เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ตู้ซิงเหอ ชายาพิษแห่งแดนเซียน

บทที่ 28 - ตู้ซิงเหอ ชายาพิษแห่งแดนเซียน

บทที่ 28 - ตู้ซิงเหอ ชายาพิษแห่งแดนเซียน


บทที่ 28 - ตู้ซิงเหอ ชายาพิษแห่งแดนเซียน

ชุนสือชะงัก

วูบแรกเขาคิดว่าตู้ซิงเหอล้อเล่น แต่พอกำลังจะพูด เขาก็ตัดสินใจไหลตามน้ำเพื่อหลอกถาม "มิน่าสหายตู้ถึงถอนตัวจากสำนักจิ่วหยาง แม้สำนักจิ่วหยางจะเป็นสำนักกระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้า แต่ความรู้ด้านวิถีโอสถยังขาดความลึกซึ้ง พรสวรรค์ของสหายตู้... นับว่าไข่มุกถูกฝังในดินโคลน น่าเสียดายที่คนตาถึงผู้นั้นไม่ใช่ผู้เฒ่าอย่างข้า!"

ชุนสือคิดว่านางจะเผยชื่ออาจารย์ออกมา หรืออย่างน้อยก็ควรถ่อมตัวสักหน่อย

ผลคือนางบอกว่า "นั่นสิ เกือบโดนสำนักจิ่วหยางทำเสียของแล้ว"

......

ศิษย์หอฉุนตานข้างๆ ตาแทบถลนออกมานอกเบ้า

ชุนสือเริ่มรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าทักษะการพูดอ้อมค้อมใช้ไม่ค่อยได้ผล เขาปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น ตัดสินใจลองเชิงอีกครั้ง "ข้าเห็นยาแก้พิษที่สหายตู้ปรุงออกมา มีผลลัพธ์คล้ายคลึงกับที่ข้าปรุงอย่างมาก เลยรู้สึกว่าเราสองคนมีวาสนาต่อกันจริงๆ ไม่แน่อาจจะเป็นวาสนาศิษย์อาจารย์ที่สวรรค์ประทานมาก็ได้"

การปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ล้วนส่งผลพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินต่อสรรพคุณยา

เคล็ดลับเฉพาะตัวของเขาไม่ได้อยู่ที่สูตรยา แต่อยู่ที่เทคนิคการควบคุมอุณหภูมิ

สิ่งนี้ต้องอาศัยประสบการณ์การปรุงยานับครั้งไม่ถ้วนเคี่ยวกรำออกมา ยากจะถ่ายทอดเป็นคำพูด แม้แต่ศิษย์สายตรงของเขาก็ยังไม่กล้าพูดว่าเรียนรู้ไปได้เต็มสิบส่วน แต่แม่นางที่ไม่เคยพบหน้าค่าตาคนนี้ดันทำได้!

ชุนสืออยากรู้ว่านางเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ท่านใด

ส่วนศิษย์หอฉุนตานที่ไม่รู้ความจริง กลับอิจฉาจนน้ำกรดไหลย้อน!

เพื่อจะได้กราบเข้าสำนักชุนสือ ที่บ้านต้องส่งของกำนัลไปเท่าไหร่? แถมยังต้องมีพรสวรรค์สูงส่งถึงจะเข้าสู่วิถีโอสถได้ เคยเห็นอาจารย์เป็นฝ่ายอยากรับใครเป็นศิษย์เสียที่ไหน เฮ้อ ดูท่าตำแหน่งศิษย์เอกหอฉุนตานคงต้องเปลี่ยนคนนั่งแล้วกระมัง...

แต่กลับเห็นตู้ซิงเหอถอนหายใจด้วยความเสียดาย "น่าเสียดาย ข้ามีลูกศิษย์สองคนแล้ว รับเพิ่มอีกคงสอนไม่ไหว"

"......"

เมื่อกี้ชุนสือมองเบื้องหลังนางไม่ออก ตอนนี้กระทั่งความคิดนางเขาก็มองไม่ทะลุแล้ว

คุยมาถึงขั้นนี้ เขาทำได้แค่พูดว่า "ฮ่าๆ สหายตู้ช่างมีอารมณ์ขัน"

ตู้ซิงเหอยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไร

ชุนสือมองนางไม่ออก แต่นางเริ่มเข้าใจสไตล์การทำงานของนักปรุงยาพวกนี้ โดยเฉพาะชุนสือแล้ว——จะเรียกว่านิสัยดีก็ไม่เชิง เรียกว่าเป็นคนกว้างขวาง ชอบผูกมิตรกับขุมกำลังต่างๆ ไปทั่วจะถูกกว่า ไม่เหมือนผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป

ผู้บำเพ็ญเพียร โดยเฉพาะกระบี่ชน ส่วนใหญ่ไม่คุยด้วยเหตุผลกับคนที่ตบะต่ำกว่า

ใครขวางหูขวางตา พูดไม่กี่คำก็ฟันทิ้งทันที

ต่อให้เกรงใจว่าอีกฝ่ายมีเบื้องหลังจนไม่ลงมือ ก็จะไม่มีปฏิกิริยาแบบนี้

"น่าเสียดายที่การเดินทางครั้งนี้ข้ามีภารกิจติดตัว ไม่งั้นคงอยากติดตามเรียนรู้จากปรมาจารย์สักหน่อย ได้ยินชื่อเสียงมานานว่าหอฉุนตานมีเคล็ดวิชาควบคุมไฟเฉพาะตัว ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับที่อาจารย์... ที่ข้าใช้อยู่หรือไม่"

ตู้ซิงเหอแกล้งหลุดปาก เผยพิรุธ

ในเมื่อดูออกว่าชุนสือชอบประจบสอพลอคนที่มีอำนาจ นางก็เลยวางแผนเล่นตามน้ำ แสร้งทำตัวลึกลับเพื่อขุดผลประโยชน์จากเขา ชุนสือถูกคาแรคเตอร์ที่นางบอกใบ้หลอกเข้าเต็มเปา แม้จะบรรลุระดับจินตนา แต่ผู้บำเพ็ญเพียรก็คือคน ยากจะหลุดพ้นจากกรอบความคิดเดิมๆ

"อยากแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อาวุโส แต่ก็เกรงว่าจะเสียมารยาท" ตู้ซิงเหอถอนหายใจ ทำท่าทางเหมือนอยากคบหากับปรมาจารย์ชุนสือด้วยความเลื่อมใส นางจะตอบสนองความฟุ้งเฟ้อของอีกฝ่ายตั้งแต่แรกไม่ได้ และจะเอาแต่พูดจาเลอะเทอะต่อไปก็ไม่ได้เช่นกัน

อย่างแรกจะทำให้ชุนสือดูแคลน อย่างหลังจะทำให้อีกฝ่ายหมดอารมณ์คุยแล้วแยกย้ายกันไปแบบไม่สวย

"จะเป็นไปได้อย่างไร? ศิลปะวิชาต้องมีการแลกเปลี่ยนกันเรื่อยๆ ถึงจะมีการพัฒนา... เรื่องที่เจ้าพูดมา ข้าเองก็สงสัยใคร่รู้มากเช่นกัน"

นักปรุงยาหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ก็ต้องการที่พึ่ง

ชุนสือนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนกล้าออกจากสำนักจิ่วหยางโดยไม่มีที่ไป

ตู้ซิงเหอไม่มีอะไรเลยจริงๆ ความหน้าด้านหน้าทนของนางกลับข่มขวัญพวกนักปรุงยาได้——เรื่องที่หอฉุนตานมีวิชาคุมไฟเฉพาะตัว ไม่ได้แพร่หลายภายนอก อาศัยแค่เนตรโจรสังเกตและสรุปออกมา คำว่า "ได้ยินชื่อเสียงมานาน" ของนาง จงใจทำให้ชุนสือคิดว่าอาจารย์เบื้องหลังนางรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับหอฉุนตาน ยิ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่และลึกลับเข้าไปอีก

......

ทั้งสองตกลงกันว่าจะแลกเปลี่ยนวิชาหลังอาหาร ยืดเส้นยืดสายกันหน่อย

ตู้ซิงเหอกินอาหารวิญญาณแสนอร่อยไปพลาง คิดแผนไปพลาง

ถ้าพูดเรื่องทฤษฎีวิถีโอสถ นางเป็นคนนอกวงการขนานแท้ พูดมากไปสองประโยคความแตกแน่

ดังนั้นพอสุราวนครบสามรอบ ตู้ซิงเหอก็เสนอขึ้นเองว่า "มิสู้ข้าลองปรุงยาสักเตา หากมีข้อบกพร่องประการใด ขอผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ"

ชุนสือได้ยินดังนั้นก็ตอบตกลงด้วยความยินดี "ข้าเช่าห้องปรุงยาบนเรือเหาะไว้ระยะยาว ข้างในมีเตาหลอมสองเตา สะดวกไว้สอนลูกศิษย์ สมุนไพรข้างในหยิบใช้ได้ตามสบาย ยาที่ปรุงเสร็จยกให้เจ้า หากสหายตู้ไม่รังเกียจ เชิญ"

การสนทนาธรรมะเป็นเพียงทฤษฎีบนกระดาษ ตู้ซิงเหอไม่ลังเลที่จะปรุงยาต่อหน้าเขา กลับยิ่งทำให้ชุนสือเชื่อว่านางมีของจริง

ไม่อย่างนั้น เขาคงต้องสงสัยแล้วว่ายาแก้พิษระดับฟ้าพวกนั้นนางปรุงเองจริงหรือเปล่า

เมื่อถึงห้องปรุงยา ตู้ซิงเหอเดินไปที่ตู้สมุนไพร เริ่มเลือกสมุนไพรวิญญาณ

ในวิถีโอสถมีจุดหนึ่งคือ สมุนไพรที่ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่สมุนไพรที่เหมาะสมที่สุด

สมุนไพรที่ดีพลังวิญญาณเปี่ยมล้น บางครั้งถ้าจัดการไม่ดี จะทำให้ยาเสียสมดุลจนระเบิดเตาได้ ตู้ซิงเหอที่ใช้เนตรโจรสังเกตชุนสือปรุงยามาแล้วไม่มีความกังวลข้อนี้ ลอกการเลือกสมุนไพรมาแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว

ตั้งแต่การเตรียมสมุนไพร จนถึงใส่ลงเตา ชุนสือดูจนแทบจะหน้ามืด

เขากะว่าจะดูการปรุงยาเพื่อวิเคราะห์ว่านางเป็นศิษย์สำนักไหน ยิ่งดูกลับยิ่งเหมือนศิษย์สายตรงของเขาเอง

มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!

การปรุงครั้งที่สอง ตู้ซิงเหอชำนาญกว่าครั้งก่อนมาก ก่อนที่ชุนสือจะทันเข้าใจ ยาเตาหนึ่งก็เสร็จสมบูรณ์

พอเปิดเตา ก็ทำเอาปรมาจารย์ตะลึงอีกรอบ

ทำไมเยอะขนาดนี้!

ยาแก้พิษร่วงกราวลงมาเต็มกล่องผ้าไหม ทั้งหมดเป็นยาแก้พิษระดับฟ้าไร้ที่ติ ใช้วัตถุดิบเหมือนกัน แต่ผลผลิตที่ได้กลับมากกว่าเขาถึงสองเท่า!

หรือว่า ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงอายุน้อยผู้นี้จะมีความรู้แจ้งในวิถีโอสถสูงกว่าเขา!?

ในวิถีโอสถผู้รู้จริงคืออาจารย์ ต่อให้ตู้ซิงเหอตบะต่ำกว่าเขา แต่ถ้าเก่งกว่าในเรื่องปรุงยา ชุนสือก็พร้อมจะขอความรู้

ตอนนั้นเอง ตู้ซิงเหอก็ถามเขา "ข้าขอดูปรมาจารย์ปรุงยาบ้างได้หรือไม่?"

"ย่อมได้"

"ยาแก้พิษดูมาหลายรอบแล้ว ลองยาจู้จี (สร้างรากฐาน) ดูไหม?"

ตู้ซิงเหอยอมรับว่านางเสี่ยงดวง

สูตรยาจู้จีไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก ถูกเก็บรักษาไว้โดยสามสำนักใหญ่และราชวงศ์ วัตถุดิบก็ขาดแคลน สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปมันล้ำค่ามาก สำนักเล็กๆ จะให้เฉพาะศิษย์สายตรง มีแต่สามสำนักใหญ่และราชวงศ์เท่านั้นที่ใจป้ำพอจะแจกให้ศิษย์ฝ่ายในขึ้นไป

แต่ ตู้ซิงเหอเดิมพันว่านี่เป็นภาพลวงตา เดิมพันว่ายาจู้จีในสายตาปรมาจารย์ชุนสือไม่ได้สลักสำคัญอะไร

ต่อให้มันหายากแค่ไหน แต่ละปีก็มีผู้บำเพ็ญเพียรสร้างรากฐานกันตั้งเท่าไหร่?

ในสมาคมการค้า ขอแค่จ่ายหนักพอก็ซื้อยาจู้จีได้

ความลึกลับหายากของมันมีไว้สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป อำนาจและการขายถูกกุมไว้ในมือคนกลุ่มน้อย

"วัตถุดิบยาจู้จีที่ข้ามีอยู่พอดี ก็ได้อยู่"

ชุนสือตรวจสอบสมุนไพรในตู้ แล้วตอบตกลงอย่างยินดี

เขานึกไม่ถึงเลยว่า นักปรุงยาที่ปรุงยาระดับฟ้าได้ มีเทคนิคชำนาญพอๆ กับเขา หรือเหนือกว่าเขา จะเป็นมือใหม่จริงๆ ถึงขั้นปรุงยาจู้จีไม่เป็น!

"ยาจู้จีเน้นเทคนิคการคุมไฟปฐพีเป็นพิเศษ สหายตู้เลือกหัวข้อได้ดี" เขาชมเชย

นี่เหมือนเห็นผู้เล่น MVP ที่เพิ่งฆ่าล้างบางในเกมระดับสูง รอบต่อมาเขาเลือกเล่นซัพพอร์ต เพื่อนร่วมทีมก็ไม่คิดว่าเขาเป็นไก่อ่อนไร้ฝีมือ ชุนสือใช้วิจารณญาณของตัวเองตัดสินตู้ซิงเหอไปก่อนแล้ว เลยตกหลุมพรางของนาง

หลังจากชุนสือเลือกสมุนไพรเสร็จ ก็เปิดเตาปรุงยา

ตู้ซิงเหอเปิดเนตรโจร เริ่มขโมย!

ข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ทะเลแห่งจิต ซัดสาดจนนางวิงเวียนตาลาย อาศัยแค่แรงใจยืนหยัด ไม่กล้าละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว เพื่อรักษาความจดจ่อขั้นสูงสุด นางแกล้งไอเบาๆ พร้อมกลืนยาอุ่นรักลงไปหนึ่งเม็ด บังคับตัวเองให้ตื่นตัว

ระบบโผล่มาขัดจังหวะ: 【โฮสต์ ตรวจพบว่าท่านกินยาอุ่นรักในขณะที่มีเพศตรงข้ามเพียงคนเดียวในบริเวณใกล้เคียงและอายุขัยนับร้อยปี โปรดใช้ยาอย่างระมัดระวัง!】

ตู้ซิงเหอ: 【ไม่เป็นไร ไฟราคะมันจุดติดแล้ว】

ชุนสือจุดไฟปฐพีอย่างชำนาญ เริ่มอุ่นเตา

เขากำลังจัดการสมุนไพร หันกลับมามอง กลับเห็นเลือดสดๆ สองสายไหลลงมาจากรูจมูกของผู้เยาว์...

"สหายตู้ เจ้าเป็นอะไรไหม?"

ชุนสือตกใจ

ถ้าไม่ใช่ว่าเขายังไม่ได้เริ่มใส่สมุนไพร เขาคงสงสัยว่ายาที่เขาปรุงมีปัญหา ควันจากการปรุงยาทำพิษนางจนเลือดกำเดาไหล

"ไม่เป็นไร แค่อากาศแห้งไปหน่อย เช็ดก็หาย ท่านต่อเถอะ"

ตู้ซิงเหอใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเลือดกำเดา

นางจ้องมองท่าทางเปิดเตาปรุงยาของอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ ยาแก้พิษยังพอว่า แต่วิธีปรุงยาจู้จีนางอยากเรียนจริงๆ!

รอชุนสือปรุงเสร็จหนึ่งเตา นางฝืนสมองที่ใกล้จะโอเวอร์โหลด ปรุงเลียนแบบออกมาได้อีกหนึ่งเตา

เขาพบว่าเทคนิคของทั้งสองเหมือนกันมาก แต่นางดันได้ผลผลิตต่อเตามากกว่าเขา

ชุนสือเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง อยากรู้เคล็ดลับข้างในยิ่งนัก

ในเมื่อพูดไม่ได้ ก็ทำให้ดูสิ

ลองปรุงอีกสักสองสามเตา

ยาคืนวิญญาณ ยารวมปราณ ยาชำระไขกระดูก ยาเสริมรากฐาน... ชุนสือก็รอบคอบ ยาที่เอามาปรุงล้วนเป็นยาพื้นฐานที่ระดับอย่างเขาต้องเป็น ยอดคนเบื้องหลังตู้ซิงเหอก็ต้องเป็น หารู้ไม่ว่านางเรียนรู้สดๆ ขโมยสดๆ ขโมยจนเขาเหลือแต่กางเกงใน!

ชุนสือยิ่งวิจัยยิ่งสนุก กำลังจะถกเถียงกับนางต่อ ทันใดนั้นในห้องปรุงยาก็มีเสียงตุบ ตู้ซิงเหอล้มตึงไปทั้งยืน!

"......สหายตู้!!!"

ตอนที่ตู้ซิงเหอถูกหามออกจากห้องปรุงยา เจ้าของหอปรุงยากำลังเข้าเวรอยู่พอดี

เขาเห็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหน้าคุ้นๆ ถูกหามออกมาด้วยใบหน้าเหลืองซีด หัวใจก็กระตุกวูบ...

คนจะมาตายในห้องปรุงยาของเขาจริงๆ เหรอเนี่ย!!!

ท่ามกลางความเป็นห่วงของทุกคน ตู้ซิงเหอที่ถูกส่งไปห้องพยาบาลบนเรือเหาะก็ฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นางกลั้นความรู้สึกคลื่นไส้เวียนหัว ยืนยันว่าตัวเองไม่เป็นไร "รบกวนส่งข้ากลับห้อง ข้าอยากพักผ่อนในห้องตัวเอง"

ด้วยความดื้อดึงของนาง พนักงานเรือเหาะจึงหามตู้ซิงเหอกลับไปที่ห้องอย่างระมัดระวัง

ก่อนหน้านี้ตอนงานเลี้ยงเลิก ตู้ซิงเหอให้ลูกศิษย์สองคนกลับมารอที่ห้องก่อน

นึกไม่ถึงว่าผ่านไปครึ่งค่อนวัน นางจะถูกหามกลับมาในสภาพนอนราบ ขอบตาของซินเย่ว์เปียกชื้นทันที "อาจารย์ ท่านเป็นอะไรไป พวกเขาทำอะไรท่าน!"

เซินสุ่ยดูออกว่าอาจารย์ไม่มีบาดแผลภายนอกสาหัส แม้จะเป็นห่วง แต่ก็ไม่เหมือนศิษย์พี่ที่บิ้วอารมณ์โศกเศร้าได้ทันที ยืนอยู่ข้างๆ เลยดูจืดจาง ดูอกตัญญูชอบกล เลยต้องงัดทักษะร้องไห้หน้าศพที่เรียนมาจากงานศพตระกูลลู่มาใช้ แหกปากร้อง: "อาจารย์จ๋า อาจารย์ที่เคารพรัก ท่านเห็นข้าเป็นงาบนหลังคาตากจนแห้ง ท่านเห็นข้าเป็นหมั่นโถวบนซึ้งนึ่งจนสุก ป่วยหนักไร้ยารักษา..."

"หยุด"

ตู้ซิงเหอยกมือขึ้น สั่งให้เขาหุบปาก

เซินสุ่ยเกาหัว "อาจารย์ ท่านฟื้นแล้ว"

"ข้าแค่เป็นลม ไม่ได้ตาย คำนวณเวลาแล้ว น่าจะถึงเขตเทือกเขาปาโยวหนานแล้ว พวกเรา... ลงจากเรือพรุ่งนี้"

ตู้ซิงเหอพยายามจะใช้แรงซินเย่ว์พยุงตัวลุกขึ้น แต่พอยกตัวขึ้นนิดเดียว ดาวก็ระยิบระยับเต็มตา เลยต้องนอนกลับลงไป สั่งการว่า "เจ้าไปบอกหอฉุนตานหน่อยว่าพรุ่งนี้เราจะไปแล้ว มีธุระด่วนต้องรีบไป หวังว่าปรมาจารย์จะเข้าใจ"

เซินสุ่ยตกใจ "รีบขนาดนี้เชียว"

"ข้าหลอกพวกเขาไปดอกหนึ่ง ถ้าไม่รีบหนี กลัวพวกเขาจะรู้ตัว แล้วจะมาถกวิถีโอสถกับข้าอีก"

"งั้นอาจารย์ เราชิ่งกันเลยไหม"

"ไม่ได้ เขาบอกว่ายาวันนี้ที่ปรุงด้วยสมุนไพรของเขา ยกให้ข้าหมด ข้าอยากได้"

นอนแผ่บนเตียง ตู้ซิงเหอแม้แต่จะยกนิ้วสักนิ้วยังลำบาก

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่อาจขวางกั้นความโลภของนางได้

นางจ้องมองเพดานสีขาว ไม่ต้องพูดอะไรมาก คนข้างกายทั้งสอง โดยเฉพาะซินเย่ว์ เข้าใจนางดีที่สุด... นางไม่มีอะไรเลย บุกเบิกโลกบำเพ็ญเพียรตัวคนเดียว จะไปสู้พวกตระกูลใหญ่ หรือพวกที่เป็นลูกรักของทุกคนได้ยังไง? นางจะไต่เต้าขึ้นไป ก็ต้องอาศัยการหลอกลวงต้มตุ๋น ทั้งขู่ทั้งขโมย

ซินเย่ว์เอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเหงื่อให้ตู้ซิงเหอ

แม้นางจะไม่ได้สั่ง แต่พอเช็ดเหงื่อเย็นๆ ออกไป ตัวก็สบายขึ้นมาก รอจนเช็ดเสร็จ ตู้ซิงเหอถึงพูดว่า "เจ้ายังมีแรงเหลือไหม? ถ้ามีช่วยรักษาลมือให้ข้าหน่อย"

"แน่นอนเจ้าค่ะ อาจารย์บาดเจ็บตรงไหน?"

หัวใจของซินเย่ว์แขวนอยู่บนเส้นด้ายทันที

เห็นเพียงตู้ซิงเหอแบมือออก ฝ่ามือที่เคยขาวเนียนละเอียด บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเล็บจิกเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รอยแผลซ้อนทับกันดูน่ากลัว ตอนที่นางขโมยวิชา ใช้อาการเจ็บปวดเป็นตัวกระตุ้น เพื่อให้ประสาทสัมผัสตื่นตัว จดจ่อกับการเรียนรู้

ในสายตาชุนสือ นี่คือมรดกวิถีโอสถที่ธรรมดาที่สุด นางควรจะรู้อยู่แล้ว

แต่สำหรับนาง มันอาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิต นางต้องคว้ามันไว้ให้มั่น

"ไม่ต้องตกใจ ข้าทำตัวเอง ไม่เป็นไรมาก รักษาให้หายก็พอ"

"เจ้าค่ะ ข้าเชื่ออาจารย์"

ตู้ซิงเหอหลับตาลง สัมผัสกระแสความเย็นสบายไหลเข้าสู่ฝ่ามือ ลบเลือนความเจ็บปวด

ท่องยุทธภพ ต้องพกฮีลเลอร์ไปด้วยจริงๆ

......

ตู้ซิงเหอเดาถูก พอคนของหอฉุนตานได้ยินว่านางจะไปเช้าวันรุ่งขึ้น ก็เอายาที่นางปรุงวันนี้ใส่กล่องให้เซินสุ่ยนำกลับมา แถมยาฟื้นฟูบาดแผลมาให้อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมข้อความฝาก: "ผู้เฒ่ามัวแต่หลงใหลในวิถีโอสถ ลืมไปว่าสหายตู้รากฐานยังไม่มั่นคง การใช้พลังวิญญาณกระตุ้นไฟปฐพีมากเกินไปจะทำให้เป็นลม ระหว่างนั้นที่สหายตู้แอบกลืนยา... น่าจะเป็นยาฟื้นฟูพลังวิญญาณกระมัง? ท้ายที่สุดเป็นความผิดของผู้เฒ่าเอง"

ยาที่แถมมา ถือเป็นการไถ่โทษ

เพียงแต่ชุนสือเสริมว่า ยาที่ตู้ซิงเหอกินตอนนั้นเป็นยาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน รู้สึกสนใจมาก ไม่ทราบว่าจะแบ่งปันให้สักหน่อยได้ไหม?

"......"

ตู้ซิงเหอมองยาอุ่นรักในร้านค้าระบบแล้วตกอยู่ในห้วงความคิด

ให้ยาปลุกเซ็กซ์คนแก่อายุร้อยปี... จะดีเหรอ?

ช่างเถอะ ผูกมิตรไว้ก่อน

คิดได้ดังนั้น ตู้ซิงเหอก็แลกมาสองเม็ดอย่างใจป้ำ ให้เซินสุ่ยเอาไปส่ง "ยานี้คนอื่นให้มา ข้าเหลือไม่มาก ยกให้ปรมาจารย์หมดเลย"

ได้รับยาที่ต้องการ ชุนสือก็ดีใจ มอบสมุนไพรชั้นดีกลับมาให้เป็นการตอบแทน พร้อมทิ้งตราประทับหยกสื่อสารไว้ให้ เพื่อสะดวกในการติดต่อวันหน้า

ทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกว่าตัวเองกำไร วิน-วินทั้งคู่

ให้ทั้งสองเก็บสัมภาระ ตู้ซิงเหอซื้อของในตลาดบนเรือเหาะอีกรอบ แล้วปลอมตัวปิดบังสถานะ ก่อนจะพาทั้งสองลงจากเรือ นางทำตัวโดดเด่นบนเรือเหาะ ใครๆ ก็รู้ว่านางพกเงินก้อนโต มียาระดับฟ้า และอาจจะเป็นนักปรุงยา... แต่นางเป็นแค่สร้างรากฐานขั้นสี่ ไม่ปล้นนางแล้วจะปล้นใคร?

ตู้ซิงเหอเดาถูก ความโดดเด่นของนางดึงดูดสายตาไม่ประสงค์ดี แต่ภายใต้การคิดรอบคอบของนาง ก็กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหน้าตาบ้านๆ ที่พกแมวหนึ่งหมาหนึ่ง ลงจากเรือเหาะอย่างเงียบเชียบ มาถึงชายขอบของเทือกเขาปาโยวหนาน

ผู้บำเพ็ญเพียรที่ลงเรือที่นี่มีไม่มาก พวกเขาล้วนสวมเสื้อคลุมยาวปิดหน้าปิดตา นอกจากกันพิษแล้วยังไม่อยากให้ใครเห็นหน้า พอลงเรือก็รีบจากไป มีแค่นางที่ดูเอื่อยเฉื่อย

ตู้ซิงเหอให้ทั้งสองกินยารวมจิตแก้พิษ พร้อมเปิดใช้งานอาวุธวิเศษประเภทบิน

อาวุธวิเศษประเภทบินราคาไม่ถูก นางคิดว่าตัวเองขี่กระบี่ได้ รอให้เจ้าตัวเล็กสองคนเรียนสำเร็จ ส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้ใช้อาวุธวิเศษนี้แล้ว ไม่ต้องซื้อของดีมาก เลยสอยเรือไม้กลไกราคาถูกพิเศษมาจากตลาด

"เปิด!"

ตู้ซิงเหอตวาดเบาๆ เรือลำเล็กขยายใหญ่ขึ้นทันทีกลายเป็นเรือไม้ที่จุคนได้ห้าคน

"ขึ้นเรือ"

พร้อมกันนั้น นางก็เปิดใช้งาน 'รัศมีป้องกันพิษ' ที่แลกมาด้วยราคาสูงลิ่วจากร้านค้าระบบ

【รัศมีป้องกันพิษ】: ไอเทมจำเป็นสำหรับนิยายวังหลัง ผู้พิทักษ์ตำหนักที่แข็งแกร่งดุจถังเหล็ก คนนอกเจาะไม่เข้า และไม่สามารถลอบทำร้ายโฮสต์ได้

นางขยันขันแข็งทุกวัน ประหยัดอดออม คะแนนที่สะสมมาแทบจะเทหมดหน้าตักให้กับสิ่งนี้

ยันต์กันพิษใช้ได้แค่กับตัวนางคนเดียว แต่รัศมีป้องกันพิษคุ้มครองที่อยู่อาศัยได้ เท่ากับวางเขตอาคมให้ถ้ำบำเพ็ญเพียร ทำให้นางสามารถตั้งสำนักในแดนพิษอย่างเขามารได้

เพียงแต่ระบบไม่อยากจะเชื่อ: 【โฮสต์ ท่านจะอาศัยอยู่บนเรือเนี่ยนะ?】

"ออกเดทล่องเรือกับฮ่องเต้อยู่ย่ะ"

เรือไม้ค่อยๆ บินเข้าไปในป่าที่ปกคลุมด้วยหมอกสีม่วง

ระบบ: 【แจ้งเตือนโฮสต์ รอบทิศทางเต็มไปด้วยพิษ!】

ตู้ซิงเหอสงบนิ่งมาก: "ใช่ ฮองเฮาวางยาพิษในทะเลสาบ"

ระบบ: 【โปรดให้โฮสต์ออกห่างจากอันตราย! โฮสต์แน่ใจนะว่าจะอยู่ที่นี่?】

ตู้ซิงเหอ: "ที่ที่อันตรายที่สุด มักจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด"

ตู้ซิงเหอรู้สึกว่ามันช่างไร้เดียงสา เมื่อก่อนนิยายย้อนยุคมีชายาพิษราชินีพิษตั้งกี่เรื่อง? นางชอบมุดเข้าดงพิษ ทำไมจะนับเป็นการสืบทอดอุดมการณ์ไม่ได้ เรื่องนี้ของนางตั้งชื่อว่า "ชายาพิษแห่งแดนเซียน" ก็ยังได้เลย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 28 - ตู้ซิงเหอ ชายาพิษแห่งแดนเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว