- หน้าแรก
- กำเนิดราชันย์น็อกซัส บันทึกเลือดและกุหลาบดำ
- บทที่ 3 - เมื่อถูกแม่มดขาวรับไปเลี้ยง
บทที่ 3 - เมื่อถูกแม่มดขาวรับไปเลี้ยง
บทที่ 3 - เมื่อถูกแม่มดขาวรับไปเลี้ยง
บทที่ 3 - เมื่อถูกแม่มดขาวรับไปเลี้ยง
"บอกมาสิคนต่างถิ่น แกบุกรุกเข้ามาได้ยังไง"
หลังจากนาดาลเอ่ยปากถาม เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ยอมคุกเข่า ดอลท์ก็เตะเข้าที่ข้อพับเข่าของชายหนุ่มเต็มแรง แต่ชายหนุ่มกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้ดอลท์ที่ออกแรงเก้อล้มคะมำอย่างน่าขัน ราวกับหมีโง่ที่โดนสัตว์ปีกหลอกล่อ
"ฮะๆๆ~"
เลสเตอร์มองหญิงสาวแสนสวยที่เอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก แล้วส่งยิ้มตอบกลับไปอย่างมีมารยาท จากนั้นก็โค้งคำนับเล็กน้อยให้กับชายเคราดกท่าทางแข็งแรงที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ ทำเอาดอลท์รู้สึกไม่พอใจ แต่เมื่อโดนนาดาลปรามไว้ก็จำต้องถอยออกไป
"ผมคิดว่าพวกคุณคงไม่เข้าใจที่ผมพูด เหมือนกับที่ผมไม่เข้าใจภาษาของพวกคุณนั่นแหละ (ภาษาจีน)"
เป็นไปตามที่เลสเตอร์คาด หลังจากเขาพูดจบ ทุกคนในที่นั้นก็ทำหน้างุนงง หญิงสาวสวยในชุดคลุมสีม่วงค่อนข้างเปิดเผยลุกจากที่นั่งเดินเข้ามาหาเขา แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นี่มันภาษาอะไรกัน ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย (ภาษาน็อกซัส สาขาหนึ่งของภาษาวาโลแรนโบราณ)"
เลสเตอร์ยักไหล่ ทำหน้าจนปัญญา
"เขาฟังภาษาเราไม่รู้เรื่อง"
โรสหันไปบอกหัวหน้าคนเถื่อนข้างๆ ก่อนจะหันกลับมาสนใจชายหนุ่มอีกครั้ง
เทียบกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเกินเหตุ ปริศนาในตัวเขากลับดึงดูดใจนางได้มากกว่า
นาดาลเองก็ยินดีที่เห็นโรสผู้เยือกเย็นเสมอมาดูกระตือรือร้นขึ้นมาบ้าง อย่าลืมสิว่าตอนนี้ไอ้สายลับต่างถิ่นนี่เป็นเชลยของเขา
"ฟังรู้เรื่องไหม (ภาษาเดมาเซีย สาขาหนึ่งของภาษาวาโลแรนโบราณ)"
เลสเตอร์ส่ายหน้า
"ภาษาเฟรลยอร์ดล่ะ (ภาษาเฟรลยอร์ด)"
เลสเตอร์ยังคงส่ายหน้า
"ภาษาชูริม่า? (ภาษาชูริม่า)"
"ภาษาไอโอเนียฟังออกไหม (ภาษาไอโอเนีย)"
หลังจากลองภาษาต่างๆ ไปหลายภาษา ท่ามกลางสายตาที่ว่างเปล่าและหวาดเกรงของพวกคนเถื่อน โรสก็ถอนหายใจยาว หันไปมองนาดาล
"มีภาษาที่ไพเราะเป็นของตัวเองแต่กลับฟังภาษาวาโลแรนไม่รู้เรื่อง ข้าสงสัยว่าชายประหลาดคนนี้อาจเป็นชนเผ่าโบราณที่หลงเหลือมาจากซากปรักหักพังแห่งยุคบรรพกาล ตัวเขาต้องมีความลับมหาศาลซ่อนอยู่แน่ๆ"
ดวงตาของนาดาลเป็นประกาย ความคิดเริ่มโลดแล่น
"เอามันไปขัง..."
"จะขังทำไม ท่านคิดจะสอบสวนชนเผ่าโบราณที่คุยกันไม่รู้เรื่องเหรอ จะปล่อยให้เขาเน่าตายในคุกใต้ดินหรือไง"
เจอกับสายตาเยาะเย้ยของโรส นาดาลถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
ความลับของ 'ชนเผ่าโบราณ' ผู้ลึกลับตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่แค่เอาแส้ฟาดในคุกแล้วจะคายออกมาได้ ความรุนแรงมีแต่จะทำให้ความลับสูญสลายไปตลอดกาล
"แล้วจะทำยังไง"
โรสยิ้มบางๆ ปลายนิ้วกรีดกรายผ่านกล้ามอกแน่นๆ ของชายหนุ่ม เล่นเอาชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูก
"เพิ่มเงื่อนไขในข้อตกลงของเราอีกข้อ ฉันจะเป็นคนสอนภาษาน็อกซัสให้ผู้ชายคนนี้เอง ความลับที่ขุดคุ้ยได้เราจะแบ่งกัน หลังจากนั้นค่อยมาตัดสินชะตากรรมของหมอนี่กันอีกที ท่านนาดาลเห็นว่ายังไงคะ"
คิดดูแล้วในเผ่าของตนก็ไม่มีใครสอนภาษาให้เจ้าคนโบราณนี่ได้ นาดาลจึงได้แต่พยักหน้า
"อะแฮ่ม คุณโรส ผมเชื่อมั่นในความสามารถของคุณ ผมตกลง"
"ดีมากค่ะ ความเฉลียวฉลาดและการตัดสินใจที่เด็ดขาดของท่านช่างน่าเลื่อมใสพอๆ กับความกล้าหาญของท่านเลย เผ่าร็อกซีจะได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มจอมเวทตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มาดื่มฉลองให้กับพันธมิตรของเรากันเถอะ!"
กว่าเหล่าผู้อาวุโสจะหันมามองเขาด้วยความงุนงง กว่าแม่หญิงเจ้าเล่ห์จะชูแก้วไวน์ขึ้น นาดาลถึงเพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกให้คล้อยตามจนได้ การประชุมที่ยืดเยื้อมาทั้งเช้าจบลงแบบงงๆ เขายังไม่ได้ต่อรองอะไรกับนางเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เรื่องที่จะชวนนางมาร่วมเตียงเลย
"ด... ดื่ม..."
ได้แต่มองดูหญิงสาวจูงเชือกพาตัวคนโบราณเดินจากไป นาดาลรู้สึกว่างโหวงในใจเหมือนตัวเองเป็นไอ้โง่ แค่ดูสายตาที่โรสมองเจ้าคนโบราณนั่นก็พอจะเดาได้แล้วว่า สถานที่สอนภาษาของทั้งคู่คงหนีไม่พ้นบนเตียง ส่วนคนที่ควรจะอยู่บนเตียงนั่นน่ะ ควรจะเป็นเขาต่างหาก
พอนึกถึงตรงนี้ หน้าของนาดาลก็เริ่มเขียวคล้ำ
"ลูกพี่! ดูสิข้าจับคนโบราณได้ในรวดเดียว สร้างความดีความชอบขนาดนี้ ให้ข้าเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยได้มั้ย..."
"ไสหัวไป!!!"
พอดอลท์วิ่งไปไกลแล้ว เสียงของนาดาลก็ตะโกนตามหลังมาอีก
"กลับมานี่! พาข้าไปดูที่ที่แกเจอไอ้เวรนั่นเดี๋ยวนี้! ไป!"
...
เลสเตอร์เคยจินตนาการไว้หลายรูปแบบว่าตายแล้วจะเป็นยังไง ขึ้นสวรรค์ ลงนรก หรือไปยมโลกเดินข้ามสะพานไน่เหอเพื่อไปเกิดใหม่ เขาคิดไว้หมดแล้ว แต่ต่อให้จินตนาการยังไง เขาก็คงเดาไม่ถูกว่าหลังจากตายบนเครื่องบิน ตัวเองจะตัวเรืองแสงสีเขียวแล้วโผล่มาต่างโลกแบบงงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ออร่าของผู้หญิงตรงหน้าช่างเหมือนกับตัวละครหญิงในเกมที่เขาเล่นเมื่อชาติที่แล้วเปี๊ยบ
แต่งตัววับๆ แวมๆ เหมือนกัน มีความยั่วยวนและเจ้าเล่ห์เหมือนกัน แถมยังชอบสีม่วงเหมือนกัน แม้แต่อายแชโดว์ยังเหมือนกันไปแปดส่วน จะมีที่ไม่เหมือนก็แค่หน้าตาที่ไม่ได้ฉูดฉาดเท่าในเกม
ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ "เลอบลังค์" หรือ "The Deceiver" ตัวละครในเกม แต่เลสเตอร์กลับเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันได้ในทันที นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ถ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ก็แปลว่าเขาหลุดเข้ามาในโลกของเกม ทวีปที่ชื่อว่า "วาโลแรน"
เรื่องมันดูเหลือเชื่อเกินไป เลสเตอร์ตัดสินใจเก็บข้อสันนิษฐานไว้ก่อน สัญชาตญาณนักฆ่าบอกเขาว่า การตามผู้หญิงอันตรายที่ดูจะมี "ใจ" ให้เขา ย่อมดีกว่าอยู่กับไอ้เคราดกท่าทางดุร้ายแต่สมองทึบคนนั้น
บนทางเดินแคบๆ ที่มุ่งสู่ป้อมปราการอมตะ ทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เลสเตอร์ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งดึงดูดสายตาสาวๆ น็อกซัสยุคใหม่ได้ไม่น้อย ถ้าพวกหล่อนไม่จำได้ว่าโรสเป็นใคร มีหวังเกิดเหตุการณ์ฉุดหนุ่มน้อยกลางถนนแน่ๆ
สถาปัตยกรรมของป้อมปราการอมตะมักเน้นความเคร่งขรึมและแข็งกระด้าง แม้แต่ในเมืองใต้ดินก็ไม่ต่างกัน
ถนนหนทางสลับซับซ้อนทอดตัวลึกลงไปใต้เมือง ด้านบนคือกำแพงป้อมปราการที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ โรสพาเลสเตอร์เดินผ่าน "ระเบียงเลือดเหล็ก" มายังที่พักชั่วคราวของร่างแยกของนาง
คฤหาสน์หลังหนึ่งตั้งอยู่ใต้ป้อมปราการ แต่อยู่เหนือเมืองใต้ดิน เป็นเขตที่พักของขุนนางเก่า แน่นอนว่าในอนาคตมันจะเป็นที่อยู่ของขุนนางใหม่เช่นกัน
ในป้อมปราการอมตะ มีเพียงผู้ปกครองที่แท้จริงเท่านั้นที่มีสิทธิ์อาศัยอยู่เหนือป้อมปราการและใต้ผืนดิน
"ยินดีต้อนรับกลับครับ ท่านโรส"
สมาชิกกลุ่มจอมเวทกุหลาบดำสองคนที่เฝ้าอยู่บนถนน "หนามกุหลาบดำ" เมื่อเห็นโรสเดินมา ต่างก็เอามือทาบอกขวาแล้วโค้งคำนับ
โรสพยักหน้ารับ แล้วชี้ไปที่คนโบราณด้านหลัง
"เมเรดิธ พาเขาไปล้างตัว เปลี่ยนชุดดีๆ แล้วพามาหาฉัน จำไว้ว่าต้องเอาเสื้อผ้าชุดเดิมของเขามาให้ฉันครบทุกชิ้น ห้ามขาดแม้แต่ชิ้นเดียว อ้อ เขาพูดไม่ได้ เธอต้องพยายามใช้ภาษามือสื่อสารกับเขาเอานะ"
"ครับผม"
[จบแล้ว]