- หน้าแรก
- กำเนิดราชันย์น็อกซัส บันทึกเลือดและกุหลาบดำ
- บทที่ 31 - โรงงานสงคราม
บทที่ 31 - โรงงานสงคราม
บทที่ 31 - โรงงานสงคราม
บทที่ 31 - โรงงานสงคราม
ที่พักของเลสเตอร์ตั้งอยู่ใจกลางอาณาเขตมรกต ตามแผนงานระยะแรก พื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นเมืองชั้นใน สิ่งที่เลสเตอร์ยังไม่ได้บอกใครคือเขาอยากสร้างสถาบันการศึกษาขึ้นในเมืองชั้นในแห่งนี้
"พี่ชาย อาหารเช้าเสร็จแล้วค่ะ ให้หนูยกขึ้นไปให้ไหมคะ"
เสียงของคิสดังมาจากนอกประตู เลสเตอร์ปรับลมหายใจ จบกระบวนท่าฝึกตน
'แครก' เสียงพื้นไม้โอ๊คแตกเป็นรูเล็กๆ ใต้เท้าขวา ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่าร่างกายตัวเองมันแปลกๆ ดูเหมือนจะเติบโตเร็วเกินไปหน่อย
เมื่อวานตอนเผลอๆ เขาเผลอบีบชามไม้แตกคามือ ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีทางทำได้แน่
ต้องรู้ก่อนนะว่าชามไม้ที่ผ่านการรมไฟและแช่น้ำมันมาแล้ว แม้แต่ขวานยังจามให้แตกยาก แต่เขากลับใช้ห้านิ้วบีบจนแตก มันเหลือเชื่อจริงๆ แต่พอนึกได้ว่าที่นี่คือโลกที่มีเวทมนตร์และพลังลึกลับ ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาบ้าง
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าลงไปกิน ให้ทัลลี่ช่วยข้าอาบน้ำหน่อย"
"ได้ค่ะพี่เลสเตอร์"
ดึงเท้าขวาเปลือยเปล่าออกจากรูบนพื้น เลสเตอร์มองดูผิวหนังที่ไร้รอยขีดข่วนแม้จะโดนเสี้ยนไม้บาด เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
"ดูท่าคงถึงเวลาถ่ายทอดวิชากายานุภาพสิบสามกระบวนท่าฉบับดัดแปลงให้พวกมาร์กาเร็ตแล้ว ไม่แน่ว่าวิธีการฝึกแบบนี้อาจจะได้ผลดีเยี่ยมในโลกเวทมนตร์ก็ได้"
สวมเสื้อผ้าบางๆ ตัวเดียว ตักน้ำจากบ่อน้ำลึกในลานบ้านขึ้นมาถังหนึ่ง ให้ทัลลี่ช่วยอาบน้ำเย็นสดชื่น ทำท่าบริหารร่างกายง่ายๆ แต่ได้ผลดีเพื่ออบอุ่นร่างกาย
มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวขจีเต็มไปด้วยพลังชีวิต สายลมยามเช้าพัดผ่านหน้า หอบเอาความง่วงงุนสุดท้ายจากไป
นกน้อยขนสีฟ้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้ส่ายหัวไปมา มองดูสิ่งมีชีวิตสองขาโง่เง่าที่กอดก่ายกันใต้ต้นไม้อย่างสงสัย แล้วส่งเสียงร้องใสๆ เป็นจังหวะไปพร้อมกับสิ่งมีชีวิตสองขา ไม่นานก็มีเพื่อนตัวอื่นบินตามเสียงนกน้อยขนฟ้ามา ร่วมวงขับขานบทเพลงสรรเสริญความงดงามของชีวิต
ภายในหน้าต่างไม้ คิสละสายตากลับมา รู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มทั้งสองข้าง มองดูอาหารที่เริ่มเย็นชืด คิดในใจว่าจะเอาไปอุ่นอีกรอบดีไหม...
อาหารเช้าคือสลัดผักกูดผลเบอร์รี่สีชมพูของที่ราบนอคเมิร์ชกับขนมปังไส้เนื้อกระต่าย สำหรับคนชนเผ่าที่เทคโนโลยีการสกัดน้ำตาลยังไม่พัฒนา การจะหาน้ำตาลกินก็ต้องพึ่งผลไม้และหัวบีทที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
แม้เลสเตอร์จะมองว่าอาหารเช้าแบบนี้ค่อนข้างหยาบ แต่เพราะประสบการณ์ในชาติก่อน เขาจึงไม่เรื่องมากเรื่องของกิน ขอแค่ไม่มีพิษก็ถือว่าเป็นของดี
แต่จะให้กินอาหาร 'โบราณธรรมชาติ' แบบนี้ไปตลอดก็คงไม่ไหว ชายหนุ่มตัดสินใจว่าวันหลังถ้ามีโอกาสจะลองหาเครื่องเทศมาทดแทน แล้วปั้นพ่อครัวแม่ครัวฝีมือดีขึ้นมาสักคนสองคน
มองส่งพี่สาวที่ลมหายใจหอบถี่กลับห้องไปพักผ่อน คิสเก็บจานชามดินเผา แล้วเดินมาหาเจ้าของอาณาเขตมรกต
"วันนี้พี่ชายมีแผนจะทำอะไรบ้างคะ"
เลิกคิดเรื่องของกิน เลสเตอร์ลูบหัวคิส ทำเอาสาวน้อยหูแดง
"ทัลลี่บอกว่าเมเรดิธให้วันหยุดนาง แล้วเจ้าล่ะ? วันนี้ไม่ไปฝึกดาบกับมาร์กาเร็ตเหรอ"
เด็กสาวส่ายหน้า
"พี่มาร์กาเร็ตบอกว่าไปตอนบ่ายก็ได้ค่ะ ตอนเช้าพี่เขาต้องไปจัดการเรื่องสร้างค่ายทหาร"
"งั้นเหรอ"
ลุกขึ้นยืน เลสเตอร์ยิ้ม
"งั้นเช้านี้เจ้าก็ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าแล้วกัน ดีไหม"
"ดีค่ะ!"
เขตใต้ โรงงานสงคราม
ถ่านไม้ที่เผาเสร็จแล้วถูกขนใส่ตะกร้าเทลงในเตาหลอมที่ไฟลุกโชน เครื่องเป่าลมพ่นลมแรงออกมาตามจังหวะการขยับตัวอย่างเป็นระบบของเด็กฝึกงานตีเหล็ก
ผ่านการเผาไหม้มาสามวันสามคืน เพื่อกำจัดสิ่งเจือปนอื่นๆ น้ำเหล็กดัดที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำไหลออกจากช่องเตาหลอมลงสู่แม่พิมพ์ดิน พอเย็นตัวลง ชายชราร่างกายกำยำกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ก็ใช้ค้อนทุบแม่พิมพ์จนแตก
เขี่ยเศษดินออก แท่งเหล็กดัดก็ปรากฏต่อหน้าเหล่าเด็กฝึกงาน ชายชราใช้คีมเหล็กขนาดใหญ่คีบมันไปวางบนทั่งตีเหล็กอย่างมั่นคง
"นี่เป็นแค่ก้าวแรกของการสร้างอาวุธ พวกเจ้าจำไว้ให้ดี เคล็ดลับของการตีเหล็กคือ แรงต้องนิ่ง จังหวะต้องต่อเนื่อง จุดที่ตีต้องสม่ำเสมอ..."
นำแท่งเหล็กดัดอ่อนนุ่มไปเผาบนเตาถ่านจนแดงอมขาว ให้เหล็กดูดซับ 'ธาตุแข็ง' จากถ่านไม้บริสุทธิ์เข้าไปเต็มที่ ชายชราวางแท่งเหล็กกลับไปบนทั่ง เริ่มใช้ค้อนปอนด์ตีเป็นจังหวะจะโคน ตีจนแท่งเหล็กแบนแต๊ดแต๋
พอตีจนหนาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ชายชราก็ใช้ค้อนอีกด้านตอกเน้นๆ กลางแผ่นเหล็กตามแนวยาว พอเกิดเส้นสีขาวขึ้น ก็นำไปเผาไฟอีกรอบ ใช้ค้อนพับเหล็กตามเส้นกลาง แล้วตีซ้ำไปซ้ำมา
สิบสามครั้งผ่านไป แท่งเหล็กดัดอ่อนนุ่มผ่านการตีพันครั้งร้อยหนจนกลายเป็นแท่งเหล็กกล้า ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จนตอนนี้ผ่านไปครึ่งวันแล้ว
จากนั้น ชายชราก็เริ่มตีขึ้นรูปแท่งเหล็กกล้า โครงร่างดาบเหล็กกล้าเริ่มปรากฏ คมดาบ สันดาบ ปลายดาบ และกะบังดาบ ทยอยเป็นรูปเป็นร่าง
ท่ามกลางสายตาเทิดทูนของเด็กฝึกงาน โครงร่างที่เดิมทีหยาบกร้านน่าเกลียดเริ่มเรียบเนียนกลมกลืน ตีซ้ำอีกไม่กี่ครั้ง ใบมีดก็ถูกค้อนเล็กตีจนเกิดคมลาดเอียงสี่ด้านสมบูรณ์แบบ สิ่งเจือปนส่วนเกินถูกตีออกไป ตัวดาบเริ่มเปล่งประกายสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของดาบเหล็ก
เผาไฟอีกครู่หนึ่ง ใช้คีมเหล็กใหญ่คีบดาบเหล็กกล้าน็อกซัสที่ตีเสร็จแล้ว ชายชราจุ่มมันลงในน้ำมันตังอิ๊วผสมพิเศษเพื่อชุบแข็ง
"ต่อไปก็คือการลับคมและใส่ด้ามไม้..."
พระอาทิตย์เริ่มตกดิน สาวน้อยเดินเหงื่อท่วมตัวออกมาจากโรงงานสงคราม เลสเตอร์ขมวดคิ้วน้อยๆ
เพราะลักษณะงาน ชาติก่อนเขาไม่เคยคลุกคลีกับช่างตีดาบ ทฤษฎีเฉพาะทางหลายอย่างเขาก็ไม่เข้าใจ ดูท่าการจะพึ่งตัวเองเพื่อปรับปรุงเทคนิคการตีเหล็กคงจะไม่สมจริงเท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องวางแผนระยะยาว ให้ช่างตีเหล็กท้องถิ่นมืออาชีพวิจัยน่าจะดีกว่า
เทคนิคการตีเหล็กของวาโลแรนอาจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าโลกปัจจุบันก็ได้
"แค่นี้ก็ร้อนจนทนไม่ไหวแล้วเหรอ"
"ก็นิดหน่อยค่ะ..."
"เดี๋ยวหาผลไม้ให้กิน ไปเถอะ ไปดูเขตที่อยู่อาศัยกัน"
คิสงุนงง
"ไม่ไปดูค่ายทหารเหรอคะ"
เลสเตอร์โบกมือ
"เย็นมากแล้ว อีกอย่างแผนผังค่ายทหารข้าเป็นคนเคาะเอง มาร์กาเร็ตกับเมเรดิธรู้แล้วว่าต้องทำยังไง แต่เขตที่อยู่อาศัยข้ายังไม่เคยไปดูเลย สมควรไปดูหน่อย"
ทั้งสองเดินคุยกันไปตามถนนหินกรวดมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
เพราะกฎหมายที่เข้มงวด ในสภาวะที่ไม่มีการทุจริต ความปลอดภัยในอาณาเขตมรกตจึงดีจนน่าตกใจ ระหว่างทางมีเด็กเล็กนั่งเล่นดินอยู่ข้างทาง ทุกๆ ไม่กี่สิบเมตรจะมีองครักษ์เหล็กไหลน็อกซัสยืนยามอยู่
เดินมาประมาณสองชั่วโมง ทั้งสองก็ได้ยินเสียงน้ำกระทบหินดังสดใส
"เดินไปทางเหนืออีกหน่อยก็ถึงแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูก แม่น้ำสายเล็กๆ นี้คือสาขาที่สี่ของแม่น้ำเหล็กไหล"
"ตอนอยู่ที่เผ่ามอสทาค หนูเคยได้ยินปู่เล่าว่า ทางใต้ที่อุดมสมบูรณ์มีเมืองยักษ์ชื่อป้อมปราการอมตะ แล้วก็มีแม่น้ำสายยาวที่หล่อเลี้ยงผืนดินแดนใต้จนอุดมสมบูรณ์ พี่เลสเตอร์คะ แม่น้ำเหล็กไหลไหลออกมาจากป้อมปราการอมตะเหรอคะ"
"แม่น้ำเหล็กไหลเป็นแม่น้ำภายในแผ่นดินที่ไหลจากทะเลผู้พิทักษ์ผ่านป้อมปราการอมตะเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ แค่ไหลผ่านทางน้ำใต้ดินของป้อมปราการอมตะเฉยๆ จะบอกว่าไหลออกมาจากป้อมปราการอมตะก็ไม่ถูก"
"งั้นเหรอคะ... หนูยังไม่เคยเห็นทะเลเลย พี่เลสเตอร์คะ พี่เคยเห็นทะเลผู้พิทักษ์ไหม"
ภายใต้สายตาคาดหวังของเด็กสาว เลสเตอร์ย่อมไม่บอกว่าไม่เคยเห็น
"แน่นอนสิ ทะเลเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สิ่งมีชีวิตต้องยำเกรง บนผืนน้ำมีแต่น้ำทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ยามพายุฝนมาคลื่นยักษ์ม้วนตัวน่ากลัว เรือเล็กๆ แล่นในทะเลไม่ได้หรอก ต้องเรือใหญ่เท่านั้นถึงจะท่องไปบนผิวน้ำได้..."
ตอนที่ทั้งสองใกล้จะถึงเขตตะวันตก ภายในบ้านไม้หลังเล็กที่เพิ่งสร้างเสร็จ เด็กหญิงผมทองแอบมองลอดหน้าต่างออกไปข้างนอก แล้วค่อยๆ ดึงกลอนประตูออก แต่พริบตาถัดมาก็ถูกเด็กหญิงผมดำเท้าสะเอวขวางหน้าไว้
"พี่จ๋า! จะทำอะไรน่ะ!"
[จบแล้ว]