เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5) [24-10-2019]

บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5) [24-10-2019]

บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5) [24-10-2019]


บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5)”

"ทำไมเธอถึงมาส่งสัญญาณเอาตอนหลังผ่านไป 3 ปีล่ะ? หรือว่าเธอจะรู้ถึงเรื่องระหว่างฉันกับอิลฮาน!? ฮ่าห์ ดีแหะที่ฉันได้จัดการทุกๆอย่างก่อนจะสายเกินไป..."

"ช่วยหยุดพูดไร้สาระทีได้ไหม"

ยูอิลฮานได้พูดกับยูมิลและกองทัพเด็กๆทั้ง 9,300 คนโดยไม่สนใจเลียร่า

"ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปในโลกที่มีชื่อว่าเบร์ย่า พวกนายทุกคนอาจจะได้ต่อสู้ที่นั่นหรือไม่ก็พักผ่อนตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นก็ได้เหมือนกัน"

"พ่อของฮีโร่เจ๋งที่สุดเลย"

"จะให้เราทำอะไรก็ได้!"

ยูอิลฮานคิดว่าเด็กๆพวกนี้ไร้เดียงสากันเกินไป แน่นอนว่าเขาก็รู้สึกขอบคุณที่เด็กพวกนี้ยินดีทำตามเขาอย่างเชื่อฟัง แต่ว่าอย่างน้อยดูเหมือนว่าเขาก็จะเป็นต้องสอนถึงการตัดสินใจด้วยเหตุและผลให้กับพวกเด็กๆเหมือนกัน

"มิลช่ยบอกเด็กพวกนี้ทีว่าพวกเขาไม่ควรที่จะทำตามคำพูดของคนแปลกหน้านะ"

"ได้ครับ แต่ว่าที่พวกเขาเชื่อฟังพ่อนั่นก็เพราะเป็นคุณพ่อไงล่ะ!"

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว..."

ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะไปโลกอื่นหลังจากที่สร้างอุปกรณ์ให้เด็กๆเสร็จแล้ว แล้วเขาก็ยังอยากที่จะไปหาพ่อแม่ของเขาก่อนด้วย... แต่ว่าหากว่านายูนาส่งสัญญาณให้เขาในเวลานี้ ถ้างั้นแสดงว่าเธอจะต้องมีปัญหาแน่ ตอนนี้มันไม่มีเวลาให้เขาได้ตัดสินใจตามลำดับความสำคัญแล้ว

เขาได้หันหน้าไปพูดกับกองทัพเด็กๆ

"อีกเดี๋ยวสกิลจะถูกใช้งานแล้วนะ ฉันจะต้องทำอะไรกับพวกนายก่อนดังนั้นอย่าปฏิเสธกันนะ"

"ได้เลย!"

"ครับผม!"

จริงๆแล้วเขาได้เปิดใช้งานข้ามมิติไปแล้วด้วย นี่มันก็เพราะว่าเขาจำได้ว่าในครั้งก่อนการเปิดใช้งานสกิลจะใช้เวลานาน

และเพราะสกิลบันทึกที่ทำให้เขามีบันทึกมากมายที่จะใช้ในการข้ามมิติไปที่เบร์ย่า แต่ก็มีอยู่ปัญหานึงก็คือหินพลังเวทย์ที่จะต้งใช้ในการข้ามมิตครั้งนี้...

"ตอนนี้ฉันจะต้องยอมรับทุกๆคนให้มาเป็นสมาชิกกองทัพเรือข้ามมิติของฉัน"

"กองทัพเรือข้ามมิติคือไรอะ?"

เมื่อก่อนในตอนที่ป้อมปราการลอยฟ้าได้ข้ามมิติไปด้วยเนื่องจากถูกนับเป็นอุปกรณ์สวมใส่ของเขา เขาก็ได้สูญเสียหินพลังเวทย์จำนวนมหาศาลไปเพื่อพาสมาชิกทั้งหมดไปด้วย แต่สำหรับในตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ด้วยสกิลคำสั่งกองทัพเรือข้ามมิติที่ได้รับมาจากคลาสนักท่องมิติของเขาได้ทให้เขาเขาสามารถจะพาสมาชิกลูกเรือของเขาเดินทางข้ามมิติไปด้วยโดยที่ไม่ต้องเสียทรัพยากรเพิ่มเติมใดๆอีก!

"โอเค ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไรแต่ผมจะทำ"

"ว้าว"

"แต่แล้วเราจะเรียกพ่อของฮีโร่ว่าอะไรดีล่ะ?"

"ฮีโร่คือฮีโร่และก็หัวหน้าของพวกเรา!"

เด็กๆต่างก็ภักดีกับมิลจนถึงระดับความศรัทธาไปแล้ว ยูอิลฮานก็ไม่ได้คิดที่จะควบคุมเด็กพวกนี้เลย ยูมิลเป็นเด็กฉลาดรอบคอบดังนั้นยูอิลฮานสามารถจะปล่อยให้เขาควบคุมกองทัพนี้ได้โดยที่ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงเลย ยูอิลฮานจะมีก็แต่มอบคำสั่งให้เท่านั้น

และเพราะแบบนี้ชื่อที่เหมาะที่จะให้เด็กๆเรียกเขาก็คือ

"เรียกฉันว่า... กัปตันแล้วกัน!"

"อ๊า โรคบ้าของเขากำเริบอีกแล้ว"

"ได้เลยกัปตัน"

แต่จากการที่เขาเพิ่งจะได้รับคลาสจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับเด็กๆทั้งหมด 9,300 คนเข้ามาเป็นลูกเรือของเขา ยังไงก็ตามถ้าเป็นครึ่งหนึ่งสัก 5,000 คนเขาก็ยังจะพอรับไหวซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นชัดๆอีกครั้งว่าคลาสนักท่องมิติแปลกประหลาดขนาดไหน

"ดูเหมือนว่าฉันยังจะต้องใช้หินพลังเวทย์อีกประมาณ 4,300 ก้อน..."

"จะไม่เป็นไรหรอ?"

"ไม่หรอก ค่าใช้จ่ายมันได้ลดลงไปอย่างมากจากผลของท่องมิติแล้ว... แถมฉันยังมีหินพลังเวทย์อยู่กับตัวตั้งเยอะ"

"..."

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปพร้อมทั้งเปิดช่องเก็บของให้เลียร่าได้ดู ครู่หนึ่งที่เลียร่ามองไปเธอนึกว่าในช่องเก็บของของยูอิลฮานเป็นอีกโลกใบหนึ่ง ภายในนั้นเต็มไปด้วยกองของหินพลังเวทย์จำนวนมหาศาล

"นี่มันเยอะมากเลยนี่"

"ใช่แล้วล่ะ..."

หินพลังเวทย์พวกนี้ได้ถูกรวบรวมมาตลอดสามปีที่เขาอยู่บนโลกเพียงคนเดียว และยังมีหินพลังเวทย์ที่ยูมิลมอบให้กับเขาด้วย เมื่อนำหินพลังเวทย์ที่ได้จากแวนการ์ดแล้ว จำนวนที่ได้จากแวนการ์ดดูด้อยไปในทันที นี่ยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้โลกพัฒนาเร็วขึ้นอย่างผิดปกติเช่นกัน

"เอาเถอะ ในเมื่อขนาดคลาส 6 ยังมีเกิดมาให้เห็นแล้วเลย นี่ก็คงเป็นแค่เรื่องธรรมดาๆแหละนะ"

"ขาเธอกำลังสั่นอยู่น่ะ"

แม้แต่ในตอนที่เธอเป็นทูตสวรรค์เธอก็ยังไม่เคยเห็นหินพลังเวทย์กองอยู่เยอะแบบนี้เลย จะเกิดอะไรขึ้นหากว่ายูอิลฮานได้เริ่มสงครามขึ้นกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงขึ้นจริงๆกันนะ? เธอได้กลัวในเรื่องนี้มากๆ แต่แน่นอนว่านั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะท้อถอย

"ว้าว ปราสาทกำลังสั่นล่ะ!"

"ดูนั่นสิ ข้างนอกกลายเป็นหมอกไปหมดเลย"

ในที่สุดแล้วสกิลข้ามมิติก็ได้ทำงานแล้ว ยูอิลฮานได้ตรวจดูว่าทุกๆคนบนป้อมปราการลอยฟ้าพร้อมแล้วและเริ่มการกระโดดเข้าประตูมิติทันที

"พวกเราจะไปกันแล้ว!"

[กรี๊ดดดด!]

[กรอด เป็นพลังที่บ้ามากๆ...!]

ในเวลานี้ป้อมปราการลอยฟ้า เลียร่า ยูมิล เด็กๆลูกเรือทั้ง 5,000 คน และเด็กอีก 4,300 คนได้เริ่มทำการข้ามมิติไปกับเขาหมดแล้ว!

***

นายูนาได้ยอมรับแล้วว่าตัวเธอได้จนมุมแล้ว

"ฉันน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ที่พวกนักบวชเริ่มมองมาที่ฉันด้วยสายตาลามกแล้วสินะ"

 

พวกจักรวรรดิลี คาเทียน่าได้ยกทัพบุกรุกเข้ามาในเอลฟอร์ดในทันทีที่เธอปฏิเสธออกไปอย่างที่เธอคาดเอาไว้ นายูนา พระสันตปาปาและคังฮาจินได้ออกไปต้านทานกับทัพพวกนั้นด้วยตัวเอง และเนื่องจากว่าเบร์ย่าเป็นโลกที่ศาสนาจักรเรย์น่ามีพลังมากที่จุดก็เลยเป็นไปได้ที่จะป้องกันกองทัพพวกนั้นได้

แต่ยังไงก็ตามเมื่อเเวลาผ่านไปซักพักหนึ่งพลังของศาสนจักรก็ได้เริ่มสั่นคลอน ข่าวลือต่างๆของสตรีศักดิ์สิทธิ์นายูนาได้เริ่มแพร่กระจายออกมาทำให้ความศรัทธาในเรย์น่าได้เริ่มสั่นคลอนเช่นกัน พวกเธอก็ได้เตรียมตัวรับกับความศรัทธาที่ลดลงจากสงครามแล้วเช่นกัน แต่ว่านี่มันลดลงเร็วจนเกินไป

ด้วยความศรัทธาที่หดหายไปได้ทำให้กองทัพได้อ่อนแอลงและไม่นานหลัจากนั้นพวกเธอก็ถูกกองทัพจักรวรรดิโต้กลับ ผืนแผ่นดินจำนวนมากได้ถูกยึดไปและประชาชนที่ไม่อาจจะหลบหนีไปได้ทันเวลาก็ต้องประสบพบเจอกับความยากลำมาก นายูนาได้กัดฟันแน่นบัญชากองทัพของเธอต่อไป แต่ว่าในตอนนี้ธงแห่งชัยชนะได้ย้ายไปอยู่ข้างจักรวรรดิลี คาเทียน่าแล้ว

คนทรยศก็ได้ลุกฮือขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และมีบางคนกระทั่งพยายามลอบโจมตีนายูนา แต่เนื่องจากว่าตัวเธอไม่ได้เชื่อใจใครง่ายๆอยู่แล้วทำให้เธอสามารถเตรียมรับมือไว้ได้ หากไม่ใช่แบบนี้สงครามก็คงจะจบในแบบที่เลวร้ายที่สุด

และในไม่ช้าการโจมตีครั้งสุดท้ายก็มาถึงนั้นก็คือมหาภัยพิบัติขั้นที่ 4 ภูมิประเทศของทวีปได้เปลื่ยนแปลงไปและมีมอนสเตอร์ใหม่ๆจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมา จักรวรรดิลี คาเทียน่าได้ควบคุมมอนสเตอร์พวกนี้มากวาดล้างดินแดน ในจุดนี้เองที่ทำให้เธอรู้ตัวว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในกองทัพจักรวรรดิ

เพราะแบบนี้ทำให้เรื่องต่างๆชัดเจนขึ้น มันเคยมีเหตุการณ์ที่กองทัพปีศาจแห่งการทำลายร่วมมือกันกับกองทัพจรัสแสงเพื่อมาจับตัวนายูนาไม่ใช่หรอกหรอ? นี่ก็เป็นแค่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกครั้งเท่านั้นเอง

นายูนาในตอนนี้ถูกทิ้งอาไว้ในเบร์ย่าโดยที่ไม่อาจจะกลับไปที่โลกได้ สัญญาระหว่างกองทัพสวรรค์และแต่ละโ,กก็ยังไม่มีผลแล้วเช่นกัน ในตอนนี้ผู้คนบนโลกของเธอจะต้องได้รับอันตรายจากการที่กองทัพปีศาจแห่งการทำลายร่วมมือกันกับผู้ปกครองจักรวรรดิลี คาเทียน่าแน่นอน

พวกกองทัพปีศาจแห่งการทำลายอาจจะทำเหมือนฟังพวกจักรวรรดิ... แต่เมื่อไหร่ที่พวกนั้นได้ตัวนายูนามาก็จะโยนพวกนั้นทิ้งไปโดยไม่สนใจ พูดให้ชัดเลยก็คือทั้งจักรวรรดิเอลฟอร์ด รวมไปถึงนายูนาด้วย ตอนนี้ทุกๆอย่างต่างก็วิ่งอยู่ในกำมือของกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย

"ชิ เจ้าพวกผู้ชายโรคจิตพวกนั้น มีกี่โลกกันที่ถูกเอี่ยวด้วยเพราะตัวฉัน? ทำไมพระเจ้าต้องให้ฉันเกิดมาสวยแบบนี้ด้วยนะ?"

"ยูนา เธอนี่ก็ยังวางท่าเหมือนอย่างเคยเลยนะ"

กองทัพที่เชื่อในเทพธิดาแห่งความงามเรย์น่าตอนนี้ได้ถอยกลับไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ยูอิลฮานได้สร้างขึ้นมา ไม่รู้ว่ากองทัพกองทัพนี้จะยื้อไว้ได้นานอีกแค่ไหน

จำนวนของคนในกองทัพก็ยังลดลงไปมากเช่นกัน พวกนั้นได้ทรยศเธอ กองทัพปีศาจแห่งการทำลายได้สั่นคลอนความศรัทธาและทำลายพวกนั้นด้วยการทำให้เกิดความต้องการที่ลึกล่ำ หากว่าเอลฟอร์ดถูกทำลายไปแล้วนี้ ถ้างั้นที่ทวีปนี้ก็ได้เข้าสู่ยุดแห่งการทำลายและความโกลาหลแน่นอน

"แล้วเจ้าพวกนั้นก็จะทำเรื่องลามกสกปรกกับฉัน เหมือนกับพวกโดจินอะไรพวกนี้ด้วยนะ!"

"เธอเป็นผู้หญิงไม่ควรพูดแบบนั้นนะ"

ระหว่างที่เธอกำลังพูดแบบนั้นก็ถูกคนๆหนึ่งเขกหน้าผากซึ่งไม่ใช่คังฮาจินแต่เป็นหญิงแก่คนหนึ่ง

"โอ้ย พระสันตปาปา ถึงแบบนั้น..."

เธอไม่ใช่แค่หญิงแก่ธรรมดาๆเท่านั้น บนหัวของเธอที่มีผมสีขาวอยู่ได้มีมงกุฏที่ทำขึ้นมาจากหินศักสิทธิ์ที่มีสีแดงลอยอยู่ นี่คือสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด พระสันตปาปาแห่งศาสนจักรเรย์น่า

ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นผู้งดงามอันดับหนึ่งแห่งทวีปนี้ และเธอก็ยังเป็นคนที่เห็นถึงศักยภาพของนายูนาและทำให้นายูนาได้กลายมาเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์คนต่อไปอีกด้วย

นายูนาได้ทำแก้มป่องใส่พระสันตปาปาที่ยังคงใจเย็นอยู่กับสถานการณ์แบบนี้

"พระสันตปาปาคุณไม่เป็นอะไรนะ?"

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันได้ใช้ชีวิตมานานจนเกินพอแล้ว ที่ฉันห่วงก็มีแต่เธอแหละ"

สีหน้าของพระสันตปาปาได้มืดมนลงไป เธอได้ลูบแก้มของนายูนาด้วยมือที่แห้งเหี่ยวและถามเสียงเบาๆ

"ยูนา เธอกำลังคิดที่จะตายใช่ไหม?"

"..."

เธอมองมันออก นายูนาได้พยายามที่จะหัวเราะออกมาแต่ว่านี่ไม่ได้ผลเลย เธอคนนี้ได้ปลอบนายูนาด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

"ถึงแม้ว่าเธอจะต้องได้เจอกับประสบการณ์ที่โหดร้ายและยากลำบากในอนาคต... แต่เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำหน้าที่ของเธอ เธอต้องรอดและอดทนเอาไว้ บางทีเธออาจจะได้เจอคนที่เธอรักในสักวันหนึ่ง"

"...พระสันตาปาปา ฉันก็อยากที่จะใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนกันน้า~"

หลังจากมองดูแล้วว่าไม่มีใครอยู่รอบๆนายูนาก็ได้ตอบกลับไป ด้านนอกเต็นท์มีคังฮาจินและคนคุ้มกันของเธอคุ้มกันอยู่ แต่ว่าคนพวกนั้นไม่อาจจะได้ยินเสียงคุยกันนี้ได้

"ฉันไม่อยากจะให้ตัวฉันถูกพวกนั้นจับไป หากถูกจับไปชีวิตของฉันก็คงจบลงนับตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ต่อให้หลังจากนั้นอีกยาวนานฉันจะได้รับอิสระภาพกลับมา ฉันก็อาจจะไม่ใช่คนๆเดิมอีกต่อไปแล้วก็ได้... ฉัน... ไม่ชอบแบบนั้นเลย พอลองคิดว่าพอถึงเวลานั้นแล้วต้องไปเจอกับอิลฮาน... ฉันก็รู้สึกว่าขอตายในตอนนี้ดีกว่า"

"ยูนา..."

เธอยังเด็กและบริสุทธิ์ไร้เดียงสามา ในเวลาเดียวกันเธอก็อ่อนแออีกด้วย

ยังไงก็ตามวิธีแก้ปัญหาที่อยู่ในสายตาของเธอตอนนี้แข็งแกร่งไม่สั่นคลอนเลย และพระสันตปาปาก็รู้ได้ถึงวิกฤตใหญ่ที่มาถึงแล้ว

"เธอไม่คิดว่าการตายมันง่ายเกินไปหรอ?"

"ไม่ ฉันได้คิดเรื่องนี้แล้ว ในตอนนี้ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของเทพ ฉันรู้ว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบ แต่ถึงแบบนั้น ถึงแบบนั้นถ้าฉันตายฉันก็จะไม่เจออิลฮานอีก..."

ชื่อๆนี้มักจะผุดขึ้นมาอยู่เสมอ แค่ได้ยินน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อยเวลาพูดถึงชื่อนี้ เธอก็พอจะเดาในความรู้สึกที่นายูนามีต่อคนๆนั้นได้แล้ว

"ในเมื่อเธอรู้แบบนั้นแล้ว เธอก็..."

"ยังไงก็ตาม หากฉันต้องตาย ฉันก็ยังจะต้องฆ่าเจ้าพวกหมูสกปรกพวกนั้นไปด้วย!"

ในตอนนี้นายูนาได้ตึงเครียดขึ้นและตะโกนออกมา เธอได้รู้แล้วว่าศัตรูได้มาถึงแล้ว

ออร่าสีชมพูได้ล้อมรอบเธอเอาไว้ พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอในตอนนี้มหาศาลมากราวกับเทพธิดาแห่งความงามได้ลงมาสถิตด้วยตัวเอง

เต็นท์ได้ถูกเปิดขึ้นและเผยให้เห็นศูนย์กลางของวิหารศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่ากองทัพเอลฟอร์ดจะเหนือน้อยยิ่งกว่า 10,000 คนแล้ว แต่พวกนั้นทุกคนต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่มีคลาส 3 เป็นอย่างน้อย

"พี่ฮาจินเตรียมตัวสู้กัน! เราจะไปฆ่าพวกนั้นให้หมดกัน!"

"อ๊า ฉันพร้อมอยู่แล้ว!"

พลังของนายูนาได้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่แห่งนี้ทำให้สัมผัสในการต่อสู้ของพาลาดินทุกคนดียิ่งขึ้น นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกองทัพเอลฟอร์ดถึงยืนหยัดมาได้ถึงทุกวันนี้ทั้งๆที่เสียเปรียบในทุกๆด้าน

"สตรีศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว! พวกเราจะไม่สิ้นศรัทธา!"

"โอ้ววววววววว!"

หากนายูนาไม่หยุดการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอ เหล่าพาลาดินก็จะไม่ล่าถอย พวกเขาทั้งหมดได้หยิบโล่และหอกเข้าต่อต้านกับกองทัพจักรวรรดิที่กำลังเข้าบุกรุกเข้ามาอย่างกล้าหาญ

เมื่อได้เห็นฉากๆนี้พระสันตปาปาได้อุทานออกมา แม้ว่าหลังจากเธอกลายมาเป็นคลาส 4 ที่มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอก็ด้อยกว่านายูนาที่อยู่เพียงแค่คลาส 3

ถ้าหากนายูนาได้กลายเป็นคลาส 4 หรือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงละ?

ใช่แล้ว เธอไม่อาจจะสละนายูนาในที่แบบนี้ได้ เธอได้คิดวิธีแก้มาแล้ว

"ยูนาหนีไป"

พระสันตปาปาได้ก้าวเท้าออกมา เธอก็ยังได้เปล่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของเรย์น่าออกมา และตัวเธอก็ได้กลับไปสาวอย่างน่าทึ่งราวกับว่าเธอได้ย้อนเวลากลับไปด้วยพลังของตัวเธอ ในตอนนี้เธอกำลังปลดปล่อยพลังที่เธอได้ใช้วิธีพิเศษกักเก็บเอาไว้มาเป็นสิบปี

"ฉันจะขวางพวกนั้นเอาไว้เอง ดังนั้นเธอจงวิ่งไปในที่ที่พวกนั้นเข้าไปไม่ถึงเธอ"

"พระสันตปาปา...?"

นายูนาได้สับสนไปเมื่อได้เห็นพระสันตปาปาในมุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอคนนี้ได้ฟื้นคืนวัยเยาว์กลับมารวมถึงเสียงเธอด้วยเช่นกัน

"ฉันจะแสดงให้พวกนั้นเห็นว่าความงามของฉันยังไม่ได้หมดไป พวกนั้นก็อาจจะถูกหลอกด้วยเหมือนกัน"

พระสันตปาปาได้วางมงกุฏลงที่หัวของนายูนา มงกุฏนี้คือตัวแทนของศาสนจักร ในเวลาเดียวกันก็เป็นอาร์ติแฟคที่ดีที่สุดของศาสนจักรอีกด้วย นี่คือการสืบทอดเจตนารมณ์ พระสันตปาปาที่รู้สึกได้ว่าสายตาของนายูนากำลังสั่นไหวได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็ไปได้แล้วยูนา!"

และเมื่อคำพูดของพระสันตปาปาได้จบลง

สงครามครั้งสุดท้ายของสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

จบบทที่ บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5) [24-10-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว