- หน้าแรก
- กำเนิดราชันย์น็อกซัส บันทึกเลือดและกุหลาบดำ
- บทที่ 30 - เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
บทที่ 30 - เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
บทที่ 30 - เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
บทที่ 30 - เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
ฟ้าเริ่มมืด พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า
"โครกคราก~"
"พี่จ๋า หนูหิวจังเลย"
พอลืมตาตื่น ชีน่าก็เอามือกุมท้องที่ร้องลั่นแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่กลับพบว่าพี่สาวของตัวเองนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น จมูกบี้แบนไปหมดแล้ว
"ว้าย! พี่จ๋า!"
ชีน่ารีบกระโดดลงจากเตียง เข้าไปพยุงมิชาที่หิวจนเกือบจะเป็นลม แล้วเขย่าตัวพี่สาวอย่างแรง
"อย่าตายนะพี่! ฮือๆ พี่ตื่นสิ!"
ลูกตากลอกไปมาอย่างยากลำบาก มิชาที่มีรอยแดงเปื้อนหน้าผากค่อยๆ อ้าปากพูด
"อย่า... เขย่า... ข้า... ยังไม่ตาย..."
"ชีน่า? มิชา? พ่อกลับมาแล้ว! รีบเปิดประตูเร็ว~"
เสียงที่คุ้นเคยของพ่อดังมาจากนอกประตู สองสาวน้อยรีบดีดตัวขึ้นจากพื้น
มิชาผลักน้องสาวออกไปให้พ้นทาง แล้วรีบปลดกลอนประตู สายตาจ้องเขม็งไปที่กระสอบด้านหลังคิแลม ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกาย รอยยิ้มไร้เดียงสาปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ชีน่า มิชา เป็นเด็กดีรออยู่ในห้องกันหรือเปล่า"
คิแลมเก๊กมาดพ่อผู้เข้มงวดที่หาดูได้ยาก แต่รอยยิ้มบนหน้ากลับปิดไม่มิด และเพราะมือต้องอุ้มหม้อดินอยู่ จะยืนเท้าสะเอวก็ทำไม่ได้ ความน่าเกรงขามเลยลดฮวบ
ยังไม่ทันที่สองแสบจะตอบคำถาม ชายหนุ่มก็รีบปิดประตูด้วยความดีใจ วางหม้อดินใส่น้ำลง แล้วสั่งความ
"เดี๋ยวพ่อจะทำของอร่อยให้กิน ระวังอย่าทำหม้อแตกนะ"
"ทราบแล้วค่า~ (*2)"
เด็กหญิงสองคนนั่งคุกเข่าเรียบร้อยในท่าเด็กดีบนพื้นดิน
มองดูเสื้อผ้าขาดวิ่นของลูกสาวที่น่ารัก พอนึกถึงเสื้อผ้าเนื้อดีของเพื่อนใหม่ที่เจอเมื่อเช้า จมูกของชายหนุ่มก็เริ่มแสบๆ
"วันนี้พ่อได้ขนมปังมาสองแท่งกับปลาอีกหนึ่งตัว พอให้พวกเจ้าสองคนกินกันอิ่มเลย พรุ่งนี้พ่อก็จะหาอาหารกลับมาได้อีก"
"ว้าว! พ่อเก่งที่สุดเลย!"
เห็นชีน่าร้องดีใจกระโดดหอมแก้มสกปรกๆ ของคิแลม มิชาลังเลนิดหน่อยก่อนจะเข้าไปหอมแก้มอีกข้าง
เห็นสายตาเทิดทูนของลูกสาว คิแลมที่ตาเริ่มร้อนผ่าวรู้สึกว่าความลำบากที่เจอมาคุ้มค่าแล้ว กินของขมมาตั้งเยอะก็เพื่อวันนี้
ขอแค่ให้ลูกสาวสองคนมีชีวิตที่ดี ให้เขาไปเป็นวัวเป็นม้าก็ยอม ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าได้ไปอยู่ที่อาณาเขตมรกต เขาอาจจะไม่ต้องเป็นวัวเป็นม้าก็ได้...
"ความจริงแล้ว ไม่ใช่พ่อเก่งหรอก แต่พ่อได้เจอคนดีจริงๆ ต่างหาก"
ใช้หินไฟจุดหญ้าแห้ง กิ่งไม้ในเตาหินก็ลุกโชน วางหม้อดินลงบนก้อนหินสามก้อน รอให้น้ำเดือดแล้วใส่ปลาเค็มลงไป ก็จะได้อาหารร้อนๆ มื้อพิเศษแล้ว
"คนดีเหรอ? คนดีแห่งเดมาเซียหรือเปล่า หนูจำได้ว่าพ่อเคยบอกว่าอาหารเมื่อก่อนก็ได้มาจากคนดีแห่งเดมาเซีย"
ชีน่าเบิกตาโต มองดูพ่อที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
นึกถึงทหารเดมาเซียที่ฆ่าตาเฒ่าขาเป๋เมื่อเช้า คิแลมส่ายหน้าอย่างเศร้าใจ
"คนเดมาเซียไม่ใช่คนดี พ่อเคยมองผิดไปเอง"
"แล้วอาหารตั้งเยอะแยะพวกนี้ พ่อ... ไปเอามาจากไหนเหรอ"
มิชาถามต่อจากน้องสาว นางสงสัยมาก ก่อนหน้านี้ได้แค่ขนมปังดำก้อนเล็กๆ วันนี้กลับมีทั้งขนมปังแท่งใหญ่สองแท่งแถมปลาอีกหนึ่งตัว มันต่างกันเกินไป
นางไม่ได้พูดออกไป แต่ในใจแอบระแวงว่าพ่อไปขโมยมาหรือเปล่า
"คนจากอาณาเขตมรกตให้พ่อมา พ่อไปช่วยพวกเขาสร้างบ้าน พวกเขาก็ให้อาหารพ่อ แถมยังให้พ่อห่อกลับมาฝากพวกเจ้าสองคนด้วย เท่ากับว่าพ่อทำงานคนเดียว แต่ได้ค่าแรงเป็นอาหารสำหรับสามคน พวกเขาเป็นคนดีมากๆ เลยล่ะ"
"อาณาเขตมรกต? มันคืออะไรอะ? เป็นอัญมณีเหรอ"
คิแลมอึ้งไป มองชีน่าที่ไร้เดียงสา แล้วเผลอพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
"ใช่แล้ว อาณาเขตมรกตคืออัญมณีสีเขียว มันคือความหวังของพ่อ ของมิชา และของชีน่า"
แต่มิชาจับประเด็นอื่นได้
"งั้น พ่อจ๊ะ ใครเป็นเจ้าของอัญมณีอาณาเขตมรกตล่ะ"
"เจ้าของ... อาณาเขตมรกต?"
นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน เพราะมัวแต่สนใจเรื่องอาหารและสืบเรื่องอาณาเขตมรกต คิแลมเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองดันลืมชื่อเจ้าของอาณาเขตมรกตที่ชาวน็อกซัสและคนอื่นๆ พูดถึงไปเสียสนิท ชายหนุ่มเกาหัวยุ่งๆ ด้วยความกลุ้มใจ รู้สึกผิดขึ้นมาตงิดๆ
รับของเขามาตั้งเยอะแต่ดันจำชื่อเขาไม่ได้ นี่มันเสียมารยาทจริงๆ
"ฮ่าฮ่า พวกเขาไม่ได้บอก พรุ่งนี้พ่อไปถามมาแล้วค่อยบอกมิชาดีไหม"
"ดีค่า~"
"ชีน่าก็อยากรู้!"
"ได้ ชีน่าก็จะได้รู้ด้วย~"
รู้ว่าลูกสาวคนโตที่ฉลาดเกินวัยเริ่มสนใจเรื่องเจ้าของอาณาเขตมรกต คิแลมก็จดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ
"ฮ่าฮ่า น้ำร้อนแล้ว ปลาก็เดือดแล้ว อย่ารีบร้อนนะ เดี๋ยวปากพอง กินขนมปังไปซดน้ำแกงไป รอให้เย็นหน่อย..."
เห็นรอยยิ้มและความสุขบนใบหน้าลูกสาว ใบหน้าของคิแลมก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"พรุ่งนี้ไปให้เช้าหน่อย อาจจะกลับมาได้เร็วขึ้นนะ..."
...
อาณาเขตมรกตภายใต้นโยบายใหม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นคนเดมาเซียหรือคนมอมเบีย ไม่ว่าจะเป็นคนเร่ร่อนหรือผู้ประสบภัย ใบหน้าของทุกคนต่างมีความหวังในชีวิตเพิ่มขึ้น ละทิ้งสถานะเดิม เริ่มลองเรียกตัวเองว่าชาวอาณาเขตมรกต
ความกระตือรือร้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีโอกาสก้าวหน้า ความจริงก็คือ ตราบใดที่ชีวิตยิ่งอยู่ยิ่งดีขึ้น ก็ไม่มีใครอยากขี้เกียจ เว้นแต่ว่าจะมองไม่เห็นหนทางเติบโตแล้ว
นาข้าวและสวนผลไม้ทางทิศเหนือได้รับการดูแลอย่างเป็นระเบียบจากชาวเมือง เมื่อรวมกับของป่าจากภูเขาทางเหนือ ผลผลิตอาหารก็เพียงพอเลี้ยงคนนับพัน ตอนนี้ประชากรในอาณาเขตมรกตยังมีไม่ถึงหกร้อยคน ภายใต้คำสั่งจัดสรรปันส่วนของเลสเตอร์ คนส่วนใหญ่จึงได้กินอิ่มนอนหลับ
บ้านไม้ในเขตตะวันตกเรียงรายเป็นระเบียบ ค่ายทหารก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง องครักษ์เหล็กไหลและพลหน้าไม้เงาทมิฬย้ายเข้าไปประจำการ วางอาวุธลงมาช่วช่างก่ออิฐสร้างบ้านใหม่ของตัวเอง
ทางทิศใต้มีโรงงานเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย ด้วยการก่อสร้างแบบเร่งด่วน ร้านตีเหล็กและโรงงานทำธนูหน้าไม้เพิ่มขึ้นมาอีกสองแห่ง ภายใต้การควบคุมของช่างฝีมือ โรงงานอาวุธในตอนนี้ทำงานเต็มกำลังการผลิตของอาณาเขตมรกตแล้ว
เกี่ยวกับเรื่องการตีอาวุธ เลสเตอร์ได้แต่งตั้งช่างตีเหล็กชรานามว่าเฮริสโตล ภายใต้การนำของช่างเฒ่า ช่างตีเหล็กสิบกว่าคนได้รวมตัวกันก่อตั้ง 【โรงงานสงคราม】 เริ่มวิจัยเทคนิคการหล่อหลอม
เหล่าช่างตีเหล็กยังพาเด็กฝึกงานหนุ่มสาวที่สนใจวิชาตีเหล็กอีกหลายสิบคน มาเริ่มชีวิตการถลุงเหล็ก สอนให้เด็กใหม่ลองตีเครื่องมือการเกษตรง่ายๆ ไปก่อน
บริเวณตีนเขาติดกับเทือกเขาทาร์กอน เลสเตอร์ส่งคนไปรับช่วงต่อเหมืองแร่ที่ชาวมอมเบียทิ้งไว้ ในเหมืองพบแร่ทองแดง แร่เหล็ก และแร่ดีบุก ที่สำคัญคือลึกเข้าไปในเขตเหมืองทางใต้ยังมีแร่เงินจำนวนมหาศาล
ผลลัพธ์นี้ทำให้เลสเตอร์ต้องทึ่ง อาณาเขตมรกตแห่งนี้สมเป็นทำเลทองจริงๆ ไม่รู้ว่าทำไมในอนาคตถึงได้กลายเป็นดินแดนรกร้างไปได้
ทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี มีหญิงตั้งครรภ์ให้กำเนิดชีวิตใหม่ อาณาเขตมรกตแสดงให้เห็นถึงพลังชีวิตและบรรยากาศที่แตกต่าง ทำให้ชาวอาณาเขตมรกตรู้สึกผูกพันกับดินแดนที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์นี้มากขึ้น และแน่นอนว่าความรู้สึกขอบคุณและเทิดทูนเลสเตอร์ผู้มอบสิ่งเหล่านี้ให้ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงว่างเปล่า วันนี้เลสเตอร์ตัดสินใจให้วันหยุดกับตัวเองหนึ่งวัน
[จบแล้ว]