เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ปีศาจราคะกับวารีบำบัด

บทที่ 4 - ปีศาจราคะกับวารีบำบัด

บทที่ 4 - ปีศาจราคะกับวารีบำบัด


บทที่ 4 - ปีศาจราคะกับวารีบำบัด

เลสเตอร์ลอบสังเกตหญิงสาวหน้าเหลี่ยมท่าทางเคร่งขรึมในชุดคลุมสีดำที่สวมทับชุดเกราะหนังโชว์เรียวขาอยู่เงียบๆ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาเพียงเบาบาง เชือกที่พันธนาการแขนและลำคอของเขาขาดสะบั้นลง ทั้งที่หญิงสาวทั้งสามคนในที่นั้นไม่ได้ขยับตัวทำอะไรเลย

ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ เป็นลูกไม้ที่ไม่เลวเลยทีเดียว

แม้จะไม่เข้าใจหลักการทำงานของพลังนี้ แต่เลสเตอร์ก็รู้ดีว่าการทำตัวว่าง่ายย่อมส่งผลดีต่อตัวเขามากกว่า

อีกด้านหนึ่ง เมเรดิธไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหนกับท่านโรส แต่ถึงแม้เมื่อครู่เขาจะถูกมัดมา ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะละเลยการแสดงความเคารพได้

ไม่มีคนของกลุ่มกุหลาบดำคนไหนอยากมีเรื่องกับผู้ชายที่มีโอกาสจะได้เป็นคนสนิทของท่านโรส เรื่องนี้ทุกคนรู้ดี

"เชิญทางนี้ค่ะท่าน"

เมเรดิธชี้ไปที่ตัวเลสเตอร์ แล้วชี้มาที่ตัวเอง

เลสเตอร์ทำหน้ามึนงง

เขาหันกลับไปมองหญิงสาวแสนสวยที่จูงเขามาเหมือนจูงหมาเมื่อครู่ นางชี้ไปที่ตัวเขาแล้วชี้ไปที่แม่สาวหน้าเหลี่ยม ก่อนจะทำท่าถอดเสื้อผ้าอาบน้ำ เลสเตอร์ถึงได้พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาโค้งคำนับให้โรสอย่างงดงาม เลียนแบบท่าทางของสมาชิกกลุ่มกุหลาบดำเมื่อสักครู่

ในสายตาของโรส มารยาทของชายหนุ่มตรงหน้าดูมีความเป็นผู้ดีเสียยิ่งกว่าสมาชิกกลุ่มกุหลาบดำสองคนนั้นเสียอีก

โรสยิ้มรับพลางพยักหน้าแล้วเดินจากไป ส่วนเลสเตอร์ก็เดินตามสาวชุดคลุมดำหน้าเหลี่ยมไปยังตึกหินหลังเล็กข้างๆ

ภายในตึกหินหลังเล็กแตกต่างจากอพาร์ตเมนต์ในชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง มันดูเหมือนโครงสร้างและสไตล์ยุคกลางของยุโรป แต่แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนที่มากกว่า

ทางขึ้นลงบันไดเป็นบันไดวนทำจากหินสีขาว

การจัดวางชั้นล่างนั้นเรียบง่าย มีโต๊ะสี่เหลี่ยมสี่ขาและม้านั่งเล็กๆ สี่ตัววางล้อมรอบเตาไฟที่กำลังลุกโชนอยู่บนพรมขนสัตว์

บนโต๊ะมีจานดินเผาสีน้ำตาลใบหนึ่ง ในจานมีขนมปังสีเหลืองที่ถูกหั่นไปแล้วครึ่งก้อน

เมเรดิธกำลังจะพาเลสเตอร์ลงไปอาบน้ำข้างล่าง แต่เลสเตอร์กลับดึงมือเธอไว้ก่อน เขาชี้ไปที่ขนมปังครึ่งก้อนในจานด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนมีเรื่องลำบากใจ

เมื่อเห็นความโหยหาและความคาดหวังบางอย่างในดวงตาของชายหนุ่มรูปงาม เมเรดิธรีบชักมือขวากลับราวกับถูกไฟช็อต เธอแกล้งกระแอมแก้เก้อแล้วพยักหน้าอนุญาต

เลสเตอร์ได้กินขนมปังก้อนแรกในต่างโลกด้วยความสามารถของตัวเอง เติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าให้คลายความกังวลลงได้บ้าง

การออกแบบชั้นล่างนั้นประณีตอย่างยิ่ง

ตำแหน่งของเตาไฟที่ชั้นหนึ่งให้ความร้อนแก่ถังน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยอิฐปูนขาวได้พอดิบพอดี ภายใต้การจัดแสงที่สว่างและมืดสลับกันบนเพดาน ถังน้ำเทอะทะกลับกลายเป็นลูกเล่นที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน

ถังน้ำบนเพดานเชื่อมต่อกับหอคอยน้ำบนยอดตึกหิน ขอเพียงแค่นักเวทธาตุของกลุ่มกุหลาบดำเติมน้ำจากบ่อน้ำเข้าหอคอยทุกวัน ก็เพียงพอที่จะรับประกันได้ว่าจะมีน้ำร้อนสำหรับอาบตลอดเวลา

กลางห้องมีอ่างอาบน้ำหินสีเทาอมฟ้าทรงกลมปูด้วยหินกรวด ท่อระบายน้ำของอ่างควบคุมด้วยวาล์วลูกสูบเหล็ก สามารถระบายน้ำลงสู่ระบบท่อระบายน้ำของป้อมปราการอมตะ ไหลลงสู่แม่น้ำเหล็กไหลที่เชื่อมต่อกับทะเลผู้พิทักษ์ได้ทันที

ขณะที่กำลังทึ่งกับการออกแบบอันชาญฉลาด เมเรดิธก็เปิดวาล์วถังน้ำ รูปปั้นหินอ่อนรูปมังกรจิ้งจกสองตัวที่ขอบอ่างเริ่มพ่นน้ำร้อนออกมา

เมเรดิธปรนนิบัติช่วยถอดเสื้อผ้าให้ เลสเตอร์จึงได้ลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำอย่างสบายใจ...

ในขณะที่เลสเตอร์กำลังอาบน้ำ โรสนั่งอยู่ลำพังบนเตียงเดี่ยวในห้อง นางกำลังวางแผนว่าจะใช้ประโยชน์จากชนเผ่าโบราณที่นาดาลจับมาได้อย่างไร

การสอนภาษาน็อกซัสให้ผู้ชายที่ไม่โง่เขลาคนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ประเด็นสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เขาไว้ใจ ให้เขายอมถวายหัวรับใช้ และจะทำอย่างไรให้เขาคายความลับทั้งหมดออกมา

สำหรับนางแล้ว นอกจากแผนการร้าย เวทมนตร์ต้องห้าม และความมืดมิด ก็มีเพียงความลับและสิ่งที่ไม่รู้เท่านั้นที่กระตุ้นความปรารถนาของนางได้

ประสบการณ์ชีวิตอันยาวนานกว่าห้าศตวรรษสอนให้โรสรู้ว่า คำโกหกที่สมบูรณ์แบบที่สุด ก็คือความจริงใจที่ไม่มีการปิดบัง

ด้วยการเตรียมการที่เหมาะสม ร่างแยกที่สร้างขึ้นจากเวทมนตร์ต้องห้ามร่างนี้ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง และจากการประเมินกลิ่นอาย อีกฝ่ายก็เป็นชายหนุ่มที่เลือดลมพลุ่งพล่าน

นางเข้าใจความต้องการทางธรรมชาติของร่างแยกที่ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาเป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะมองในมุมไหน ผู้ชายคนนี้ก็ตรงตามมาตรฐานที่นางคาดหวังไว้

ความสัมพันธ์ที่ลงตัวที่สุดของชายหญิงย่อมเกิดขึ้นบนเตียง ยิ่งร่างแยกของนางเกิดความรู้สึกหวั่นไหวกับชายคนนั้นจริงๆ ด้วยแล้ว

บวกกับที่นางมีบุญคุณต่อเขา ขอเพียงแค่นางมอบความรักด้วยความ "จริงใจ" ใช้ร่างกายและความรักผูกมัดเขาไว้ โอกาสที่เขาจะหนีรอดไปได้แทบจะเป็นศูนย์

เมื่อหนีไม่ได้ เขาก็จะตกอยู่ในกำมือของนางโดยสมบูรณ์

ขอเพียงฟูมฟักอีกสักหน่อย เขาก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่คล่องมือที่สุดของนาง นางยังฉวยโอกาสนี้รำลึกความหลังเรื่องบนเตียงที่ห่างหายไปนานนับร้อยปี แถมยังได้ "สามี" ที่ดูดีมาช่วยกันท่าเจ้าคนเถื่อนสมองทึบที่มีกลิ่นตัวแรงพอๆ กับโทรลล์ ให้พวกมันแข่งกันเอง ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

เมื่อตัดสินใจเสียสละ "ตัวเอง" ได้แล้ว ดวงตาอันลึกล้ำของโรสก็แฝงแววอ่อนหวานขึ้น นางลุกเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีประดับทับทิมขึ้นมา

เรือนผมสีดำขลับทิ้งตัวลง เสื้อผ้าค่อยๆ เลื่อนหลุด โรสใช้เวทมนตร์ทำความสะอาดร่างกาย ก่อนจะสวมชุดผ้าโปร่งสีม่วงบางเบาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนแรกอันสมบูรณ์แบบ

"เตียงนี้ ดูเหมือนจะเล็กไปหน่อยสินะ~"

...

"นี่คือบ้านของท่านโรส"

ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายฟังไม่รู้เรื่อง แต่การแนะนำสถานที่ก็ยังเป็นสิ่งที่ควรทำ

เมเรดิธที่หิ้วถุงผ้าชี้ไปที่ "วิลล่าหลังน้อย" สามชั้นที่มีสไตล์โดดเด่นในถนนหนามกุหลาบดำ พอรู้สึกว่าขาของตัวเองเริ่มอ่อนแรงอีกครั้ง เมเรดิธก็ต้องฝืนละสายตาจากใบหน้าของชายหนุ่ม

ตอนนี้เลสเตอร์เปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมยาวคอตั้งเข้ารูปสีเข้มสไตล์ยุคมืด เสื้อคลุมสีดำอมม่วงที่ดูสูงส่งและลึกลับช่วยขับเน้นรูปร่างที่สูงโปร่งและแข็งแกร่งของชายหนุ่มให้โดดเด่นยิ่งขึ้น บวกกับหน้าตาที่หล่อเหลาอยู่แล้วและผมสั้นสีดำหนานุ่ม...

เมเรดิธสาบานได้เลยว่า ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังอยากเรียนเวทมนตร์ต้องห้ามกับแม่มดขาวอยู่ล่ะก็ เธอคงจะตีหัวผู้ชายไร้เวทมนตร์คนนี้ให้สลบ แล้วพาเขาหนีออกจากป้อมปราการอมตะ หาถ้ำสักแห่งแล้วปั๊มลูกออกมาสักครอกหนึ่ง

ไม่ได้การ ยิ่งคิดยิ่งใจเต้น ดูเหมือนเวทมนตร์ต้องห้ามจะเริ่มไม่สำคัญเสียแล้ว... แต่ถ้า... ถ้าเกิดท่านโรสทำสัญลักษณ์เวทมนตร์ที่มองไม่เห็นไว้ แล้วเธอหนีไม่พ้นจะทำยังไง...

เมเรดิธข่มกลั้นความพลุ่งพล่านในใจ เธอใช้กำปั้นทุบหัวตัวเองเพื่อเรียกสติ อาการร้อนวูบวาบและอ่อนระทวยค่อยๆ หายไป

เลสเตอร์มองหญิงสาวหน้าเหลี่ยมที่จู่ๆ ก็ต่อยหัวตัวเองด้วยความประหลาดใจ เขาถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่สีหน้ายังคงแสดงความห่วงใย

ในชาติก่อน เขาก็ใช้วิธีนี้รับมือกับพวกคุณนายไฮโซเหมือนกัน

สำหรับผู้หญิงที่ใช้อารมณ์เป็นหลักส่วนใหญ่ การแสดงความห่วงใยเงียบๆ ที่ถูกจังหวะมักได้ผลดีกว่าคำพูดสวยหรูที่ว่างเปล่า

"ฉันไม่เป็นไร..."

เมเรดิธเปิดประตูที่ไม่ได้ลงกลอน แล้วผลักชายหนุ่มที่กำลังงุนงงเข้าไปในบ้าน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งหมดสภาพที่หน้าประตูพร้อมรอยแดงรูปกำปั้นบนหน้าผาก

"เจ้านี่ ต้องเป็นปีศาจราคะกลับชาติมาเกิดแน่ๆ..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ปีศาจราคะกับวารีบำบัด

คัดลอกลิงก์แล้ว