"

[บาเรียจะใช้งานได้ในทุกๆสองเดือนเพราะที่รักจะคอยไปตระเวนอยู่ที่โลกอื่น เพราะงั้นเราน่าจะมีโอกาสอีกมากที่จะเข้ามาอยู่ภายในบาเรียนี่ก่อนโลกจะกลายเป็นโลกระดับสูง]

"อ่า ใช่แล้ว"

[ที่รัก... น่าทึ่งจริงๆ]

นี่คือข้อดีแรกที่ยูอิลฮานได้รับมานับตั้งแต่ที่ได้ใช้ชีวิตบนโลกเพียงลำพังเป็นพันปี ภายในบาเรียนี่อย่างน้อยที่สุดเลยเขาก็จะมีเวลาในการฝึกฝนความเชี่ยวชาญสกิลแล้วก็ทำหัตถรรมมานา

เมื่อยูอิลฮานใกล้จะอธิบายเรื่องระยะเวลาของบารียจบลงและให้ทุกๆคนไปทำหน้าที่ของตัวเอง ในที่สุดแล้วคาริน่า มาลาเทสต้าก็ได้ปล่อยมิเชล สมิทสันออกมาอย่างพึงพอใจ

"ฟู่่"

แม้ว่าเธอจะเพิ่งจู่โจมชายคนหนึ่งมาแต่เธอก็ยังคงเลียริมฝีปากอย่างใจเย็น เธอดูน่ากลัวมากๆ ยูอิลฮานได้รู้สึกสงสารมิเชล สมิธสันเป็นครั้งแรกเมื่อเขาได้เห็นมิเชล สมิธสันยืนตัวสั่นอยู่

"คะ คุณมาลาเทสต้า..."

"เรียกฉันว่าคาริน่า เข้าใจไหม?"

"...คาริน่า"

"เยี่ยมมาก มีเพียงแค่คนในครอบครัวของเรา แล้วก็อาจารย์เท่านั้นที่เรียกชื่อนี้ ในตอนนี้ครอบครัวของฉันกับอาจารย์ได้กระจัดกระจายไปต่างโลกบนแล้ว เพราะงั้นบนโลกใบนี้มีแค่นายคนเดียวที่ชื่อฉัน จำเอาไว้ให้ดีล่ะ"

"ขะ เข้าใจแล้ว ช่วยเรียกฉันว่ามิเชลเหมือนกันนะ"

"นั่นแหละคือคำตอบที่ฉันอยากจะได้ยิน"

สีหน้าของคาริน่า มาลาเทสต้าได้สดใสขึ้นราวกับเธอได้รับชัยชนะในอะไรบางอย่างมา บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าหลายปีที่เธอถูกส่งไปต่างโลกจะทำให้เธอเจอเรื่องยากลำแบกแล้วแกร่งขึ้นมาก็ได้! ในอดีตมิเชล สมิธสันมักจะดูชอบพอคังมิเรย์ แต่ว่าพอมาดูในตอนนี้ดูท่าแล้วการเข้าหาที่รุนแรงของคาริน่า มาลาเทสต้าจะได้ผลเป็นอย่างมาก

หลังจากเธอได้จัดการธุระของเธอจบลงแล้ว เธอก็ได้หันกลับมาหายูอิลฮาน

"แม้ว่าฉันจะทักทายช้าไป... แต่ว่าก็ขอบคุณนะคุณยูอิลฮาน ขอบคุณคุณมากๆที่ทำให้ในที่สุดฉันก็ได้มาเจอกับคนที่ฉันรัก"

คาริน่า มาลาเทสต้าดูเหมือนจะทิ้งนิสัยหญิงสาวจอมหยิ่งไปแล้ว เธอได้ก้มหัวให้กับยูอิลฮานอย่างสุภาพ ยังไงก็ตามยูอิลฮานยิ่งมีความรู้สึกยินดีกับความจริงใจของเธอมากกว่าการเปลื่ยนทัศนคติของเธอซะอีก

ในที่สุดแล้วภาระที่อยู่ในใจของเขาหลังจากได้ยินว่าเขาจะต้องปกป้องโลก ในที่สุดก็ลดลงไปเล็กน้อยแล้ว

"เอาเถอะ... ฉันก็ดีใจนะที่ช่วยเธอได้"

"น่าจะมีอีกหลายๆคนที่เป็ฯเหมือนฉัน เหล่าคนที่ทุกข์เพราะเสียคนรักไป เหล่าคนที่แยกไปจากเพื่อนสนิม รวมไปถึงเหล่าคนที่เสียครอบครัวและลูกๆไปด้วย"

ดวงตาคาริน่า มาลาเทสต้าได้เป็นประกาศขึ้นมา

"เพราะแบบนั้นได้โปรดให้ฉันช่วยนายทำให้คนเหล่านั้นได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเถอะนะ"

"ได้เลย... ได้แน่นอน นับจากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ"

"นับจากนี้ฉันก็จะตามนายในฐานะที่นายเป็นผู้นำ เชิญมอบคำสั่งมาเลย"

หลังจากได้ยินคำพูดนี้ยูอิลฮานได้คิดครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่ทาคากากิ อสึฮะกับมิเชล สมิทสันและพูดออกมา

"ถ้างั้นฉันจำทำให้พวกนายเลเวลขึ้นก่อน เลเวลพวกนายยังต่ำเกินไป"

"ฉันก็ได้คลาส 4 มาแล้วนะ ถึงนั่นจะต่ำกว่านาย.... แต่นี่ยังตองเพิ่มเลเวลอีกหรอ? แล้วทำยังไงล่ะ ที่นี่ไม่มีมอนสเตอร์เลยนะ"

ยูอิลฮานได้หันหน้าไปทางหนึ่ง และจากนั้นก็ชี้ไปที่ที่มีแค่เอิลต้าเท่านั้นที่ยืนอยู่

"เอิลต้า เธออัญเชิญมอนสเตอร์มาที่นี่ได้ใช่ไหม? พวกมอนสเตอร์ที่อยู่บนโลกน่ะ"

"นายมาพูดเรื่องไร้ความรับผิดชอบอีกแล้วนะ..."

"ถ้าเธอทำไมได้งั้นก็..."

ยูอิลฮานกำลังจะพูดแผนสองออกมา แต่แล้วเอิลต้าได้ยิ้มตอบกลับเขามาอย่างมั่นใจ

"ฉันทำได้สบายๆอยู่แล้ว"

"เฮๆ นี่เธอหัดจะหลอกคนอื่นแล้วงั้นหรอ"

"ก็มีใครบางคนหลอกฉันมาตลอดนี่นา"

เอิลต้าได้ยกมือขึ้นมาหลังจากที่มองดูเหล่าหัวหน้ากิลด์ที่กำลังตกตะลึงกันอยู่

"เอาล่ะ ถ้างั้นพวกนายทุกคนเตรียมตัวต่อสู้แล้วนะ?"

"เดี๋ยวก่อนสิ พวกเราสามคนไม่เคยสู้ร่วมกันมา..."

"แค่นี้ก็พอแล้ว"

เมื่อเอิลต้าได้สะบัดมือลงขัดคำพูดของมิเชล สมิธสันก็ได้มีมอนสเตอร์ขนาดยักษ์โผล่ขึ้นมาเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสามคน แน่นอนว่านี่คือมอนสเตอร์ปีศาจที่มีเลเวล 200 ปลายๆ จากร่างกายที่สั่นอยู่ของมันทำให้แน่ชัดว่ามันคือปีศาจสั่นสะเทือน

"ตอนนี้พวกนายก็สู้กันได้เลย"

"เธอมันปีศาจจจจจ!!!"

[ก๊าซซซซซซซซซ]

จากแบบนี้การจะยกระดับพวกเขาจึงได้ผ่านไปแล้วอย่างราบรื่น

จบบทที่ บทที่ 276 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (2) [12-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว