เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 222 - ฉันมาหาเธอแล้ว (6) [26-10-2019]

บทที่ 222 - ฉันมาหาเธอแล้ว (6) [26-10-2019]

บทที่ 222 - ฉันมาหาเธอแล้ว (6) [26-10-2019]


บทที่ 222 - ฉันมาหาเธอแล้ว (6)”

[นั่นไงสตรีศักดิ์สิทธิ์! สตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่นั่น!]

"บุกเข้าไป! ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า!"

เสียงตะโกนได้ดังขึ้นไปทั่วพื้นที่แห่งนี้ในทันที พาลาดินต่างก็ได้ใช้โล่และหอกของพวกเขาต้านทานเอาไว้ แต่ว่าต่อให้พวกเขาจะได้รับพรจากพลังศักดิ์สิทธิ์แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานกับกองกำลังที่มากกว่าได้นานนัก

นายูนาได้มองไปที่ผู้บุกรุกที่ในตอนนี้เหล่าพาลาดิน สตรีศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงพระสัตปาปากำลังพยายามอย่างสุดตัวเพื่อที่จะป้องกันพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้อาไว้ นายูนาเธอไม่อาจจะยกเท้าของเธอขึ้นจากพื้นได้เลย

"...ฉันไปไม่ได้"

"เธอจะเอาศัพยภาพที่ไม่สิ้นสุดของเธอมาทิ้งที่นี้ไม่ได้ หนีไปกับฮาจินซะ เขาจะปกป้องเธอได้"

"ฉันทำไม่ได้ ฉันเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ ดราบเท่าที่ผู้คนยังปกป้องฉันอยู่ ฉันก็จะไม่มีวันเป็นคนที่ทิ้งคนเหล่านั้นไปก่อน"

"ไม่"

บางทีอาจจะเพราะพระสันตปาปาได้ส่งสัญญาณออกไปทำให้คังฮาจินได้ถอยมาจากตำแหน่งคุ้มกันและเข้ามาหาตัวเธอ

"ตราบเท่าที่เธอมีชีวิตอยู่ศาสนจักรก็จะไม่หายไป พระสันตปาปาได้บอกออกมาแบบนี้ และพวกเราทุกคนก็ต้องการแบบนั้น"

"พี่...!"

น้ำเสียงนายูนาได้สั่นไหว ยังไงก็ตามเธอก็พูดต่อไปได้ไม่จบ มอนสเตอร์ยักษ์ได้บินมาจากไกลๆเข้าปะทะกับตำแหน่งที่พาลาดินอยู่แล้ว

[ก๊าซซซซซซซซ!]

[เลือด! ฮ่าห์ เลือดที่ทรงพลัง!]

"ฆ่า ทำลายให้หมด! ทำลายสัญลักษณ์แห่งเทพธิดาออกไปให้หมด!"

"สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่งดงามอยู่ต่อหนาเราแล้ว! บางทีหากใครทำผลงานได้ดีข้าจะให้ได้ใช้เวลากับสตรีศักดิ์สิทธิ์สักหนึ่งคืนก็ได้นะ!"

"โอ้ววววว!"

กองทัพนี้ได้แข็งแกร่งขึ้นทันทีเมื่อการต่อสู้ได้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มีพวกในกองทัพนั้นอยู่กว่า 3 คนที่มีเลเวลเหนือกว่า 250 ไปแล้ว!

พาลาดินได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะโต้กลับ แต่ว่านี่เป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้จะมีพรจากนายูนาช่องว่างของระหว่างทั้งสองฝั่งก็ยังห่างกันเกินไปอยู่ดี

"ยูนา ไปซะก่อนที่จะสายไป!"

พระสันตปาปาได้ตะโกนออกมาระหว่างที่ร่ายเวทย์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง นอกไปจากนี้คังฮาจินก็ยังวิ่งเข้ามาหาเธอราวกับว่าหากเธอไม่ยอมไปเขาก็จะใช้กำลังกับเธอแล้ว

ยังไงก็ตามหากเธอไปจากที่นี่ทัพของพาลาดินได้พังลงในทันทีแน่นอน เธอไม่อาจจะหนีไปได้ทั้งๆที่รู้ถึงเรื่องนั้น

"ไม่ ฉันไม่อยากจะทำแบบนั้น...! ชีวิตนี้มันเป็นของฉันนะ!"

"แล้วเธอไม่อยากจะเจอยูอิลฮานแล้วงั้นหรอ? เธอจะต้องรอดไปเจอเขานะ!"

ในที่สุดแล้วเสียงนี้ของคังฮาจินก็ได้ทำให้นายูนาได้ร้องไห้ออกมา

"ฉันอยาก ฉันอยากจะเจอเขา... ! มันก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่!"

เธอได้ถืออุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาในระหว่างพูดแบบนี้ ต่อให้เธอจะรู้ว่าไม่มีอะไรจะแก้ปัญหาได้แต่เธอก็ยังกดปุ่มลงไปอยู่ดี

[กรรรรรรรรรร!]

"ทำลายให้หมด! นี่แหละคือความจริงของโลกใบนี้! ศาสนาของพวกแกมันช่างอ่อนแอและขี้ขลาด! พวกแกน่ะมันไม่ต่างอะไรไปจากหุ่นไล่กาหรอกนะ!"

"อ๊ากกก ปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไว้! กำจัดสิ่งชั่วร้ายพวกกนั้นออกไป!"

"ยูนา!"

"เร็วเข้า เราไม่มีเวลามาเสียเปล่าแล้วนะ"

"แต่ว่า...!"

นับตั้งแต่แยกกับเขามาตลอดสามปีเธออยากจะเจอเขามาก แต่ยังไงก็ตามถึงจะมีเครื่องมือสื่อสารอยู่กับตัว แต่เธอก็ไม่ได้เห็นทั้งหน้าหรือเสียงของเขาเลย

ถ้าในสถานการณ์แบบนี้มีเขาอยู่จะดีกว่านี้ไหมนะ? เป็นโลกใบนั้นที่ทำให้ยูอิลฮานแข็งแกร่งอย่างที่เป็น เขาก็คงจะยากลำบากมากกว่าเธอแน่นอน! นายูนาไม่อยากจะรบกวนเขาดังนั้นเธอก็เลยไม่เคยได้เปิดใช้เครื่องสื่อสารเลยนับตั้งแต่ตอนนั้น

"ฉันอยากจะเจอเขามากๆ แต่ว่านะ!"

การเรียกเขาในครั้งนี้จะไม่เป็นไรใช่ไหมนะ?

มันคงจะไม่ดีสินะถ้าไปบอกเขาถึงเรื่องที่ว่าผู้หญิงที่ชื่อนายูนาคิดถึงเขามากจนกระทั่งในเวลาสุดท้ายของเธอ แต่ว่านะเขาจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

"แต่ถึงแบบนั้นฉันก็!"

"นายูนา"

ยูอิลฮานจะต้องรู้อยู่แล้วสิ ถึงแม้ว่าเขาจะชอบทำเหมือนกับรำคาญเธอ แต่เขาก็มักจะเก็บความทรงจำเกี่ยวกับเธอไว้ในมุมหนึ่งในใจเขาเสมอ

นายูนาได้ตัดสินใจที่จะเชื่อแบบนั้น หากไม่เช่นนั้นแล้วเธอก็คงจะตายตาไม่หลับแน่

เมื่อเชื่อแบบนี้ได้แล้วนายูนาได้ก้าวเท้าออกไปด้านหน้าและตะโกนออกมาราวกับจะสลัดความลังเลทั้งหมดออกไป

"ฉันคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนจักรเรย์น่า~"

ทันทีที่เสียงนี้ดังก้องออกไป มงกุฏพระสันตปาปาก็ได้เรืองแสงออกมาราวกับได้พบเจอกับเจ้าของที่รอคอยมานานแล้ว

ทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้เริ่มสั่นไหวออกไปโดยที่เริ่มจากวิหารเป็นศูนย์กลาง

[กรรร?]

[ต้านทาน พลังที่น่าอึดอัดนี่...!]

พลังศักดิ์สิทธิ์ของนายูนาที่มหาศาลที่เสริมพลังคนอื่นๆอยู่ได้รวมเข้าด้วยกันและปกคลุมเต็มพื้นที่แห่งนี้ ในที่สุดแล้วทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีชมพู

"ได้ยังไงกัน นี่เธอยังอยู่คลาส 3 อยู่เลยนะ"

"ท่านหญิงเรย์น่า...?"

คังฮาจินและพระสันตปาปาที่เห็นภาพนี้ต่างก็พูดไม่ออก รวมไปถึงทั้งกองทัพที่อยู่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ให้ข้อยกเว้น

"ท่านหญิงเรย์น่ามี..."

"อ่า ฉันมัวแต่ทำอะไรอยู่จนมาถึงตอนนี้?"

ต่อหน้าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มหาศาลที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกปล่อยออกมาจากคนเพียงคนเดียวได้ทำให้ทุกๆคนหมดกะจิตกะใจในการต่อสู้ไป

แม้แต่มอนสเตอร์็ยังถอยทัพออกไปแล้วยังจะมีอะไรต้องพูดอีก? ตัวนายูนาในปัจจุบันได้ปล่อยออร่าที่สอดประสานเข้ากับวิหารที่อยู่ศูนย์กลางของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ออกมาซึ่งนี่ดูไม่ต่างไปจากเทพเลย

[คุณได้เชี่ยวชาญสกิลควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง คุณสามารถจะวิวัฒนาการสกิลนี้ได้หากคุณทำตามเงื่อนไขวิวัฒนาการครบถ้วน]

[คุณได้เชี่ยวชาญสกิลพรขั้นสูง คุณสามารถจะวิวัฒนาการสกิลนี้ได้หากคุณทำตามเงื่อนไขวิวัฒนาการครบถ้วน]

[คุณได้รับฉายา 'สตรีแห่งปาฏิหาริย์' สกิลที่เกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจะถูกเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 30%]

หากเธอมีเลเวลมากพอเธอก็ยังสามารถจะกลายไปเป็นคลาส 4 แล้ว เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่กลายเป็นความหวังของโลกได้เลยหากเว้นยูอิลฮานเอาไว้ พรสวรรค์ของได้ในตอนนี้ได้เบ่งบานขึ้นมา

"มีคนตั้งมากมายที่ยังเชื่อมั่นในตัวฉัน จะให้ฉันหนีไปมันเป็นไปไม่ได้!"

น้ำเสียงของนายูนาที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ดังก้องไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทำให้พรรคพวกของเธอฟื้นตัวในขณะเดียวกันศัตรูของเธอก็ยังอ่อนแอลง

"ชีวิตของฉัน ฉันจะตัดสินใจเอง! ฉันจะไม่ถอย ฉันจะไม่หนี!"

แสงยิ่งทวีความเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น เหล่าพาลาดินรู้สึกได้เลยว่าร่างกายของพวกเขาได้พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง และในอีกด้านหนึ่งศัตรูก็ได้อ่อนแอลงไป เหล่าพาลาดินไม่ยอมพลาดโอกาสในการแก้แค้นเหล่าคนที่พยายามจะแย่งชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปอย่างแน่นอน

"ท่านหญิงเรย์น่ากำลังเฝ้ามองเราอยู่!"

"น้ำเสียงของสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้มอบความอบอุ่นให้กับเราแล้ว แล้วเราจะกลัวอะไรอีกเล่า!? เราจะต้องปกป้องความงามที่แท้จริงเอาไว้!"

แต่ว่าแสงนี้ก็ไม่ได้คงอยู่ไปตลอดแน่ แต่ถึงเหล่าพาลาดินจะรู้แบบนี้พวกเราก็ได้ยกระดับขวัญกำลังใจและเข้าไปต่อสู้กับศัตรูแล้ว ในตอนนี้ทุกๆคนได้ส่องประกายเจิดจ้าออกมา ประกายแสงที่เจิดจ้านี้จะส่องสว่างตลอดไปจนกระทั่งวาระสุดท้ายของพวกเขา

"ย๊ากกกก"

"นายูนา เธอมันโง่..."

ใช่สิ จะมีใครไปหยุดความดื้นรั้นของเธอได้ล่ะ? พวกเขาก็น่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้

คังฮาจินได้หันไปมองรอบๆด้วยรอยยิ้มแห้งๆ เธอก็เป็นแบบนี้เสมอ เป็นเจ้าหญิงที่เอาแต่ใจตัวเอง เป็นเด็กดื้อที่ดื้อจนกระทั่งวาระสุดท้ายเลยจริงๆ

นี่ก็เป็นเหตุผลที่คังฮาจินชอบเธอมาก พูดจริงๆแล้วเขาก็เกือบจะตกหลุมรักเธอไปหลายต่อหลายครั้้งแล้ว

"ยูอิลฮาน นายกำลังทำอะไรอยู่กันนะ?"

ถ้านายปล่อยให้ผู้หญิงแบบนี้ต้องตายไปนายจะต้องเสียใจแน่

ในระหว่างมองไปรอบๆคังฮาจินได้พึมพัมออกมาเบาๆด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน จากนั้นเขาก็ได้เรียกพระสัตปาปาที่ที่กำลังร้องออกมาระหว่างที่มองดูนายูนาที่กำลังประสานเข้ากับดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลังจากที่ได้มงกุฏพระสันตปาปา

"พระสันตปาปา"

"... อืม ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วเราก็ไม่มีทางเลือกอีก พวกเราคงจะต้องทิ้งศาสนจักรไปพร้อมกันกับความตายของเรา"

"ฉันขอโทษนะที่สตรีศักดิ์สิทธิ์คนนี้ดื้อรั้นแบบนี้""ไม่หรอก นั่นเป็นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันชอบเธอเหมือนกัน ฮุฮุ ใช่แล้ว พวกเรายังต้องทำอะไรที่ยอดเยี่ยมทิ้งไว้เป็นครั้งสุดท้ายด้วยสินะ!"

เมื่อพระสันตปาปาได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคทาของเธอ คังฮาจินก็ยังยกดาบโล่ของเขาขึ้นเพื่อคุ้มกันนายูนา

เขาจะไม่มีวันปล่อยให้นายูนาได้ตายก่อนเขาแน่ แม้ว่าปกติแล้วเขาจะเป็นคนไม่อะไรกับคนอื่นเสมอ แต่อย่างน้อยก่อนตายเขาก็อยากจะโชว์ด้านเท่ๆออกมาบ้างแล้ว!

[โอ้วว พวกนี้อ่อนแอจังเลยอะ!]

ยังไงก็ตามดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ได้เข้าข้างเขาเลยสักนิด

[ฉันรู้สึกไม่ดีเลยแหะที่เอากระจกออกมา... แต่ในเมื่อเรียกออกมาแล้ว... ก็ไปเลยล่ะกันนายท่าน ฉันเลือกนาย!]

"เธอจัดการเองสิ เธอนี่คือจริงๆหรอที่จะให้ฉันเอาหอกไปไล่ฟาดพวกมอนสเตอร์อ่อนแอพวกนี้น่ะ?"

"โอ้ อิลฮานที่หยิงผยองก็เท่เหมือนกันนี่!"

ท่ามกลางดินแดนสีชมพูอยู่ๆก็ได้มีปราสาทยักษ์ปรากฏขึ้นมา

ปราสาทยักษ์นี้ได้ทำให้เกิดเงามืดขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้น มันใหญ่มากพอที่จะดึงความสนใจจากทุกๆคนไปได้เลย และเมื่อเป็นแบบนี้ก็ได้มีบางอย่างโผล่ออกมา

[ชิ แม้กระทั่งระหว่างฉันเก็บกวาดพวกลูกกระจ๊อกก็ยังจะพลอดรักกันอีกนะ...!]

"กระจกนั่นมันอะไร...? แต่ทำไมถึงมีกระจกอยู่บนฟ้าล่ะ?"

ทหารจักรวรรดิที่มีสายตาดีที่สุดได้รู้ว่านั่นมันคือกระจกขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่รู้เลยว่ากระจกนั่นมันทำอะไรได้

พวกเขาไม่รู้เลยจนกระทั่งได้มีส่วนหนึ่งของกองทัพได้ถูกกวาดออกไปด้วยพลังงานที่มีความเข้มข้นสูงที่ยิงลงมาจากกระจก

"...นั่นมันอะไรกัน?"

"เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น?"

นี่เป็นฉากที่ไม่น่าเชื่อมากเลยจนทำให้ทุกๆคนกว่าจะประมวลผลได้ก็ช้าอย่างมาก กระจก? ยิงลำแสง? แล้วก็คนนับร้อยระเหยหายไปในอากาศ? ต่อให้เป็นจอมเวทย์คลาส 4 ก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลยนะนั่น!

[ฮะ ฮ่าห์]

ยังไงก็ตามเมื่อไหร่ที่พวกเขาได้ยินเสียงขี้เล่นของหญิงสาวดังออกมา กระจกก็จะเปลื่ยนทิศทางยิงลำแสงออกไป

ลำแสงนี้ได้จัดการลบล้างออกไปเฉพาะผู้คนจากกองทัพจักรวรรดิเท่านั้น! นับตั้งแต่กระจกมาถึงกองทัพจักรวรรดิได้สูญเสียคนไปนับหมื่นแล้ว

"ปะ เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?"

"ถอยทัพ! ประกาศถอยทัพ!"

[กรรรรรรรร!]

ทั่วทั้งสนามรบได้ตกลงไปสู่ความวุ่นวายในทันที กองทัพจักรวรรดิทั้งหมดต่างก็แตกกระจายอออกไปราวกับว่าพลังอำนาจกดข่มที่เขาเคยมีมาก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อนเลย พวกจักรวรรดิทำได้แต่วิ่งหนีไปพร้อมๆกับมีความคิดเดียวอยู่นั่นก็คือหลบไปจากกระจกพวกนั้น

[ถึงฉันเป็นต่างโลก ฉันก็ยังยอดเยี่ยมอย่างเคย]

ยังไงก็ตามนี่ก็ยังไม่จบลง มิสทิคจะเก็บกระจกกลับมาก็ต่อเมื่อเห็นว่าการสังหารหมู่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

"อ๊ากกก!"

"อ๊ากกกก!"

เครื่องเล่นและเครื่องมือต่างๆที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในป้อมปราการดูเหมือนจะแยกส่วนออกจากกันมาเป็นขนาดที่เหมาะสมก่อนที่จะใช้ส่วนมีคมพุ่งลงไปด้านล่าง แม้ว่าของพวกนี้จะดูเหมือนตกมาจากท้องฟ้าทั่วทุกพื้นที่ แต่ว่าแต่ละอันต่างก็เล็งเป้าเข้าไปที่ทหารของจักรวรรดิเท่านั้น นี่ก็คือระบบปฏิบัติการเล็งเป้าขนาดใหม่ที่ยูอิลฮานได้ทำเอาไว้

"นะ นี่มัน..."

"ดูเหมือนจะมีแค่กองทัพจักรวรรดิที่ถูกโจมตี หรือนี่คือพรจากท่านหญิงเรย์น่า...!?"

"ท่านหญิงเรย์น่ากำลังคุ้มครองเราอยู่!"

กองทัพเอลฟอร์ดที่ตอนแรกตื่นตระหนกเมื่อเห็นป้อมปราการได้ตั้งสติมากลับมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าป้อมปราการลอยฟ้ามุ่งเป้าไปที่กองทัพจักรวรรดิเท่านั้น นอกไปจากนี้ก็ยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์ของนายูนาอยู่อีกด้วย! ต่อให้มีคนบอกว่าท่านหญิงเรย์น่าจำแลงลงมาเป็นปราสาทพวกเขาก็พร้อมจะเชื่อเลย!

"นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน!"

"ถอยทัพก่อน! พวกเราต้องถอยไปรายงานท่านจักรพรรดิก่อน!"

"ไม่ ถ้างั้นผลงานของฉันก็จะ... อ๊า พวกเราจะต้องจัดกาจมปราสาทนั่นลงมาก่อน!"

"มอนสเตอร์! มันถึงตาพวกแกเคลื่อนไหวแล้ว!"

สถานการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นมานี้ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในกองทัพเช่นกัน บางคนในกองทัพก็บอกว่าจะต้องรักษากองทัพไว้ก่อน บางคนก็ถูกเรื่องผลงานบังตา และบางคนก็คิดที่จะใช้มอนสเตอร์ที่ได้รับมาจากกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย! แต่แม้ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันนี้ จำนวนของกองทัพจักรวรรดิก็กำลังลดลงด้วยความเร็วที่น่าหวาดหวั่น

[กรรรรรรรร!]

[อย่ามาขวางพระอาทิตย์ อย่ามาขวางทางเรา!]

[พลังงาน ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่น่าดึงดูดจากปราสาทนั่น!]

มอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่า 250 ทั้งหมดได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว แค่การมีอยู่ของพวกมันก็ทำให้กองทัพเอลฟอร์ดต้องสั่นคลอนแล้ว! เหล่าพาลาดินที่ถูกพลังศักดิ์สิทธิ์เสริมพลังอยู่ได้พยายามกัดฟันขวางพวกมอนสเตอร์พวกนี้อาไว้ แต่ว่าไม่แม้แต่จะสนใจเหล่าพาลาดินพวกนี้เลยสักนิด

[หลบไป... หลบไปให้พ้นจากสายตาข้า!]

[ก๊าซซซซซซซซซซ!]

มอนสเตอร์ได้กระโดดลอยสูงขึ้นมา ตอนนี้ป้อมปราการลอยฟ้าไม่ได้อยู่สูงแล้ว

เคยมีคำกล่าวไว้ว่าพวกโง่เขลามักกล้าหาญ - ในวินาทีนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมอนสเตอร์พวกนี้ก็คงจะคิดว่าพวกมันสามารถจะทำให้ป้อมปราการลอยฟ้าล่วงลงมาด้วยพลังของมันเองได้

[ติดคริติคอล]

ยังไงก็ตามในวินาทีต่อมาร่างกายของมันก็ได้ระเบิดอกเป็นชิ้นๆโดยไร้ซึ่งสัญญาณใดๆ ตัวของพวกมันได้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง

"โอ้ นี่มันง่ายไปแล้วนะ"

"ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกนะ แต่การที่นายเหวี่ยงค้อนนั่นเหมือนค้อนของเล็กมันไม่เล็กน้อยแล้วนะ"

ในจุดที่มอนสเตอร์ได้ระเบิดตายไปมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ นายูนาที่มองดูป้อมปราการลอยฟ้านับตั้งแต่ที่มันปรากฏออกมาก็ได้เห็นรูปร่างของเขาในทันที

ชายคนนั้นสูง มีปีกโลหะอยู่บนหลังของเขาและเขายังถือค้อนขนาดยักษ์ด้วยมือ ค้อนนี้ที่ต่อให้ชายที่แข็งแกร่งนับพันก็ยังยกไม่ไหวเลย บนปลายค้อนมีเพลิงสีขาวลุกไหม้อยู่ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขานี่แหละที่เป็นคนฆ่ามอนสเตอร์เมื่อตะกี้นี้

[นายท่านทำไมท่านถึงยกเลิกสถานะซ่อนตัวล่ะ?]

"ต่อให้ไม่ต้องซ่อนตัว ฉันก็ฆ่าพวกที่เหลือนี่ได้ในทีเดียวอยู่ดี"

[โอหังจริงๆ]

นายูนาได้ยืนยันทั้งใบหน้าและน้ำเสียงของเขาแล้ว หลังจากนั้นเธอก็ตรวจดูว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บหรือเจ็บปวดใดๆแล้วเธอก็ตะโกนออกมาให้ดังที่สุดเท่าที่ทำได้

"อิลฮานนนนนนนนนนนนนนน!!!!"

ชายคนนี้ได้ข้ามมิติเข้ามาหาเธอ ในวินาทีที่เขาได้ยินเสียงนี้ เขาก็ได้หันหน้ามาสบสายตากับเธอ เสียงที่ไม่เบาและไม่ดังของเขาได้ดังขึ้นที่ข้างหูของนายูนา

"ฉันมาแล้ว ยูนา"

หัวใจนายูนาได้เต็มแรงขึ้น นี่เป็นเพราะอะไรนะ? เขาดูเหมือนจะหล่อมากขึ้นในตอนที่เธอไม่ได้อยู่ด้วย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เธออยากจะพูดหากเจอกับเขาอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าในวินาทีที่เจอหน้าเขาเธอก็ลืมเรื่องพวกนั้นไปจนหมดแล้ว

เดิมทีแล้วเธอไม่ได้มีบุคลิกแบบนี้นะ เธอควรจะทำตัวใจเย็นเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาหาเธอสิ... แต่ว่าเธอกลับผงะราวกับเธอกำลังมึนงงอยู่

"ในเมื่อเธอรอมาได้ตั้งนานแล้ว ถ้างั้นก็รออีกหน่อยนะ"

ยูอิลฮานได้ตอบกลับเท่ๆให้กับนายูนาที่ตัวแข็งอยู่กับที่ และเขาได้ยกค้อนขึ้นมา ค้อนแห่งภัยพิบัติได้ขนาดใหญ่กว่า 100เมตร เพราะแรงกดดันจากค้อนนี้ได้ทำให้ทั้งกองทัพจักรวรรดิและทั้งกองทัพเอลฟอร์ดไม่อาจจะขยับตัวได้เลย

"ไว้ค่อยคุยกันหลังจากฉันจัดการเจ้าพวกนี้เสร็จนะ"

เปลวเพลิงสีขาวที่งดงามได้จุดขึ้นมาบนปลายค้อนขึนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ภัยพิบัติจะบังเกิดขึ้นที่พื้นที่ดินเบื้องล่าง

จบบทที่ บทที่ 222 - ฉันมาหาเธอแล้ว (6) [26-10-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว