เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 262 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (4) [15-01-2020]

บทที่ 262 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (4) [15-01-2020]

บทที่ 262 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (4) [15-01-2020]


บทที่ 262 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (4)”

คังมิเรย์ได้ถามยูอิลฮานที่อยู่ตรงหน้าขึ้น

"นายคิดยังไงล่ะอิลฮาน? จากที่ฉันเห็น ความสัมพันธ์ของนายกับกองทัพสวรรค์ดูจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว นายไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปมอบพลังให้กับกองทัพสวรรค์โดยไร้เงื่อนไขแล้วใช่ไหมล่ะ?"

"เธอจะคิดแบบนั้นก็ได้นะ ในตอนนี้ฉันไม่คิดว่าฉันจะเอาตัวเองไปอยู่ในอันตรายเพื่อนช่วยพวกนั้น"

ทูตสวรรค์ได้ตะโกนออกมาทันที

[พวกเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันมากๆนะ! ในตอนนี้กองทัพสวรรค์กำลังตกอยู่ในวิกฤติ! ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงได้มาเป็นศัตรูกับกองทัพสวรรค์เราแบบนี้? แต่ว่าถ้ากองทัพปีศาจวิบัติได้ยึดเอาโลกส่วนหนึ่งของเราไป ถ้างั้นสิ่งต่างๆจะย้อนคืนไม่ได้แล้วนะ!]

"ฉันเข้าใจนะว่ามิเรย์ได้ทำในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อลงไป... แต่ว่าพลังของเธอจะส่งผลให้ต่อการต่อสู้ของพวกนายได้ขนาดนั้นเลย?"

[นั่นมันแน่อยู่แล้ว!... ช่วยรอเดี๋ยวก่อนจะได้ไหม? ดูเหมือนว่าตอนนี้คนที่มีอิทธิพลมากกว่าฉันกำลังตรงมาที่นี่]

เมื่อดูจากวงแหวนบนหัวทูตสวรรค์ที่กำลังกระพริบอยู่ นี่มันเหมือนกับว่าได้มีการส่งสัญญาณมาถึงทูตสวรรค์คนนี้ ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆตัวเขาและส่ายหัวออกมาหลังจากที่เห็นประชาชนของเมืองนี้กำลังมองมาที่ป้อมปราการลอยฟ้าที่โผล่ขึ้นมาหลังจากเสาแสงหายไป

"ถ้างั้นก็เปลื่ยนสถานที่ก่อนแล้วกัน"

"ได้ ถ้างั้น..."

เมื่อคังมิเรย์ได้สะบัดมือของเธอ มานาที่อยู่ภายในห้องก็ถูกดูดกลับคืนมา นี่มันเหมือนกับดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนที่เคลื่อนไหวไปตามการไหลของจักรวาล

"โอ้"

"เป็นการขยับของมานาที่สวยงามมาก ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามันทำแบบนี้ได้..."

"มิเรย์คืออัจฉริยะ... แต่ว่านี่มันน่าทึ่งมาก"

อนุภาคมานาส่วนหนึ่งที่เรืองแสงสีน้ำเงิน ดพ แดง หรือกระทั่งสีเหลือง ที่มีจำนวนนับไม่ถ้วนได้ไหลเข้าไปในร่างของเธอ และส่วนที่เหลือได้รอยรอบๆตัวเธอราวกับมันกำลังป้องกันเธออยู่ พวกเขาได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพนี้ การกระทำนี้ของเธอเป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงจำนวนมากมายไม่อาจจะทำได้ด้วยซ้ำไป

แม้กระทั่งทูตสวรรค์ที่เฝ้าดูอยู่ตลอดก็ได้แต่นิ่งงันไป และทันใดนั้นคังมิเรย์ก็ได้หันไปโค้งให้กับห้องนั้น

"จักรพรรดินี ขอบคุณนะสำหรับทุกๆอย่างนะ"

"...ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไปแบบนี้"

แม้ว่าจะมีออร่าจำนวนมหาศาลในห้องและเธอถูกบดบังเอาไว้อยู่ แต่ว่าจักรพรรดินีเออร์ม่าแอนอิลต้าก็ยังคงอยู่ภายในห้อง แม้ว่าชุดของเธอจะเต็มไปด้วยฝุ่นจากความปั่นป่วนของมานาก็ตาม แต่ยูอิลฮานได้ตัดสินใจจะทำเป็นไม่เห็นฝุ่นพวกนั้น

"นี่ รับไปสิ"

"อ่า จักรพรรดินี?"

เออร์ม่าแอนอิลต้าได้ยิ้มแห้งๆออกมาเมื่อเห็นสายตาของยูอิลฮานและเธอได้โยนไอเทมมาให้กับคังมิเรย์ คังมิเรย์ได้ให้มานารอบตัวเธอแหวกออกจากกันและรับเอาไอเทมนี้ไว้เบาๆ

"นี่คือ...?"

มันคือกล่องขนาดเล็กๆ และเมื่อเธอเปิดมันออกมาภายในก็มีแหวนระดับสูงอยู่สองวงศ์ ดวงตาของคังมิเรย์ได้เบิกกว้างขึ้นเมื่อจักรพรรดินีได้เกาหัวพูดออกมา

"แม้ว่านี่จะเทียบไม่ได้เลยกับอาร์ติแฟคที่ท่านยูอิลฮานทำ... แต่นี่คือสมบัติอาณาจักรที่เป็นส่วนสำคัญของทั้งอาณาจักร แล้วก็ยังตกทอดมารุ่นต่อรุ่นภายในจักรวรรดิ เธอสามารถจะใส่มันได้โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องขีดจำกัดการใส่อาร์ติแฟคเลย เพราะงี้อย่าลืมแบ่งให้กับท่านยูอิลฮานซักอันนะ"

"จักรพรรดินี..."

ไม่มีทางเลยที่คังมิเรย์จะไม่รู้ว่าเธอกำลังจะบอกอะไร คังมิเรย์ได้หน้าแดงขึ้นมาและยูอิลฮานได้ยิ่งเหนื่อยใจมากกว่าเดิม คังมิเรย์ได้ปิดกล่องลงไปและเก็บมันเอาไว้ในอกเธอก่อนจะโค้งอีกครั้งหนึ่ง

"ไว้ฉันจะกลับมานะ"

"ได้เลย นั่นแหละคือคำลาที่ฉันรออยู่ เราทั้งสองคนจะได้เจอกันอีกในอนาคตสินะ?"

"แน่นอนสิ"

"ฟุฟุ ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ท่านยูอิลฮาน ฉันจะจัดการความวุ่นวายภายนอกให้เองดังนั้นท่านช่วยจัดการเรื่องระหว่างมิเรย์กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ไหม?"

"ได้เลย"

มันดูเหมือนว่าเออร์ม่าแอนอิลต้าที่เคยดูขี้เล่นจะได้โตขึ้นมากหลังจากได้กลายมาเป็นจักรพรรดินีแล้ว

ยูอิลฮานได้รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านไปอีกครั้งหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงและยิ้มแห้งๆออกมา

"ถ้างั้นก็ลาก่อนนะ"

ยูอิลฮานได้โค้งให้กับเออร์ม่าแอนอิลต้าและพาทูตสวรรค์รวมถึงคนอื่นๆไปที่ป้อมปราการลอยฟ้า เมื่อทูตสวรรค์ได้เข้ามาใกล้ป้อมปราการลอยฟ้า เขาก็อดไม่ได้เลยที่จะแสดงความตกตะลึงออกมา

[นี่คือป้อมปราการที่กำลังลอยอยู่... มันเป็นไปได้ยังไงกัน การใช้วัตถุดิบเกรดต่ำมาสร้างปาฏิหาริย์แบบนี้มันเป็นไปได้ยังไงกัน!]

[เกรดต่ำ!? แกกล้าเรียกสุภาพสตรีว่าเกรดต่ำงั้นหรอ!?]

[นั่นเป็นคำชมอย่าโกรธไปเลย]

แม้ว่าโอโรจิจะปลอบมิสทิคแล้ว แต่ตัวเธอก็ยังสั่นด้วยความโกรธอยู่ แค่การที่เธอไม่ใช้ร้อยนัยน์ตายิงใส่ทูตสวรรค์ก็ดีมากแล้ว และหลังจากที่ทูตสวรรค์เห็นว่าป้อมปราการมีความรู้สึกเขาก็ตกตะลึงไปอีคกรั้งหนึ่ง แต่ว่าเขาก็พยายามรักษาท่าทีสงบเอาไว้และถามยูอิลฮานหลังจากได้มายืนบนป้อมปราการ

[เธอใกล้จะมาแล้ว]

"คนที่ไม่ได้รับอนุญาติจะถูกโจมตีเมื่อเข้ามาใกล้ป้อมปราการ ดังนั้นบอกให้เธอรออยู่ข้างนอก อย่ารีบเข้ามานะ"

[..ฉันจะบอกให้]

กองทัพสวรรค์ได้รู้เป็นอย่างดีว่าป้อมปราการลอยฟ้าคืออาร์ติแฟคที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเป็นอย่างดี ทูตสวรรค์ได้รีบบอกกับเบื้องบนถึงเรื่องนี้อย่างเหงื่อตกในทันที แล้วนี่หากเขาได้รู้ว่าป้อมปราการทั้งสองแห่งนี้ยังจะถูกอัพเกรดขึ้นอีกในเร็วๆนี้จากซากศพสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนับไม่ถ้วนที่เหลืออยู่จะเป็นยังไงกันนะ? แต่แน่นอนว่ายูอิลฮานไม่มีวันบอกเรื่องนี้ไปแน่

"พี่ พี่ปลอดภัยสินะ"

"มิเรย์ เธอก็ด้วย... เธอ... เปลื่ยนไปเยอะเลยนะ"

หลังจากคังฮาจินได้เจอกับคังมิเรย์เขาก็ต้องประหลาดใจ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปมาก แต่ว่าตัวเขาก็ไม่ได้เปลื่ยนไปเลยในขณะที่น้องสาวของเขากลับเติบโตขึ้นมามากมาย

มันไม่เพียงแต่เธอได้รับคลาส 4 แต่เธอยังดูโตขึ้นมากจากสายตาที่เธอมองและทัศนคติของเธอ คังฮาจินได้แต่ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

"ยูอิลฮานเป็นคนที่น่าทึ่งมาก"

"ทำไมอยู่ๆถึงมาพูดถึงฉันล่ะ?"

แม้ขณะเขาตอบกลับไป ยูอิลฮานก็ยังแอบคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ของคังฮาจินและอยากจะร้องไห้ออกมา

แค่จัดการกับนายูนาเขาก็ลำบากมาแล้ว แล้วทีนี้เขาจะปฏิเสธคังมิเรย์ยังไงอีกล่ะ? ยูอิลฮานเป็นคนที่มีประสบการณ์ในด้านความรักที่น้อยมาก และในตอนนี้มันก็เหมือนหายนะสำหรับเขา เวรเอ้ย!

"พี่สาวมิเรย์ ผมอยากเจอพี่มากเลย!"

"มิล พี่สาวก็อยากจะเจอมิลเหมือนกัน!"

"คังมิเรย์ เธอดูสวยขึ้นนิดนะ"

"เลียร่า... ฉันดีใจนะที่เธอปลอดภัย"

ในเวลาเดียวกันกับที่คังมิเรย์ได้มาเจอกับคนอื่นๆและได้เริ่มคุยกัน สีหน้าของทูตสวรรค์ก็ได้แย่ลงไปตามเวลาที่ผ่านไป นี่มันก็เพราะว่าเขารู้สึกได้ว่าคังมิเรย์ไม่ได้สนิทแค่กับยูอิลฮานเท่านั้น แต่เธอยังสนิทกับคนอื่นๆในกลุ่มของยูอิลฮานอีกด้วย ในตอนนี้เองวงแหวนบนหัวของเขาก็กระพริบออกมา

[อ่า ดูเหมือนเธอจะมาแล้ว]

[ออร่านี่ดูจะอยู่คลาส 6 สินะ? นายท่าน ฉันไม่ต้องยิงใส่ใช่ไหม]

"ใช่แล้ว อนุญาติให้เธอเข้ามาชั่วคราว"

ประตูป้อมปราการลอยฟ้าได้ถูกเปิดขึ้น และทูตสวรรค์หญิงสาวที่มีปีกคู่หนึ่งก็ได้บินเข้ามาช้าๆ สำหรับยูอิลฮานแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเธอ แต่ว่าใบหน้าของเลียร่าได้เปล่งประกายขึ้นเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เจอ

"ทิเทร่า"

[ไม่เจอกันนานเลยนะเลียร่า ไม่สิเดี๋ยวนะ ตอนนี้ชื่อเธอเปลื่ยนไปหรือยัง?]

"ยังเป็ฯชื่อมเดิมอยู่ โอ้ ฉันไม่คิดเลยว่ากองทัพสวรรค์จะส่งมาที่นี่!"

ยูอิลฮานได้ลดระดับความระแวงลงเมื่อได้เห็นใบหน้าสดใสของเลียร่า นี่ดูเหมือนว่ากองทัพสวรรค์จะไม่โง่ พวกเขาได้เลือกส่งคนที่สนิทกับเลียร่ามากๆมา

เธอคนนี้ได้ยิ้มทักทายกับเลียร่าก่อนที่จะหันหน้ามามองยูอิลฮานและหยักหน้าให้เขาเล็กๆ

[แล้วก็สำหรับคุณ... คุณคือชายผู้มีศักยภาพยูอิลฮาน ชายที่ได้เอาทูตสวรรค์ของเราไปอยู่ด้วยถึงสองคน]

"แล้วฉันก็ฆ่าไปคนหนึ่งด้วย"

[แค่กๆ...]

ใบหน้าของทิเทร่าได้มืดมนลงไปครู่หนึ่ง แต่ว่าไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ หืม เลือกคนมาได้ถูกเลยนี่

[แล้วก็ตอนนี้เรามาคุยกันดีกว่า]

เพราะแบบนี้โต๊ะเจรจาก็ได้ถูกเตรียมขึ้นมา ยูอิลฮาน คังมิเรย์ คิมเยซอล เลียร่า เอิลต้า ทิเทร่าและคนสุดท้ายคือทูตสวรรค์คลาส 5 เคะดุต้า พวกเขาทั้งหมดต่างก็นั่งลงอยู่บนเก้าอี้

[ถ้างั้นฉันจะขอเข้าเรื่องเลยนะ]

ทิเทร่าได้พูดออกมาตรงๆ

[ถ้าคราวนี้คุณช่วยเรา เราก็จะลืมทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างคุณ คุณยูอิลฮาน กับพวกเรา กองทัพสวรรค์]

"นั่นหมายความว่าพวกเธอก็จะลืมเรื่องที่พวกเธอทอดทิ้งโลกหลังจากไปเจรจากับกองกำลังอื่นๆเพียงแค่เพราะข้ออ้างเรื่อง 'สมดุล' งั้นสิ?"

ในเวลานี้คังมิเรย์จะยืนขึ้นทันที แต่ว่าคิมเยซอลได้ทำให้คังมิเรย์นั่งลงด้วยรอยยิ้มอย่างสงบๆ เลียร่าที่ถึงแม้จะเคยได้ยินมาก่อนแล้วก็ยังได้แต่ก้มหน้าลง เมื่อเห็นแบบนี้แล้วทิเทร่าก็ได้แต่ปากสั่น

[...แน่นอนว่าข้อเสนอของฉันไม่ถูกพิจารณาในการตัดสินใจครั้งนั้น และไม่ว่ายังไงการตัดสินของกองทัพสวรรค์ก็จะเป็นไปในทิศทางนั้นอยู่ดี แต่ยังไงก็ตาม... คุณก็สร้างความเสียหายให้เรามากเหมือนกัน นายคงจะไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ใช่ไหมล่ะ?]

"ใช่ แน่สิ แต่ว่าสิ่งที่ฉันอยากจะบอกไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะ"

ยูอิลฮานได้พูดออกไปราวกับว่าเรื่องนี้มันบ้ามาตั้งแต่แรกแล้ว

"แล้วฉันจะได้อะไรบ้างจากการตกลงทำสัญญานี้กับเธอ? นอกไปจากนี้มิเรย์ด้วย... ถึงเธอจะบอกว่าเธอจะใช้พลังเพื่อฉัน แต่ว่าอย่างน้อยพวกเธอก็ควรจะเสนออะไรที่ทำได้ให้กับคังมิเรย์ ที่เป็นคนครอบครองพลังที่ช่วยพวกเธอได้เหมือนกันไม่ใช่หรอ?"

[เดิมทีเราตั้งใจที่จะรับเธอเข้ามาในกองทัพสวรรค์เป็นรางวัล...]

ดวงตาของคังมิเรย์ได้มีประกายความเศร้าออกมา คริสตัลมานาที่อยู่รอบๆตัวเธอก็ดูเหมือนจะหม่นแสงลงไปด้วย

"ฉัน... ไม่ต้องการที่จะไปเข้าร่วมที่แบบนั้น"

[ฉัน... ก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ ยูอิลฮานคนที่เกี่ยวข้องกับนายต่างก็ถูกนายดึงดูดไปหมด]

"ฉันไม่ได้อยากจะมาฟังคำชมแบบนั้นนะ ตราบใดที่เธออยากจะยืมพลังของคังมิเรย์ พวกเธอก็ควระบอกถึงสิ่งที่คังมิเรย์จะได้ด้วย นี่น่าจะเป็นพื้นฐานของสัญญาณนะ"

"อิลฮานเท่มาก..."

"เธอน่ะเงียบไปเลย"

[เลียร่า...]

ทิเทร่าได้มองไปที่เลียร่าเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ว่าเลียร่าก็แค่เอียงหัวออกมา เธอไม่มีวันช่วยทิเทร่าชักจูงยูอิลฮานแน่ ในด้านความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ สำหรับเธอแล้วยูอิลฮานคือยืนหนึ่ง

ทิเทร่ารู้ได้ทันทีและถอนหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่ง

[ในสถานการณ์ตอนนี้เรากำลังเร่งรีบกันมากๆ แม้ระหว่างที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ก็ยังมีสงครามอยู่ที่กำแพงแห่งความโกลาหลอยู่... ถ้าเป็นไปได้เราก็ยังอยากจะยืมพลังของคุณอีกด้วยเหมือนกัน]

"ถ้างั้นหากฉันจะขอรางวัลเพิ่มอีกหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาสินะ เธอน่าจะรู้ถึงพลังรบของเราดีใช่ไหมล่ะ?"

[...เรายังไม่รู้แน่ชัดนัก ในทุกๆครั้งที่เราคิดว่าเรารู้ถึงพลังจริงๆของคุณแล้วก็จะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ยังไงก็ตามในตอนนี้... ฉันได้ตัดสินว่าคุณมีพลังประมาณหนึ่งในสิบของกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูง]

กองกำลังที่มีพลังเท่ากับพลังหนึ่งในสิบของพลังจากกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีอยู่มาหลายต่อหลายปีนี้... นี่คือการประเมินที่สูงมาก

ยูอิลฮานไม่คิดว่ากลุ่มของเขาจะแกร่งขนาดนั้นเลย แต่ว่าหากคิดจากความสามารถพิเศษที่พวกเขามีอยู่ คุณค่าของพวกเขาในฐานะหน่วยจู่โจมน่ะสูงพอแน่

[...คุณต้องการอะไรล่ะ? อาร์ติแฟค? แต่จากที่ฉันรู้มา คนที่อยู่ตรงหน้าฉันนี้ก็คือผู้สร้างอาร์ติแฟคที่ยอดเยี่ยมมากๆคนหนึ่งแล้ว]

"ยังไงก็ตาม ฉันก็ยังไม่อาจจะสร้างของอย่างนาฬิการทรายแห่งกาลเวลาได้อยู่ดี อาร์ติแฟคนั่นได้ขึ้นมาจากขอบเขตพลังที่คนๆเดียวไม่อาจจะข้ามผ่านไปได้ สำหรับตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะทำมันขึ้นมา"

[นี่คุณกำลังจะบอกว่าคุณต้องการอาร์ติแฟคระดับพระเจ้างั้นหรอ?]

"งั้นพวกเธอก็มีของพวกนั้นอยู่สินะ?"

โอ้ ริมฝีปากของยูอิลฮานได้ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา เมื่อทิเทร่าได้เห็นรอยแสยะยิ้มนี้ทำให้เธอรู้ตัวว่าเธอได้เผลอพูดบางสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว เธอได้พยายามเปลื่ยนเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้แสดงอาการออกมามากเกินไป

[ไม่ ต่อให้เราจะอยากมอบให้คุณ เราก็ไม่ได้มีมัน เพราะงั้นเรามาคุยกันเรื่อง...]

"มิสทิค!"

แน่นอนว่าลูกไม้นี้ใช้ไม่ได้ผลกับยูอิลฮานที่มีประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ยูอิลฮานได้ลุกพรวดและตะโกนออกมาทันที

"ลูกค้ากำลังจะไปแล้ว เปิดประตู"

[เข้าใจแล้วนายท่าน]

ประตูป้อมปราการลอยฟ้าได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในเวลาเดียวกันมานาภายในป้อมปราการลอยฟ้าก็ปะทุขึ้น! ถ้าหากว่าพวกเธอไม่ออกไปจากที่นี่ เขาก็จะส่งพวกเธอลงนรกแน่นอน

[เข้าใจแล้ว]

ทูตสวรรค์ระดับสูงได้ประกาศยอมแพ้ออกมา

[เราจะส่งอาร์ติแฟคระดับพระเจ้าให้คุณ]

ยูอิลฮานได้มองคังมิเรย์และถามออกมา

"เธอคนนี้บอกว่าเป็นอาร์ติแฟคระดับพระเจ้า เธอไม่มีปัญหานะมิเรย์?"

"ถ้าเป็นสิ่งที่ฉันทำได้ก็ไม่มีปัญหหา ฉันอยากที่จะทำมัน ยังไงสุดท้ายการที่กองทัพสวรรค์กำลังพยายามรักษาสมดุลของโลกอยู่ก็เป็นเรื่องจริงแหละนะ"

คังมิเรย์ได้ตอบคำถามกลับมาในแง่พวก ยูอิลฮานได้หยักหน้าอย่างเข้าใจและมองไปที่ทิเทร่าอีกครั้งหนึ่ง สีหน้าของเธอได้สดใสมากยิ่งขึ้น

[ถ้างั้นแสดงว่าคุณยอมรับข้อเสนอแล้วใช่ไหม?]

"แน่นอนสิ หากมันเป็นสิ่งเกินกำลังเราก็คงจะไม่รับข้อเสนอ แต่ว่านี่มันคือสิ่งที่เราทำได้ล่ะนะ"

[ขอบคุณมาก!]

"เธอจะขอบคุณฉันทำไม ฉันสิที่ต้องขอบคุณ อาร์ติแฟคระดับพระเจ้าตั้งสองชิ้นแน่ะ ฉันยินดีจะรับมันมานะ"

[สองชิ้น...!?]

เมื่อเห็นใบหน้าตกตะลึงของทูตสวรรค์ ยูอิลฮานได้เอียงหัวออกมาอย่างไร้เดียวสาและชูนิวขึ้นมา

"ถ้างั้นเป็นสามชิ้นงั้นหรอ?"

[สะ สองชิ้นนั่นแหละ!]

ทิเทร่าได้รีบหยักหน้าทันที ยูอิลฮานก็ผงกหัวอย่างพอใจและคนอื่นๆก็ได้คิดว่าทูตสวรรค์คนนี้ดูน่าสงสารมากๆ

"ถ้างั้นเราก็มาคุยถึงเรื่องการร่วมมือกันของเราดีกว่านะ"

การเจรจาได้สำเร็จลงแล้ว

จบบทที่ บทที่ 262 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (4) [15-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว