เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 261 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (3) [13-01-2020]

บทที่ 261 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (3) [13-01-2020]

บทที่ 261 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (3) [13-01-2020]


บทที่ 261 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (3)”

ลานปาสก็ยังคงมีชีวิตชีวาเหมือนอย่างเหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่เขามา ยูอิลฮานกับคนอื่นๆได้อยู่บนป้อมปราการลอยฟ้าที่ลอยอยู่บนจักรวรรดิเพลลาเดีย

"ดีนะที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่"

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาพร้อมกับตัวสั่นไปทั้งร่าง ในนิยายหรือมังงะมักจะมีอะไรเกิดขึ้นเสมอเมื่อมีคำพูดแบบนี้ ยังไงก็ตามเลียร่าที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้บอกให้เขาใจเย็นลง

"ถ้าเราไปที่ไหนแล้วมันมีปัญหาเกิดขึ้นไปหมด จักรวาลก็คงไม่มีอยู่ถึงวันนี้หรอกนะ"

"แต่ว่าถ้ายูอิลฮานมาอยู่ที่นี่ ฉันก็ไม่มั่นใจแล้วนะ"

เอิลต้าได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล เธอคิดว่าถ้าเป็นยูอิลฮานผู้ที่ขัดแย้งกับกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งหมดบางทีอาจจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจากการมาของเขาก็ได้

ยังไงก็ตามในคราวนี้ยูอิลฮานได้หัวเราะขึ้นและส่ายหัวออกมา

"โอ้ ไม่เป็นไรหรอก ฉันพูดได้เลยว่าฉันได้เจอกับประสบการณ์หลายอย่างมาตลอดพันปีแล้ว ไม่มีปัญหาแน่ เชื่อใจฉันได้เลย"

"ที่รัก เรามาคุยกันตรงนี้หน่อยสิ"

"...รอเดี๋ยว"

ยูอิลฮานได้ผลักเลียร่าที่จะเข้ามาล็อคคอเขาถอยไปและชี้ไปที่จุดหนึ่ง ตอนแรกเลียร่าคิดว่าเขาหลอกเธอ แต่ว่าเมื่อเธอหันไปมองเธอก็ต้องตกใจกับเส้นแสงที่พุ่งขึ้นมาจากส่วนหนึ่งของปราสาท

"มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในทันทีที่อิลฮานมาถึงจริงๆ!"

"เฮ้! นี่มันไม่ใช่ความผิดของฉันนะ! บ้าเอ้ย ฉันคิดอยู่แล้วว่าที่นี่มันเงียบสงบเกินไป"

แม้ว่าเขาจะพอเดาเอาไว้แล้วแต่การเกิดขึ้นจริงนี่มันอะไรกัน? นี่มันทั้งทำให้เขาต้องอับอายแล้วก็ต้องเสียชื่อเสียงอย่างมากเลยนะ ยูอิลฮานได้กัดริมฝีปากเอาไว้ในขณะที่ปล่อยมานาของตัวเองไปให้ป้อมปราการลอยฟ้า

"มิสทิคเร็วเข้า! เร่งความเร็วสูงสุดเลย!"

[ถึงนายท่านไม่พอฉันก็เร่งความเร็วอยู่แล้ว!]

ป้อมปราการทั้งสองได้เร่งความเร็วขึ้นในทันทีทิ้งไว้แค่เพียงเส้นแสงจากพรของนายูนา ในตอนนี้เสาแสงได้เริ่มหายไปแล้ว แต่ว่ายูอิลฮานก็ได้ยืนยันแล้วว่าจุดนั้นคือตรงไหน ที่ตรงนั่นก็คือปราสาทเพลลาเดียว

"ฉันคิดว่ามิเรย์..."

"อย่าพูดอะไรที่นายคาดการณ์เอาไว้อีกเชียวนะอิลฮาน"

"ชู่ววว แบบนี้แล้วฉันจะใช้ชีวิตยังไงเนี้ย?"

ทันใดนั้นป้อมปราการลอยฟ้าก็หยุดอยู่กลางอากาศ ในตอนนี้ยูอิลฮานได้กางปีกกระโดดลงมาจากป้อมปราการโดยไม่ลังเลใดๆ ตอนนี้มันไม่มีเวลาให้เขาซ่อนตัวแล้วด้วยซ้ำไป

"อิลฮาน!?"

ในตอนนี้เองที่ระเบียงทางตะวันตกของปราสาทก็ได้เปิดขึ้นมาพร้อมคังมิเรย์ที่รีบวิ่งออกมาด้วย เมื่อได้เห็นเธอยูอิลฮานก็ได้รู้ทันทีว่าเธอได้เข้าสู่คลาส 4 ไปแล้วจากการที่มีออร่าที่ลึกลับมากๆอยู่รอบตัวเธอหลังจากเวลาผ่านไปไม่กี่ปี เขาได้หยุดลงที่ตรงหน้าของเธอ

"ไม่เจอกันนานเลยนะ"

"เป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน? นายคิดยูอิลฮานจริงๆน่ะหรอ? ตอนนี้ฉันเพิ่งจะสร้างวิธีไปหานายได้สำเร็จเองนะ..."

"มาหาฉันหรอ? นี่เธอ..."

ยูอิลฮานกำลังจะถามออกไปแต่แล้วเมื่อเขาได้มองเห็นสภาพภายในห้องผ่านระเบียงไป เขาก็ได้เห็นมานาลึกลับที่อยู่ภายในนั้น และตรงกลางมานานั่นก็มีวังวนมานาสีน้ำเงินดำที่น่าจะพาไปที่่ไหนซักแห่งอยู่

"...?"

เขารู้ได้ทันทีเลยว่าวังวนนั่นมันคืออะไร ครั้งหนึ่งวังวนพวกนี้เคยปรากฏขึ้นบนโลกของเขาจำนวนมาก แต่ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่รู้เลยว่าทำไมถึงได้มีวังวนนั้นมาอยู่ในห้องของคังมิเรย์ได้

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากจะคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่ว่าที่ลานปาสนี่ได้เริ่มเดินไปในแนวทางการพัฒนาแบบเดียวกันโลกของเขาแล้วงั้นหรอ? หรือว่านี่เป็นสิ่งที่คังมิเรย์สร้างขึ้นมา? แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนมันก็ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

"มิเรย์นี่คือ..."

"อิลฮาน เป็นนายจริงๆ..."

ยังไงก็ตามคนที่น่าจะตอบคำถามเขาได้อย่างมิเรย์กลับดูเหมือนจะไม่อยากจะเจอว่าเขามาที่นี่ เธอเอาแต่มองมาที่หน้าเขาอย่างเดียวเท่านั้นเอง

"โอ้ น่าทึ่งมาก นี่ลูกทำมันขึ้นด้วยพลังของลูกหรอ มิเรย์?"

"คุณแม่ก็ด้วย!?"

คิมเยซอลที่มาปรากฏตัวข้างหลังยูอิลฮานก็อุทานออกมาเมื่อได้เห็นวังวนภายในห้อง เมื่อดูจากการที่คิมเยซอลได้ลอยอยู่บนท้องฟ้าสบายๆก็สมแล้วกับคือเธอคือจอมเวทย์มิติเวลา และในตอนนี้้เองก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่ออกมาทำให้นายูนาต้องก้าวถอยหลังไป

[อย่าบอกนะว่าที่นี่... นี่มันเกิดขึ้นจากมนุษย์จริงๆ อืมม!?]

ปีกสีขาวบริสุทธิ์คู่หนึ่งกลางหลัง รวมไปถึงวงแหวนสีทองบนหัว นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ถึงตัวตนเดียวเท่านั้น เหล่าแขนขาของกองทัพสวรรค์ ทูตสวรรค์นั่นเอง ในที่สุดแล้วพวกเขาก็เผยตัวมาที่นี่

แต่ถึงแบบนั้นยูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจจะทำอะไรเลย!

[ฉะ ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่านายจะกล้ามาเดินในโลกอื่นแบบนี้ยูอิลฮาน]

"แกเป็นคลาส 5 ใช่ป่ะ? จากการที่พวกลิ่วล้ออย่างแกรู้จักฉัน มันดูเหมือนฉันจะมีชื่อเสียงพอควรเลยสินะ"

แม้ว่ายูอิลฮานจะไม่รู้ว่าทูตสวรรค์ชายนี่มาหาคังมิเรย์ทำไมก็ตาม แต่ว่าทูตสวรรค์ที่มากลับตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากเห็นยูอิลฮานและเขาถึงกับต้องก้าวถอยหลังไป ในดวงตาของเขามีแต่ความกลัวที่มีต่อยูอิลฮาาน น้ำเสียงรวมไปถึงร่างกายของเขาก็ยังสั่นอีกด้วย

[ลิ่วล้อนี่มันอะไรกัน นี่นายหยาบคายมากๆเลยนะกะ กะ กับกองทัพสวรรค์]

"ฮึ่ม"

ทุกๆคนที่เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงจะใช้พลังกับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำได้ก็ต่อเมื่อเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น ซึ่งมันหมายความว่าพวกเขาจะทำได้แค่โต้ตอบกลับไปหลังจากถูกโจมตีเท่านั้น

ตามปกติแล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ปัญหาอะไรเพราะว่าไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำจะไปทำอะไรสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้อยู่แล้ว แต่ว่ายูอิลฮานกลับเป็นตัวตนที่แหกสามัญสำนึกนั่น เขาไม่เพียงแต่สังหารคลาส 5 ได้เท่านั้นแต่เขายังสังหารคลาส 6 ได้อีกด้วย! ทูตสวรรค์ทำถูกแล้วที่ไม่เลือกหนีไปหลังจากเห็นเขา

ถึงแม้ว่าการที่เขาไม่หนีไปจะเป็นเพราะศักดิ์ศรีที่ครั้งหนึ่งเขาเคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกตัวเองก็ตาม

[ทะ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?]

"..."

ยูอิลฮานได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาได้คิดว่าเขาควรจะบอกจุดประสงค์ที่เขามาหรือไม่ แล้วก็ควรจะฆ่าทูตสวรรค์คนนี้หหรือไม่ และแล้วเขาก็ได้สรุปออกมาว่าเขาจะไม่ฆ่าทูตสวรรค์คนนี้ ยกเว้นเขาจะถูกโจมตีก่อน

แม้ว่าการที่ยูอิลฮานได้ฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งหมดไปในดาเรย์จะทำให้พวกนั้นเป็นศัตรูกับเขา แต่ว่าที่นี่มันไม่ใช่ดาเรย์ นอกไปจากนี้หากว่าทันทีที่เขาได้เห็นทูตสวรรค์เขาก็ฆ่าไปหมดเพราะการที่เขาไม่ชอบกองทัพสวรรค์ นั่นก็คงจะทำให้สมดุลของโลกพังไป

แน่นอนว่าเขายังคงไม่พอใจกับการที่สวรรค์ทิ้งโลกของเขาไป เขายังโกรธที่กองทัพสวรรค์มาเสนอเป็นพันธมิตรกับเขาทั้งๆที่เพิ่งทิ้งโลกเขาไปอย่างไร้ยางอายอีกด้วย

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามมันไม่ใช่ว่าทูตสวรรค์ทุกๆคนจะรู้ถึงเรื่องนี้ และในหมู่คนเหล่านั้นก็อาจจะมีทูตสวรรค์ที่ทำหน้าที่ของตนอย่างบริสุทธิ์ใจเหมือนกับที่เลียร่าเคยทำก็ได้ อย่างเช่นทูตสวรรค์ตรงหน้าเขาคนนี้

"...เอาเถอะ ถ้างั้นก็"

ยูอิลฮานไม่ได้หยิบอาวุธของเขาออกมา แต่แน่นอนว่ากองทัพสวรรค์ยังเป็นศัตรูของเขา แต่เขาไมได้มาที่นี่เพื่อฆ่าทูตสวรรค์ นี่คือสิ่งที่เขาตัดสินใจออกมา

"ฉันมาหาเพื่อนของฉัน แล้วฉันก็เจอเธอแล้วด้วย"

[เพื่อน... นายหมายถึงผู้หญิงคนนี้?]

"ใช่ มีอะไร?"

[งะ งั้นหรอ?]

หลังจากได้ยินคำตอบของยูอิลฮาน ทูตสวรรค์ก็ได้เริ่มหงื่อตกเพราะอะไรบางอย่าง ยูอิลฮานได้จ้องไปที่เขามากขึ้น ตอนนี้เป็นคังมิเรย์แล้วที่กลายเป็นสับสน

ไม่ใช่ว่ายูอิลฮานสนิทกับกองทัพสวรรค์เพราะเขามีทูตสวรรค์อยู่ข้างกายตลอดเวลาหรอกหรอ? ทำไมพอตอนนี้พวกเขาถึงดูมีความเป็นศัตรูกันล่ะ? เมือนึกดีๆแลวเธอก็ยังไม่เห็นทูตสวรรค์ที่ปกติมักอยู่ข้างๆเขาด้วย นี่มันมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับพวกเธองั้นหรอ?

ถ้าแบบนั้นคังมิเรย์คงจะเศร้ามากเพราะพวกเธอนั้นได้ช่วยคังมิเรย์อย่างมาก ยังไงก็ตามนี่มันก็หมายความว่าที่ข้างๆเขาว่างลงแล้ว แล้วนี่ก็เป็นโอกาสของเธอเหมือนกันสินะ? ทำไมเธอถึงได้คิดเรื่องที่น่ากลัวแล้วก็น่ารังเกียจนี่ขึ้นมาเป็นสิ่งแรกกันนะ? นี่เธอกลายเป็นคนไม่ดีไปแล้วหรอ? แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่คิดจะหยุดตัวเองเอาไว้จากหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเมื่อเธอได้คิดว่าเธอจะไดยืนเคียงข้างเขา

บางทีการที่เขามาหาเธอก่อนที่เธอจะไปหาเขา นั่นก็เพราะเขาอยากจะเจอเธองั้นหรอ? ถ้างั้น ถ้ามันเป็นแบบนี้ล่ะก็...

ความสงสัยนับไม่ถ้วนและอารมณ์มากมายที่ระบุไม่ได้ได้โผล่ขึ้นมาภายในใจของเธอและทำให้คังมิเรย์สับสนไป ในตอนนี้เองก็ได้มีอะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมา มิสทิคที่ได้ตัดสินใจว่ายูอิลฮานกับคังมิเรย์นานเกินไปแล้วทำให้เธอยกเลิกการซ่อนตัวออกมา

"โอ้ววว!"

[โว้วววว!]

"มิเรยยยยยยย์"

"เฮ้อ"

และนายูนาได้กระโดดลงมาทั้งๆที่เธอไม่มีความสามารถจะบินได้เลยด้วยซ้ำ นี่ทำให้ยูอิลฮานต้องถอนหายใจออกมาและขึ้นไปรับเธอเอาไว้บนท้องฟ้า นายูนาที่ถูกยูอิลฮานรับเอาไว้เหมือนเจ้าหญิงได้โบกมือให้กับคังมิเรย์พร้อมสียงหัวเราะคิกคักของเธอ

"ฉันอยากจะเจอเธอนะมิเรย์!"

"....เธออยากจะมาเจอฉันหรือว่าแค่อยากให้อิลฮานอุ้มกันแน่"

คังมิเรย์ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างไร้ความหมาย ความเพ้อฝันของคังมิเรย์ได้แตกสลายหายไปทั้งหมดในทันที

การที่นายูนาอยู่ที่นี่มันหมายความว่ายูอิลฮานก็แค่กำลังไปรวบรวมพรรคพวกของเขา แล้วนี่ก็ยังหมายความว่าเธอมีลำดับความสำคัญที่น้อยกว่ายูนา... ตอนนี้เธออยากจะหนีไปร้องไห้ในที่ไหนซักแห่งจริงๆ

นายูนาที่ได้เห็นแบบนี้ได้เข้ามาปลอบคังมิเรย์ทันที

"ฉันเข้าใจนะว่าเธอคิดอะไรมิเรย์ แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นหรอก ฉันได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปให้อิลฮานก่อนนะ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไปหาฉันคนแรก มันไม่ใช่ว่าฉันมีความสำคัญมากกว่าอะไรแบบนั้นหรอกนะ!"

"อ่อ นี่มันปลอบฉันได้มากเลย... แล้วงั้นทุกๆอย่างเป็นยังไงบ้าง? พี่ฮาจินล่ะ?"

แม้ว่าคังมิเรย์จะโมโหนายูนาอยู่ แต่ว่าคังมิเรย์ก็เป็นห่วงถึงความปลอดภัยของพี่ชายเธอ นายูนาได้ยิ้มขึ้นมาและผงกหัวให้เธอ

"ทุกๆอย่างกำลังไปด้วยดีเลย แล้วก็พี่่ฮาจินก็ปลอดภัยเหมือนกัน ถึงตอนนี้พี่เขาจะกำลังอยู่ในช่วงช็อคอยู่ แต่ว่าโดยรวมก็ไม่มีปัญหาอะไร! แล้วนี่วังวนน่ากลัวในห้องนั่นมันอะไรกัน?"

[ใช่แล้ว วังวนนั่น! ประตูมิติที่ใช้ข้ามไปที่อื่น!]

ทูตสวรรค์ที่ถูกทำให้ไร้ตัวตนไปจากการรวมตัวกันของยูอิลฮาน คิมเยซอลและนายูนาได้พูดขึ้นมา

[พวกเราต้องการพลังนั่น! กองทัพสวรรค์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน]

"โอ้ เข้าใจแล้ว นั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉันอยู่แล้ว แต่ว่านะการที่จะเอาสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำไปในสนามรบของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมันจะไม่เป็นอะไรงั้นหรอ เธอคิดยังไงมิ.."

ยูอิลฮานได้หันไปมองมิเรย์และถามความคิดเห็นของเธอ แต่เขาก็ต้องตกใจ เขาคิดว่าเธอกำลังคุยกับนายูนาอยู่ซะอีก แต่ว่านี่เธอกลับจ้องนิ่งมาที่ตัวเขา

"มิ มิเรย์?"

"อ๊ะ ว่าไงนะ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอิลฮานมาอยู่ตรงหน้า..."

"..."

ไม่สบายใจเลย

นี่มันไม่สบายใจเลย แม้ว่าเขาจะคิดว่านี่มันไม่เข้าท่าก็ตามแต่ว่าเธอก็อาจจะมีความรู้สึกบางอย่างกับตัวเขาก็ไดด้ ถ้ามันเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว มันก็ไม่น่าจะมีอีกสิ แต่ว่าถ้ามันเกิดขึ้นมาเป็นครั้งที่สองล่ะ มันจะเกิดขึ้นอีกจริงๆงั้นหรอ?

นายูนาที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาได้มองมาด้วยสายตาที่เตือนเขา มันราวกับว่าเธอกำลังจะบอกว่า 'นายคิดถูก' ซึ่งนี่ทำให้เขาอึดอัดใจมากๆและหันไปถามคังมิเรย์อีกครั้งโดยไม่สนใจนายูนา

"เธอคิดยังไงล่ะมิเรย์? ดูเหมือนทูตสวรรค์คนนี้ต้องการพลังของเธอ"

"ใช่แล้ว มนุษย์ช่วยทีเถอะนะ! นี่คือโอกาสที่จะสร้างผลงานให้กับกองทัพสวรรค์!"

คังมิเรย์ได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใสที่สุดที่เธอทำได้

"ฉันได้รับพลังนี้มาเพื่อที่จะเจอกับยูอิลฮาน ดังนั้น... ฉันก็อยากจะใช้พลังนี้เพื่อเขาเหมือนกัน"

[...โอ้ บ้าเอ้ย]

ทูตสวรรค์ได้ถอนหายใจออกมา ยูอิลฮานก็ยังเป็นคนที่อยากจะถอนหายใจออกมา

"ฟุฟุ ดูเหมือนลูกจะได้เลือกแม่ไปเยอะเลยน้า"

จะมีก็แค่คิมเยซอลที่มองคังมิเรย์ 'เป็นหนึ่งในผู้ลงแข่งชิงการเป็นสะใภ้คนที่สี่' ด้วยรอยยิ้มสดใสเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 261 - ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ (3) [13-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว