เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - ข้อแนะนำการใช้งาน: ลักลอบคบชู้

บทที่ 17 - ข้อแนะนำการใช้งาน: ลักลอบคบชู้

บทที่ 17 - ข้อแนะนำการใช้งาน: ลักลอบคบชู้


บทที่ 17 - ข้อแนะนำการใช้งาน: ลักลอบคบชู้

ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ตู้ซิงเหอมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรโดยไม่กินไม่ดื่ม

และในระหว่างการเดินลมปราณ เธอก็พักจิตพิจารณาความน่าสงสัยของศาลเจ้าเทพารักษ์ไปด้วย

พลังวิญญาณในศาลเจ้าเทพารักษ์แตกต่างจากในแดนลับเล็กน้อย ตู้ซิงเหอสงสัยว่ามันผ่านการกลั่นกรองด้วยวิชาเซียนบางอย่าง ทำให้บริสุทธิ์ยิ่งกว่าในแดนลับเสียอีก ฝึกฝนที่นี่เพียงเจ็ดวัน ก็เพียงพอจะทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณขั้นเก้ากระโดดขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานได้เลย

ความลับของเขาสู่อวิ๋น น่าจะอยู่ใต้ศาลเจ้าแห่งนี้

ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใคร คนผู้นั้นจะต้องกลับมาที่นี่แน่นอน

ดังนั้น ตอนที่ปีศาจวานรมาหาเธออีกครั้ง ตู้ซิงเหอจึงวานให้มันช่วยหาของสิ่งหนึ่งในตำบลมาให้ แล้วจะให้หินวิญญาณเป็นค่าตอบแทน

......

เวลาผ่านไปอีกสิบวัน ภายใต้การหล่อเลี้ยงของสถานที่แห่งนี้ ตบะของตู้ซิงเหอพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่ห้า เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการตกผลึกและทำความเข้าใจ มิเช่นนั้นการมีแต่พลังแต่ไร้ความเข้าใจ เมื่อเจออุปสรรคอาจถูกตีกลับจนระดับลดลงได้

เธอดูดซับพลังอย่างสบายใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ ดังนั้นหลังจากพลิกหาร้านค้าในระบบจนทั่วแล้วไม่เจอของที่ต้องการ เธอจึงแจ้งความประสงค์กับระบบทันที "ฉันจะคบชู้ ขอไอเทมประเภทแจ้งเตือนภัยหน่อย"

ระบบ: 【โฮ... โฮสต์จะคบชู้?】

"ใช่ ฉันจะคบชู้ หวังว่าแกจะช่วยป้องกันไม่ให้ฮ่องเต้จับได้คาเตียง แกไม่เคยอ่านนิยายรักย้อนยุคเหรอ? นางเอกพราวเสน่ห์จะสู้ตัวคนเดียวได้ไง นางต้องมีความสัมพันธ์ลับๆ ที่บอกใครไม่ได้กับแม่ทัพใหญ่ผู้รักมั่น ขุนนางผู้มีอิทธิพลที่เจ้าเล่ห์และขี้หึง จอมยุทธ์หนุ่มผู้รักอิสระแต่ปักใจรักนาง และท่านอ๋องน้อยที่แอบหมายปองพี่สะใภ้ ในวังหลังอาจจะมีขันทีปลอมที่เจียมเนื้อเจียมตัวแอบหลงรักนางเอกอยู่อีกคนก็ได้"

ตู้ซิงเหอนั่งสมาธิต่อด้วยท่าทีสงบนิ่ง

ครู่ต่อมา ร้านค้าในระบบก็มีสินค้าใหม่วางจำหน่าย

【กระดิ่งสัตย์ซื่อ】: เมื่อคุณไม่อยากให้ใครพบเห็น คุณควรแขวนมันไว้ ไม่ใช่รอให้ถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้วค่อยพูดด้วยความน้อยใจว่า "สามีคะ พูดอะไรหน่อยสิ"

ข้อแนะนำการใช้งาน: ฆ่าคนวางเพลิง, ลักลอบคบชู้

ตู้ซิงเหอแลกกระดิ่งสัตย์ซื่อมา แล้วแขวนไว้บนต้นไม้ ก่อนจะเริ่มนั่งสมาธิต่อ

ผ่านไปอีกสองวัน ในยามเช้าตรู่ที่ฟ้ายังไม่สาง กระดิ่งสัตย์ซื่อจู่ๆ ก็สั่นไหวโดยไร้ลม

เธอจำกลิ่นอายของปีศาจวานรได้ ตบะของมันต่ำกว่าเธอ สองครั้งก่อนที่มันเข้ามาใกล้ศาลเจ้าเธอก็รู้ตัวได้ง่ายดาย ดังนั้นคราวนี้ต้องเป็นคนอื่นแน่ และมาอย่างไม่ประสงค์ดี

ตู้ซิงเหอจึงเร่งเร้ากิเลน ให้มันฉวยโอกาสนี้ดูดซับพลังวิญญาณให้เต็มที่——

หากอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือ จะสู้หรือจะหนี เธอก็ต้องพึ่งกิเลน หลายวันมานี้เธอเอาแต่กอบโกยเข้าตัว แต่ก็ไม่ลืมแบ่งให้มันบ้าง ตอนนี้ภัยมาถึงตัวแล้ว ก็ต้องรีบให้ลูกรักรีบๆ ซดเข้าไปเยอะๆ อย่าให้เสียของ

......

ในเวลาเดียวกัน มีผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งกำลังขี่กระบี่บิน มุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าบนยอดเขาสู่อวิ๋น

หากจะพูดถึงที่มาของศาลเจ้านี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อร้อยปีก่อนของตำบลอวิ๋นซาน

กำนันบอกว่าคนตำบลอวิ๋นซานไม่มีใครมีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียน นั่นเป็นเพราะเขาเกิดช้า เห็นโลกมาน้อย เมื่อร้อยยี่สิบปีก่อน เคยมีอัจฉริยะแห่งตำบลอวิ๋นซานปรากฏตัวขึ้นคนหนึ่ง นามว่า ลู่โหย่วเหวย

น่าเสียดาย อัจฉริยะของตำบลอวิ๋นซาน พอไปเทียบกับคนทั้งราชวงศ์ต้าเสวียน ก็กลายเป็นพวกไร้พรสวรรค์

ลู่โหย่วเหวยใช้เวลาถึงห้าสิบปี ถึงจะสร้างรากฐานสำเร็จ

พรสวรรค์ระดับนี้โดยพื้นฐานแล้วควรบอกลาเส้นทางเซียน แต่ลู่โหย่วเหวยไม่ยอมแพ้ เขามักใช้ประโยคหนึ่งปลอบใจตัวเองเสมอ——ห้าสิบปีสร้างรากฐานสำหรับเส้นทางเซียนถือว่าล้มเหลว แต่สร้างรากฐานแล้วอายุยืนขึ้นร้อยปี ถ้ามองในมุมของการรักษาสุขภาพ ถือว่าประสบความสำเร็จมาก!

ตอนอายุห้าสิบหก ลู่โหย่วเหวยได้พบวาสนาครั้งแรกบนเส้นทางเซียน เขาพบศพสัตว์วิญญาณระดับจินตนาบนเขาสู่อวิ๋น เขาอยากจะหลอมมันมายึดเป็นของตน แต่ก็ไร้วิธีการ จนเกิดความรู้สึกท้อแท้เหมือนแม่ครัวฝีมือดีแต่ไร้วัตถุดิบปรุงอาหาร

เขาซึ่งเคยเป็นศิษย์สำนักหลีจู๋ ก็เคยคิดจะขอความช่วยเหลือจากสำนัก

แต่ไม่นาน เขาก็ล้มเลิกความคิดนี้

"แจ้งเรื่องพื้นที่วาสนา จะโดนสำนักแบ่งไปเกินครึ่ง นี่มันวาสนาของข้าแท้ๆ ทำไมต้องแบ่งคนอื่น?"

เมื่อความโลภบังตา ลู่โหย่วเหวยจึงซ่อนศพสัตว์วิญญาณระดับจินตนานั้นไว้ แล้วออกเดินทางเสาะหาหนทาง จนในที่สุดก็พบค่ายกลที่สามารถเปลี่ยนศพให้เป็นพลังวิญญาณได้ จึงสร้างศาลเจ้าขึ้นมา อาศัยฮวงจุ้ยของเขาสู่อวิ๋นช่วยส่งเสริม

ส่วนผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นระหว่างการหลอม ลู่โหย่วเหวยไม่สนใจ

เพียงแต่เขาพรสวรรค์ต่ำ ตบะน้อย จิตใจไม่มั่นคง ไม่สามารถนั่งสมาธิไม่กินไม่ดื่มดูดซับพลังฟ้าดินบนเขาสู่อวิ๋นได้จริงๆ ——ถ้าเขาทำตัวไม่สนใจเรื่องทางโลก มุ่งมั่นแต่หนทางเซียนได้จริง คงไม่ใช้เวลาถึงห้าสิบปีถึงจะสร้างรากฐานได้หรอก

ดังนั้นในช่วงที่หลอมศพสัตว์เซียน ลู่โหย่วเหวยจึงใช้เวลาส่วนใหญ่สลับไปมาระหว่างสำนักกับตลาดของปุถุชน สลับบทบาทระหว่างทำตัวเป็นหลานกตัญญูกับทำตัวเป็นป๋า ส่วนตระกูลลู่... เขาเลิกสนใจไปนานแล้ว ตอนออกจากบ้านได้ทิ้งคำพูดใหญ่โตไว้กับพ่อแม่ลูกเมียว่า สามปีสร้างรากฐาน สิบปีตั้งจินตนา จะมีหน้ากลับไปได้ยังไง? อย่างไรเสียทางบ้านก็คงไม่ปล่อยให้ทายาทคนเดียวของเขาอดตายหรอก

ช่วงแรกๆ ลู่โหย่วเหวยกลัวคนมาเจอแหล่งบำเพ็ญเพียรของตน จึงเคยวางค่ายกลป้องกันเอาไว้

แต่ภายหลังก็รื้อออกไป

จะบอกว่าเขาไม่รู้จักป้องกันเหรอ? เขารู้ แต่การคงสภาพค่ายกลมันต้องใช้เงินน่ะสิ! ยันต์และวัสดุวางค่ายกลล้วนต้องใช้หินวิญญาณ ตัวเขาเองใช้ชีวิตก็ต้องมีค่าใช้จ่าย เงินไม่พอใช้ แล้วลองนึกดูว่าตำบลอวิ๋นซานเป็นชนบทกันดารขนาดไหน? เขาเลยเกิดความประมาท คิดว่าผ่านไปตั้งหลายปีก็ยังปลอดภัยดี แต่อนิจจา ในช่วงเวลาสำคัญที่การหลอมใกล้จะสำเร็จ เขาดันถูกสำนักส่งไปฝึกฝนในแดนลับแถบเหมียวหลิ่งห้าวัน

พอออกจากแดนลับ ลู่โหย่วเหวยก็รีบบึ่งมาที่เขาสู่อวิ๋น

เพียงแต่มันค่อนข้างไกล นั่งเรือเหาะก็ต้องใช้เวลาเดินทางเป็นเดือน เลยล่าช้าไปบ้าง

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ทันทีที่เห็นยอดเขาสู่อวิ๋น ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นตรงหน้า

ตูม!

ควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หัวใจเขาแทบแตกสลาย รีบพุ่งไปยังที่เกิดเหตุ ก็ได้ยินเสียงสตรีคนหนึ่งพูดว่า "เอ๊ะ เป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานเองเหรอ? ถ้ารู้ก่อนคงไม่ระเบิดทิ้งหรอก"

ลู่โหย่วเหวยใช้วิชาเนตรทิพย์ ในที่สุดก็มองเห็นเงาร่างผอมเพรียวของสตรีผู้นั้น

"เจ้าเป็นใคร? เจ้าทำอะไรลงไป!"

ลู่โหย่วเหวยหยิบจานหยกอาวุธวิเศษออกมา ตวาดถามหญิงสาว

ควันจางหาย หินถล่มไม้หักโค่น

"ศาลเจ้าเทพารักษ์" เดิมถูกระเบิดจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ตู้ซิงเหอยืนตระหง่านอยู่บนก้อนหินยักษ์ ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงไปในหลุม เขาเบิกตากว้าง เห็นเพียงชายเสื้อของนางสะบัดพลิ้วตามแรงลม

ตอนที่ตู้ซิงเหอดิ่งลงมา ลมที่พัดสวนขึ้นมาปะทะใบหน้าจนเจ็บแสบ

เป็นอย่างที่เธอคิด ใต้ศาลเจ้ามีกลไกซ่อนอยู่จริงๆ ดินระเบิดธรรมดาไม่อาจทำอันตรายผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานได้ แต่ถ้าเอามาใช้ระเบิดภูเขาถือว่าเหลือเฟือ

ภายในเขาสู่อวิ๋นมีโพรงขนาดใหญ่ว่างเปล่า ถูกลู่โหย่วเหวยใช้วิชาเซียนสร้างยอดเขาปิดทับไว้ เขาเป็นรากปราณไม้และดิน สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ ยอดเขาจึงถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณใหม่อย่างรวดเร็ว หากไม่ตั้งใจตรวจสอบ ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปดูไม่ออกแน่

แสงแดดสาดส่องลงมาจากรูโหว่ที่ตู้ซิงเหอระเบิดเปิดออก ส่องสว่างทัศนียภาพก้นหุบเขา

หลุมที่ถูกปิดตายมานานหลายปีเหมือนไหที่ถูกปิดผนึก พอได้เห็นเดือนเห็นตะวัน กลิ่นประหลาดก็ฟุ้งกระจายออกมา ตีขึ้นจมูก

ในที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง แม้แต่พืชจำพวกมอสและเฟิร์นที่ชอบความชื้นยังอยู่ยาก เหลือเพียงพวกเชื้อราที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง

กระบี่ออกจากฝัก ส่งเสียงกังวาน ตู้ซิงเหอเหยียบมันลอยอยู่กลางอากาศ

เธอเงยหน้าขึ้น อีกฝ่ายไล่ตามลงมาจริงๆ

อาวุธในมือลู่โหย่วเหวยคืออาวุธวิเศษระดับต่ำรูปร่างคล้ายจานหยก เรียกว่า 'วงล้อหยกเขียว' สามารถป้องกันตัวและโจมตีระยะกลางได้ ถือว่าเป็นของดีราคาประหยัดในหมู่อาวุธวิเศษระดับต่ำ

ตู้ซิงเหอไม่ประมาท ตอนที่ดิ่งลงมาเธอกินยาอุ่นรักไปแล้ว ยกกระบี่ขึ้นเตรียมรับมือ

กระแสความร้อนไหลเวียนสู่จุดตันเถียน ร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที——

ในยุคแห่งการแก่งแย่ง การฆ่าฟันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นับตั้งแต่วันที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียน ชีวิตและความตายก็ต้องรับผิดชอบเอง ในระดับตบะที่เท่าเทียมกัน สาเหตุที่ผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นใหม่พ่ายแพ้ นอกจากประสบการณ์การต่อสู้แล้ว ก็คือจิตสังหารที่เด็ดขาดนั่นเอง

ในสำนักการต่อสู้ไร้ขีดจำกัดที่ก่อตั้งโดยเฉินเฮ่อเกา ท่าแรกก่อนจะเริ่มสู้ คือการแหกปากร้องเสียงประหลาดเพื่อเตือนสมองให้หลั่งอะดรีนาลีน กระตุ้นความตื่นตัวเข้าสู่สภาวะพร้อมตาย

——ฆ่าคนแล้วรู้สึกผิดอาจเกิดจิตมาร แต่ถ้าถูกฆ่า ก็ต้องไปเริ่มฝึกปราณใหม่ชาติหน้า

คติประจำใจของตู้ซิงเหอคือ ยอมมีจิตมาร ดีกว่าไปเจอยมบาล

ลู่โหย่วเหวยเห็นว่าผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนี้ยังเด็ก แถมยังใช้วิธีระเบิดภูเขาแบบคนธรรมดา จึงเกิดความประมาท ขณะที่เขากำลังร่ายคาถา เสียงกัมปนาทก็กรีดผ่านข้างหู ปราณกระบี่พุ่งแหวกอากาศมาถึงตัวเขาที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ เสียงแหวกอากาศหวีดหวิวก้องหุบเขา หมายจะเอาชีวิตเขา!

เขาหลบไม่พ้น ทำได้เพียงใช้วงล้อหยกเขียวต้านรับ

ได้ยินเสียง "เคร้ง" ดังสนั่น แสงสีเขียวบนตัวเขาวูบวาบ เกือบจะทะลวงเกราะป้องกันกายเข้ามาได้ เขาเหมือนถูกคลื่นยักษ์ซัด กระเด็นหมุนคว้างกลางอากาศ แล้วใช้วงล้อหยกเขียวรองรับตัวไว้ ขณะที่กำลังทุลักทุเล ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงโฉมงามผู้นั้นก็ถือกระบี่พุ่งเข้ามาฟันอีกแล้ว

การปะทะกันในชั่วพริบตานี้ ลู่โหย่วเหวยดูออกแล้วว่า ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงผู้นี้ตบะไม่สูงจริง

ถ้าตบะสูงจริง ดีดนิ้วทีเดียวเขาก็ไปเกิดใหม่แล้ว

ไม่สูงก็ส่วนไม่สูง แต่ก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับเขาได้ และเมื่อเผชิญหน้ากัน ผู้กล้ากว่าย่อมชนะ เขาโดนฟันไปสองดาบจนขวัญเสีย เริ่มแสดงอาการพ่ายแพ้

ถ้าตู้ซิงเหอจะคุยด้วยเหตุผล เขาก็พร้อมจะระเบิดโทสะสู้ตายกับนาง

แต่พอนางไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดฉากฟันแหลก เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกน:

"อย่าเพิ่งตี! มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 17 - ข้อแนะนำการใช้งาน: ลักลอบคบชู้

คัดลอกลิงก์แล้ว