เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ได้เวลาทำอะไรแล้ว

บทที่ 11 ได้เวลาทำอะไรแล้ว

บทที่ 11 ได้เวลาทำอะไรแล้ว


บทที่ 11

ได้เวลาทำอะไรแล้ว

เมื่อค่ำคืนมาถึงพ่อค้าในเมืองตงซานเริ่มที่จะปิดร้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าต่างเผ่าที่มาที่นี่เพื่อทำธุรกิจหรือชาวเมืองต่างทยอยกันกลับไปที่พักของพวกเขา

บนถนนสายหลักมีมนุษย์หัววัวร่างสูง  20-30 คนกำลังเข็นรถที่เต็มไปด้วยสินค้าไปยังที่พักชั่วคราวของพวกเขา

มนุษย์หัววัวเหล่านี้สวมหนังสัตว์อสูรที่หยาบกระด้างในมือของพวกเขาถือกระบองเขี้ยวหมาป่าและค้อนยักษ์ และอาวุธประเภทใช้พละกำลังอื่นๆ พวกมันดูน่าเกลียดและดุร้ายมาก

เผ่ากระทิงเถื่อนเป็นเผ่าพันธุ์ระดับเหลืองที่ต่ำสุดใน   ทวีปเทียนเหิง พวกเขามีพลังป่าเถื่อนและสติปัญญาไม่สูงมากนัก

ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างจักรวรรดิและชนเผ่ากระทิงเถื่อนนั้นเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เกิดการปะทะกันบ่อยครั้งที่ชายแดน แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างทั้งสองเผ่า

เผ่ากระทิงเถื่อนใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งของตัวเองเพื่อล่าสัตว์อสูรและแลกเปลี่ยนวัตถุดิบจากสัตว์อสูรมาแลกสิ่งที่จำเป็นบางอย่างในการดำรงชีวิต แน่นอนว่าพ่อค้าเผ่ามนุษย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการหลอกลวงย่อมกดราคาพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม แต่พวกเขาก็ไม่มีทางอื่น หากไม่ค้าขายก็คงอดอยาก แม้ว่าเขาจะมีความแค้นแต่การถูกกดขี่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขายกเลิกการค้าขาย

เผ่ากระทิงเถื่อนกลุ่มนี้ใช้ผลึกอสูร 10 เม็ดเพื่อแลกเปลี่ยนกับของใช้ในรถเหล่านี้ ตอนนี้พวกเขากำลัง อ้าปากค้างและโกรธจัดเมื่อพวกเขาถูกกดขี่ราคาสินค้า

คนที่เป็นผู้นำเป็นชายหัววัว วัยกลางคน ด้านหลังของเขามีขวานขนาดใหญ่อยู่บนหลัง เขามองไปที่กลุ่มคนด้านหน้าอย่างไม่พอใจและหันไปมองรถหลายคันของเขา

ผลึกอสูร 10 เม็ด  นั้นเป็นสิ่งที่คนในเผ่าใช้ชีวิตแลกมา แต่สุดท้ายก็ถูกพ่อค้าหลอกลวง ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห หากไม่ใช่ว่าที่นี่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ และหัวหน้าเผ่าได้กำชับก่อนออกเดินทางแล้วว่าให้เขานั้นควบคุมอารมณ์ให้ดี ไม่อย่างนั้นเขาคงใช้ขวานตัดหน้าพ่อค้าหน้าเลือดเหล่านั้นเป็น 2 ท่อนแล้ว

ทันใดนั้น ทหารเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่สวมเกราะถือดาบยาวและสะพายคันธนูไว้ด้านหลัง ก็โผล่ออกมา ผู้นำกลุ่มทหารหยุดพวกเขาเอาไว้และตะโกนถามด้วยความโกรธเคืองว่า “พวกเจ้าทำอะไรกัน”

ชายหัววัวที่เป็นผู้นำของกองคาราวานนี้พยายามข่มความโกรธและกล่าวว่า

“พวกเราเป็นเผ่ากระทิงเถื่อนเข้ามาทำธุรกิจในเมืองแห่งนี้ ข้าสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงหยุดพวกเราโดยไม่มีเหตุผล?”

“ไร้สาระ! แค่มองก็รู้ว่าเจ้าเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน!เจ้าไม่รู้หรือว่าอาณาจักรของเผ่ามนุษย์กับอาณาจักรเผ่ากระทิงเถื่อนของเจ้านั้นมีสถานการณ์เป็นอย่างไร? เจ้าบอกว่ามาทำธุรกิจแล้วไหนล่ะใบผ่านทาง?”

แม่ทัพหนุ่มมีท่าทางดุร้ายและแสดงออกถึงความไม่ลงรอย คนหัววัวจ้องเขม็งไปที่แม่ทัพหนุ่มแล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ใบสำคัญอะไร?วัวแก่เช่นข้าไม่เคยต้องใช้ใบผ่านทางมาก่อน!”

แม่ทัพหนุ่มโกรธจัดเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ถ้าไม่มีก็แสดงว่าพวกเจ้าเป็นสายลับ พี่น้องทั้งหลายค้น!”

เมื่อได้ยินเสียงชักดาบดังขึ้น ทหารเผ่ามนุษย์ก็ล้อมรอบฝูงเผ่ากระทิงเถื่อนเอาไว้ทันที และเผ่ากระทิงเถื่อนเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกันพวกเขาต่างหยิบอาวุธขนาดใหญ่ออกมาและเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์มนุษย์

สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มตึงเครียดขึ้นทันที ชาวบ้านที่เดิมคิดว่าจะดูการแสดงของพวกเขาต่างพากันหลบหนีแยกย้ายกันไปทีละคน

ในเวลาเดียวกันในใจของพวกเขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมา “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ทหารเผ่ามนุษย์อย่างเรากล้าต่อกรกับเผ่าพันธุ์กระทิงเถื่อนอย่างโจ่งแจ้ง?”

ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันเพียงครู่หนึ่ง ทหารเผ่ามนุษย์ที่สวมชุดเกราะหนังสีเข้มเข้ามา มีทหารประมาณ 100 คน และแม่ทัพวัยกลางคนขี่ม้าและถือดาบใหญ่ที่น่าเกรงขาม

“เกิดอะไรขึ้น!ใครกล้าสร้างปัญหาในเมืองตงซานของเรา?”

ทันทีที่คนคนนี้มาถึงก็มีเสียงตะโกนดังกังวานขึ้น

“ท่านแม่ทัพจ้าว!”

ฝูงชนที่มองดูอดอุทานไม่ได้ คนที่มาคือแม่ทัพหมายเลข 1 ของเมืองตงซาน  จ้าวอัน ซึ่งมีพลังระดับ 3 แล้ว!”

“จ้าวอัน  ทำไมเขาถึงมาที่นี่?”

แม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้วและตะโกนว่า “แม่ทัพจ้าว!สายลับของเผ่ากระทิงเถื่อนเหล่านี้รวมตัวกันเพื่อทำลายเมืองตงซานของเรา!”

หลังจากพูดจบเขาก็คำรามออกมาและฟันไปที่มนุษย์วัวซึ่งอยู่ตรงหน้าของเขา

แน่นอนว่ามนุษย์วัวย่อมไม่ให้ใครมาหยามเกียรติ เขายกกระบองเขี้ยวหมาป่าซึ่งมีขนาดเท่าต้นขาของเขา ยกขึ้นปัดป้องกันโจมตี มนุษย์ตัวเตี้ยที่อยู่ตรงหน้าเขาจะทำร้ายเขาได้อย่างไร?

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงก็เกิดขึ้น

กระบองเขี้ยวหมาป่าของมนุษย์วัวถูกดาบยาวฟันออกเป็นชิ้นราวกับฟันกระดาษ ดาบเหล็กชั้นดียังคงฟาดฟันเป็นที่แขนของมนุษย์วัวอย่างรุนแรงและได้ยินเสียง “ฟุบ”แขนที่ใหญ่ของมนุษย์วัวขาดกระเด็น

ความเงียบเข้าครอบคลุมสถานการณ์ วินาทีต่อมาก็มีเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปะทะกันอย่างรุนแรง  จ้าวอัน เห็นทีว่าสถานการณ์นี้คงต้องลงมือเสียแล้ว เขาตะโกนเสียงดังยังไม่ต้องคิด “ฆ่ามนุษย์วัวพวกนั้นซะ!”

กองกำลังได้ขยายวงกว้างขึ้นอีกครั้งทันใดนั้นเลือดก็สาดกระเซ็นไปทั่ว เสียงคำรามและเสียงร้องโหยหวนและเสียงประสานกันของอาวุธกลายเป็นบทเพลงที่บรรเลงบนลำธารเลือด

แม้ว่าจำนวนทหารเผ่าพันธุ์มนุษย์เหนือกว่าแต่เผากระทิงเถื่อนเองก็แข็งแกร่งเช่นกัน พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ก็ไม่อาจเอาชนะกลุ่มมนุษย์วัวกลุ่มนี้ได้

ทันใดนั้นควันหนาก็ลอยออกมาจากทางใต้ของเมืองตงซาน

“เกิดอะไรขึ้น นั่นคือทิศทางของคลัง!”

แม่ทัพหนุ่มเห็นดังนั้นก็ตะโกนใส่ จ้าวอัน ที่กำลังต่อสู้กับมนุษย์วัว “ท่านแม่ทัพ! คลัง กำลังถูกไฟเผา เกรงว่าจะมีโจรใช้ไฟในการปล้นสะดม ข้าจะพาคนไปจัดการเรื่องนี้เอง!”

พูดยังไม่ทันจบดีและไม่รอให้ จ้าวอัน ตอบโต้ใดๆ เขาก็เห็นทหารที่สวมชุดเกราะถือดาบเหล็กล้วนถอยออกไปแล้ววิ่งออกไปพร้อมกัน

จ้าวอัน เห็นดังนั้นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาไม่ทันได้จะคิดหรือพูดออกมาเพราะตอนนี้เขากำลังถูกมนุษย์วัวต่อสู้กันเป็นพัลวัน จึงไม่มีเวลามาพิจารณารายละเอียดเหล่านี้

ในเวลาเพียงครู่เดียว เมืองก็เกิดเพลิงไหม้หลายจุด ทั่วเมืองเกิดความโกลาหล ผู้คนตะโกนว่า “เผ่ากระทิงเถื่อนบุก พวกมันทำลายเมืองแล้ว!”

ทหารกลุ่มหนึ่งวิ่งอยู่บนถนน สร้างความโกลาหลจนไก่และสุนัขกระโดดหนี  มีทหารกลุ่มหนึ่งเมื่อเห็นพ่อค้าต่างเผ่าพันธุ์ก็จัดการฆ่าพวกเขาทันที

พ่อค้าต่างเผ่าพันธุ์ต่างล้มตายภายใต้ดาบยาวของพวกเขามากกว่า 20 ถึง 30 คน นี่เป็นการกระตุ้นอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ต่างแดน

ในเมื่อพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในระดับล่างเช่นกัน ใครจะกลัวใครกัน?

ตอนนี้ในเมืองต่างวุ่นวาย สถานการณ์ไม่สามารถจัดการได้

จบบทที่ บทที่ 11 ได้เวลาทำอะไรแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว