- หน้าแรก
- จุติเทพธิดาวังหลัง พลิกวิถีสนมสยบหมื่นเซียน
- บทที่ 11 - รับภารกิจออกไปฝึกฝน
บทที่ 11 - รับภารกิจออกไปฝึกฝน
บทที่ 11 - รับภารกิจออกไปฝึกฝน
บทที่ 11 - รับภารกิจออกไปฝึกฝน
เป็นไปตามที่ตู้ซิงเหอคาดการณ์ไว้ อำเภอเหยียนจิ้งเกิดความโกลาหลวุ่นวายพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินจริงๆ
ทางการของราชวงศ์ต้าเสวียนประจำท้องถิ่นส่งผู้บำเพ็ญเพียรที่มีฝีมือแข็งแกร่งที่สุดไล่ล่าออกไปนอกเมือง ส่วนภายในเมืองพวกเขาก็ไม่ละเลย เนื่องจากตอนเข้าเมืองมีการบันทึกระดับการบำเพ็ญเพียรของผู้มาเยือนเอาไว้ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานขึ้นไปจึงถูกเรียกตัวไปสอบสวนกันถ้วนหน้า เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ไม่อยากมีเรื่องบาดหมางกับราชวงศ์ต้าเสวียนจำต้องให้ความร่วมมือ แต่ก็อดบ่นด้วยความไม่พอใจไม่ได้
ตู้ซิงเหอที่อยู่เพียงระดับกลั่นลมปราณไม่มีใครให้ความสนใจ เธอยืนกินเผือกกินมันฟังชาวบ้านนินทาอยู่หน้าป้ายประกาศจับ "วันนี้ทำไมถึงได้เอิกเกริกกันใหญ่นักล่ะ?"
"จะเป็นเรื่องอะไรได้อีกเล่า ก็เจ้าหน้าที่กรมทะเบียนราษฎร์ที่คุ้มกันสาวงามถูกรุ่นพี่ระดับจินตนาสังหาร แล้วสาวงามรากปราณน้ำในขบวนก็หายไปคนหนึ่ง!"
"มิน่าล่ะ เมื่อคืนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเชียว"
"สาวงามคนนั้นคงถูกจับไปเป็นเตาหลอมแล้วกระมัง ศิษย์พี่ ท่านคิดว่าจะจับคนร้ายได้หรือไม่?"
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน ป้ายประกาศจับพลันส่องแสงเจิดจ้า ข้อมูลค่าหัวใหม่ปรากฏขึ้นบนป้าย——
"ประกาศจับจากทางการ ต้องการตัวผู้บำเพ็ญเพียรหลบหนีคดีลักพาตัวสาวงามแซ่กง หากผู้ใดแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ มีรางวัลเป็นหินวิญญาณระดับสูงห้าร้อยก้อนและสิทธิ์เข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบ โปรดอย่าทำอันตรายแก่ชีวิตของแม่นางกง!"
ภายในอาณาเขตของราชวงศ์ต้าเสวียน ป้ายประกาศจับทุกแห่งได้รับข้อมูลเดียวกันนี้พร้อมกัน
หน้าป้ายเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญเพียรที่มามุงดูเรื่องสนุก ต่างวิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลคนร้ายที่ทางการแจ้งมา
"ระดับสร้างรากฐานขึ้นไป สงสัยว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเทพธูปเทียน"
วิถีเทพธูปเทียน?
ตู้ซิงเหอชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เกรงว่าตอนที่คนของทางการมาเก็บศพเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนราษฎร์ คงตรวจสอบพบร่องรอยพลังเทพก้งกงที่หลงเหลืออยู่ จึงพุ่งเป้าไปที่วิถีเทพธูปเทียน และด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงประเมินระดับพลังของคนร้ายไว้สูงลิ่ว โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าคนชั่วที่บังอาจท้าทายฟ้าดินคนนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรอิสระตัวเล็กๆ ระดับกลั่นลมปราณที่ยังคงลอยนวลอยู่ในเมือง
สิทธิ์เข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบ เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรไม่ได้ให้ราคามากนัก
แต่หินวิญญาณระดับสูงห้าร้อยก้อนที่อยู่ข้างหน้านั่นต่างหาก ที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรในที่นั้นเลือดสูบฉีดพลุ่งพล่าน
"การบำเพ็ญเพียรถามหาเต๋า สิ่งสำคัญคือเคล็ดวิชา ทรัพย์สมบัติ สหายร่วมทาง และสถานที่ หากได้หินวิญญาณระดับสูงห้าร้อยก้อนนี้มา การทะลวงผ่านระดับชั้นก็อยู่แค่เอื้อม!"
"คนร้ายคงหนีไปไกลแล้วกระมัง คงต้องออกไปไล่ล่านอกเมืองเท่านั้น"
"เป็นไปไม่ได้หรือที่จะยังอยู่ในเมือง?" มีคนถามแย้งขึ้นมา
คำถามย้อนนั้นถูกหัวเราะเยาะทันที เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างลงความเห็นว่า หากคนร้ายยังอยู่ในเมือง ป่านนี้คงถูกทางการกวาดล้างตรวจพบไปนานแล้ว ไหนเลยจะถึงตาพวกเขาไปแย่งชิงเงินรางวัลนี้
ทว่าอาชญากรมักชอบย้อนกลับมายังสถานที่ก่อเหตุเสมอ
ตู้ซิงเหอยืนตระหง่านอยู่หน้าป้ายประกาศ ชื่นชมค่าหัวของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไล่ลงมาด้านล่าง
เพราะเหตุการณ์เมื่อคืน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รั้งอยู่ในอำเภอเหยียนจิ้งนานนัก ดังนั้นการรับภารกิจสักอย่างเพื่อออกจากเมืองจึงเป็นข้ออ้างที่สมเหตุสมผลที่สุด ต่อให้ไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ เธอก็ต้องทำให้ทุกการกระทำที่ปรากฏอยู่บนผิวน้ำไร้ซึ่งช่องโหว่
"ภารกิจที่หนึ่ง: หาคนร่วมบำเพ็ญคู่ รับเฉพาะผู้บำเพ็ญเพียรชายระดับสร้างรากฐานแล้วเท่านั้น หากหนุ่มแน่นและรูปงามจะพิจารณาเป็นพิเศษ"
ดี ภารกิจแรกตัดเพศของเธอออกไปแล้ว
"ภารกิจที่สอง: ทางเหนือสงสัยว่ามีร่องรอยของผู้บำเพ็ญมารสำนักเหมียวหลิ่ง มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานหายตัวไปสองคน ขอเชิญผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตนาขึ้นไปเดินทางไปตรวจสอบ"
"ภารกิจที่สาม: ค่ายโจรป่าอู่หลัวมีปีศาจหนูระบาด ขอเชิญผู้บำเพ็ญเพียรไปจัดการ"
ใต้ภารกิจที่สามมีข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า——
"ราชาหนูระดับจินตนากำเนิดแล้ว!"
ตู้ซิงเหอจำต้องมองไล่ลงไปเรื่อยๆ เธอยังอยู่ในช่วงปรับพื้นฐานระดับพลังให้มั่นคง จึงอยากรับภารกิจง่ายๆ ระดับหมู่บ้านผู้เริ่มต้น เช่น ช่วยชาวบ้านตามหาสุนัขที่หายไป เก็บสมุนไพรวิญญาณ หรือช่วยช่างไม้ตัดไม้ อะไรทำนองนั้น...
"ภารกิจที่หก: นักปรุงยาฉายานักพรตเฉินต้องการปิดด่านบำเพ็ญเพียรหนึ่งเดือน ต้องการคนมาช่วยดูแลพืชวิญญาณที่บ้าน"
ดวงตาของตู้ซิงเหอเป็นประกาย
ดูแลพืชวิญญาณ นี่มันตรงกับสายงานรากปราณของเธอเลยนี่นา!
แต่พอดูรายละเอียด รูปพืชวิญญาณของนักพรตเฉินก็ปรากฏอยู่บนป้าย มันคือ 'เถาวัลย์หนามเนื้อ' ระดับจินตนา ก้อนเนื้อสูงเท่าตึกสองชั้นที่มีปากแสยะอ้าอยู่ตลอดเวลา ด้านข้างมีข้อความอธิบายกำกับว่า: เถาวัลย์หนามเนื้อ ส่งเสียงร้องเหมือนทารก กินคน
บรรทัดถัดมา เป็นข้อความเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างนักพรตเฉิน: "เสี่ยวเถิงของข้าเป็นเด็กดีมาก ไม่กินคนหรอก"
ตู้ซิงเหอ: ......
เธอเชื่อก็บ้าแล้ว
เมื่อพลิกหน้าต่อไปดู ตู้ซิงเหอก็ข้ามภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านั้นไปโดยสิ้นเชิง สายตาไปหยุดอยู่ที่ตัวหนังสือสีเทาตรงท้ายสุด
"ตระกูลลู่แห่งตำบลอวิ๋นซาน เขตเหออัน เมืองติ้งโจว หลังจากรับอนุภรรยาสาวงามเข้าบ้านก็เกิดเรื่องประหลาดไม่หยุดหย่อน ทั้งยังมีคลื่นพลังวิญญาณผิดปกติ ขอเชิญผู้บำเพ็ญเพียรไปตรวจสอบสักครา"
รางวัลของภารกิจนี้น้อยมาก มีแค่หินวิญญาณระดับต่ำสามสิบก้อนเท่านั้น
พอดูวันที่ประกาศ ก็พบว่าประกาศมาได้สักพักใหญ่แล้วแต่ไม่มีใครรับ เห็นได้ชัดว่าผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นไม่มีใครแล
แต่นี่กลับเข้าทางตู้ซิงเหอที่กำลังหาข้ออ้างออกจากอำเภอเหยียนจิ้งพอดี
หลังจากรับภารกิจ เธอกลับไปที่บ้านพักและเก็บตัวบำเพ็ญเพียรต่ออีกสองวัน รอจนทางการตรวจสอบผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองจนครบถ้วนแล้ว จึงค่อยพาอาชีเดินทางออกมา
ตอนออกจากเมือง เจ้าหน้าที่ชุดสีน้ำเงินคนเดิมถูกเปลี่ยนตัวไปแล้ว คนที่เฝ้าประตูอยู่คือผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคนที่มีบุคลิกสุภาพเรียบร้อย ท่าทางเป็นมิตร เขาเพียงก้มดูวันที่เข้าเมืองของตู้ซิงเหอแวบหนึ่งแล้วถามว่า "ทำไมถึงรีบไปเร็วนัก ได้ลองชิมอาหารขึ้นชื่อของอำเภอเหยียนจิ้งหรือยัง?"
"ฉัน... ข้าบำเพ็ญตบะงดอาหารแล้ว จึงแทบไม่มีความอยากอาหารทางโลกเลยเจ้าค่ะ"
"นั่นน่าเสียดายแย่"
เขายิ้ม แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า "เจ้าเช่าบ้านในตลาดสือฟางไว้สามเดือน แต่วันนี้จะไปแล้วรึ?"
ตู้ซิงเหอชะงักเล็กน้อย รู้ว่าจุดสำคัญมาถึงแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมทะเบียนราษฎร์ตายในเขตปกครองของตน แถมสาวงามรากปราณน้ำยังหายตัวไป ทางการไม่มีทางยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่ จุดน่าสงสัยเพียงเล็กน้อยย่อมถูกกัดไม่ปล่อย เธอจึงยิ้มตอบ "ข้าไปเจอภารกิจที่น่าสนใจมากบนป้ายประกาศจับน่ะเจ้าค่ะ ไหนๆ ก็ลงเขามาเพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์อยู่แล้ว ไม่ได้เสียดายค่าเช่านั่นสักเท่าไร"
ผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคนชวนคุยอีกสองสามประโยค ก็ปล่อยให้ผ่านไป
ส่วนลูกแมวน้อยที่เดินตามตู้ซิงเหอต้อยๆ นั้น ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาแม้แต่น้อย
......
เมืองติ้งโจวอยู่ไม่ไกลนัก ตู้ซิงเหอตัดสินใจขี่กระบี่บินไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอขี่กระบี่เหินเวหา พื้นดินที่เล็กลงอย่างกะทันหันและแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่รุนแรงไม่อาจส่งผลกระทบต่อเธอได้แม้แต่น้อย กลับรู้สึกเพียงความกว้างใหญ่ของฟ้าดินและความอิสระเสรีอันไร้ขอบเขต
อาชีใช้มือข้างเดียวที่เหลืออยู่กอดเอวเธอไว้แน่น
"เจ้ากลัวความสูงหรือ? ข้าบินต่ำกว่านี้ได้นะ"
ตู้ซิงเหอถาม
"ไม่กลัวเจ้าค่ะ นายท่านเก่งกาจเหลือเกิน"
เธอกระซิบตอบเสียงเบา
สำหรับคำเรียกขานนี้ ตู้ซิงเหอเองก็จนปัญญา
เธอรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งจะอยู่แค่ระดับสร้างรากฐาน ยังไม่ถึงขั้นรับศิษย์ได้ แต่อาชีก็ยืนกรานจะเรียกเธอว่านายท่าน หลังจากเกลี้ยกล่อมอยู่นาน จึงยอมเปลี่ยนได้แค่คำเดียว อาชีรู้ซึ้งดีว่าการที่เซียนท่านนี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนั้นต้องเสี่ยงอันตรายเพียงใด ซาบซึ้งจนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร ชีวิตไร้ค่านี้แทบอยากจะมอบให้เธอทั้งหมด นับประสาอะไรแค่ยอมรับเป็นนาย
"ไม่รับข้าเป็นศิษย์ก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ นายท่านแค่มองข้าเป็นเหมือนลูกแมอลูกหมา ให้ข้าได้อยู่ข้างกายท่าน ข้าก็พอใจแล้ว"
ตู้ซิงเหอยิ่งฟัง ยิ่งรู้สึกว่าสถานการณ์ชักจะแปลกๆ
แต่พอจะเกลี้ยกล่อมต่อ อาชีก็ทำท่าเหมือนเซียนจะไม่ต้องการนาง น้ำตาปริ่มจะไหลออกมาเสียอย่างนั้น
ตู้ซิงเหอจึงปล่อยเลยตามเลย
เอาเถอะ ว่ากันตามตรง เธอก็ไม่ได้เห็นอาชีเป็นทาสรับใช้จริงๆ อย่างมากก็แค่กะจะถือบุญคุณเอาไว้ใช้งานเป็นแรงงานฟรี ควบตำแหน่งเครื่องมือปั๊มแต้มระบบวังหลังเท่านั้นเอง เธอจะเป็นคนเลวอะไรได้เชียว
เมื่อมาถึงตำบลอวิ๋นซาน เมืองติ้งโจว ตู้ซิงเหอไม่พบร่องรอยของผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น พลังวิญญาณก็เบาบางมาก แทบไม่ต่างอะไรกับดินแดนของปุถุชนทั่วไป
เธอเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน ก็มีคนไปแจ้งกำนันประจำตำบลให้ทราบแล้ว
(จบแล้ว)