เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 วิวัฒนาการของอาวุธในทีมตัวเอง

บทที่ 10 วิวัฒนาการของอาวุธในทีมตัวเอง

บทที่ 10 วิวัฒนาการของอาวุธในทีมตัวเอง


บทที่ 10

วิวัฒนาการของอาวุธในทีมตัวเอง

หลี่มู่ฟาน ไม่มีกะจิตกะใจที่จะเพลิดเพลินไปกับพวกมัน ในตอนนี้เขากำลังยืนอยู่กลางห้องบันเทิงและเริ่มฝึกฝนทักษะการต่อสู้ของเขา

คนที่แข็งแกร่งในทวีปเทียนเหิงเป็นคนที่น่าเคารพนับถือ แม้ว่าเผ่ามนุษย์จะอ่อนแอแต่ก็กลับสืบทอดวิทยายุทธเช่นกัน วิชาดาบที่เขาฝึกฝนมีชื่อว่าดาบอัสนี สืบทอดมาจากบิดาของเขา

ชายชรากล่าวว่าทักษะดาบชุดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษโบราณ มันทรงพลังมาก แต่น่าเสียดายที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนทำให้วิชาดาบเริ่มสูญหาย สิ่งที่เขาได้รับมาคือมรดกของวิชาหลอมร่างกายจากดาบอัสนี

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของคัมภีร์ แต่ก็ไม่สามารถดูถูกได้ บิดาของเขา หลี่ติง ได้อาศัยวิชานี้บุกเบิกดินแดนของเขา และกลายเป็นเมืองสุริยันจันทราในปัจจุบัน

หลี่มู่ฟาน ที่เติบโตมากับสตรีในวัง แม้ว่าเขาจะใจดีแต่ก็อ่อนแอและไม่ชอบการต่อสู้หรือฆ่าฟัน ดังนั้นการฝึกฝนทักษะการต่อสู้จึงเพียงเรียนรู้ไว้เท่านั้น

แต่ตอนนี้ หลี่มู่ฟาน ไม่ใช่คนอ่อนแอเขาจะไม่ยอมเรียนรู้เฉยๆอย่างแน่นอน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว  10วัน ผ่านไปแล้ว  หลี่มู่ฟาน ยังคงฝึกทักษะดาบ และในวินาทีถัดมาดวงตาของเขาก็มืดลงและกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริง

ชาบนโต๊ะยังคงแผ่ไอร้อนออกมา แสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าต่างยังคงส่องเข้ามาในห้องอย่างอบอุ่น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

เขาตกตะลึงงัน ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านนอก หลิวหลง รีบเปิดประตูและพูดอย่างร้อนรนว่า “นายน้อยๆ ด้านนอกโรงเตี๊ยมมีคน 2 คนอ้างว่าเป็นผู้ติดตามของท่านและต้องการขอพบท่าน!

หลี่มู่ฟาน หัวเราะและกล่าวว่า “เร็วเข้าให้พวกเขาเข้ามา

………………

ครึ่งวันถัดมา หลิวหลงมองไปที่ชุดเกราะเหล็กและดาบเหล็กที่ส่องประกายรวมทั้งคันธนูเหล็กใหม่เอี่ยม ดวงตาของเขาเบิกวางเขาหอบหายใจแล้วถาม หลี่มู่ฟาน ว่า

“นายน้อย นายน้อยนี่เป็นของพวกเราจริงๆหรอ?”

หลี่มู่ฟาน มองไปที่เขายังเฉยเมยและพูดว่า “มันก็แค่อาวุธธรรมดาไม่ใช่หรอกหรอทำไมเจ้าถึงต้องดีใจขนาดนั้น!”

ดวงตากลมโตของหลิวหลงเปล่งประกายและจ้องมองไปที่รถม้า

“อาอ๊า ..ชุดเกราะสามัญระดับต่ำจะสามารถขายได้ถึง 200 เหรียญทอง แต่ดูเหมือนว่าชุดเกราะเหล่านี้เป็นสามัญระดับกลาง คราวนี้พวกเรารวยกันแล้ว!”

ในทวีปเทียนเหิง ยา อาวุธ อุปกรณ์ และสิ่งของอื่นๆล้วนมีการแบ่งระดับ ระดับต่ำสุดก็คือระดับสามัญ  ระดับจิตวิญญาณ ระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับพระเจ้า

ในแต่ละระดับยังมีระดับต่ำ กลาง สูง และสุดยอด เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นเป็นชนชั้นระดับล่างของทวีป โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะใช้อาวุธที่อยู่ในขั้นสามัญระดับต่ำเท่านั้น เฉพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีชนชั้นวรรณะสูงเท่านั้นที่จะมีอาวุธสามัญระดับกลางหรือสูง ส่วนอาวุธที่อยู่ในขั้นจิตวิญญาณนั้นมีเพียง คทาสุริยันจันทราเท่านั้น..

เกวียนเทียมวัวทั้ง 3 คันนี้เต็มไปด้วยอาวุธและอุปกรณ์ระดับสามัญ แม้แต่หลิวหลงที่คิดว่าตัวเองเคยเห็นโลกภายนอกมามากมายก็ยังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

หลี่มู่ฟาน ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและคิดในใจว่า “ชาวอาณานิคมในฐานของบิดาคนนี้มีแต่ช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยม เพียงแค่ดาบเหล็กธรรมดาแค่นี้ไม่ได้สร้างความหนักใจใดๆเลย

เขาตบไปที่ไหล่ของหลิวหลงอย่างแรงและพูดว่า “เอาเถอะอย่ามัวแต่ตกใจไปเลย  อาเฉียง กับ ชุ่ยฮัว  เป็นหมากที่ข้าเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ดังนั้นพวกเขาจะปกป้องข้า”

เมื่อพูดจบยังคงเห็นว่าแม่ทัพหนุ่มยังคงตกตะลึงกับอาวุธที่อยู่บนเกวียน เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาก็ปูดโปนและเตะไปที่ก้นของหลิวหลงจากนั้นตะโกนว่า “ตอนนี้เจ้ารีบแจกอุปกรณ์ทันที  1 คน ต่อ1ชุด และอีก 10 เหรียญทองให้เจ้าของโรงเตี๊ยมเพื่อปิดปากพวกเขา!”

หลิวหลงถูกเตะที่ก้นในที่สุดก็ได้สติเขาหัวเราะและพูดอย่างจริงจังว่า “ขอรับ!ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”

จบบทที่ บทที่ 10 วิวัฒนาการของอาวุธในทีมตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว