เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - อย่ามาบ้าแถวนี้

บทที่ 9 - อย่ามาบ้าแถวนี้

บทที่ 9 - อย่ามาบ้าแถวนี้


บทที่ 9 - อย่ามาบ้าแถวนี้

เป็นคนเป็นเซียนต้องรู้จักพลิกแพลง

หลังจากไตร่ตรองแล้ว ตู้ซิงเหอเปลี่ยนไปเช่าบ้านว่างในตลาดของอำเภอแทน

ใครกำหนดว่าบำเพ็ญเพียรต้องไปอยู่ป่าลึกห่างไกลผู้คน?

ในยุคโบราณจะเดินสาย 'เซียนในเมือง' ไม่ได้เหรอ? พระเอกนิยายเออร์เบินไปเที่ยวผับจีบสาวทุกวัน ยังเป็นเซียนเดินดินผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องได้เลย รอบตัวมีกลิ่นอายมนุษย์แล้วจะปฏิบัติธรรมไม่ได้ จิตเต๋าก็คงเปราะบางไปหน่อย แค่แตะก็แตกแล้วมั้ง

หินวิญญาณในมือตู้ซิงเหอไม่พอเช่าถ้ำที่มีค่ายกลและพลังวิญญาณเสริม แต่เอามาเช่าร้านในตลาดกลับเหลือเฟือ นางแค่ทำหินวิญญาณรั่วออกมาหน่อยเดียวก็เป็นเศรษฐีในเมืองชายแดนห่างไกลนี้ได้ การมีกฎหมายคุ้มครองในเมืองราชวงศ์เซียนก็นับเป็นเกราะป้องกันให้นางชั้นหนึ่ง

วันแรกที่ย้ายเข้า นางใช้ปลายกระบี่สลักอักษรแปดตัวลงบนประตูไม้——

หากจะสำเร็จ ต้องตอนตัวเองก่อน

จากนั้น ตู้ซิงเหอก็เรียกระบบวังหลังออกมา "ข้ามีตำหนักของตัวเองแล้ว แบบนี้น่าจะแจกแต้มให้ข้าหน่อยมั้ง?"

ระบบที่ถูกเรียกออกมาสแกนตำหนักที่โฮสต์อาศัยอยู่

อารมณ์ของมันเปลี่ยนจากดีใจ ตกใจ ไม่เข้าใจ... จนถึงโกรธเกรี้ยว ใช้เวลาสั้นๆ แค่สามวินาที: [โฮสต์ ตำหนักบ้าอะไรจะตั้งชื่อแบบนี้!]

"นี่แหละคือความเหนือชั้นของสถานะข้า"

ตู้ซิงเหอวางมาดนิ่ง

นางทั้งอยากได้แต้ม และไม่อยากให้ที่อยู่ไปผูกติดกับฮ่องเต้หรือสนม

ผ่านการขบคิดอย่างรอบคอบ จึงได้ชื่อที่สมบูรณ์แบบนี้มา คอยเตือนใจนางเสมอว่าวิธีทำลายศักดินาที่ดีที่สุดคือมองมันเป็นเรื่องตลก

ป้ายชื่อตำหนักมีแล้ว นางสลักเองกับมือ

คำลงท้ายคือตำหนัก ข้างหน้าตำหนักคืออะไรอย่าไปสน

ระบบเคว้งคว้าง: [โฮสต์ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหรอ?]

"มี แกจะเลือก 'ตำหนักอย่ามาบ้าแถวนี้' 'เรือนเลี้ยวหัวมุมเจอจูบ' หรือ 'สวนบุญคุณความแค้นอะไรนักหนา'"

ระบบ: [......]

สุดท้าย มันเลือก 'ตำหนักอย่ามาบ้าแถวนี้'

[ครอบครองตำหนักของตัวเอง ได้รับแต้ม +100!]

พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนอันน่าอัปยศของระบบ ปลายกระบี่ของตู้ซิงเหอตวัดฉับ ขีดฆ่ากลางคำว่า "หากจะสำเร็จ ต้องตอนตัวเองก่อน" แล้วเติมประโยค "อย่ามาบ้าแถวนี้" ไว้ข้างล่าง ตัวอักษรทรงพลัง ลึกเข้าไปในเนื้อไม้

ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางสลักยันต์พันธนาการไว้บนประตู แม้จะกันผู้บำเพ็ญเพียรที่ระดับสูงกว่านางไม่ได้ แต่พวกโจรขโมยและแมลงมดทั่วไปกันได้อยู่หมัด ต่อให้นางไม่อยู่ คนธรรมดาก็บุกเข้ามาไม่ได้

เข้าบ้านแล้ว ตู้ซิงเหอก็ทำความสะอาดบ้านง่ายๆ

ตู้ซิงเหอยังไงก็เป็นผู้ข้ามภพ ความรู้เกี่ยวกับโลกบำเพ็ญเพียรของนางไม่ครอบคลุม ก็แค่อาศัยไปเรียนรู้ไป นางเคยคิดว่าผู้บำเพ็ญเพียรไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องงานบ้านจุกจิก ภายหลังถึงรู้ว่าคิดไปเอง——ผู้บำเพ็ญเพียรเรียกลมเรียกฝนได้จริง แต่จะเรียกฝนมา แล้วเอาไปใช้ทำอะไร ต้องมีคำสั่งที่ชัดเจน นั่นก็คือคาถาที่แบ่งย่อยออกไปเป็นร้อยชนิด

เปรียบธาตุทั้งห้าเป็น AI คาถาก็คือการป้อนคีย์เวิร์ดที่ถูกต้อง

ถ้าควบคุมไม่ละเอียดพอ ก็จะเป็นเหมือนนางตอนนี้ อยากจะล้างพื้น ผลคือพื้นไม่เพียงน้ำท่วม ละอองน้ำที่นางอัดพลังวิญญาณใส่ยังอัดกระแทกพื้นไม้จนบวมอืดเน่าเฟะในพริบตา

"ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา"

ตู้ซิงเหอครุ่นคิด

ในถ้ำหินปูนนางกดหัวผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณสองคนได้สบายๆ ช่างชิวเหลือเกิน แต่พอกลับมาใช้ชีวิตประจำวันดันตกม้าตาย

นางใช้สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายยับยั้งความคิดป่าเถื่อนที่จะ "อบแห้ง" ห้องไว้ได้ หลักๆ คือนางเป็นรากปราณน้ำ ไม้ ดิน จุดไฟไม่ได้

"ขอข้าคิดอีกที"

ตู้ซิงเหอนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น น้ำเหล่านั้นแหวกทางให้ร่างกายนางโดยอัตโนมัติ ไม่ทำให้นางเปียกแม้แต่น้อย

วินาทีถัดมา น้ำเจิ่งนองเต็มพื้นก็แข็งเป็นน้ำแข็ง

"ผู้บำเพ็ญเพียรธาตุน้ำอยากเสกน้ำแข็งต้องใช้พลังวิญญาณหล่อเลี้ยง เปลืองแรงเกินไป"

นางจัดการน้ำบนพื้นจนหมดก่อน แล้วค่อยออกไปหาซื้อ "รวมฮิต 100 คาถาพื้นฐาน" ในตลาดผู้บำเพ็ญเพียร เดินตามรอยคนรุ่นก่อน จะได้ไม่ต้องพลิกคว่ำเพราะความคิดบรรเจิดอีก

ทว่าก่อนจะเข้าบ้าน เพื่อนบ้านที่เปิดร้านขายอาหารเช้าชั้นล่างก็เรียกนางไว้:

"ท่านเซียน เมื่อกี้มีน้ำรั่วลงมาจากในห้อง สักพักก็ไม่รั่วแล้ว ท่านพอจะรู้สาเหตุไหม?"

ตู้ซิงเหอขอโทษ "ของที่เสียหายข้าจะชดใช้ตามราคา"

ครู่ต่อมา นางที่บรรลุสภาวะอิ่มทิพย์แล้ว จำใจต้องหิ้วซาลาเปาไส้เนื้อแช่น้ำหนึ่งเข่งกลับขึ้นไปชั้นสอง

......

กลับถึงห้อง ตู้ซิงเหอกินยาอุ่นรักที่ซื้อจากร้านค้าของระบบอีกเม็ด

อาศัยกระแสความร้อนที่ไหลเข้าสู่เส้นลมปราณ นางนั่งขัดสมาธิหลับตา โคจรเคล็ดวิชา พลังวิญญาณสีฟ้าจางๆ ไหลเวียนทั่วร่างอย่างช้าๆ ความเข้มข้นของพลังวิญญาณที่นี่เทียบกับในแดนลับไม่ได้จริงๆ มิน่าคนถึงบอกว่ายิ่งรากปราณเยอะ ยิ่งไม่บริสุทธิ์ ยิ่งก้าวหน้าในเส้นทางการฝึกฝนยาก

เรื่องการฝึกฝน ตู้ซิงเหอมีแผนการพิสดารร้อยแปด ทำทุกวิถีทาง แต่ไม่เคยคิดจะอู้งาน

ที่อยู่แย่หน่อยไม่เป็นไร

ถูกล้อมรอบด้วยผู้คนก็ไม่อาจสั่นคลอนจิตใจที่อยากเอาชนะของนาง

ยิ่งฝึกฝน ตู้ซิงเหอยิ่งค้นพบความโดดเด่นของตัวเอง

หลังจากปรมาจารย์หยวนหมิงรับเจ้าของร่างเดิมเป็นศิษย์ ไม่เคยสอนกระบี่หรือวิชาร้ายกาจให้นางสักท่าครึ่งท่า นางฝึกแต่เคล็ดวิชาพื้นฐานที่สุด ที่ศิษย์สายนอกสำนักใหญ่มีกันคนละเล่ม ไม่มีท่าไม้ตายอลังการดาวล้านดวง มีแต่การรวบรวมพลังปราณฟ้าดิน

แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เจ้าของร่างเดิมฝึกมาตั้งแต่เล็กจนโต วางรากฐานที่มั่นคงเกินหน้าเกินตาคนรุ่นเดียวกันไปไกล

เทียบไม่ได้กับกระบี่ตะวันแดงของศิษย์พี่ที่สะท้านสำนักจิ่วหยาง ความเพียรพยายามอันน่าทึ่งของนางไม่เคยได้เฉิดฉาย

บัดนี้ กลับกลายเป็นหีบสมบัติที่เปิดออกเพื่อตู้ซิงเหอ

ผู้ข้ามภพมักมาพร้อมวาสนา มักจะได้เจอยอดคนที่ถ่ายทอดวิชาชั่วชีวิตให้หมดเปลือก อาจารย์คนแรกที่ตู้ซิงเหอได้เจอ กลับเป็นเจ้าของร่างเดิม

เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กข้างถนนกราบเข้าสำนักจิ่วหยาง เพราะพรสวรรค์พอไปวัดไปวาได้ จึงถูกจัดไปอยู่ใต้สังกัดปรมาจารย์หยวนหมิง นางสำนึกในบุญคุณ มองอาจารย์ดั่งพ่อ นางก็เคยตื่นตาตื่นใจกับหอแก้วตำหนักหยกของเซียน แต่สิ่งที่รอนางอยู่ คือความเย็นชา การเมินเฉย และการกลั่นแกล้งจากศิษย์พี่ ตลอดสิบปีเหมือนวันเดียว จนตัวตายถึงได้เข้าใจ นางขาดความคมคายที่มือกระบี่สำนักจิ่วหยางควรมี เฉื่อยชาและซื่อบื้อเกินไป ไม่รู้จักปฏิเสธ ไม่รู้จักเรียกร้อง

ตามน้ำคือปุถุชน ทวนน้ำคือเซียน

ยอมจำนนทุกเรื่อง จะบำเพ็ญเพียรไปทำไม

อาจารย์โยน "วิชาดึงปราณ" ให้นางเล่มเดียว นางก็ฝึกจนลืมกินลืมนอน ค่าประสบการณ์เต็มหลอดแล้วก็ไม่รู้จักรีกดอัปเกรด

นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ตู้ซิงเหอทะลวงขั้นสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดาย

เวรกรรมในโลกบำเพ็ญเพียรช่างอัศจรรย์ จะยึดร่างชิงวาสนาเขามาเฉยๆ ไม่ได้ ตอนที่ตู้ซิงเหอโคจรพลัง ยังสัมผัสได้ถึงความปรารถนาสุดท้ายที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้

ตู้ซิงเหอถามเสียงเบา ชาตินี้ยังมีห่วงอันใด?

——นางใช้ชีวิตครึ่งๆ กลางๆ ทำลายวาสนาเซียนของตัวเอง ช่วยสู้เพื่อเส้นทางเซียนแทนนางสักครั้งได้หรือไม่?

"แน่นอน"

พร้อมกับคำรับปากของตู้ซิงเหอ ปราณตกค้างสายนั้นก็ค่อยๆ สลายไป

......

ท่านเซียนที่เพิ่งย้ายมาใหม่ กลายเป็นหัวข้อสนทนาฮอตฮิตในตลาด

ตู้ซิงเหอนั่งสมาธิจนถึงเช้า ข้างหลังมีควันลอยกรุ่น——

ไม่ใช่นางธาตุไฟเข้าแทรก แต่ร้านอาหารเช้าข้างล่างเริ่มนึ่งซาลาเปา ควันเลยลอยขึ้นมา

"ท่านเซียนตู้ชั้นสองเก่งจริงๆ คนอื่นบำเพ็ญเพียรต้องฝึกวิชาใช่ไหม? นางลงมายืนในตรอกตรงเวลาทุกวัน ไม่ทำอะไรเลย ยืนเฉยๆ สักพัก รัศมีรอบตัวนั่นอย่าให้พูดถึง น่าเกรงขามสุดๆ"

"ยืน? ยืนทำไม?"

"ก็เซียนน่ะนะ ต้องดูดซับสาระสำคัญของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ พวกเราลองทำตามดู เผื่อจะอายุยืนขึ้น"

เซียนกับมนุษย์ต่างกัน ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปไม่มาปะปนกับฝูงชน

ต่อให้เป็นแค่ระดับกลั่นลมปราณ ก็อยู่ห่างไกลจากชาวบ้านร้านตลาด พวกเขาไม่รู้ว่าชีวิตประจำวันของผู้บำเพ็ญเพียรเป็นยังไง ก็คิดไปเองว่าสิ่งที่ท่านเซียนตู้ทำต้องดีต่อกายใจแน่ๆ รีบทำตามกันยกใหญ่

ดังนั้นวันที่สอง ในตรอกใต้ตึกนางก็มีคนมายืนเต็มไปหมด

ส่วนตู้ซิงเหอผู้ก่อกระแสนี้กำลังทวงของรางวัลจากระบบ:

"รางวัลทำภารกิจคารวะเช้าเย็นของวันนี้ล่ะ? ส่งมาเร็ว!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 9 - อย่ามาบ้าแถวนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว