- หน้าแรก
- กำเนิดราชันย์น็อกซัส บันทึกเลือดและกุหลาบดำ
- บทที่ 42 - นักฝึกสัตว์แห่งทุ่งราบลอคลอนด์
บทที่ 42 - นักฝึกสัตว์แห่งทุ่งราบลอคลอนด์
บทที่ 42 - นักฝึกสัตว์แห่งทุ่งราบลอคลอนด์
บทที่ 42 - นักฝึกสัตว์แห่งทุ่งราบลอคลอนด์
ณ คุกใต้ดินของค่ายทหารในอาณาเขตมรกต แสงไฟจากคบเพลิงวูบวาบส่องกระทบผนังหิน
การ์ฟิลด์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยแววตาเหม่อลอย ร่างกายถูกมัดแน่นด้วยเชือกเส้นหนา
ตรงหน้าเขามีเด็กสาวผมทองนั่งอยู่ เธอคือหัวหน้าหน่วยองครักษ์เหล็กไหลน็อกซัสแห่งอาณาเขตมรกต ถ้าเขาจำไม่ผิดเหมือนเธอจะชื่อมาร์กาเร็ต
ไม่ว่าจะพยายามนึกแค่ไหน เขาก็จำไม่ได้ว่าไปหาเรื่องคนพวกนี้ตอนไหน แล้วทำไมเขาถึงมาลงเอยอยู่ในคุกใต้ดินแบบนี้ได้
"พวกคุณจับพวกเรามาทำไม พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ! แล้วกรีนส์กับคนอื่นๆ เป็นยังไงบ้าง"
"คำถามเยอะจังนะแก"
เหมือนจะเห็นเธอยิ้ม การ์ฟิลด์เบิกตามองชัดๆ แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยิ้มเลยสักนิด
บ้าจริง แล้วเสียงหัวเราะเมื่อกี้มันมาจากไหนกัน
"อาณาเขตมรกตต้อนรับแขกกันแบบนี้หรือไง"
มาร์กาเร็ตชักมีดสั้นข้างเอวออกมาหมุนเล่นในมือ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองการ์ฟิลด์
"งั้นขอถามหน่อย แขกของอาณาเขตมรกตกำลังจะเดินทางไปที่ไหน ไม่ใช่ว่าจะอยู่ที่นี่หรอกเหรอ"
"พวกเราจะอยู่ที่นี่ได้ยังไง! พวกเราจะไปเดมาเซีย! พวกคุณไม่มีสิทธิ์มากักขังพวกเรานะ!"
การ์ฟิลด์ตะโกนลั่น ราวกับว่าการทำเสียงดังจะช่วยเพิ่มความกล้าและพลังให้ตัวเองข่มผู้หญิงน็อกซัสที่แผ่รังสีอำมหิตตรงหน้าได้
"แขกที่จะไปเดมาเซียเหรอ เป็นแขกที่ดีจริงๆ"
เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกัน มาร์กาเร็ตเก็บมีดสั้นเข้าฝัก ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนที่นั่งห่างออกไปห้าเมตร
"กลุ่มนักฝึกสัตว์จากทุ่งราบลอคลอนด์ รวมตัวกันไปเดมาเซีย จะไปปั้นดินน้ำมันเล่นหรือไง หืม เป็นการเดินทางที่น่าสนใจดีนะ"
ใบหน้าของการ์ฟิลด์ซีดเผือดทันที เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงรีบเปลี่ยนคำพูด
"จริงๆ แล้ว... พวกเราแค่ผ่านทางเดมาเซีย สุดท้ายพวกเราจะไปขึ้นเรือที่ชายฝั่งตะวันตกเพื่อกลับไปยังทุ่งราบลอคลอนด์"
"ยังจะแถอีกเหรอ น่าเสียดายที่สีหน้าของแกมันฟ้อง หิมะที่เฟรลยอร์ดยังไม่ขาวเท่าหน้าแกตอนนี้เลย แต่ปากแกนี่สิ แข็งยิ่งกว่ากำแพงป้อมปราการอมตะเสียอีก สงสัยฉันคงต้องหาเครื่องทลายกำแพงมาช่วยง้างปากเสียหน่อย"
"กะ แกจะทำอะไร!?"
เสียงตะคอกที่แฝงความหวาดกลัวไม่ได้ช่วยอะไรเลย
มาร์กาเร็ตดึงคบเพลิงที่ลุกโชนออกมาจากผนัง แล้วเดินไปจุดไฟใส่อีกด้าน แสงไฟสว่างวาบเผยให้เห็นความมืดมิดของคุกใต้ดิน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้การ์ฟิลด์รู้สึกปลอดภัยขึ้นเลย หนำซ้ำยังทำให้กระเพาะปัสสาวะของเขาคลายตัว ของเหลวสีเหลืองไหลนองลงมาตามขากางเกงหยดลงพื้นดังเปาะแปะ
กลิ่นเหม็นฉุนคลุ้งกระจายไปทั่วคุก แต่มาร์กาเร็ตกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"หึ ความกล้าของแกเทียบไม่ได้กับฝีปากเลยสักนิด"
แสงไฟจากคบเพลิงดวงที่สองส่องให้เห็นโต๊ะวางเครื่องทรมานในความมืด อุปกรณ์หน้าตาประหลาดน่าสยดสยองวางเรียงรายเป็นระเบียบ แม้แต่บนผนังหินก็ยังมีตะขอเกี่ยวและโซ่เหล็กห้อยระโยงระยาง คราบเลือดแห้งกรังที่ติดอยู่ตามผนังและพื้นส่งกลิ่นอายแห่งความตายชวนขนลุกภายใต้แสงไฟสลัว
มาร์กาเร็ตหยิบเข็มเหล็กเรียวยาวขนาดสิบกว่าเซนติเมตรขึ้นมาจากโต๊ะ เดินหน้านิ่งเข้ามาหาการ์ฟิลด์ แล้วจับนิ้วโป้งของชายวัยกลางคนขึ้นมา
"ฉันคิดว่าฉันควรใช้วิธีอื่นคุยกับแกน่าจะดีกว่า... เริ่มจากตรงนี้เลยแล้วกัน"
"อ๊ากกก! อย่า! อย่า! ท่านมาร์กาเร็ต! ข้ายอมแล้ว! ข้าจะบอกทุกอย่าง!"
เมื่อเห็นเข็มเหล็กกำลังจะแทงสวนเข้าไปในซอกเล็บ การ์ฟิลด์ก็สติแตกทันที
มาร์กาเร็ตวางเข็มเหล็กลง พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลที่นั่งเงียบอยู่ในมุมมืด แล้วพูดเสียงเรียบ
"พูดมา ฉันจะไม่ถามอะไรแก อยากพูดอะไรก็พูดออกมา จำไว้ว่าฉันให้โอกาสแกแค่ครั้งเดียว ถ้าสิ่งที่แกพูดออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ฉันจะเอาผ้าห่อศพยัดปากแก แล้วมาทดสอบความอดทนของร่างกายแกดูสักตั้ง"
ด้วยใบหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ การ์ฟิลด์ค่อยๆ เล่าออกมา
"พวกเราเป็นชาวคุรศาลาที่อาศัยอยู่ในทุ่งราบลอคลอนด์ มีอาชีพเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็ก
เมื่อครึ่งเดือนก่อน มีเรือสินค้าเดินทางจากชูริม่ามุ่งหน้าไปเดมาเซียแวะจอดที่ลอคลอนด์ บนเรือมีพ่อค้าชาวเดมาเซียอยู่หลายคน พวกเขานำผลไม้สด เครื่องเทศ และอาวุธชั้นดีไปขายที่เมืองท่าเบลจูนในชูริม่า แล้วรับซื้อขนแกะแมมมอธ อัญมณี และทาสที่แข็งแรงจากเบลจูนกลับมา พวกเขาจอดเรือที่ท่าเรือลอคลอนด์ แลกเปลี่ยนสัตว์ที่ฝึกแล้วกับเผ่าของเรา พวกเราก็ได้ขนแกะแมมมอธดีๆ มาบ้าง แต่น่าเสียดายที่ของพวกนั้นถูกหัวหน้าเผ่ากับพวกผู้อาวุโสยึดไปหมด..."
การ์ฟิลด์เหลือบตามองหญิงสาวน่ากลัวตรงหน้าอย่างหวาดระแวง ไม่กล้าชักช้าเพราะกลัวเธอจะหยิบผ้าห่อศพมายัดปาก
"บนเรือสินค้ามีพ่อค้าใหญ่ชาวเดมาเซียชื่อแวนเดอร์ เขาบอกว่าถ้ามีนักฝึกสัตว์ที่มีประสบการณ์เดินทางไปเดมาเซีย แค่อ้างชื่อเขา ก็จะได้รับการต้อนรับอย่างดี ได้เป็นแขกคนสำคัญของเดมาเซีย พอพวกเขาจากไป ข้าก็รวบรวมพรรคพวกที่มีประสบการณ์ฝึกสัตว์ได้กลุ่มหนึ่ง จัดตั้งเป็นขบวนรถเดินทาง ข้ามเทือกเขาวาลซูร์มาได้สำเร็จ โดยอ้างว่าเป็นกลุ่มพ่อค้าเดินทางผ่านชายแดนน็อกซัส กินเนื้อตากแห้งร้องเพลงกันมาตลอดทาง ผ่านทุ่งราบวาโลแรน...
แล้ว... แล้วก็มาถึงที่นี่ ตื่นมาอีกทีก็ถูกพวกท่านจับมาขังแบบงงๆ ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน..."
เขาลองเชิงดูเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ามาร์กาเร็ตยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิม การ์ฟิลด์จึงจำใจเล่าต่อ
"สัตว์ทางบ้านเรามีเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่เชื่องแล้ว มีแกะ แพะ หมูป่า แล้วก็วัวนมลายจุด มีนกพิราบหนังเทาที่ใช้ส่งข่าวด้วย พิราบหนังเทาใช้งานดีมาก แถมรสชาติอร่อยด้วย แต่มันฝึกยากมาก ถ้าแอบกินสักตัวคงโดนหัวหน้าเผ่ากระทืบตาย...
เอ่อ ข้าไม่มีเมีย ไม่มีลูก แต่ไม่แน่ว่าเร็วๆ นี้อาจจะมี ไมโคฮัดหัวหน้าเผ่าคุรศาลามีเมียสามคนลูกสองคน ส่วนโบริสผู้อาวุโสสูงสุดมีเมียสองคนลูกหนึ่งคน ลูกเป็นของเมียหลวง สตาน่าเมียรองยังไม่มีลูก เธอกลัวว่าจะโดนเมียหลวงของโบริสรังแก คืนหนึ่งเธอก็เลยแอบมาหาข้า บอกว่าอยากลองกับข้าดู... ข้าก็เลยลองกับเธอ ตอนนี้ยังไม่รู้ผล แต่กลับไปคราวนี้ท้องของสตาน่าอาจจะโตแล้วก็ได้..."
"พ่อค้าชาวเดมาเซียที่ชื่อแวนเดอร์ไม่ได้บอกพวกแกเหรอ ว่าให้ไปเดมาเซียเพื่อฝึกสัตว์อะไร"
พอมาร์กาเร็ตเป็นฝ่ายเอ่ยปากถาม การ์ฟิลด์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก สีหน้าดูดีขึ้นทันตา
"เขาไม่ได้บอก แต่ข้าเคยได้ยินคนเดมาเซียคนอื่นพูดกันว่า ทางตอนเหนือของเดมาเซียบ นเทือกเขาอูรุสมีมังกรปีกนกกับไวเวิร์นอาศัยอยู่ ข้าคิดว่าคนเดมาเซียคงไม่บ้าพอที่จะคิดจับไวเวิร์นที่น่ากลัวมาฝึกหรอก งั้นก็คงเป็นมังกรปีกนกนั่นแหละ
สำหรับพวกนกยักษ์ที่บินได้พวกนั้น พวกเราพอจะมีวิธีจัดการอยู่บ้าง นี่แหละคือแรงจูงใจที่ทำให้เรากล้าไปเสี่ยงโชคที่เดมาเซีย...
ท่านครับ นี่เป็นแค่การคาดเดาของข้า ข้ารับประกันไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริงนะ"
[จบแล้ว]