- หน้าแรก
- จุติเทพธิดาวังหลัง พลิกวิถีสนมสยบหมื่นเซียน
- บทที่ 27 - พวกเขาดูของไม่เป็นเลยต่างหาก
บทที่ 27 - พวกเขาดูของไม่เป็นเลยต่างหาก
บทที่ 27 - พวกเขาดูของไม่เป็นเลยต่างหาก
บทที่ 27 - พวกเขาดูของไม่เป็นเลยต่างหาก
ตอนที่ศิษย์หอฉุนตานมายืนหน้าห้องตู้ซิงเหอด้วยสีหน้าอัดอั้น ลูกศิษย์สองคนข้างในก็ผลัดกันส่องตาแมว (ช่องมอง) เห็นเขาแล้ว และเริ่มปรึกษากันว่าจะรับมืออย่างไร
ซินเย่ว์: "คนนั้นใคร?"
เซินสุ่ยบอก: "ข้าจำได้ เขาคือนักปรุงยาของหอฉุนตาน... คนที่ตั้งแผงข้างอาจารย์วันนี้ แล้วโดนเราแย่งลูกค้าไปหมดนั่นแหละ"
ซินเย่ว์หรี่ตา แววตาอำมหิตฉายวาบ:
"งั้นก็มาล้างแค้นสินะ? อาจารย์กำลังฝึกวิชา จะให้ใครมารบกวนไม่ได้"
ตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ เปิดประตูแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมปิดประตูกั้นแขกไว้ข้างนอก แล้วถึงถามตามมารยาท "ขอถามว่ามีธุระอะไรหรือ?"
หารู้ไม่ว่า จางหยวน ศิษย์หอฉุนตานเองก็ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ
ตรงหน้ามีสตรีงดงามหยาดเยิ้มกับชายร่างยักษ์หนวดเคราเฟิ้ม จ้องเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร นักปรุงยาไม่ถนัดการต่อสู้ ได้ยินว่าอัจฉริยะวิถีโอสถคนนี้เป็นกระบี่ชน กระบี่ชนกับผู้บำเพ็ญกายล้วนเป็นพวกคนเถื่อนที่เชื่อมั่นในการใช้กำลัง พูดไม่เข้าหูก็ชักกระบี่แทง จะทำไงดี!
ถ้าสู้กันขึ้นมา จางหยวนคงทำได้แค่กินยาเพิ่มพลังสู้ตาย
แต่เขากลัวเจ็บ แน่นอนว่าถ้าไม่ต้องลงมือย่อมดีที่สุด จึงเก็บความเย่อหยิ่งบนใบหน้าลง กล่าวว่า "ข้าจางหยวน นักปรุงยาจากหอฉุนตาน แม่นางน่าจะจำข้าได้ ปรมาจารย์ชุนสือได้ยินว่าสหายตู้กำลังศึกษาวิถีโอสถ จึงอยากเชิญสหายตู้ไปทานอาหารพูดคุยกันที่โรงอาหาร ไม่ทราบว่าสหายตู้จะว่างให้เกียรติไปเมื่อไหร่?"
การแลกเปลี่ยนวิชาระหว่างนักปรุงยาเป็นเรื่องปกติ
พอได้ยินว่าจะเลี้ยงข้าว แถมท่าทีอีกฝ่ายก็นอบน้อม เซินสุ่ยก็เปลี่ยนมาฉีกยิ้มทันที "อาจารย์ข้ากำลังฝึกวิชา ไม่พบคนนอก นัดเวลาใหม่ได้ไหม?"
จางหยวนตกลงด้วยความยินดี "งั้นเรามาแลกตราประทับหยกสื่อสารกันเถอะ"
พูดจบ เขาก็พบว่าทั้งสองมองเขาด้วยความสงสัย จึงต้องอธิบายสรรพคุณของแผ่นหยกสื่อสารให้ฟังด้วยความงุนงงว่านี่มันบ้านนอกเข้ากรุงมาจากไหน แลกตราประทับแล้วจะได้ส่งข้อความหากันได้แม้อยู่ไกลพันลี้
เดิมทีจางหยวนกะจะอวดแผ่นหยกสื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุดในตลาดให้ดูเสียหน่อย
พวกเรานักปรุงยาน่ะรวย!
น่าเสียดาย เห็นทั้งสองไม่มีแผ่นหยก เขาเลยทิ้งหมายเลขห้องไว้ รบกวนให้ศิษย์ไปส่งข่าวตอนตู้ซิงเหอตื่น
เซินสุ่ยรับปาก
พอตู้ซิงเหอฝึกวิชาเสร็จ กำลังกะจะพาเจ้าสองตัวเล็กไปกินมื้อใหญ่ที่โรงอาหารบนเรือเหาะ พอได้ยินว่าปรมาจารย์ชุนสือเชิญ นางครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตอบตกลง "เจ้ากลับไปถามเขาว่าอีกหนึ่งชั่วยามเจอกันที่โรงอาหารดีไหม? ข้าจะพาลูกศิษย์สองคนไปด้วย ค่าอาหารลูกศิษย์ข้าจ่ายเอง"
ภายใต้การสื่อสารผ่าน 'ลิงบินส่งสาร' ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันได้รวดเร็ว
ปรมาจารย์ชุนสือยังฝากบอกสหายตัวน้อยว่าไม่ต้องกังวล ข้าวแค่มื้อเดียวคนแก่อย่างเขาเลี้ยงไหว การที่นางยอมพาลูกศิษย์มาให้เกียรตินับเป็นวาสนาของเขา
ก่อนไปงานเลี้ยง ตู้ซิงเหอค้นหาข้อมูลปรมาจารย์ชุนสือในแผ่นหยกสื่อสาร
ชื่อเสียงของเขาในโลกบำเพ็ญเพียรดีมาก แม้เป็นปรมาจารย์วิถีโอสถ แต่กลับเข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับสำนักต่างๆ หอฉุนตานจึงได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากทั่วหล้า
【พวกเจ้าพูดซะเหมือนชุนสือเป็นเทวดา เขาไม่มีข้อเสียเลยเหรอ?】
【ถ้าจะให้พูดก็มี ได้ยินว่าเขาเลือกปฏิบัติเก่งมาก เคยได้ยินเรื่องศิษย์เอกสำนักไร้ขอบเขตไหม? ไม่ใช่คนหอฉุนตานแท้ๆ ชุนสือยังไปสอนปรุงยาให้ ทำไมล่ะ? เพราะเห็นแก่รากปราณไฟจริงๆ เหรอ? ก็เพราะเขาชาติตระกูลดี มีเบื้องหลังเป็น...นั่นแหละ】
【อยากให้เขาเอ็นดู ต้องเลือกเกิดให้ดีหน่อยนะ】
การถกเถียงหยุดลงแค่นี้
......
ไม่นาน ตู้ซิงเหอก็พาทั้งสองไปตามนัด
โรงอาหารตั้งอยู่ส่วนกลางของเรือเหาะ แบ่งเป็นสามชั้น ชั้นล่างขายแต่อาหารธรรมดา เพราะราคาถูกและอร่อยจึงคึกคักมาก ถึงขั้นมีคนธรรมดานั่งกินอยู่ ตู้ซิงเหอมองป้าๆ ลุงๆ ที่กำลังตักข้าว ถามว่า "คราวก่อนเจ้าซื้ออาหารจากที่นี่เหรอ?"
"ใช่ขอรับ"
เซินสุ่ยกระซิบ "แปลงร่างเป็นหนุ่มหล่อไปต่อแถวป้าแก ป้าแกตักให้เยอะเป็นพิเศษเลย"
"......"
ความรู้ไร้สาระเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
ตู้ซิงเหอยืนอยู่ครู่เดียว จางหยวนที่มารออยู่ก่อนแล้วก็จำนางได้ เชิญนางขึ้นห้องส่วนตัวชั้นสาม ระหว่างทางพนักงานมากมายโค้งคำนับให้พวกเขา
นางลองตรวจสอบระดับตบะของอีกฝ่ายเงียบๆ พบว่าต่ำกว่านางมาก แต่กลับมองความหรูหราและอภิสิทธิ์รอบตัวเป็นเรื่องธรรมดา นี่แสดงว่านอกจากชาติตระกูลจะดีแล้ว นักปรุงยาก็รวยจริงๆ
มาถึงชั้นสามอย่างรวดเร็ว เดินผ่านระเบียงยาว เข้าสู่ห้องขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหยกขาวและเครื่องทอง ประดับด้วยผ้าทอสีเดียวกัน การจัดวางเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ถึงกับมีลำธารสายหนึ่งไหลออกมาจากผนัง วนรอบโต๊ะกลม
เห็นปรมาจารย์ชุนสือแต่ไกล เขากวักมือเรียกทั้งสามให้นั่งลง
หลังจากทุกคนนั่งลง ผนังที่เดิมเป็นหยกก็ค่อยๆ โปร่งใส จนมองเห็นท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวด้านนอก ราวกับพวกเขากำลังลอยตัวกินข้าวอยู่กลางอากาศ
เขาพูดคุยทักทายตู้ซิงเหอ พบว่าแม้ฝ่ายตรงข้ามจะยังดูเด็ก ตบะก็ไม่ลึกซึ้ง ประมาณสร้างรากฐานขั้นสี่ แต่การพูดจาโต้ตอบกลับรัดกุมไม่มีช่องโหว่ ราวกับใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมานาน
และจุดต่อไป ก็ยิ่งยืนยันข้อสันนิษฐานของปรมาจารย์ชุนสือ
เต้าหู้ผีผ่าไข่ปู, ปลาไหมตุ๋นพริกเหลือง, ปลาไหลราดน้ำมันพริก, ซุปเป็ดหยาดน้ำค้าง, ปลากุเราอบชานหิน... และอาหารอีกมากมายที่ผ่านการปรุงอย่างประณีตจนดูไม่ออกว่าเป็นวัตถุดิบอะไร ถูกจัดวางบนดอกบัวหยกขาว ไหลมาตามลำธารอย่างช้าๆ
นี่ไม่ใช่อาหารธรรมดา เนื้อเป็นเนื้อสัตว์อสูร ข้าว เครื่องเคียง ไปจนถึงเครื่องปรุง ล้วนมาจากนาวิญญาณของสมาคมการค้า ผ่านการปรุงโดยผู้บำเพ็ญเพียรวิถีอาหาร ไม่ใช่ของพื้นๆ แน่นอน ทุกจานล้วนแพงระยับเกินจินตนาการ!
ชุนสือคอยสังเกตปฏิกิริยาของตู้ซิงเหอ แต่สายตาของนางเพียงแค่กวาดมองอาหารแวบหนึ่ง แล้วก็ดึงกลับมาอย่างสงบนิ่ง
ช่างเก็บอารมณ์ได้ลึกซึ้งนัก!
ที่หายากยิ่งกว่าคือ ลูกศิษย์สองคนที่นางพามาด้วย ก็มีท่าทีสงบนิ่งเช่นเดียวกัน
ซินเย่ว์ถึงกับไม่ยอมคลายความระมัดระวังตัวเลยด้วยซ้ำ
หันกลับมาดูคนของหอฉุนตานเอง แม้ความเป็นอยู่ของนักปรุงยาจะไม่เคยอัตคัดขัดสน แต่การพามาห้องส่วนตัวชั้นสามของสมาคมการค้าเป็นครั้งแรก นอกจากจางหยวนที่บ้านรวยอยู่แล้ว คนอื่นล้วนเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
อายุน้อยขนาดนี้แต่ปรุงยาแก้พิษระดับฟ้าได้ ชุนสือคิดว่าเบื้องหลังตู้ซิงเหอต้องมีอาจารย์ดีคอยชี้แนะ พอสืบรู้ว่านางเคยเป็นศิษย์ปรมาจารย์หยวนหมิงแห่งสำนักจิ่วหยาง... การจากสำนักใหญ่หนึ่งในสามมาได้อย่างไร้เยื่อใย แสดงว่าต้องมีที่ไปที่ดีกว่าแน่
โลกบำเพ็ญเพียรกว้างใหญ่ไพศาล ใครจะกล้าพูดว่ารู้จักทุกขุมกำลังจนหมดสิ้น
"วันนี้ที่ข้าเชิญสหายตู้มา ก็เพื่ออยากสนทนาเรื่องวิถีโอสถกับสหาย"
"ปรมาจารย์เกรงใจไปแล้ว แต่ข้าเป็นกระบี่ชน สำหรับวิถีโอสถเป็นเพียงผู้เริ่มต้นเท่านั้น"
ตู้ซิงเหอพูดตามตรง
ชุนสือลอบตระหนกในใจ "ผู้เริ่มต้น? ไม่ทราบว่าเรียนมานานเท่าไหร่แล้ว?"
สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือ สาเหตุที่ตู้ซิงเหอและศิษย์ทั้งสามมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ใช่เพราะพวกเขามีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ เห็นโลกมามาก จนมองสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา ไร้สาระ...
แต่เพราะพวกเขาดูของไม่เป็นเลยต่างหาก!
โต๊ะจีนที่ไม่มีกล้วย สำหรับเซินสุ่ยแล้วกินอะไรก็เหมือนกัน
ซินเย่ว์เป็นสาวชาวนา สงสัยว่าโต๊ะจีนในเมืองเขาจัดกันบนน้ำแบบนี้เหรอ
ส่วนตู้ซิงเหอ ปรมาจารย์หยวนหมิงเวลาพาศิษย์ไปดูของวิเศษไม่เคยพาร่างเดิมไปด้วย นางก็เลยไม่รู้จักของพวกนี้
การอวดรวยเพื่อลองเชิงของปรมาจารย์วิถีโอสถ ถือว่าเตะโดนแผ่นเหล็กของสามบ้านนอกเข้าเต็มเปา
ตู้ซิงเหอคิดสักพัก "เอ่อ... สามวัน?"
(จบแล้ว)