เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: แผนขายเกี๊ยวนึ่งของเฮ่ายวี่

บทที่ 26: แผนขายเกี๊ยวนึ่งของเฮ่ายวี่

บทที่ 26: แผนขายเกี๊ยวนึ่งของเฮ่ายวี่


บทที่ 26: แผนขายเกี๊ยวนึ่งของเฮ่ายวี่

จ้าวต้าซานรออยู่นาน เมื่อเห็นภรรยาเงียบไปไม่ยอมพูดจา ทั้งที่เขาอยากรู้เรื่องบ้านใจจะขาด จึงเกาศีรษะแล้วเอ่ยถามขึ้น “เมียจ๋า พูดอะไรหน่อยสิ! สรุปแล้วเรื่องบ้านมันเป็นมายังไงกันแน่?”

นางอู๋ได้สติกลับมา จึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณหลังบ้านให้สามีฟังจนหมดเปลือก

เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวต้าซานก็ทั้งประหลาดใจและดีใจ “ท่านแม่ของเราเก่งกาจจริงๆ รู้อย่างนี้ข้าคงไม่เสียเวลาไปสร้างกระท่อมฟางพวกนั้นหรอก ดูสิ... บ้านหลังใหญ่โตขนาดไหน เกิดมาข้ายังไม่เคยได้อยู่ในบ้านอิฐเขียวมุงกระเบื้องเลยสักครั้ง! จริงสิเมียจ๋า เจ้าเลือกห้องไหนไว้? รีบพาข้าไปดูเร็วเข้า”

“ท่านพี่ เรื่องนั้นไม่เห็นต้องรีบเลย เมื่อวานขายของเป็นอย่างไรบ้าง? ได้กำไรไหม? แล้วส่วนแบ่งล่ะ? ท่านแม่ให้ส่วนแบ่งท่านมาเท่าไหร่?” นางอู๋เกือบจะลืมเรื่องเงินไปเสียสนิท

พอพูดเรื่องค้าขาย ความสนใจของจ้าวต้าซานก็ถูกเบี่ยงเบนไปทันที “เมื่อวานขายดีมาก! ถึงคนจะไม่เยอะ แต่เนื้อย่างเสียบไม้ที่ข้าทำขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เราได้กำไรเพิ่มมาไม่น้อยเลย”

“ท่านแม่ยังบอกอีกว่า ต่อไปให้เน้นขายของย่างกับอาหารจานเย็น แล้วต้องเตรียมพวกอาหารจำพวกแป้งไว้ขายคู่กันด้วย” จ้าวต้าซานเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ดวงตาของนางอู๋เป็นประกายวาววับ แต่นางก็ตวัดสายตาค้อนใส่สามีทันที “ข้าถามท่านว่าเมื่อวานได้เงินมาเท่าไหร่ แล้วเราได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่ ใครถามเรื่องพวกนั้นกัน?”

เมื่อถูกขัดจังหวะความสุข จ้าวต้าซานก็หมดอารมณ์จะเล่าต่อ จึงตอบไปห้วนๆ “ท่านแม่บอกว่าให้เจ้าไปรับส่วนแบ่งเอง ข้าส่งมอบเงินเสร็จก็รีบกลับมาเลย”

พอได้รู้สิ่งที่ต้องการ นางอู๋ก็รอช้าไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที “ท่านพี่ ท่านกลับไปนอนพักก่อนเถอะ ห้องของเราอยู่ติดกับห้องโถงกลาง ท่านคุ้นเคยกับข้าวของในบ้านดี เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เองว่าห้องไหน ข้าจะไปหาท่านแม่ก่อน”

ยังไม่ทันที่จ้าวต้าซานจะตอบรับ ร่างของภรรยาก็หายลับไปแล้ว เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเหนื่อยล้าเต็มที เขาคงเดินสำรวจบ้านใหม่ให้ทั่วแล้ว

จ้าวเอ้อซานวิ่งกระหืดกระหอบสวนกลับมาเจอนางอู๋พอดี นางอู๋เห็นน้องสามีไม่อยู่ที่แผงก็ยิ่งดีใจ รีบทักทายผ่านๆ แล้วเร่งฝีเท้าลงเขาไปหาแม่สามีเพื่อทวงเงิน

จ้าวเอ้อซานไม่ได้สนใจอะไรเขาวิ่งกลับมาถึงหลังบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็คว้าน้ำบ่อขึ้นมาดื่มอึกใหญ่

นางหลี่เห็นสามีกลับมาในสภาพเหงื่อโซก ทั้งที่มือยังเปียกน้ำจากการทำงาน นางก็ลุกขึ้นถามทันที “พ่อรอง ทำไมกลับมาแล้วล่ะ? ไม่ใช่ว่าต้องเตรียมของอยู่ที่ตีนเขาหรือ? กลับมาทำไมตอนนี้?”

จ้าวเอ้อซานหอบหายใจหนัก ปาดเหงื่อแล้วตอบ “เมื่อวานขายดีเกินคาด ของที่เตรียมไว้หมดเกลี้ยง ข้าเลยต้องกลับมาเอาวัตถุดิบไปใช้ก่อน อีกเดี๋ยวเจ้าล้างของเสร็จแล้วก็ส่งตามลงไปนะ บางอย่างต้องเอาไปตุ๋นล่วงหน้า”

ได้ยินเช่นนั้น นางหลี่ก็แปลกใจที่ขายดีขนาดนั้น ทั้งที่นางคิดว่าช่วงกลางคืนคนไม่น่าจะเยอะ วันนี้คงขายดีไม่แพ้กันแน่ นางพยักหน้ารับ “ได้ๆ ไม่ต้องห่วง! ข้าจะดูทางนี้เอง เดี๋ยวล้างพวกเครื่องใน หัววัว หัวหมูเสร็จแล้วจะให้เจ้าสามขนลงไปให้”

“ดีเลย งั้นช่วยหยิบผักกับผลไม้ประหลาดพวกนั้นที่เก็บมาเมื่อวานให้ข้าก่อน ข้าจะเอาแป้งออกจากผลไม้นั่น อีกเดี๋ยวต้องใช้ ท่านแม่บอกว่าวันนี้จะลองทำอาหารจำพวกแป้งขายดู” จ้าวเอ้อซานร่ายรายการของที่ต้องการแล้วรีบไปเตรียมวัตถุดิบ

นางหลี่ช่วยจัดแจงนำมันแข็งและโครงไก่ที่ล้างทำความสะอาดและแบ่งส่วนไว้แล้วใส่ตะกร้า เพื่อให้เขานำลงไปพร้อมกัน

ที่ตีนเขา นางอู๋เดินกึ่งวิ่งมาจนถึงแผงขายของ เห็นแม่สามีกำลังกวาดพื้นอยู่

นางอู๋เดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มประจบ “ท่านแม่... จ้าวต้าซานบอกว่าเมื่อวานขายดีมาก เรื่องส่วนแบ่ง...”

เฮ่ายวี่วางไม้กวาดลง ใบหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องห่วง ยายแก่อย่างข้าคำไหนคำนั้น ไม่โกงเงินส่วนที่ควรเป็นของพวกเจ้าแม้แต่อีแปะเดียว”

“เมื่อวานเราพอมีกำไร นี่คือสมุดบัญชี ข้าคำนวณส่วนแบ่งไว้แล้ว เมื่อวานได้กำไรหกร้อยยี่สิบสี่อีแปะ ส่วนแบ่งของพวกเจ้าคือหกอีแปะ ส่วนเศษยี่สิบสี่อีแปะนี้จะยกยอดไปรวมกับรอบหน้า ข้าไม่เอาเปรียบหรอก เอ้า... รับไป” เฮ่ายวี่จ่ายเงินให้อย่างรวดเร็วราวกับจ่ายค่าจ้าง

นางอู๋รู้สึกว่าแม่สามีช่างยุติธรรมยิ่งนัก แม้ส่วนแบ่งเมื่อวานจะดูไม่มาก แต่ก็นับเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้น ต่อไปต้องทำเงินได้มหาศาลแน่ พอนึกว่าจะได้เงินอีกในวันมะรืน ดวงตาของนางอู๋ก็หยีจนเป็นเส้นตรงด้วยความปีติ “ท่านแม่ ท่านเก่งกาจจริงๆ เจ้าค่ะ มิน่าเขาถึงว่ามีคนแก่ในบ้านเหมือนมีสมบัติล้ำค่า! กิจการของเราต้องรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน”

“ต่อไปท่านแม่มีอะไรจะสั่ง ก็เรียกใช้ข้าได้เลยนะเจ้าคะ ข้าจะขยันทำงานเต็มที่” นี่เป็นครั้งแรกที่นางอู๋รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน อยากให้ถึงเวรของตนเร็วๆ

เฮ่ายวี่พยักหน้ารับส่งๆ “ขยันเข้าไว้ ชีวิตความเป็นอยู่ของเราจะดีขึ้นเอง ข้าไม่ต้องการคนช่วยทางนี้ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ งานที่บ้านยังมีให้ทำอีกเยอะ”

นางอู๋กำเงินแน่นด้วยความดีใจ ขณะกำลังจะหันหลังกลับบ้านอย่างมีความสุข ก็นึกขึ้นได้จึงรีบเอ่ย “ท่านแม่ สะใภ้สามทำกับข้าวเสร็จแล้ว กลับไปพร้อมข้าเลยสิเจ้าคะ! ทานข้าวเสร็จค่อยลงมาก็ได้”

“พวกเจ้ากินกันไปเถอะ เดี๋ยวทางนี้ก็ต้องทำอาหารขายอยู่แล้ว ข้ากินรองท้องที่นี่เอาก็ได้” ตอนนี้ที่บ้านมีครัวและกระทะเหล็กพร้อมสรรพ เมื่อเช้าเฮ่ายวี่จึงสั่งกำชับไปแล้วว่าให้ทำกินกันที่บ้าน ไม่ต้องวิ่งวุ่นส่งข้าวส่งน้ำ นางรู้สึกรำคาญ

เมื่อเห็นแม่สามียืนกรานเช่นนั้นและรู้ว่าที่แผงไม่ขาดแคลนของกิน นางอู๋จึงขอตัวกลับไป

เฮ่ายวี่รออยู่สักพัก จ้าวเอ้อซานและจ้าวซานก็มาถึง เนื่องจากที่นี่ไม่ต้องการคนมากนัก จ้าวซานจึงแค่ช่วยขนของมาส่งแล้วกลับบ้านไป

“ท่านแม่ แป้งจากผลไม้พวกนั้นได้แค่นี้เองขอรับ มีแค่กะละมังเดียว ไม่รู้จะพอทำซาลาเปาไหม เสียดายที่เรามีผลแป้งน้อยไปหน่อย ถ้ามีเยอะกว่านี้คงดี” จ้าวเอ้อซานมองดูแป้งในกะละมังใบใหญ่ ดูเหมือนเยอะ แต่ถ้านำไปทำเส้นบะหมี่หรือซาลาเปา นึ่งแค่สองซึ้งก็คงหมด

เฮ่ายวี่มองสิ่งที่ดูเหมือนแป้งสาลีทั่วไป จนถึงตอนนี้คนยุคปัจจุบันอย่างนางก็ยังนึกไม่ออกว่าจะมีแป้งอยู่ในผลไม้ได้อย่างไร! แถมยังไม่ใช่แป้งสาลีปกติด้วย วันนี้ตอนเข้าไปในตลาดโชคลาภ นางจะต้องลองถามหาข้อมูลดู ถ้าหาทางแลกเปลี่ยนผลไม้พวกนี้มาเพิ่มได้จะดียิ่งขึ้น

ความคิดนั้นแล่นผ่านไปเพียงครู่เดียว เฮ่ายวี่มองปริมาณแป้งที่มีจำกัดแล้วสั่งการ “เจ้าหนูรอง ไปเจียวน้ำมันหมูก่อน วันนี้เราจะทำเกี๊ยวนึ่งลูกโต เดี๋ยวรีดแป้งให้บางหน่อย แล้วยัดไส้ให้เยอะๆ ขายสองชิ้นต่อหนึ่งอีแปะ รับรองว่าขายดีแน่นอน”

“สองชิ้นหนึ่งอีแปะ แถมไส้เนื้อด้วยหรือขอรับ? ท่านแม่... จะไม่ถูกเกินไปหน่อยหรือ?” จ้าวเอ้อซานรู้สึกว่าอย่างน้อยควรขายชิ้นละหนึ่งอีแปะ

เฮ่ายวี่คัดเลือกผักที่จะใช้ออกมาพลางอธิบาย “ชิ้นละหนึ่งอีแปะ? เจ้ากล้าคิดราคาแบบนั้นได้ยังไง ที่นี่มันที่ไหนกัน? กันดารขนาดนี้ วันนึงมีคนผ่านไปมากี่คนกันเชียว ถ้าเราขายถูก คนยังอาจจะซื้อติดไม้ติดมือกลับไป แต่ถ้าขายแพง อย่างมากเขาก็ซื้อชิมแค่นิดเดียว”

จ้าวเอ้อซานฟังเหตุผลของมารดาแล้วก็รู้สึกว่าฟังดูมีเหตุผล แต่ก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ช่วงไม่กี่วันมานี้มีคนผ่านมาไม่น้อยเลยนะ! แต่เขาไม่กล้าเถียงต่อ จึงพยักหน้ารับคำแล้วไปตั้งเตาเจียวน้ำมันหมูตามคำสั่ง

จบบทที่ บทที่ 26: แผนขายเกี๊ยวนึ่งของเฮ่ายวี่

คัดลอกลิงก์แล้ว