เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ขอเข้าร่วมงานเลี้ยงวังหลวงสักครั้ง

บทที่ 12 - ขอเข้าร่วมงานเลี้ยงวังหลวงสักครั้ง

บทที่ 12 - ขอเข้าร่วมงานเลี้ยงวังหลวงสักครั้ง


บทที่ 12 - ขอเข้าร่วมงานเลี้ยงวังหลวงสักครั้ง

"ท่านเซียน ข้ารอท่านมานานเหลือเกินขอรับ!"

กำนันตำบลพุ่งสไลด์เข้ามาคุกเข่าต่อหน้าตู้ซิงเหอตัวตรงแหน่ว

หากไม่ได้เห็นในวินาทีสุดท้ายว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิง เขาคงจะกระโดดกอดขาร้องไห้โฮไปแล้ว

"ลุกขึ้นพูดเถิด"

ตู้ซิงเหอเอ่ยปาก เดิมทีกำนันไม่รู้นิสัยใจคอของท่านเซียน คิดว่าถ่อมตัวไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย แต่พอเห็นท่าทางเย็นชาไม่ชอบการประจบสอพลอของเธอ จึงฉวยโอกาสลุกขึ้นเล่าต้นสายปลายเหตุ:

"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับ ตำบลอวิ๋นซานของเราแม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ต้าเสวียน แต่เพราะเส้นทางสัญจรยากลำบาก มีทั้งภูเขา ทางลาดชัน และหุบเหว... สำหรับท่านเซียนที่เหาะเหินเดินอากาศได้ย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่กองคาราวานสินค้าทั่วไปจะไม่ผ่านทางนี้ ทำให้ค่อนข้างปิดตาย แทบไม่มีคนนอกเข้ามาในตำบลเลย"

"เมื่อครึ่งปีก่อน นายท่านลู่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ได้พาสตรีต่างถิ่นนางหนึ่งกลับมา ได้ยินว่านางงดงามมาก เขาจึงยืนกรานจะรับนางเป็นอนุภรรยา ไม่อยากให้ท่านเซียนหัวเราะเยาะ แต่ตระกูลลู่ร่ำรวยที่สุดในตำบลอวิ๋นซาน การที่นายท่านลู่จะรับอนุเพิ่มสักคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทว่าเรื่องแปลกมันอยู่ตรงที่ นับตั้งแต่คนนอกผู้นั้นเข้ามา ในตำบลก็มักเกิดเหตุของหายบ่อยครั้ง และที่แปลกยิ่งกว่าคือ ของที่หายล้วนเป็นพืชผักเสบียงกรัง ทรัพย์สินมีค่าอย่างเงินทองกลับไม่หายเลยสักชิ้น"

"ชาวบ้านของเราซื่อสัตย์สุจริต แต่ก่อนถึงขั้นนอนไม่ต้องปิดประตูบ้านด้วยซ้ำ"

ยิ่งเป็นชนบทที่ห่างไกล ก็ยิ่งมองคนนอกเหมือนสัตว์ร้ายหรืออุทกภัย

เพราะอยู่ร่วมกันมานับร้อยนับพันปี ล้วนเป็นเครือญาติคนกันเอง รู้ไส้รู้พุงกันหมด ไม่ต้องเห็นหน้า แค่เห็นแผ่นหลังก็เดาได้แล้วว่าเป็นใคร หากถูกจับได้คงโดนคนทั้งโคตรประณามไปชั่วชีวิต

ตู้ซิงเหอฟังจบก็สงสัย "ตระกูลลู่ร่ำรวย จะปล่อยให้อนุภรรยาอดอยากจนต้องออกมาขโมยของกินเชียวหรือ?"

กำนันเองก็บอกว่านั่นแหละคือประเด็น ตอนแรกเขาไม่ได้สงสัยอนุภรรยาตระกูลลู่เลย

เขาบอกว่าตำบลอวิ๋นซานถึงจะจน แต่ก็เป็นเขตของราชวงศ์ต้าเสวียน มีกระจกตรวจสอบรากปราณติดตั้งไว้เช่นกัน เพื่อใช้ทดสอบคุณสมบัติ หากมีต้นกล้าที่ดีก็จะถูกส่งตัวออกไปจากหุบเขาเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

และทุกครั้งที่กระจกตรวจสอบรากปราณเกิดความผันผวน ก็จะเกิดคดีลักทรัพย์ขึ้น

"คนในตำบลจะมีคุณสมบัติแค่ไหนข้าจะไม่รู้เชียวรึ? ร้อยปีมานี้ ตำบลอวิ๋นซานไม่เคยมีใครบำเพ็ญเซียนได้สักคน อย่าว่าแต่จะแกร่งกล้าขนาดทำให้กระจกตรวจสอบรากปราณที่ข้าเก็บไว้ในบ้านเก่าสั่นสะเทือนได้เลย"

มีเหตุมีผล น่าเชื่อถือ

ดังนั้นเป้าจึงชี้ไปที่อนุภรรยาคนนอกของตระกูลลู่

เนื่องจากตระกูลลู่เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่ง นายท่านลู่จึงทุ่มเงินซื้อยันต์และอาวุธวิเศษที่คนธรรมดาก็ใช้ได้มาป้องกันตัว จริงๆ แล้วถ้ามองจากมุมของราชวงศ์ต้าเสวียน มันก็แค่ของเล่นไร้ค่าที่ไม่คู่ควรจะวางบนโต๊ะ แต่ในชนบทห่างไกลแบบนี้กลับกลายเป็นของวิเศษประจำตระกูลที่ข่มขวัญคนทั้งตำบลได้ กำนันเคยเสนอให้ขับไล่คนนอกผู้นั้นไปหลายครั้ง แต่นายท่านลู่ปฏิเสธ จนสุดท้ายถึงขั้นไม่ยอมให้เขาเข้าพบ

"ถ้าเป็นสัตว์อสูรที่ทำร้ายผู้คนจริง อย่างไรก็ต้องกำจัด! แต่นี่ยังไม่ได้ทำร้ายใคร ข้าเองก็ไม่อยากปรักปรำนายท่านลู่ จึงอยากขอให้ท่านเซียนช่วยตรวจสอบความจริง"

ตู้ซิงเหอพยักหน้า "พาข้าไปพบอนุภรรยาตระกูลลู่หน่อย"

สัตว์อสูรที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ อย่างน้อยต้องอยู่ระดับจินตนา

เพียงแต่เรื่องนี้มันทะแม่งๆ ปีศาจแปลงกายระดับสูงยอมลดตัวมาเป็นอนุภรรยาของมนุษย์ธรรมดา เพื่อขโมยของกินเนี่ยนะ? ตรรกะวิบัติสิ้นดี ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่

กำนันมีสีหน้าลำบากใจ ยิ้มแห้งๆ "ท่านเซียนแม้จะเป็นสตรี แต่ข้าเกรงว่านายท่านลู่จะไม่ยอม" เขาชะงัก "แต่ถ้าท่านเซียนยืนกราน เขาคงไม่กล้าปฏิเสธ!"

ผู้บำเพ็ญเพียรไม่คุยด้วยเหตุผลกับปุถุชนอยู่แล้ว

ตู้ซิงเหอกล่าว "เจ้ามีความคิดอะไรก็ว่ามาเถอะ"

"ตามความถี่ของการเกิดเหตุลักทรัพย์ คืนพรุ่งนี้น่าจะเกิดเรื่องอีก ท่านเซียนพอจะพักค้างคืนในตำบลได้หรือไม่? ตอนที่มีคนรับภารกิจประกาศจับ ข้าได้เตรียมงานเลี้ยงต้อนรับท่านเซียนไว้แล้ว"

กำนันเชิญชวนอย่างกระตือรือร้น ตู้ซิงเหอแววตาไหววูบ "ก็ย่อมได้ แต่ข้ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง"

"เชิญท่านเซียนว่ามาได้เลยขอรับ"

"ในงานเลี้ยง ข้าอยากให้มีผู้หญิงมาเต้นรำให้ดู"

"......"

นี่ถ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรชาย กำนันคงสงสัยว่าตัวเองกำลังชักศึกเข้าบ้าน

แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน ตู้ซิงเหอก็เป็นผู้หญิง!

"มีปัญหาหรือ?"

ตู้ซิงเหอถามเสียงเย็น

กำนันสะดุ้งโหยง รีบตอบว่าไม่มี "เพียงแต่... ที่นี่กันดาร ไม่มีสถานที่เริงรมย์ ต่อให้มีแม่นางคนใดยินดีมา ก็คงเต้นรำไม่เป็น เกรงว่าจะทำให้ท่านเซียนระคายเคืองสายตาเปล่าๆ"

เมื่อเห็นตู้ซิงเหอยังยืนกราน เขาจึงจำใจต้องฝืนไปจัดเตรียม

......

ก่อนเริ่มงานเลี้ยง ตู้ซิงเหอถูกจัดให้พักในห้องรับรองที่ดีที่สุดของบ้านกำนัน

เดิมทีเขาจะยกห้องนอนตัวเองให้ แต่เธอปฏิเสธ

ตู้ซิงเหอให้อาชีนั่งลง แล้วขอยืมกระจกตรวจสอบรากปราณของกำนันมาตรวจดูรากปราณของนาง

อาชียอมให้นางจับพลิกซ้ายขวาอย่างว่าง่าย

"เป็นรากปราณฟ้าวารีจริงๆ ด้วย" ตู้ซิงเหอครุ่นคิด "เดิมทีโลกบำเพ็ญเพียรมีวิชาต่อแขนขามากมาย แต่ความพิการของเจ้าเกิดจากผลสะท้อนของพลังเทพ เกรงว่าต้องถึงระดับแปลงเทพ (ฮว่าเสิน) ถึงจะรักษาให้หายขาดได้"

"นายท่าน ข้าทำผิดไปแล้วหรือเจ้าคะ?"

อาชีถามเสียงสั่น

"เจ้าไม่ผิด พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรอย่ามัวแต่โทษตัวเอง ต้องหัดโทษคนอื่นให้มากเข้าไว้ เจ้าดูไอ้ฮ่องเต้สุนัขสิ ตัวเองไม่มีน้ำยาจะเสกเด็กที่มีพรสวรรค์ออกมาได้ เลยบังคับให้สาวงามรากปราณน้ำเข้าวังไปช่วยขยายเผ่าพันธุ์ มันเคยคิดบ้างไหมว่าเป็นเพราะน้ำเชื้อของตัวเองมันห่วยแตก?"

ตู้ซิงเหอแสยะยิ้มเย็น "ถ้าเป็นข้า ข้าก็ยอมตายตกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนนั้นเหมือนกัน จะเอาข้าไปแลกอนาคต ก็ต้องดูด้วยว่าตัวเองมีวาสนาพอจะรับไว้หรือเปล่า"

อาชีเป็นคนของราชวงศ์ต้าเสวียน มีความหวาดกลัวต่อจักรพรรดิโดยสัญชาตญาณ เมื่อได้ยินตู้ซิงเหอวิจารณ์เขาเช่นนั้นก็อดตัวสั่นไม่ได้ แต่แล้วก็รวบรวมความกล้าพูดว่า "นายท่านพูดถูกเจ้าค่ะ เป็นความผิดของฮ่องเต้สุนัข"

ตู้ซิงเหอตรวจดูนางอีกครั้ง พบว่าแม้จะไม่เคยเข้าสำนัก แต่เพราะพรสวรรค์ดีเยี่ยม เพียงแค่หายใจตามธรรมชาติก็รวบรวมปราณธาตุเดียวจนเต็มเปี่ยม มีพื้นฐานระดับกลั่นลมปราณขั้นสองแล้ว

เจ้าหน้าที่คนนั้นทำให้นางพิการ คงเพราะอิจฉาริษยาในพรสวรรค์

ร่างเดิมของตู้ซิงเหอเป็นคนขยัน ท่องจำ "เคล็ดวิชาชักนำปราณ" ได้จนขึ้นใจ เธอจึงถ่ายทอดวิชานี้ให้อาชี แล้วไล่ไปฝึกข้างๆ:

"จะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่วาสนาของเจ้า หากเกียจคร้านก็ไม่ต้องตามข้ามาแล้ว"

ตู้ซิงเหอไม่มีความสนใจจะเปลี่ยนนิยายบำเพ็ญเพียรให้กลายเป็นเกมเลี้ยงลูกทำฟาร์ม

การยื่นมือเข้าช่วยเป็นเพียงความพอใจชั่ววูบ หากอาชีเป็นคนรักดีมีความมุมานะ ก็พอจะใช้งานได้ แต่ถ้าเป็นพวกไร้ความสามารถแถมยังทิ้งขว้างพรสวรรค์ ก็แยกทางกันเสียแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า

......

ตกค่ำ ตู้ซิงเหอไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่กำนันจัดขึ้น

เขาก้มหน้า สีหน้าลำบากใจอีกครั้ง "ท่านเซียนแจ้งความประสงค์อยากได้นางรำมาช่วยสร้างบรรยากาศ แต่ในตำบลอวิ๋นซานนี้หาแม่นางที่เต้นรำเป็นไม่ได้จริงๆ ขอท่านโปรดอภัย..."

"หาไม่ได้?"

ตู้ซิงเหอปรายตามองเรียบเฉย "แล้วฮูหยินของเจ้าล่ะ?"

กำนันชะงัก

ตู้ซิงเหอ: "เจ้ามีลูกสาวไหม? วางใจเถอะ ข้าสาบานต่อกฎแห่งสวรรค์ได้ ข้าจะไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรมต่อลูกเมียเจ้าแน่นอน แค่อยากเชิญพวกนางมาเต้นรำให้ดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น"

ผู้บำเพ็ญเพียรไม่สาบานต่อสวรรค์กันพร่ำเพรื่อ หัวใจที่แขวนอยู่ของกำนันจึงวางลงได้เกินครึ่ง คิดเสียว่าเธอคงมีรสนิยมแปลกประหลาด

แต่ทว่า...

เขามีลูกสาวก็จริง แต่ลูกสาวเพิ่งจะหกขวบครึ่งเองนะ!!!!

"ไปเชิญพวกนางมา"

สิ้นคำ ตู้ซิงเหอก็นั่งลง สายตาเบนออกไปเล็กน้อย

เธอกำลังดูภารกิจรายวันที่ระบบสุ่มออกมาให้ในวันนี้

คราวก่อนหลังจากที่เธอรับอาชีมาเป็นนางกำนัน ระบบก็สัญญาว่าจะเปิดภารกิจรายวันให้มากขึ้น ขอแค่ทำสำเร็จก็จะได้รับรางวัลแบบสุ่ม และภารกิจที่สุ่มได้ในครั้งนี้ก็คือ——

【ภารกิจรายวัน: โปรดเข้าร่วมงานเลี้ยงวังหลวงหนึ่งครั้ง】

【โปรดหาเรื่องใส่ร้ายสนมชายาที่ทำการแสดงในงานเลี้ยง (0/1)】

【ระบบจะคำนวณความสำเร็จของภารกิจตามระดับอารมณ์ด้านลบที่สนมคนอื่นมีต่อโฮสต์ ยิ่งระดับความสำเร็จสูง ของรางวัลก็จะยิ่งดี】

นี่แหละคือเหตุผลที่แท้จริงที่เธอ "กลั่นแกล้ง" กำนัน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - ขอเข้าร่วมงานเลี้ยงวังหลวงสักครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว