เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 239 - แกน่ะตายไปแล้ว (2) [30-11-2019]

บทที่ 239 - แกน่ะตายไปแล้ว (2) [30-11-2019]

บทที่ 239 - แกน่ะตายไปแล้ว (2) [30-11-2019]


บทที่ 239 - แกน่ะตายไปแล้ว (2)”

ขนาดสองเมตรกับอีกสามสิบเซ็นติเมตรค่อนข้างจะสั้นเมื่อเทียบกับสมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติคนอื่นๆ ในพริบตาเดียวหอกมังกรแปดหางได้แทงผ่านและตัดหัว หัวใจ ง่ามขา หน้าทอง หาง ขาทั้งสองข้าง แขนทั้งสองข้าง

[ติดคริติคอล!]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้รับบันทึกเอนาร์ด เลเวล 302]

[สกิลบันทึกได้กลายเป็นเลเวล 9 คุณในตอนนี้สามารถที่จะจัดการแบ่งบันทึกที่เกี่ยวกับกองทัพปีศาจวิบัติได้]

การโจมตีครั้งแรกได้เกิดคริติคอลขึ้นมา เขาได้ยกระดับสัมผัสทั้งมดขึ้นจนสูงสุดแล้วใช้หอกไร้วิถึมันก็มีโอกาสที่จะเกิดคริติคอลขึ้นอยู่แล้ว

[สกิลยมทูตได้ถูกเปิดใช้งาน ความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้น 8% หากคุณไม่ได้ฆ่าศัตรูคนอื่นๆอีกภายในสามชั่วโมงสกิลนี้จะถูกหยุดใช้งานโดยอัตโนมัติ]

สกิลยมทูตได้ถูกเปิดใช้งานแล้วและความสามารถของยูอิลฮานก็ได้เพิ่มขึ้นอีก 8% เพราะแบบนี้ ในตอนที่สกิลยมทูตยังเลเวลหนึ่งอยู่ การฆ่าหนึ่งตัวจะเพิ่มพลังเขา 0.1% เท่านั้นเอง แต่ในตอนนี้ที่เขาเชี่ยวชาญแล้วมันได้ต่างไปอย่างเดิมอย่างสิ้นเชิง มันต่างไปจากเดิมทั้งการเพิ่มค่าสถานะและเวลาของมัน

"ดีล่ะ ถ้างั้นก็"

การซ่อนตัวของเขายังไม่ถูกยกเลิกลงและสัญญาเตือนจากฝั่งกองทัพปีศาจวิบัติก็ยังไม่มีขึ้นมา แถมเนื่องจากเขาได้เลือกฆ่าปีศาจที่หลบมาพักอยู่ไกลจากคนอื่นทำให้ไม่มีใครรู้เลย เขาได้หันไปมองรอบๆ

"เสร็จไปหนึ่ง"

สอง สาม สี่ - จำนวนที่เขาฆ่าได้เพิ่มขึ้นไปอย่างราบรื่น เขาได้ฆ่าจะต้องฆ่าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่ให้ถึงเวลาสู้จริงลูกน้องเขาจะได้บาดเจ็บน้อยที่สุด ยูอิลฮานได้โจมตีต่อออกไปเรื่อยๆด้วยพลังทั้งหมดของเขา

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 279 พละกำลังเพิ่มขึ้น 1 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 1 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 2]

ห้า หก เจ็ด แปด ในตอนนี้สกิลยมทูตของเขาได้เพิ่มความสามารถเขาจนถึงขีดสุดที่ 200% แล้ว

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 280 พละกำลังเพิ่มขึ้น 2 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 1 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 1]

ยังไงก็ตามมันยังไม่ได้หมดแค่นี้ ยูอิลฮานได้เล็งจัดการพวกคนที่ไปพักอยู่ไกลจากคนอื่นๆ และเพราะแบบนี้ทำให้เขาไม่ถูกพบตัวได้ง่ายๆ เขาได้ลอบสำเร็จไปจนกระทั่งยี่สิบสี่คน

'ฉันจะทำยังไงดีนะ เพราะอะไรซักอย่างมันกลายเป็นสนุกเฉยเลยแหะ'

เนื่องจากเขาได้ใช้ประกายเพลิง โลหิตมังกร และหอกไร้วิถีในเวลาเดียวกันทั้งหมดทำให้ไม่ว่าเขาจะมีมานามากแค่ไหน หรือมีการฟื้นฟูจากการช่วยของเครื่องประดับยังไง เขาก็ยังคงมีมานาที่จำกัดอยู่ดี

แต่ว่าในทุกๆครั้งที่มานาของเขาใกล้ไปถึงขีดจำกัด เลเวลของเขาก็จะเพิ่มขึ้นทำให้มานาถูกเติมเต็มอีกครั้งดังนั้นเขาจึงไม่ได้หยุดการลอบสังหารเลย! ในตอนนี้เลเวลของเขาใกล้จะไปถึงขีดสุดของคลาส 4 แล้ว ที่นี่เขาได้เพิ่มฆ่าประสบการณ์ขึ้นเหมือนกับในตอนที่อยู่คลาส 2 เลย

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 281 พละกำลังเพิ่มขึ้น 1 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 2 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 1]

ในเมื่อการลอบสังหารนี้กลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขาไปแล้ว ทำให้ยูอิลานได้อารวาดไปทั่วค่ายเพื่อฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่กระจายตัวกันอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การโจมตีของเขาที่ถูกพลังจากสกิลยมทูตรวมไปถึงพรจากนายูนาเพิ่มขึ้นมาทำให้เขามีพลังมากพอที่จะทำลายเมื่อง ทำลายสมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติที่พลั้งเผลอได้โดยที่ไม่มีใครเอาตัวรอดมาจากการโจมตีของเขาได้เลย

เพราะแบบนี้จำนวนศัตรูที่เขาฆ่าไปได้ทะลุสี่สิบตัวไปแล้ว เจ็ดสิบสองตัว และหนึ่งร้อยหกสิบห้าตัว แถมตลอดการฆ่านี้เขาก็ยังไม่ถูกเจอเลยสักนิดเดียว

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 288 พละกำลังเพิ่มขึ้น 1 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 2 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 1]

[สกิลบันทึกได้เพิ่มเลเวล 24 คุณได้สะสมบันทึกที่เกี่ยวข้องกับกองทัพปีศาจวิบัติได้มากพอทำให้เมื่อคุณเผชิญหน้ากับคนของกลุ่มนี้ความสามารถทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 10%]

"เจ้าพวกบ้านี่"

ยูอิลฮานคิดว่านี่มันบ้ามากๆ ไม่ว่าพวกนี้จะไม่ระมัดระวังตัวขนาดไหน แต่การที่สมาชิกกว่าครึ่งของค่ายได้ตายไป แต่คนที่มีชีวิตรอดอยู่ยังไม่รู้ตัวนี่มันไม่ปกติแล้ว

พวกนี้อยู่ในสนามรบนะ แต่พวกมันกลับทำตัวผ่อนคลายโดยไม่ตรวจสอบสมาชิกคนอื่นๆเลย! พวกมันไม่สนใจเลยว่าใครจะทำอะไรหรือตายไป!

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้รับบันทึกเคโลทูกะ เลเวล 313]

"หรือว่าบางทีพวกนี้มันเป็นพวกไร้ประโยชน์ของกองทัพปีศาจวิบัติกันนะ...?"

จากความสำเร็จการลอบสังหารสมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติไปกว่า 200 คนได้ทำให้ยูอิลฮานต้องเริ่มมาตั้งใจคิดแล้ว

แม้ว่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงจะหาได้ยากมากๆจากมุมมองของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ แต่ว่าจากจำนวนโลกนับไม่ถ้วนและเฉลี่ยสมาชิกของกองทัพวิบัติหนึ่งคนต่อหนึ่งโลกนับไม่ถ้วนพวกนั้น 300 คนก็นับเป็นจำนวนที่เล็กน้อยมากพอดู ถ้าหากมันเป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่า 300 คนนี่เป็นแค่เครื่องสังเวยงั้นหรอ? ใช่แล้ว นี่มันเป็นไปได้! เทลากะก็ยังทำตามใจตัวเองเหมือนพวกนี้ไม่มีค่าอะไรเลย แล้วเจ้าพวกนี้ก็ดูเหมือนจะรู้ตัวในการเป็นเครื่องสังเวรแล้วทำตามแผนด้วย

ยูอิลฮานได้ตัวสั่นขึ้นมากับอารยธรรมบ้าๆของฝ่ายสิ่งมีชีวิตชั้นสูง แน่นอนว่านี่มันเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ของเขาเอง

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแค่ไหนสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่าเคารพนับถือแม้เพียงได้ยินชื่อ ดังนั้นจึงไม่มีใครที่ทำเหมือนกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงไร้ประโยชน์เลย ที่ทั้งหมดเป็นแบบนี้ก็เพราะยูอิลฮาน เขาเป็นตัวตนที่มองข้ามบาเรีย การป้อมกัน การมองเห็น และเวทย์เตือนภัยทั้งหมด!

ถ้าหากว่าเรื่องในวันนี้ถูกฝ่ายต่างๆได้รู้เข้าก็จะไม่มีใครมาเชื่อใจในเวทย์ของพวกเขาอีกแล้ว สำหรับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงแล้วพวกเขามองการเฝ้ายามแบบมนุษย์ เปลื่ยนกะ แล้วผลัดกันไปนอนเป็นเรื่องตลก

ยังไงก็ตามมีสิ่งหนึ่งคือสิ่งสำคัญ นั่นก็คือกองทัพปีศาจแห่งการทำลายยังไม่ได้รู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในตอนนี้เลย

ในอีกแง่หนึ่งนี่ก็คือเครื่องสังเวยสำหรับฝ่ายต่างๆเช่นกัน เครื่องสังเวยที่ใช้เพื่อเป็นเครื่องเตือนถึงอันตรายของยูอิลฮานไปให้กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งสี่ฝ่ายได้รู้

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 292 พละกำลังเพิ่มขึ้น 1 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 1 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 2]

[สกิลบันทึกได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 30 บันทึกที่เกี่ยวข้องกับกองทัพวิบัติได้ฝังลึกไปในวิญญาณของคุณทำให้เมื่อเผชิญหน้ากองสมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติความสามารถทั้งหมดของคุณจะเพิ่มขึ้น 20%]

'แปลกแปะ ฉันได้ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะได้คลาส 4 มาแต่ในตอนนี้ฉันได้มีเลเวลถึง 292 แล้วทั้งๆที่เพิ่งได้รับคลาสมาไม่นาน การเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่คนอื่นว่ายากมันยากตรงไหนกัน? ... นอกไปจากนี้ฉันก็คิดว่าฉันเริ่มรู้สึกได้ถึงแนวคิดของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนิดๆแล้ว'

แม้กระทั่งในตอนที่เขาได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากที่คนอื่นๆต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าจะได้รับมา แต่เขาก็ยังคิดในสิ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตชั้นสูงคนอื่นๆต้องกระอักเลือดออกมา

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้สกิลบันทึกสุดโกงของเขาก็กำลังเปล่งประกายออกมายิ่งกว่าเดิม สกิลนี้ได้เก็บบันทึกข้อมูลพื้นฐานของกองทัพปีศาจวิบัติ และยังไม่ใช่แค่นี้มันยังมีแนวคิดของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่สลักเข้าไปในวิญญาณของเขาทำให้เขาก้าวหน้าไปสู่ระดับต่อไป

สำหรับในเรื่องนี้แล้วยูอิลฮานนับว่าสบายกว่าเมื่อนำไปเทียบกับหัวหน้ากองกำลังต่างๆที่ต้องฝ่าฟันเส้นทางด้วยตัวเอง

พวกเขานั้นได้เดินสู่เส้นทางของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงโดยที่ไม่มีอะไรให้พึ่งพาเลย พวกเขาได้ลองทุกๆอย่างเจอทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดนับไม่ถ้วน ส่วนยูอิลฮานกลับมาดูดบันทึกข้อมูลทั้งหมดของพวกเขาไปเพิ่มพลังตัวเองแบบสบายๆ

แน่นอน 'การดูดซับ' เป็นคำพูดที่ดี แต่ว่าความเป็นจริงแล้วเขาไม่ต่างไปจากหัวขโมยเลยสักนิด

[หืม เพราะอะไรกันนะมันถึงรู้สึกแปลกๆ]

แต่ไม่ว่ายูอิลฮานจะมีพรสวรรค์ในการซ่อนตัวกับการลอบสังหารมากแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะลอบสังหารได้ทั้งคค่ายนี้

หลังจากพวกกองทัพปีศาจวิบัติ 200 กว่าคนได้ตายไปแล้ว ความหนาแน่นของมานาก็ได้ลดต่ำลงไปจนสิ่งมีชีวิตชั้นสูงตระหนักได้โดยไม่ตั้งใจ

[ฉันไม่เห็นเจอเกเลตอร์นมาสักพักแล้วนะ เจ้านั่นกลับไปที่กำแพงแห่งความโกลาหลงั้นหรอ? มีใครรู้อะไรไหม?]

[...ไม่ นี่มันไม่ใช่แล้ว นี่คือการโจมตี การโจมตี!]

[ไม่มีทางน่า มีเวทย์เตือนภัยถูกร่ายเอาไว้แล้วมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรได้... บ้าน่า นี่มันรอยเลือด]

ในที่สุดสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็ได้สลัดความขี้เกลียดออกไป ถึงแม้ว่ามันจะน่าขำมากทีเดียวที่พวกมันจะยังมองไม่เห็นยูอิลฮานเลย แต่ว่าเนื่องจากพวกมันได้มารวมตัวกันทำให้หากยูอิลฮานฆ่าใครสักคนในกลุ่ม เขาก็จะเผยตำแหน่งออกมาทันที

'แต่ว่าด้วยจำนวนแค่นี้ เราก็น่าจะกวาดล้างได้โดยไม่มีปัญหาอะไร เทลาก้าก็ออกไปจากที่นี่แล้ว... เยี่ยมไปเลย เจ้านั่นไม่ได้สนใจที่นี่แล้ว'

เนื่องจากยูอิลฮานได้เริ่มฆ่าคนที่มีเลเวลต่ำที่สุดก่อนทำให้สมาชิกของกองทัพวิบัติที่เหลืออยู่ทั้งหมดต่างก็เป็นพวกแข็งแกร่งที่มีเลเวลสูงกว่า 320 ส่วนคนที่มีเลเวลสูงที่สุดคือ 367 คนที่ยูอิลฮานไม่อาจจะฆ่าได้ใน 'ตอนแรก' ที่มาถึงที่นี่!

เจ้านั่นเป็นยักษ์สูง23 เมตรที่นอนพักสบายๆในเต็นท์แยกอยู่ มันได้ขยับร่างกายใหญ่ยักษ์ของมันมองมาที่คนอื่น

[เป็นเขา]

ยักษ์นี่ได้พูดเสียงดังกังวาลออกมาทั่วทั้งค่าย ดวงตาของมันได้เต็มไปด้วยจิตสังหาร

[สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่มีทั้งพลังและการซ่อนตัว ยูอิลฮาน]

[แต่ว่าเจ้านั่นหนีมาจากโลกได้ยังไง?]

[เรื่องนั่นมันไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญก็คือไม่มีมนุษย์คนอื่นไหนอีกที่ทำให้เราอยู่ในสภาพนี้ได้ และนี่มันก็หาได้ยากมาก พวกเรากำลังถูกจัดการไปทีละคน พวกเราต้องรวม...]

และจากนั้นยูอิลฮานก็เข้าไปโจมตี เจ้ายักษ์นี่ไม่ใช่แค่แข็งแกร่ง แต่มันก็ยังฉลาดมองที่จะมองออกว่าคนที่ทำคือยูอิลฮานอีกด้วย การฆ่ามันก่อนจะได้ทำอะไรจะเป็นการดีที่สุดแล้ว!

[กรร!]

"ฮ่าห์"

ยูอิลฮานได้ดึงพลังของกล้ามเนื้อไปเหนือขีดสุดด้วยพลังของเทวะกำลัง และใช้เพลิงที่เขามีทั้งหมดทำให้ปลายหอกแหลมคมขึ้น

ด้วยฉายาไม่อาจเอื้อมก็ได้เพิ่มความสามารถของเขาขึ้นไปอีก 20% เมื่อได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่มีระดับสูงกว่าเขา แถมยังมีทั้งพรของนายูนา และสกิลยมทูตเพิ่มขึ้นไปอีก สกิลทั้งหมดนี่ได้ถูกรวมพลังทั้งหมดไว้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริ...]

ข้อความแสดงถึงคริติคอลได้โผล่ขึ้นมาเป็นแถว การโจมตีทั้งหมดของเขาจากหอกไร้วิถีได้เกิดคริติคอลขึ้นทุกครั้ง!

ร่างยักษ์ได้ขาดเป็นชิ้นๆจากการโจมตีนี้ของเขา! ไม่ว่าจะมีพลังป้องกันหรือความทนทานมากแค่ไหน แต่จากการถูกแยกเป็นสิบๆส่วนจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะรอดอยู่ การโจมตีของยูอิลฮานในครั้งนี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่ได้ยืนอย่างปลิดภัยอีกแล้ว ศัตรูที่เขามั่นใจว่ามันตายไปแล้วจูๆก็ยื่นมือมาจับเขากลางอากาศ

[อ๊าา ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกจะโจมตีฉัน]

"อะไรกัน!? อั๊ก!"

ปากของยักษ์ที่ควรจะฉีกเป็นชิ้นๆได้กลับมาคืนสภาพเดิมราวกับถูกย้อนเวลา จากนั้นมันก็ได้ยิ้มออกมาราวกับว่าจะเป็นการเยาะเย้ย แม้แต่ยูอิลฮานก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกใจกับภาพๆนี้

ระหว่างยูอิลฮานกำลังตกใจ ยักษ์นี่ก็ได้ฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์แล้ว มันได้ใช้มือทั้งสองข้างจับยูอิลฮานเอาไว้ราวกับว่าพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่เวทย์นี่ภาพลวงตา

[แค่เพราะฉันมองไม่เห็นแกมันไม่ได้หมายความว่าทุกๆคนจะต้องตายจากการลอบโจมตีของแก]

"เทคนิค...นี่?"

[แกคงจะไม่ได้รู้ถึงสกิลลับที่สืบทอดกันมาจากสายเลือดของยักษ์ที่ส่งผ่านกันเพียงโลกใบเดียวในโลกนับไม่ถ้วนสินะ ฉันสามารถจะฟื้นฟูร่างกายกลับมาสมบูรณ์แบบได้ด้วย 'จิตวิญญาณวีรชน!' ได้เดือนล่ะครั้ง]

สกิลโกงอะไรกันเนี้ย! ยูอิลฮานอยากจะพูดออกไป ยังไงก็ตามเนื่องจากเขาเองก็มีสกิลโกงจำนวนมากเช่นกัน เขาก็เลยไม่อาจจะพูดอะไรได้! ชิ มันแย่มากที่เขาเผลอลดการป้องกันต่อสิ่งมีชีวิตชั้นสูง

[แน่นอนว่าถ้าเป็นการโจมตีที่เหนือกว่าระดับการป้องกันสกิลนี้จะใช้ไม่ได้ แต่โชคดีที่ดูเหมือนระดับของแกจะต่ำกว่าฉัน เป็นยังไงบ้างล่ะ? หลังจากได้สังหารหมู่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงแบบนั้นรู้สึกถึงกำแพงระหว่างเราแล้วสินะ! ใช่แล้ว เราคำนวนไปแล้วว่าคนแบบแกน่ะเป็นพวก หยิ่งยโส!]

นี่มันคือความจริง แม้ว่ายูอิลฮานในตอนนี้จะสามารถรู้ถึงทุกๆอย่างเกี่ยวกับศัตรูที่เขาเคยเจอมาครั้งหนึ่งได้จากสกิลบันทึก แต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะเข้าใจในเผ่าพันธ์ที่เกิดมามีความพิเศษได้ในทันที และเผ่าพันธ์นี้ก็ไม่ได้มาจากกองทัพปีศาจวิบัติเองด้วย

ยังไงก็ตามต่อให้เป็นแบบนี้ นี่มันไม่โกงไปหน่อยหรอที่กลับมาเป็นปกติได้หลังจากถูกการโจมตีที่น่าจะฆ่ามันได้น่ะ

[ทุกๆคนระวังเจ้านี่ไว้ ฉันได้ยินมาว่ามันซ่อนตัวจากต่อหน้าสายตาทุกคนได้]

[ถึงนายไม่พูดฉันก็ไม่คิดจะปล่อยมันไปอยู่แล้ว]

[เจ้ามนุษย์ตัวจิ๋วนี่มันฆ่าพวกเรากว่าครึ่งไปงั้นหรอ? เจ้านี่ชั่งเหมาะสมกับสมาชิกของกองทัพปีศาจวิบัติจริงๆ แต่ว่านะ...]

[มันฆ่าพวกของเรา เราจะให้มันได้รับรู้ถึงความกลัวและสยองขวัญจากความตาย]

สมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติทั้งหมดที่รอดอยู่ได้มองมาที่ยูอิลฮาน ตัวเขาในตอนนี้อยู่ท่ามกลางกองทัพศัตรูโดยไร้การป้องกันแล้ว หลังจากได้ยินคำพูดของยักษ์นี่ เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาของสมาชิกทั้งหมดจ้องมาที่เขา...

...และเขาขำออกมา

"โอ้ นี่มันเป็นสกิลเฉพาะตัวสินะ? ฉันอยากเอาสกิลนี้มาใส่อาร์ติแฟคจริงๆเลย"

ในตอนที่เขาพูดแบบนี้ออกมา ร่างของยูอิลฮานก็ได้ละลายไปในอากาศ สิ่งที่มีเหลืออยู่ก็มีแค่เงาดำเพียงเท่านั้น และเงานี่ก็หายไปในไม่ช้า

[อั๊ก]

ในเวลาเดียวกัน เส้นนับสิบก็ปรากฏขึ้นมาบนร่างกายของยักษ์และแยกออกจากกัน ถึงแม้ว่าสกิลยมทูตของยูอิลฮานจะหายไปจากการที่เขาฆ่าศัตรูในครั้งเดียวไม่ได้ แต่ว่าการซ่อนตัวของเขายังอยู่และลอบโจมตีสำเร็จ นอกไปจากนี้เนื่องจากศัตรูไม่อาจจะฟื้นฟูบาดแผนได้จากการโจมตีของยูอิลฮานที่อยู่ระดับสูงเกินไปทำให้มันจบลงทั้งแบบนี้

ถัดจากนั้นข้อความที่ยูอิลฮานชอบที่สุดก็ปรากฏขึ้นมา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 293 พละกำลังเพิ่มขึ้น 2 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 1 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 1]

มีคำพูดหนึ่งที่เลียร่าเชื่อมั่นและเป็นคำที่ทำให้ยูอิลฮานมีชีวิตรอดตลอดมา

'มันจะยังไม่จบจนกว่าจะได้รับค่าประสบการณ์'

ยูอิลฮานไม่เคยลืมคำนี้เลย แน่นอนว่าในเวลาแบบนี้ก็เช่นกัน

การซ่อนตัวของยูอิลฮานยังไม่ได้หายไป ศัตรูเห็นได้เพียงแค่ร่างของยักษ์หายเขาไปในช่องเก็บของของยัษ์ แต่พวกมันก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน ริมฝีปากของยูอิลฮานได้โค้งขึ้นมาเป็นรอยยิ้ม

จากนั้นต่อจากนี้เทศกาลก็ยังไม่ได้จบลง ทุกๆคนจะต้องเต้นไปตามการนำของยูอิลฮาน!

จบบทที่ บทที่ 239 - แกน่ะตายไปแล้ว (2) [30-11-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว