- หน้าแรก
- จุติเทพธิดาวังหลัง พลิกวิถีสนมสยบหมื่นเซียน
- บทที่ 8 - พบราชวงศ์เซียนครั้งแรก
บทที่ 8 - พบราชวงศ์เซียนครั้งแรก
บทที่ 8 - พบราชวงศ์เซียนครั้งแรก
บทที่ 8 - พบราชวงศ์เซียนครั้งแรก
ห้าวันต่อมา ตู้ซิงเหอก็นั่งเรือเหาะอีกครั้ง มาถึงใจกลางทวีปผิงอวิ๋น—
อำเภอเหยียนจิ้ง เมืองจิ้งโจว ทางเหนือสุดของราชวงศ์ต้าเสวียน
ก่อนจะมีกำลังมากพอจะต่อกรกับสำนักเก่า ตู้ซิงเหอไม่อยากเจอคนรู้จัก ที่นี่ไกลจากสำนักจิ่วหยาง ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่เป็นพวกอิสระ ศิษย์สำนักหลีจู๋ที่อยู่ใกล้เคียง หรือคนของราชวงศ์เสวียน
ในฐานะราชวงศ์เซียนเพียงหนึ่งเดียวในทวีปผิงอวิ๋น เมืองหลวงเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันของผู้บำเพ็ญเพียรและคนธรรมดา ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ภายใต้กฎหมายของทางการ อย่างน้อยในที่แจ้งก็ต้องเคารพกฎกติกา ห้ามต่อสู้ทำร้ายกันตามอำเภอใจ และในราชวงศ์เสวียน ขุนนางนอกจากต้องสอบจองหงวนแล้ว อย่างต่ำต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐาน ที่นี่ไม่มีสำนัก แต่แทนที่ด้วยตระกูลเซียนที่สืบทอดกันมายาวนาน
เรือเหาะเพิ่งจอด ก็มีเจ้าหน้าที่สวมชุดขุนนางสีน้ำเงินถือสมุดหยกเข้ามาลงทะเบียนผู้บำเพ็ญเพียรที่เข้าเมืองทันที
ผู้บำเพ็ญเพียรที่ลงจากเรือรอบนี้มีไม่มาก ตู้ซิงเหอต่อแถวเป็นคนที่สาม หลังจากแจ้งชื่อและระดับพลังแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า "ไม่ทราบว่าสหายเต๋ามาอำเภอเหยียนจิ้งด้วยจุดประสงค์อันใด?"
ถามอย่างกับผ่านด่านตม.
"เพิ่งออกมาจากแดนลับระดับอิ๋ง มีหญ้าวิญญาณจำนวนหนึ่งอยากปล่อยของ แล้วก็แวะเติมเสบียงที่อำเภอเหยียนจิ้งด้วย"
ตู้ซิงเหอตอบตามจริง
เจ้าหน้าที่ถามคำถามตามระเบียบอีกสองสามข้อ แล้วให้นางรออยู่ข้างๆ
ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นไม่ว่าจะระดับไหน ก็ได้รับปฏิบัติเหมือนกันหมด
พูดไม่ทันขาดคำ เรือเหาะขนาดเล็กอีกลำที่ลงจอดข้างๆ ก็มีรถม้าสิบคันแล่นออกมา นำโดยขุนนางราชวงศ์เสวียนชุดแดง ขณะที่ตู้ซิงเหอมองไป มือขาวผ่องข้างหนึ่งก็เลิกม่านรถม้าคันที่สามนับจากท้ายขึ้นมามองดูภายนอก สบตากับนางพอดี
ดวงตางามคู่นั้นมองคนที่อยู่ข้างนอกอย่างเหม่อลอย
เมื่อเห็นตู้ซิงเหอ แววตาของเด็กสาวก็ฉายแววอิจฉาและปรารถนา
แต่เพียงวินาทีถัดมา ม่านก็ถูกใครบางคนกระชากกลับ ปิดกั้นสายตาทุกคน
รอจนขบวนรถเข้าเมืองไป เจ้าหน้าที่ชุดน้ำเงินถึงเชิญพวกตู้ซิงเหอเข้าไป
"วางก้ามใหญ่โต เป็นผู้ยิ่งใหญ่จากไหนกัน?"
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานขั้นปลายคนหนึ่งถามอย่างสงสัย
คนที่มาด้วยกันหัวเราะ "เจ้าเพิ่งเคยมาหาราชวงศ์ต้าเสวียนครั้งแรกสินะ! วันนี้เป็นวันคัดตัวนางสนมที่มีทุกห้าปี ดูบนเรือเหาะสิยังมีตราประจำราชวงศ์เสวียนอยู่เลย ในรถม้าน่าจะเป็นหญิงสาวที่ถวายตัวให้ฮ่องเต้ แค่แวะพักที่นี่สักสองวัน ได้ยินว่ารอบนี้มีต้นกล้าดีที่เป็นรากปราณน้ำด้วยนะ เสียดายจัง"
"รากปราณน้ำกับรากปราณเดี่ยวรวมกัน โอกาสให้กำเนิดอัจฉริยะสูงมาก บ้านไหนๆ ก็เก็บไว้แต่งเขยเข้าบ้านกันทั้งนั้น ส่งเข้าวังไปเสียของแย่ ตระกูลเซียนพวกนั้นเห็นทรัพยากรและต้นกล้าสำคัญยิ่งกว่าลูกตา ยอมส่งเข้าวังเหรอ?"
รากปราณน้ำเป็นคุณสมบัติเตาหลอมชั้นยอด ไม่ว่าชายหรือหญิง ล้วนมีทั้งโชคและเคราะห์
ถ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงรากปราณน้ำที่เกิดในตระกูลเซียนยังพอทน เก็บไว้แต่งเขยเข้าบ้านเพื่อให้ลูกหลานรุ่งเรือง ผู้บำเพ็ญเพียรชายรากปราณน้ำมีลูกไม่ได้ ในทวีปผิงอวิ๋นมีผู้บำเพ็ญเพียรชายรากปราณน้ำหายสาบสูญไปไม่น้อย ต่างรู้กันเงียบๆ ว่าถูกตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าจับไปสูบพลังจนแห้ง
"ใครจะรู้ อาจจะเป็นราชวงศ์เสวียนออกคำสั่ง... ว่ากันตามตรง แถวอำเภอเหยียนจิ้งมีตระกูลเซียนเก่งๆ ที่ไหนกัน? ไม่แน่ว่าเป็นลูกสาวบ้านเล็กบ้านน้อยที่ไหนตรวจเจอรากปราณน้ำ ประเมินแล้วว่าบ้านตัวเองรักษาไว้ไม่อยู่ เลยตัดใจถวายเข้าวังสร้างความดีความชอบ แลกรางวัลหนักๆ ดีกว่า"
หลังจากฟังผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นเม้าท์มอยจบ ตู้ซิงเหอถึงค้นความทรงจำที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของร่างเดิมเจอ
ราชวงศ์เซียน!
ราชวงศ์ของต้าเสวียน คือตระกูลเซียนที่แข็งแกร่งที่สุด ตระกูลจักรพรรดิที่เลี้ยงดูด้วยกำลังทั้งประเทศ
ระบบโผล่มา: [นี่เป็นโอกาสดีที่โฮสต์จะเข้าวังคัดตัว ให้การพิชิตใจกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง!]
"ให้ผู้บำเพ็ญเพียรรากปราณน้ำเข้าวังไปเป็นสนม นับเป็นเส้นทางถูกต้องตรงไหน"
ตู้ซิงเหอทำหูทวนลม
นางเพิ่งก้าวเข้าเขตอำเภอ ก็มีคนกระตือรือร้นเข้ามาต้อนรับ:
"ท่านเซียนท่านนี้ มาอำเภอเหยียนจิ้งครั้งแรกใช่ไหมขอรับ? ต้องการคนนำทางไหม?"
นางเพ่งมอง เป็นเด็กผู้หญิงที่สูงยังไม่ถึงเอวนาง และยังมีเด็กวัยไล่เลี่ยกันอีกหกคนวิ่งไปหาผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น หวังจะได้เศษเงิน นางพูดว่า "ข้ามาขายของ บนตัวไม่มีหินวิญญาณเหลือ มีแต่หินวิญญาณระดับต่ำก้อนเดียว"
จริงๆ จ่ายค่าตั๋วเรือเหาะแล้ว ตู้ซิงเหอยังเหลือหินวิญญาณระดับต่ำอีกหกสิบก้อน
แต่การค้าขายข้างถนน ก็ต้องต่อราคาแบบนี้แหละ
เด็กหญิงตกลงทำการค้าทันที "ได้นำทางให้ท่านเซียนเป็นวาสนาของข้า ท่านอยากไปที่ไหนเจ้าคะ?"
"ข้าอยากไปที่ที่ซื้อขายสมุนไพรได้"
เด็กหญิงคิดครู่หนึ่ง ก็พาตู้ซิงเหอไปที่ร้านเมี่ยวโส่ว (หัตถ์เทวดา)
ตามที่เด็กหญิงบอก นี่เป็นร้านยาแห่งเดียวในอำเภอ เถ้าแก่เห็นหญ้าหมิงซินก็หน้าบาน พูดกับตู้ซิงเหอว่า "ยาหลายชนิดต้องใช้หญ้าหมิงซิน ร้านข้าขาดแคลนตลอด ถ้าวันหน้าเจ้ามีอีกก็เอามาส่งที่ข้าได้ มีหญ้าหมิงซินเท่าไหร่ข้ารับหมด"
ตู้ซิงเหอสงสัย "ข้ารู้แค่ว่าหญ้าหมิงซินช่วยสงบจิตใจ หรือยังมีประโยชน์อื่นอีก?"
"ไม่ว่าจะปรุงยาอะไร ใส่หญ้าหมิงซินเพิ่มเข้าไปตอนหลอมรวม ก็จะช่วยให้ฤทธิ์ยาอ่อนโยนและเสถียรขึ้น"
เถ้าแก่ยิ้มอธิบายพลางนับราคาหญ้าหมิงซิน:
"ทั้งหมดหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดหินวิญญาณระดับต่ำ ร้านข้าไม่มีหินวิญญาณระดับกลางให้แลก ท่านเซียนไปแลกที่สมาคมการค้าได้ อ้อ เมื่อกี้ท่านถามว่าขายวัตถุดิบอื่นได้ที่ไหนใช่ไหม? ขอแค่มีค่า สมาคมการค้ารับหมดทุกอย่าง ราคาก็ยุติธรรม แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหน่อย"
"สมาคมการค้ามีสาขาที่อำเภอเหยียนจิ้งด้วยหรือ?"
สำหรับสมาคมการค้า ตู้ซิงเหอไม่แปลกใจ
เรือเหาะที่ข้ามทวีปต่างๆ ได้ ก็คือเส้นทางเดินเรือที่สมาคมการค้าบุกเบิก เป็นพันธมิตรที่เกิดจากตระกูลใหญ่และกลุ่มทุนต่างๆ รวมตัวกัน ราชวงศ์เสวียนและสำนักต่างๆ ทำได้แค่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เบื้องหลังไม่ใช่แค่ความมั่งคั่ง แต่มีผู้ยิ่งใหญ่นั่งบัญชาการอยู่
อีกอย่าง ผู้บำเพ็ญเพียรต่อให้มุ่งมั่นฝึกฝน เรื่องเงินทองจิปาถะ ก็ต้องมีคนจัดการแทน
สมาคมการค้าจึงถือกำเนิดขึ้นตามความต้องการของผู้บำเพ็ญเพียรและคนธรรมดา กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ไม่สั่นคลอนง่ายๆ มานานแล้ว
แค่นางคิดไม่ถึงว่า เมืองเล็กๆ ชายแดนราชวงศ์เสวียนจะมีสาขาของสมาคมการค้าตั้งอยู่
"อำเภอเราค่อนข้างกันดารและยากจนก็จริง แต่ห่างไปห้าร้อยลี้มีแดนลับระดับจู๋แห่งหนึ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากเลยเลือกมาพักที่อำเภอเรา"
หลังจากรับหินวิญญาณมาแล้ว ตู้ซิงเหอก็ไปที่สาขาสมาคมการค้าตามคำแนะนำของเด็กหญิง
"คฤหาสน์ที่สวยที่สุดหลังนั้นคือสาขาสมาคมการค้า คนธรรมดาไม่มีป้ายคำสั่งเข้าไม่ได้ ข้าส่งท่านได้แค่นี้ ถ้าท่านเซียนยังต้องการอะไรอีก ข้ารออยู่ข้างนอกนะเจ้าคะ"
เด็กหญิงกำชายเสื้ออย่างประหม่า
จริงๆ แล้วหินวิญญาณระดับต่ำก้อนเดียวราคามันไม่ได้สูงนัก แต่เด็กข้างถนนในสายตาผู้บำเพ็ญเพียรก็เหมือนมดปลวก นางไม่กล้าแม้แต่จะเร่งให้ตู้ซิงเหอปล่อยนางไป จะได้รีบไปดักลูกค้ารายต่อไป เห็นเด็กหญิงทุ่มเทรับผิดชอบ ตู้ซิงเหอจึงล้วงหินวิญญาณสามก้อนจากถุงเก็บของระดับต่ำ วางใส่มือนาง "เจ้ากลับไปเถอะ ที่เกินให้เจ้าเอาไปซื้อเนื้อกิน"
"ขอบพระคุณท่านเซียน!"
เด็กหญิงหน้าบาน รับหินวิญญาณมาแล้วคำนับลาตู้ซิงเหอแบบผิดๆ ถูกๆ ก่อนจากไป
จากนั้น ตู้ซิงเหอก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์สมาคมการค้า
หน้าประตูมีรูปปั้นปี่เซียะสองตัว ขณะเดินผ่านระหว่างพวกมัน นางรู้สึกเหมือนเดินทะลุผ่านเยื่อบางๆ ชั้นหนึ่ง มันกันคนธรรมดาไว้ข้างนอก ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนถือตัวว่าเซียนกับมนุษย์ต่างกัน ไม่ยินดีจะใช้จ่ายร่วมกับคนธรรมดา นางเดินเข้าไปในห้องรับรองขนาดมหึมา การตกแต่งหรูหราโอ่อ่า ไม่เหมือนสิ่งที่เมืองเล็กๆ กันดารจะมีได้
พื้นไม่ได้ปูด้วยหยก แต่ใช้แก้วผลึกน้ำใสแจ๋ว
ข้างล่างเป็นลำธารไหลริน มีปลาคาร์ปสีทองแดงตัวอ้วนพีว่ายไปมา บัวสาหร่ายสลับซับซ้อน เขียวขจีดั่งภาพวาด ประตูหน้าต่างยังแขวนม่านลูกปัดไม้ไผ่เขียว งดงามราวกับวังบาดาล
ตู้ซิงเหอเดินไปที่เคาน์เตอร์ ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงต้อนรับก็ถามยิ้มแย้ม "สหายเต๋ามีความต้องการใดหรือ?"
"ออกมาจากแดนลับระดับอิ๋ง อยากขายของนิดหน่อย"
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่เป็นพนักงานต้อนรับของสมาคมการค้าอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย นางมองออกว่าลูกค้าท่านนี้เพิ่งสร้างรากฐานได้ไม่นาน กลิ่นอายบนตัวยังไม่เข้มข้น คงไม่มีของดีอะไรหรอก แต่ด้วยจรรยาบรรณ นางยังคงยิ้มแย้มเป็นกันเองกับตู้ซิงเหออย่างเท่าเทียม "เชิญนำออกมาได้เลย ถ้าเป็นวัตถุดิบหายากที่ระบุไม่ได้ ทางข้าจะเชิญหัวหน้ามาตรวจสอบอีกรอบ นอกจากนี้ถ้าวัสดุชิ้นเดียวราคาเกินสิบหินวิญญาณระดับกลาง ต้องรอสักครู่"
ตู้ซิงเหอวางเป้ลงบนโต๊ะ ยังมีถุงเก็บของระดับต่ำอีกใบ
นางเทของในเป้ออกมาจนหมด ที่แพงที่สุดคือซากหมาป่าเงาสองในสามส่วน ตอนนั้นกิเลนชิมรสชาติแล้วไม่ถูกปาก เลยเหลือซากไว้ให้นางครึ่งค่อนตัว หนังหมาป่าถูกกางออก กลิ่นอายดุร้ายระดับผูกตานยังหลงเหลืออยู่ พนักงานต้อนรับถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
พนักงานต้อนรับคิดไม่ตก ว่ากระบี่ในมือตู้ซิงเหอ สร้างบาดแผลเหวอะหวะเหมือนถูกกัดแทะให้หมาป่าเงาได้อย่างไร
"หมาป่าเงาตัวใหญ่ขนาดนี้ สหายเต๋าคงลงแรงไปไม่น้อยกว่าจะฆ่ามันได้สินะ?"
พนักงานต้อนรับอุทาน
หมาป่าเงาเป็นสัตว์เทพในแดนลับระดับอิ๋งที่ได้ฉายาว่า "นักฆ่ามือใหม่" มันสามารถแฝงตัวในเงา เชี่ยวชาญการซ่อนเร้นกลิ่นอาย มักทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรหน้าใหม่ที่สัญชาตญาณการต่อสู้ยังยึดติดกับการดวลซึ่งหน้าต้องพลาดท่า เพราะเดรัจฉานมันไม่คุยเรื่องศักดิ์ศรีหรือความยุติธรรมกับผู้บำเพ็ญเพียรหรอก!
คนที่จัดการมันได้สบายๆ ปกติจะเกินระดับผูกตาน เข้าแดนลับระดับอิ๋งไม่ได้แล้ว
แต่จริงๆ วิธีหลบเลี่ยงมันก็ง่ายมาก แค่คาถาแสงสว่างบทเดียวก็พอ
ตู้ซิงเหอ: "ใช่ เลือดสาดน่าดูเลยล่ะ"
หนิงหลินกัดเข้าเส้นเลือดใหญ่หมาป่าเงาทีเดียว เลือดพุ่งใส่นางเต็มหน้า
นอกจากนี้ที่เทออกมา ยังมีซากสัตว์เทพชั้นลึกในแดนลับระดับอิ๋งอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งแต่ละตัวไม่ใช่สิ่งที่ระดับสร้างรากฐานขั้นต้นจะจัดการได้ง่ายๆ...
พนักงานต้อนรับยิ่งดูยิ่งใจสั่น
เกรงว่าแดนลับระดับอิ๋งแห่งนั้นจะถูกผู้บำเพ็ญเพียรหญิงตรงหน้าล้างบางมาแล้ว!
นางไม่กล้าดูแคลนตู้ซิงเหออีก ตาเป็นประกายมองซากสัตว์เทพเหล่านั้น หยิบอุปกรณ์วิเศษออกจากลิ้นชัก ปล่อยแสงสีแดงสแกนพวกมัน "น่าเสียดาย ถ้าสภาพสมบูรณ์กว่านี้ ราคาจะสูงกว่านี้อีก"
ตู้ซิงเหอก็จนปัญญา
ก็ลูกนางมีสองหัว เย่ฉีกินก่อน หนิงหลินก็ต้องชิมบ้าง กัดสองทีก็แหว่งแล้ว
พนักงานต้อนรับ: "ยังมีอย่างอื่นอีกไหม?"
ตู้ซิงเหอเทของในถุงเก็บของระดับต่ำออกมาจนหมด
ชั่วพริบตาเดียว หน้าเคาน์เตอร์ก็ปรากฏภูเขาลูกย่อมๆ ที่เกิดจากกองวัตถุดิบ
"นี่......"
พนักงานต้อนรับอ้าปากค้าง
สำหรับตู้ซิงเหอที่มี [ส่องรอยจักรพรรดิ] นำทางในถ้ำหินปูน สมบัติล้ำค่ากองเต็มพื้นให้นางหยิบฉวยตามใจชอบ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรปกติมันคนละเรื่องกันเลย! จะบอกว่าก้าวย่างสะเทือนขวัญ อกสั่นขวัญแขวนก็ไม่เกินจริง
เห็นภาพนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นในโถงก็ตกใจ
พนักงานต้อนรับอยากจะถามเหลือเกิน...
นี่ท่านไปเหมาของในแดนลับมาขายเหรอ???
"ดูเหมือนเยอะ นั่นเพราะข้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ไม่ต้องแบ่งใคร ได้มาเท่าไหร่ก็เป็นของข้าหมด"
ตู้ซิงเหอพูดปลอบใจ
"ท่านเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ?"
พนักงานต้อนรับยิ่งตกใจหนัก
ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่ไร้สำนักพึ่งพิง ในสายตาผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป คือพวกน่าสงสารที่พรสวรรค์ไม่ถึง
แล้วบ้านไหนมันจะบ้าทิ้งอัจฉริยะที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบแต่ล้างบางแดนลับได้แบบนี้? ปัญญาอ่อนรึเปล่า?
ผู้บำเพ็ญเพียรที่กำลังซื้อขายอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหว เบียดเข้ามาพูดว่า "สหายเต๋า ข้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสำนักหลีจู๋ ทำไมท่านไม่หาสำนักอยู่? ด้วยพรสวรรค์ของท่าน อย่างต่ำก็ได้เป็นศิษย์สายใน"
"พูดไปมันยาว"
ตู้ซิงเหอยิ้มบางๆ
เห็นดังนั้น เขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ "งั้นข้าก็ไม่ซักไซ้แล้ว! แต่อีกหกวันจะเป็นวันรับศิษย์สายนอกของสำนักเรา ถ้าสหายเต๋าสนใจ ก็ลองขึ้นไปดูบนเขาจิ่วจู๋ได้ ไม่ไกลหรอก ออกจากอำเภอไปทางตะวันตกเฉียงใต้สามร้อยลี้"
"เช่นนั้นข้าขอขอบคุณสหายเต๋า"
ตู้ซิงเหอประสานมือ
พนักงานต้อนรับใช้เวลาพักใหญ่ กว่าจะนับรายการของที่นางจะขายเสร็จ
สุดท้าย ให้ราคาสูงถึงเจ็ดสิบหินวิญญาณระดับกลาง กับหกสิบหินวิญญาณระดับต่ำ เศษที่เหลือปัดเป็นค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมไม่ใช่น้อยๆ แต่ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ก็ไม่มีเวลาไปเดินเร่ขายทีละร้าน สิ่งที่ประหยัดได้คือเวลาฝึกฝนอันมีค่า "สหายเต๋าจะจ่ายสิบหินวิญญาณระดับต่ำแลกบัตรฝากผลึกไหม? จะได้ไม่ต้องหิ้วหินวิญญาณไปไหนมาไหน ใช้บัตรรูดซื้อขายได้เลย"
พนักงานต้อนรับขายของ
ตู้ซิงเหอเข้าใจทันที นี่มันบัตรเดบิตชัดๆ!
แต่สมบัติของนางมีแค่นั้น ไม่จำเป็นจริงๆ นางเลยปฏิเสธการขายของพนักงานสมาคมการค้า "แถวนี้มีถ้ำเช่าไหม?"
ที่สะดวกที่สุดต้องเป็นถ้ำมิติพกพา วางปุ๊บเข้าไปฝึกได้ปั๊บ
ข้อเสียอย่างเดียวคือแพง
ตู้ซิงเหอซื้อไม่ไหว ของสำนักอื่นนางก็เข้าไม่ได้ ได้แต่ลองดูว่ามีให้เช่าไหม
จะให้ไปเข้าฌานในโรงเตี๊ยมคนธรรมดาก็อันตรายเกินไป
"สหายเต๋าถามได้ถูกจังหวะ สมาคมการค้ามีถ้ำให้เช่าพอดี" พนักงานต้อนรับขยับความคิด ม่านน้ำก็ปรากฏขึ้นระหว่างทั้งสอง สามารถดูถ้ำภายใต้ชื่อสมาคมการค้าในละแวกใกล้เคียงได้ แค่กวาดตามอง อันที่ถูกๆ ก็ปาไปร้อยหินวิญญาณระดับกลางต่อปี
วัสดุจากแดนลับระดับอิ๋ง ยังไม่พอให้นางตั้งตัวได้
ตู้ซิงเหอถาม "มีถูกกว่านี้ไหม?"
"ถูกกว่านี้......"
พนักงานต้อนรับเลื่อนลงไปด้วยสีหน้าลำบากใจ
ภาพในม่านน้ำแสดงให้เห็นว่า ถ้ำที่ถูกที่สุด มันคือถ้ำตามธรรมชาติจริงๆ
ตู้ซิงเหอ: "ขอถามหน่อยว่านี่ต่างกับข้าไปหาถ้ำบนเขาฝึกเองตรงไหน?"
"ถ้ำใต้ชื่อสมาคมการค้ามีหลักประกันเรื่องพลังวิญญาณ แถมยังมีเขตแดนปลอดภัย ต่ำกว่าจินตนาบุกเข้าไปไม่ได้ ช่วยกันการรบกวนให้ผู้บำเพ็ญเพียรได้ จินตนาขึ้นไปบุกรุกก็จะกระตุ้นสัญญาณเตือน สมาคมการค้าเราจะส่งผู้บำเพ็ญเพียรออกไป..."
"มาช่วยข้าเหรอ?"
"เรามีบริการฌาปนกิจครบวงจรที่สมบูรณ์แบบมาก"
"......"
ก็ตามราคา จ้างยอดฝีมือระดับจินตนาขึ้นไปมาแก้แค้นให้ผู้เช่าไม่ได้หรอก
หลังจากชั่งน้ำหนักแล้ว ตู้ซิงเหอรู้สึกว่าบริการของสมาคมการค้าไม่คุ้มค่าเอาซะเลย
รปภ.ตอนปิดด่านฝึกวิชาให้กิเลนทำแทนก็ได้
ส่วนนางเอากล้วยไปให้ลิงบนเขาเยอะๆ ลิงก็คงมาเก็บศพนางให้เหมือนกัน
(จบแล้ว)