- หน้าแรก
- สวนหลังบ้านของฉัน เชื่อมต่อกับตลาดการค้าระดับชาติ
- บทที่ 25: วัตถุดิบหมดเกลี้ยงและสะใภ้ใหญ่ผู้ร้อนใจรอส่วนแบ่ง
บทที่ 25: วัตถุดิบหมดเกลี้ยงและสะใภ้ใหญ่ผู้ร้อนใจรอส่วนแบ่ง
บทที่ 25: วัตถุดิบหมดเกลี้ยงและสะใภ้ใหญ่ผู้ร้อนใจรอส่วนแบ่ง
บทที่ 25: วัตถุดิบหมดเกลี้ยงและสะใภ้ใหญ่ผู้ร้อนใจรอส่วนแบ่ง
ครั้นรุ่งสาง เมื่อเฮ่ายวี่และจ้าวเอ้อซานเดินทางมาถึง ก็พบจ้าวต้าซานนอนหลับสนิทอยู่ที่หน้าทางเข้า รายล้อมไปด้วยเศษขยะเกลื่อนกลาดบนพื้น
"เมื่อวานขายดิบขายดีขนาดนี้เชียวหรือ? ดูท่าคนคงจะเยอะน่าดู" จ้าวเอ้อซานไม่ได้ปลุกพี่ชายคนโต แต่เดินตรงเข้าไปในเพิงพักเพื่อตรวจดูหม้อต้ม เป็นดังคาด ภายในหม้อไม่มีเนื้อสัตว์เหลืออยู่เลย มีเพียงน้ำแกงก้นหม้อเท่านั้น
ดูเหมือนเครื่องในที่เตรียมมาเมื่อวานจะไม่เพียงพอ หากรู้ล่วงหน้านางคงให้ขนมามากกว่านี้ ยังไม่ทันที่จ้าวเอ้อซานจะเอ่ยปาก เฮ่ายวี่ก็ชโงกหน้าเข้าไปดูในเพิงแล้วเดินกลับออกมา
ยิ่งมองเพิงพักนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกขัดใจ อยากจะรีบไปรับร้านค้าที่สั่งทำไว้จากตลาดแห่งโชคชะตาเสียเดี๋ยวนี้
แรกเริ่มนางก็เห็นเป็นเรื่องสนุก แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเบื่อหน่าย สมแล้วที่นางไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานใช้แรงงาน
ด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย เฮ่ายวี่จึงใช้เท้าเขี่ยจ้าวต้าซานเบาๆ "ต้าซาน ฟ้าสว่างแล้ว ตื่นกลับไปนอนที่บ้านเถอะ ตรงนี้พวกเราต้องทำความสะอาด"
จ้าวต้าซานลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นมารดามาถึง เขาก็เกาศรษะแก้เก้อพร้อมยิ้มแหยๆ กล่าวว่า "ท่านแม่ ทำไมมาเช้านักล่ะขอรับ? ลูกค้าเมื่อคืนกินดุกันมาก ช่วงเช้ามืดตอนจะกลับยังจะขอห่อกลับบ้านอีก ข้าแทบไม่ได้นอนทั้งคืน เหนื่อยจนเผลอหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้เก็บกวาดเลย" ว่าแล้วเขาก็รีบลุกขึ้นช่วยเก็บกวาดขยะบนพื้น แม้จะง่วงนอนแทบขาดใจ แต่เขาก็ตั้งใจจะทำความสะอาดให้เสร็จก่อนกลับไปพักผ่อน
ทว่าเฮ่ายวี่กลับห้ามเขาไว้และเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ของตุ๋นรสจัดขนาดนั้นยังขายหมดอีกรึ? คนเดินทางพวกนี้กินเผ็ดเก่งกันจริงๆ! พวกเขากินเปล่าๆ แบบนั้นเลยหรือ? เมื่อวานแม่ยังคิดอยู่เลยว่าเราเปิดร้านโดยไม่พร้อม คงจะประมาทเลินเล่อไปหน่อย อากาศร้อนๆ แบบนี้ ของตุ๋นก็รสจัด แถมไม่มีข้าวหรือแป้งให้กินคู่กันเลย ที่ขายหมดได้คงเพราะราคาถูกและแถวนี้ไม่มีร้านอื่น ต่อไปเราจะทำแต่รสเผ็ดไม่ได้แล้ว ต้องทำหลายๆ รสชาติ"
เฮ่ายวี่คิดวางแผนไว้แล้วว่าจะซื้ออะไรบ้าง อย่างน้อยต้องมีอาหารจำพวกแป้ง และจะทำแต่อาหารรสเผ็ดไม่ได้ หากมีลูกค้าไม่กินเผ็ด พวกเขาคงเสียโอกาสการค้าไปเปล่าๆ
พอได้ยินมารดาพูดเช่นนี้ จ้าวต้าซานก็นึกถึงเรื่องเสียบไม้ย่างขึ้นมาได้ จึงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้นางฟัง รวมถึงวิธีการย่างของเขาด้วย
เมื่อได้ยินเรื่องของย่างเสียบไม้ ดวงตาของเฮ่ายวี่ก็เป็นประกาย นางลืมไปได้อย่างไรกัน? ฤดูร้อนมันต้องคู่กับของย่างและสุราเย็นๆ สิ! ถึงไม่มีสุรา แต่มีของย่างก็ยังดี ในหัวของนางตอนนี้เต็มไปด้วยสูตรหมักของย่างสารพัด
ยิ่งคิดถึงของย่างหอมๆ เฮ่ายวี่ก็น้ำลายสอ นางกล่าวอย่างตื่นเต้น "ความคิดเข้าท่า! ต่อไปเราจะลดปริมาณของตุ๋นลง แล้วเพิ่มของย่างกับอาหารจานเย็นให้มากขึ้น มีต้มถั่วเขียวหวานๆ อีกสักหน่อย รับรองว่าเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย!"
เฮ่ายวี่เห็นดวงตาแดงก่ำของบุตรชายคนโตแล้วกลัวว่าเขาจะเป็นลมล้มพับไปจริงๆ จึงรีบไล่ "เอาล่ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ส่งเงินมาให้แม่แล้วรีบกลับไปนอนซะ! เดี๋ยวแม่คำนวณส่วนแบ่งแล้วจะเอาไปให้เมียเจ้าเอง"
จ้าวต้าซานควานหาถุงเงินในอกเสื้ออย่างงัวเงียส่งให้มารดา เขาเหนื่อยจนไม่อยากพูดอะไรอีก ได้แต่หันหลังเดินโซซัดโซเซกลับบ้านไป
เฮ่ายวี่รับถุงเงินมาก็พบว่ามันหนักอึ้ง นางรู้สึกประหลาดใจมาก ดูท่าเมื่อวานคงขายของย่างเสียบไม้ได้ไม่น้อยทีเดียว
ไหนๆ ก็ไม่ต้องทำความสะอาดเองแล้ว เฮ่ายวี่จึงเริ่มนับเงิน นางหักเงินทอนที่เตรียมไว้ห้าร้อยอีแปะออกก่อน แล้วจึงเริ่มนับกำไรที่ได้
ทั้งหมดล้วนเป็นเหรียญอีแปะ เฮ่ายวี่จัดเรียงเป็นกอง กองละสิบเหรียญ แม้แต่จ้าวเอ้อซานยังอดไม่ได้ที่จะแอบชะเง้อมองด้วยความอยากรู้ว่าเมื่อคืนได้กำไรเท่าไหร่
ยิ่งนับ ดวงตาของเฮ่ายวี่ก็ยิ่งเบิกกว้าง ใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี เมื่อนับเหรียญทั้งหมดครบ นางถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อวานพวกนางคิดว่าคนจะไม่เยอะ จึงส่งปอดวัวไปเพียงเล็กน้อย แม้ดูเหมือนเยอะ แต่พอล้างและต้มแล้วก็เหลือไม่เท่าไหร่
ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อคืนพวกเขากวาดเงินไปได้ถึงหกร้อยยี่สิบสี่อีแปะ
นี่มันมากกว่าการขายพะโล้ตุ๋นเพียงอย่างเดียวเสียอีก ทั้งที่พะโล้ของพวกนางขายถูกแสนถูก! ส่วนของย่างเสียบไม้นั้น ตามที่จ้าวต้าซานบอกก็ขายเพียงสองไม้หนึ่งอีแปะเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ของย่างไม่ได้มีแค่ปอดวัว แต่ยังมีมันฝรั่งและพริกหยวกอีกด้วย
จ้าวเอ้อซานตาโต รีบถามเสียงตะกุกตะกัก "ท่านแม่... ของย่าง... ของย่างมันทำเงินได้ขนาดนี้เลยหรือขอรับ?" ไม่แปลกที่เขาจะตกใจ เมื่อวานช่วงกลางวันพี่ใหญ่ขายได้ถึงสองตำลึงเงินก็จริง แต่เป็นเพราะคนเยอะและกินจุ หากเฉลี่ยต่อคนแล้วถือว่าไม่มาก อาหารที่เตรียมไปเมื่อวานขายหมดเกลี้ยง แม้แต่หัวหมูก็ไม่เหลือ การที่คนจำนวนมากกินอิ่มแถมห่อกลับบ้านได้ด้วยเงินสองตำลึง หากไปในตัวอำเภอ แค่แป้งแผ่นเดียวกับน้ำแกงหนึ่งถ้วยก็ราคาแพงกว่านี้โขแล้ว
เฮ่ายวี่เก็บเงิน พลางตบไหล่จ้าวเอ้อซานเบาๆ "ใช่แล้ว ดูท่าเราต้องเน้นขายของย่างกับยำจานเย็นเสียแล้ว อาหารจำพวกแป้งก็ขาดไม่ได้ เมื่อวานเราเก็บผักกับแป้งมาเยอะไม่ใช่รึ? เดี๋ยวขนมาให้หมด เราจะทำบะหมี่ หมั่นโถว และซาลาเปากัน"
จ้าวเอ้อซานคิดว่าหากวันนี้ขายดี ถึงเวรเขาบ้างก็คงกอบโกยเงินได้ไม่น้อย เขาจึงพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับมารดา "ท่านแม่พูดถูก ข้าเก็บกวาดตรงนี้เสร็จพอดี วัตถุดิบก็หมดแล้ว เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไปขนของมาเพิ่มนะขอรับ" ว่าจบเขาก็วิ่งแจ้นออกไปทันที
เฮ่ายวี่จึงลงมือจัดการงานที่เหลือ นางเก็บของบนโต๊ะหิน เช็ดทำความสะอาด จัดวางให้เป็นระเบียบ ก่อนจะนำชามและตะเกียบไปล้าง
ตัดกลับมาที่บ้าน จ้าวต้าซานยืนมองบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าที่ก่อด้วยอิฐเขียวมุงกระเบื้องอย่างตะลึงงัน เขาคิดว่าตัวเองคงเพี้ยนไปแล้วเพราะอดนอน เมื่อวานยังไม่มีบ้านหรูหราขนาดนี้เลย หรือเขายังไม่ตื่นกันแน่?
นางอู๋ตื่นแต่เช้าตรู่ รอคอยสามีให้นำเงินกลับมา แม้เมื่อวานแม่สามีจะดุไปบ้าง แต่ก็รับปากว่าจะให้ส่วนแบ่ง นางจึงเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อมาทั้งคืน
รอก็แล้วรอก็เล่า จนไม่มีกะจิตกะใจจะล้างเครื่องใน ด้วยความกระวนกระวายใจ นางจึงวางมือแล้วเดินออกจากลานหลังบ้าน พอเปิดประตูรั้วหน้าบ้านออกไปมอง...
นางก็ทั้งขำทั้งโมโห สามีของนางนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าทางเข้า จ้องมองประตูรั้วตาไม่กระพริบเหมือนคนสติหลุด
นางอู๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้าบิดหูเขาทันที "กลับมาแล้วทำไมไม่เข้าบ้าน? มานั่งทำบื้ออะไรอยู่ตรงนี้? ปล่อยให้ข้ารอตั้งนาน นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเสียอีก!"
"โอ๊ย เจ็บๆๆ! เมียจ๋า ปล่อยก่อน ข้าไม่ได้นอนทั้งคืน ท่านแม่เลยให้กลับมาพัก พอมาถึงก็เจอบ้านหลังเบ้อเริ่มเทึ่ม นึกว่าฝันไป! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ข้าไปแค่คืนเดียว! ทำไมจู่ๆ ถึงมีบ้านอิฐหลังใหญ่อย่างนี้โผล่มาได้? เป็นใครก็ต้องงงทั้งนั้นแหละ" จ้าวต้าซานร้องโอดโอยขอความเมตตาพลางซักถาม
นางอู๋ยอมปล่อยมือแล้วมองบ้านด้วยความภาคภูมิใจและพึงพอใจอย่างที่สุด เมื่อคืนมืดเกินไปจึงเห็นไม่ชัด แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าโอ่อ่าสมฐานะ สิ่งที่นางชอบที่สุดคือลำธารที่ถูกจัดสรรให้อยู่ในลานหลังบ้านอย่างลงตัว
แต่ก่อนลำธารสายนี้เพียงแค่ไหลผ่านหลังบ้าน แต่ใครจะรู้ว่าพอบ้านหลังใหม่ตั้งขึ้น ลำธารกลับถูกล้อมเข้ามาอยู่ในเขตบ้าน แถมยังมีบ่อน้ำเพิ่มขึ้นมาอีกบ่อ นางได้ยินแม่สามีบอกว่าบ่อน้ำนี้มาพร้อมกับตัวบ้าน เช่นเดียวกับเครื่องเรือนในห้อง
ทุกอย่างถูกออกแบบมาเสร็จสรรพ เมื่อคืนแม่สามีไม่ได้บอกใครเรื่องสั่งทำร้านค้า เพิ่งจะมาบอกเมื่อเช้านี้เอง
นางไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากแยกบ้านแล้ว ชีวิตความเป็นอยู่จะดีเลิศประเสริฐศรีจนไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง อย่างไรก็ตาม กระดาษย่อมไม่อาจห่อไฟ หากคนทางบ้านเดิมรู้เรื่องเข้า นางไม่รู้ว่าแม่สามีจะรับมือไหวหรือไม่
พอนึกถึงครอบครัวใหญ่ทางบ้านเดิม คิ้วของนางอู๋ก็ขมวดมุ่น
จ้าวต้าซานมองสีหน้าของภรรยาที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาด้วยความงุนงง หรือว่าคำถามเมื่อกี้ของเขาจะตอบยากเกินไป?