เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ความสำคัญในการต่อสู้ระยะประชิด

ตอนที่ 25 ความสำคัญในการต่อสู้ระยะประชิด

ตอนที่ 25 ความสำคัญในการต่อสู้ระยะประชิด


หลังจากสองพี่น้องพูดคุยกันเสร็จ พวกเขามองหลิงอี้แบบปกติอีกครั้ง

และพวกเขาก็เลิกสนใจหลิงอี้

หลิงอี้เป็นคนฉลาดมีไหวพริบ เขาสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของสองพี่น้องได้อย่างง่ายดาย

ก่อนหน้านี้พวกเขามีท่าทางสงสัยในตัวเขา แต่ตอนนี้พวกเขาทำเหมือนเขาคนแปลกหน้าแล้วไม่สนใจ

เขาไม่แน่ใจว่าทำไมทั้งสองคนถึงเปลี่ยนไปแบบนั้นแต่เขาพอจะเดาได้

'คงคิดว่าคนที่เรียกดาวเพลิงอยู่ที่อื่น แต่คงคิดไม่ถึงว่าฉันอยู่ที่นี่ใช่ไหม?!’

หลิงอี้มีความสุขมากเมื่อได้เห็นผลลัพธ์แบบนี้

เขาเลิกสนใจสองพี่น้องแล้วหันหลังเดินจากไป

ขณะที่เดินอยู่เขาก็มองเวลาที่เหลือ

[เวลาจุติที่เหลือ: 16นาที]

อีก16นาทีวงล้อรายวันจะปรากฏ ในช่วงเวลานี้เขาเลยออกไปเดินเล่น~

......

นอกจากไก่ต่อสู้แล้ว ยังมีมอนสเตอร์หญ้าน้อยอยู่ในป่าอีกมากมาย

นี่คือมอนสเตอร์ที่มักจะปลอมตัวเป็นหญ้าสีเขียวสดใสและจะยิงใบมีดโจมตีเมื่อเจอผู้เล่น

เป็นเรื่องง่ายมากที่ผู้เล่นจะเจอมอนสเตอร์ตัวนี้

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะเหมือนวัชพืช แต่มันไม่ได้มีขนาดเล็กและสูงเกือบครึ่งลำตัวคน

นั่นจึงทำให้แยกแยะได้ด้วยตาเปล่า

เมื่อหลิงอี้เดินไปพื้นที่เปิดโล่งในป่า เขาก็เห็นคนห้าคนกำลังสู้กับหญ้าน้อยสามตัว

หญ้าน้อยสามตัวเรียงกันเป็นแถว พวกมันถูกตรึงไว้และเคลื่อนไหวไม่ได้

คมมีดสีเขียวพุ่งผ่านไปบริเวณรอบๆ “ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว”

ทั้งห้าคนในสนามยุ่งเกินกว่าจะหลบการโจมตีแล้วโต้กลับ

พวกเขากำลังเสียเปรียบ

ข้างหลังพวกเขามีชายอ้วนหน้าตาดุร้ายยืนอยู่

ชายอ้วนตัวใหญ่สูงประมาณสองเมตรมองไปรอบๆราวกับว่ากำลังเฝ้าระวังรอบด้าน

ทันทีที่เขาเห็นหลิงอี้ ชายอ้วนก็ขมวดคิ้วแล้วโบกมือไล่ “ไปให้พ้น”

มอนสเตอร์หญ้าน้อยจะมีเลเวลไม่เกิน10

ตอนนี้หลิงอี้ไม่สามารถรับค่าประสบการณ์จากการฆ่ามันแล้ว

ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสียเวลาสู้กับพวกมัน

แค่เดินต่อไป

เมื่อเห็นว่าหลิงอี้ไม่สนใจคำเตือนและยังเดินต่อ ใบหน้าของชายอ้วนจึงมืดคล้ำทันที

“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง?”

เขาพูดด้วยเสียงเข้ม

ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่จึงไม่มีใครกล้าขัดคำพูดของเขาโดยเฉพาะคนที่อ่อนแอกว่า

ในวันที่สองนี้เขาได้เลื่อนเป็นเลเวล3แล้ว นั่นทำให้เขามั่นใจมากว่าเด็กที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่คู่มือเขาแน่นอน

ดังนั้นการที่เด็กหนุ่มไม่สนใจคำพูดของเขาจึงทำให้เขาโกรธมาก

หลิงอี้หยุดมองคนทั้งห้าที่ถูกกดขี่จากนั้นหันไปมองชายอ้วน

เขามองขึ้นลงสองสามครั้งแล้วยิ้มให้:

“แล้วจะให้ฉันไปทางไหน?”

“ทางนี้ไปไม่ได้ กลับไปทางเดิมซะ” ชายอ้วนตัวใหญ่พูดอย่างเย็นชาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“ในป่านี้มีที่ไหนบ้างที่ผู้เล่นไปไม่ได้? นอกจากนี้ฉันไม่ได้ยุ่งกับการต่อสู้ของพวกนายด้วย”

“แกอยากมีเรื่องหรือไง?”

“?”

“ไปซะ! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”

ชายอ้วนตัวใหญ่ตะโกนเสียงดังและกำลังเดินไปหาหลิงอี้

แต่หลังจากเดินไปสี่ก้าว เขาก็ไม่ได้เดินก้าวที่ห้าต่อ

'ผู้ชายคนนี้...ไม่กลัวฉัน?'

ชายอ้วนตัวใหญ่ชื่อจางหยวน แม้ว่าเขาจะตัวใหญ่แต่หัวใจเขาเล็กนิดเดียว

ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะทำอะไรทุกคนต่างกลัวเขาหมด

และคนที่ไม่กลัวเขาแบบนี้โดยพื้นฐานแล้วคือคนที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง

ทุกครั้งที่ทะเลาะกับคนประเภทนี้เขามักจะเสียเปรียบ

'ผู้ชายคนนี้เป็นผู้เล่นเลเวล3ด้วยเหรอ?’

เขาจ้องเด็กหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปสองสามเมตรอย่างไม่อยากเชื่อและตัดสินใจว่าจะลองเชิงดูก่อน

“นายเลเวลเท่าไหร่?”

เขายืนอยู่ที่เดิมเหมือนหุ่นยนต์และถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย

หลิงอี้ “...”

เขาเลิกคิ้วมองด้วยสายตามองคนปัญญาอ่อนและพูดว่า “คิดว่าฉันจะบอกเหรอ?”

“ใช่”

จางหยวนพยักหน้าแล้วก้าวถอยหลังพูด “ช่างมันเถอะ”

ทัศนคติที่ของผู้ชายคนนี้ทำให้เขาไม่กล้าดูถูก

เขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้เล่นที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งเพราะเรื่องแค่นี้ - แน่นอนว่าคนปกติเขาก็ไม่ทำกัน

แต่หลิงอี้ไม่อยากปล่อยชายคนนี้ไป

เขาปิดเส้นทางเพื่อตัวเองแล้วบอกคนที่ผ่านทางมาว่าเป็นคนผิด ตอนนี้แค่พูดว่า‘ช่างมันเถอะ’แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้เหรอ?

“นายต้องขอโทษฉัน”

ขณะที่หลิงอี้พูด เขาก็เริ่มขยับตัวแล้วคิดว่าจะสู้ยังไง

ความเร็วคือพลัง

ด้วยแต้มความว่องไวที่สูงขนาดนี้ เขาจึงมั่นใจว่าสามารถชนะชายอ้วนที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“ขอโทษ?”

เมื่อจางหยวนได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาจ้องไปที่หลิงอี้ด้วยสายตาดุร้าย

“เป็นไปไม่ได้! ฉันไม่...”

“งั้นก็เลิกพูดได้แล้ว”

หลิงอี้ขัดจังหวะคำพูดและเดินเข้าไปหา

พอเห็นแบบนั้นจางหยวนก็หัวเราะด้วยความโกรธ “ถ้าอย่างนั้นต้องคุยด้วยหมัด แล้วมาดูกันว่าหมัดของใครจะใหญ่กว่า!”

เขายกมือขวาขึ้นแล้วตะโกน‘บอลไฟ’ ลูกไฟสีส้มแดงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง1.4เมตรปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ

ก่อนที่จางหยวนจะทำสิ่งต่อไป ร่างของหลิงอี้ก็มาปรากฏตรงหน้าเขา!

“อะไรกัน...”

ดวงตาของจางหยวนเบิกกว้าง ก่อนที่เขาจะได้พูดคำที่เหลือหมัดก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

หลังจากนั้น!

หมัดของหลิงอี้ชกหน้าของจางหยวนจนหน้ายุบ

จางหยวนกรีดร้องออกมาและหมดสติล้มลงไป!

เมื่อเสียง’ตุบ’จากการกระทบพื้นดังขึ้น ใบไม้ที่อยู่รอบด้านก็ปลิวออก

“เหอะ”

หลิงอี้ลูบมือตัวเองพร้อมขมวดคิ้ว

'ปวดนิดหน่อย’

บางที่อาจเป็นเพราะเขาเพิ่งต่อยครั้งแรกหรือไม่ได้ทุบตีใครมานานเลยทำให้ไม่ค่อยชิน

เมื่อมองชายอ้วนเลือดกำเดาไหลนอนอยู่บนพื้น หลิงอี้จึงไม่ทุบตีต่อและหันหลังเดินจากไป

ความขัดแย้งระหว่างผู้เล่นเป็นเรื่องธรรมดา

ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้เอาชีวิตทุกคนก็จะไม่สนใจ

เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย

แต่

เหตุการณ์นี้ทำให้หลิงอี้รู้ถึงความจำเป็นของสกิลต่อสู้ระยะประชิดอีกครั้ง

[ดาวตก]ของเขาไม่ใช่แค่ดีเลย์อย่างเดียว แต่มันยังทำร้ายตัวเขาเองด้วย

เขาสามารถใช้มันฟาร์มมอนสเตอร์ได้ แต่ไม่เหมาะไว้ใช้สู้แบบตัวต่อตัว

“ฉันต้องหาสกิลระยะประชิด”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่หลิงอี้ต้องถอนหายใจเมื่อเห็นว่าตัวเองเหลือตำแหน่งดาวแค่4ตำแหน่ง

“มีตำแหน่งดาวน้อยเกินไป ยังไม่พอใช้เรียนสกิลอัญเชิญจักรพรรดิน้ำแข็งด้วยซ้ำ แล้วฉันจะใช้...”

คำพูดของเขาหยุดลงทันที

เขาจำได้ว่าตอนที่เขาถึงเลเวล10 ฟังก์ชันสนับสนุนผู้เล่นได้เปิดแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 25 ความสำคัญในการต่อสู้ระยะประชิด

คัดลอกลิงก์แล้ว