- หน้าแรก
- สวนหลังบ้านของฉัน เชื่อมต่อกับตลาดการค้าระดับชาติ
- บทที่ 16: เจียวมันและขายกากหมู
บทที่ 16: เจียวมันและขายกากหมู
บทที่ 16: เจียวมันและขายกากหมู
บทที่ 16: เจียวมันและขายกากหมู
สะใภ้อู๋เห็นว่าแม้แต่แม่สามียังลงไปที่ตีนเขาแล้ว นางก็รู้ทันทีว่าแม่สามีกำลังจะไปเจียวมันหมู นางจึงรีบพูดขึ้นว่า "เจ้าใหญ่ ล้างหัวหมูต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ จัดการพวกเศษมันก่อนเถอะ ท่านแม่ลงไปเจียวมันที่ตีนเขาแล้ว ตอนที่กระทะยังร้อนๆ อยู่ เอาไปเจียวรวมกันเลยจะได้ไม่เสียเวลา"
จ้าวต้าซานส่งเสียงตอบรับในลำคอ
เมื่อมองดูกองมันแข็งสีขาว จ้าวต้าซานก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง "ดีนะที่ข้าไม่คว้าเครื่องในมั่วซั่ว เล็งแต่พวกมันแข็ง ดูท่าข้าจะเลือกถูกแล้ว ต่อไปพวกเราต้องเลือกของที่จะเก็บหน่อย ไม่งั้นเสียแรงเปล่า" เขาพูดพลางล้างไขมันเหล่านั้น นี่คือเนื้อที่สามารถเจียวเป็นน้ำมันได้ เป็นของดีที่แค่มองก็น่าชื่นใจ
จ้าวซานที่นั่งอยู่บนโขดหินพูดแทรกขึ้นมาว่า "พี่ใหญ่ ตลาดนั่นใหญ่มากนะ พวกเราไปกันตั้งหลายคนแต่ยึดที่ได้แค่มุมเล็กๆ คราวหน้าข้าอยากได้แผงลึกเข้าไปกว่านี้อีก เผื่อจะเจอของดีกว่านี้ วันนี้ข้าทิ้งกระสอบไว้ทั้งใบเพราะขนกลับไม่ทัน น่าเสียดายชะมัด ถ้าเรามีเวลามากกว่านี้หน่อยนะ"
"อย่าโลภมาก แล้วก็อย่าเดินไปไกลนัก ใครจะรู้ว่ามีอันตรายอะไรรออยู่ อีกอย่างข้าสังเกตว่าพวกเจ้าของแผงเขาวางสินค้าประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน โซนแผงเนื้อที่เราเจอวันนี้น่ะเหมาะที่สุดแล้ว" จ้าวต้าซานคำนวณดูแล้วว่าจุดที่พวกเขาไปนั้นเป็นตัวเลือกที่ฉลาดทีเดียว
กลุ่มคนต่างวุ่นวายอยู่กับงาน แต่ปากก็ยังคุยกันเรื่องตลาดต่างโลกไม่หยุด
แม้แต่สะใภ้เหลียนกับสะใภ้หลี่ก็ยังแลกเปลี่ยนเรื่องราวของที่พวกนางคุ้ยได้จากกองขยะ หรือของแปลกๆ ที่เห็นแต่ไม่กล้าเก็บกลับมาเพราะเรียกชื่อไม่ถูก
หาวอวิ๋นรีบเดินไปที่ตีนเขา เมื่อจ้าวเอ้อซานที่อยู่ในเพิงพักเห็นกระทะในมือมารดา ดวงตาเขาก็ลุกวาวทันที
กระทะเหล็กแท้ๆ ใบหนึ่งราคามหาศาล จ้าวเอ้อซานเข้าใจว่ามารดาคงซื้อมาจากในเมืองเมื่อวันก่อน จึงรีบเข้าไปรับกระทะเหล็กใบใหญ่จากมือท่านแม่ด้วยความกระตือรือร้น
"ท่านแม่ ไปเอาเงินจากไหนมาซื้อกระทะขอรับ? ของมีตำหนิเหรอ? ทำไมมันกลมแค่ครึ่งเดียว?" ของสิ่งนี้ใหญ่พอตัว แต่รูปร่างมันประหลาด ไม่เหมือนกระทะใบไหนที่เขาเคยเห็นมาก่อน
หาวอวิ๋นวางตะกร้าลง นางยุ่งเกินกว่าจะอธิบายยืดยาว "มันไม่ใช่กระทะหรอก เป็นเปลือกผลไม้ที่แม่เก็บมาจากตลาดต่างโลก บังเอิญรูปร่างมันเหมือนกระทะก็เท่านั้น"
จ้าวเอ้อซานลองเคาะกระทะเหล็กครึ่งวงกลมใบนั้น เขายังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เสียงที่ดังแก๊งออกมามันเป็นเสียงเหล็กชัดๆ เขาทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆ ว่านี่เคยเป็นผลไม้มาก่อน
มารดาของเขาไม่อธิบายอะไรเพิ่ม "ช่างเถอะน่าว่าเป็นอะไร ถ้าใช้ได้ก็พอ ล้างมันซะ ก่อไฟ แล้วเอามันในตะกร้านี้ไปเจียว เราจะขายกากหมู"
ความสงสัยของจ้าวเอ้อซานต้องเก็บพับไว้ก่อน เพราะคำว่า "เจียว" ทำให้เขารีบลงมือทำงานทันที
กระทะเหล็กใบใหญ่ไม่ได้สกปรกอะไร ล้างน้ำผ่านๆ เขาก็วางมันลงบนเตาที่ปกติตั้งหม้อดินเผา แล้วจุดไฟ
พอกระทะแห้ง เขาก็เทมันแข็งครึ่งตะกร้าลงไป ปล่อยให้มันละลายด้วยไฟอ่อนๆ โชคดีที่กระทะใบนี้ใหญ่พอ
ไม่นาน ก้อนไขมันสีขาวก็ส่งเสียงฉ่าและเริ่มละลาย ปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกนาที
ชั่วอึดใจ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของน้ำมันหมูร้อนๆ ก็ตลบอบอวลไปทั่วเพิงพัก
หาวอวิ๋นเห็นกากหมูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว หากปล่อยไว้นานกว่านี้คงไม่มีอะไรเหลือให้ขาย
"เจ้าสอง พอได้แล้ว ตักกากหมูใส่กะละมัง" นางเองก็หันไปปรับตาชั่งขนาดเล็กของครอบครัวเพื่อใช้ชั่งขายหน้างาน
"ท่านแม่ กากหมูยังมีน้ำมันอยู่เยอะเลยนะขอรับ ไม่รีบตักไปหน่อยหรือ?" จ้าวเอ้อซานเสียดาย แม้จะสุกทั่วและชุ่มฉ่ำ แต่เขารู้ว่ายังเค้นน้ำมันออกมาได้อีก เขาไม่เข้าใจความคิดของมารดาเลย
นางคร้านจะอธิบาย "ทำตามที่บอกเถอะ แม่บอกแล้วไงว่ากากหมูนี่ไว้ขาย ถ้าเจ้าเคี่ยวจนแห้งแก๋งแล้วจะเอาอะไรไปขายล่ะ?"
จ้าวเอ้อซานถึงนึกคำพูดแรกของนางขึ้นมาได้ แม้จะยังรู้สึกว่าไม่คุ้มทุน แต่เขาก็เงียบปาก ตักชิ้นส่วนสีทองอร่ามลงในกะละมัง แล้วเทน้ำมันส่วนที่เหลือใส่กลับลงไปในกระทะ
หาวอวิ๋นหยิบกากหมูชิ้นหนึ่งเข้าปากเคี้ยว แล้วกวักมือเรียกพวกเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่ "เถียนโซ่ว เอาชามนี้พาน้องๆ กลับบ้านนะ บอกพ่อเจ้าให้เอาตะกร้าเครื่องในที่ล้างแล้วลงมาด้วย กากหมูยังร้อนอยู่ ระวังลวกปากล่ะ" นางตักกากหมูให้จนพูนชาม
พอได้ยินว่าจะได้กินกากหมู เด็กๆ ก็กรูกันเข้ามา น้ำลายสอเต็มปาก
ในฐานะพี่ใหญ่ เถียนโซ่วพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ประคองชามแล้วเดินนำน้องๆ กลับบ้าน
แน่นอนว่าพวกเขาเคี้ยวตุ้ยๆ ไปตลอดทาง เถียนโซ่วแบ่งปันให้น้องๆ อย่างทั่วถึง ไม่ได้เก็บไว้กินคนเดียว
ชิวโซ่วละเลียดกินทีละคำ แทบไม่อยากเชื่อว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ได้... นางได้กินกากหมู! ก่อนแยกบ้าน แม้แต่อาหารที่ผัดน้ำมันนางยังไม่เคยมีส่วนได้กิน นางภาวนาขออย่าให้วันเหล่านั้นหวนกลับมาอีกเลย
หาวอวิ๋นคอยดูมันแข็งที่กำลังละลายพร้อมส่งเสียงฉ่าอย่างเริงร่า ก้อนไขมันเหล่านี้มาจากวัว หมู แพะ สัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่าแต่ยังคงเค้าเดิม
กลิ่นหอมของการเจียวมันลอยไปตามลมไกลลิบ
เหล่านักเดินทางที่หยุดพักแรมเริ่มขยับตัว ถูกดึงดูดด้วยกลิ่นของเนื้อ
ในจำนวนนั้นมีเฮยเจ๋อและเพื่อนอีกสามคน พวกเขาเดินตามกลิ่นมา ไม่ใช่เพราะความตะกละ แต่เพราะยุคสมัยมันยากเข็ญและที่บ้านยังมีอีกหลายปากท้องรออยู่ พวกเขาจากบ้านมาด้วยความหวังว่าจะหาเงินให้ได้มากพอสำหรับซื้อที่ดิน สร้างบ้าน และสู่ขอภรรยา
พวกเขาไม่ได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์มาตั้งแต่ปีใหม่ ตอนนั้นเกี๊ยวไส้เนื้อเพียงคำเดียวก็เพียงพอที่จะย้ำเตือนให้รู้ว่าพวกเขาโหยหามันเพียงใด
พวกเขามาเพียงเพื่อสูดดมกลิ่น มั่นใจว่าคงไม่มีปัญญาซื้อ เพราะเงินทองต้องใช้อย่างประหยัด
ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนและสงสัยว่าหูฝาดไปหรือไม่
"กากหมูจ้า กากหมูสดๆ ร้อนๆ เพิ่งขึ้นจากเตา! กากหมูหอมๆ สามอีแปะได้ครึ่งชั่ง ห้าอีแปะเอาไปเลยหนึ่งชั่ง! เร่เข้ามาดู เร่เข้ามาซื้อ!" หาวอวิ๋นเทก้อนทองคำลงในกะละมังเปล่า ชิ้นส่วนที่มันวาวเหล่านั้นทำเอาแม้แต่นางเองยังน้ำลายสอ
ผู้คนที่เดินผ่านไปมานอกเพิงชะงักกึก ดวงตาของพวกเขาลุกวาวทันที
สามอีแปะได้ครึ่งชั่ง ห้าอีแปะได้หนึ่งชั่ง นี่มันเนื้อชัดๆ! และทุกคนก็เห็นเต็มตาว่ากากหมูพวกนี้ถูกตักขึ้นมาตอนที่สียังเหลืองทองสวย ในยุคที่ท้องหิวโหย ราคาขนาดนี้ถือว่าถูกแสนถูก แถมกากหมูยังเก็บไว้ได้นานอีกด้วย