เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - ฉันมาหาเธอแล้ว (4) [22-10-2019]

บทที่ 220 - ฉันมาหาเธอแล้ว (4) [22-10-2019]

บทที่ 220 - ฉันมาหาเธอแล้ว (4) [22-10-2019]


บทที่ 220 - ฉันมาหาเธอแล้ว (4)”

[คุณได้รับคลาสรองนักท่องมิติ ทรัพยากรที่ใช้ในระหว่างการเทเลพอตข้ามมิติลดลง 20% และหากไปในมิติที่เคยไปมาก่อนจะใช้ทรัพยากรลดลงอีก 5%]

[คุณได้รับสกิลติดตัวการปรับตัวของนักท่องมิติ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในมิติใดคุณก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากมิตินั้นๆ และเมื่อเลเวลสกิลนี้เพิ่มขึ้นความเข้าใจในมิติของคุณจะเพิ่มมากขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น]

[คุณได้รับสกิลติดตัวคำสั่งกองทัพเรือข้ามมิติ ในตอนที่คุณเทเลพอตข้ามมิติ คุณสามารถจะเลือกสมาชิกในกองทัพเรือข้ามมิติของคุณได้ สมาชิกของกองเรือข้ามมิติที่ถูกเลือกจะสามารถข้ามมิติไปกับคุณโดยที่ไม่ต้องเสียทรัพยากรใดๆเพิ่มและอาจจะได้รับผลจากสกิลการปรับตัวของนักท่องมิติเช่นเดียวกันกับคุณ]

[คุณได้รับสกิลใช้งานจ้าวแห่งมิติ เมื่อคุณได้อยู่ในมิติใดมิติหนึ่งเป็นเวลานาม คุณจะสามารถจะรับรู้ถึงผู้ที่พยายามจะเข้ามาในมิติและสามารถจะยับยั้งการเข้าได้ โอกาสในการยับยั้งสำเร็จจะขึ้นอยู่กับเลเวลของสกิลและความสามารถใหม่ๆที่คุณอาจจะได้รับมา]

คลาสนักท่องมิติที่ยูอิลฮานเพิ่งจะได้รับมานี้แตกต่างอย่างมากกับคลาสอื่นๆที่เขาเคยได้รับมา นี่นับได้เลยว่าเป็นการเปิดเส้นทางใหม่สู่โลกกว้างของยูอิลฮาน เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ว่ากำแพงที่ขวางกั้นเขาไว้ได้หายไป

เลียร่าที่มองดูยูอิลฮานอยู่ก็ยังดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงพลังที่ยูอิลฮานได้รับมา

"พลังมหาศาลแบบนี้เป็นของคลาสรองแน่หรอ นี่มันไม่ใช่คลาสหลักหรอกหรอ...?"

"เคยมีคนได้คลาสแบบนี้เป็นคลาสหลักงั้นหรอ?"

"ไม่ ไม่เลย ไม่มีทั้งคลาสรองหรือคลาสหลัก อย่างน้อยที่สุดในความรู้ของฉันก็ไม่เคยมีคนมีคลาสแบบนี้มาก่อน"

"เข้าใจแล้ว"

ความสามารถที่สำคัญที่สุดท่องมิติได้หายไป แต่ว่าสำหรับยูอิลฮานแล้วนี่ไม่ใช่ปัญหาเลยเนื่องจากว่าเขามีความสามารถนั่นอยู่แล้ว ไม่สิที่ยูอิลฮานได้รับคลาสรองนี่มาก็เป็นเพราะสกิลข้ามมิติของเขาต่างหาก

เขาชอบในพลังของคลาสนี้ของเขามาก ก่อนหน้านี้ทรัพยากรที่ใช้ในการข้ามมิติมันกวนใจของเขามาตลอดเวลาแต่ในตอนนี้จำนวนทรัพยากรได้ลดลงมาอย่างมากในทันที

"คลาสนี่มันน่าทึ่งมาก..."

"แน่นอนสิ นอกไปจากนี้นี่ยังเป็นคลาสของที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยอีกด้วย ฉันไม่รู้เลยว่าจะมีความสามารถอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกในอนาคต..."

หลังจากพูดแบบนี้เธอก็มองไปที่ยูอิลฮาน และอยู่ๆเธอก็เอียงหัวสงสัย

"แต่นายก็ยังไปที่โลกอื่นไม่ได้สินะ?"

"ไม่หรอก ฉันไปได้"

เหตุผลที่เขายอมรับกองทัพเด็กเข้ามาและกำลังจะทำอุปกรณ์ให้เด็กๆทุกคนนันก็เพราะว่ายูอิลฮานมีความสามารถในการไปโลกอื่นยังไงล่ะ เลียร่าได้แต่สงสัยขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

"ไม่ใช่ว่านายเคยพูดว่านายมีข้อมูลไม่พอหรอกหรอ...?"

"ใช่ ฉันเคยพูดแต่มันสำหรับในตอนนี้"

ยังไงก็ตามนั่นไม่ใช่ในตอนนี้ ตอนนี้ยูอิลฮานมีสกิลบันทึกแล้ว ข้อมูลรายละเอียดทุกๆอย่างที่ยูอิลฮานเคยไปมาจะถูกสลักลึกลงไปในแก่นแท้ของเขา ดังนั้นแค่ของมูลในการท่องมิติไม่นับเป็นอะไรเลยสักนิด

"สำหรับในตอนนี้มีโลกอยู่ 32 โลกที่ฉันไปได้ ถ้าหากว่าฉันได้พบร่องรอยของมนุษย์โลกอื่น จำนวนโลกที่ไปได้ก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีก"

แต่แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้มีแผนที่จะไปค้นหาที่โลกอื่นๆแบบสุ่มๆ เพราะต่อให้เขาพาคนบนโลกกลับมาก็จะไม่มีความหมายอะไรหากว่ามีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งโผล่ขึ้นมาและกำจัดคนอื่นไปในระหว่างที่เขาไปอยู่โลกอื่น! นอกไปจากนี้มันยังเป็นไปไม่ได้อีกด้วยที่จะขนส่งคนเป็นล้านคน

"ถ้างั้นนายกำลังจะทำอะไรล่ะ"

คำถามของเลียร่าสมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ที่เธอกลับมาอยู่ในคลาส 4 เธอก็ยังคงอยู่เคียงข้างยูอิลฮานตลอด ยูอิลฮานจึงได้เลือกสมาชิกกองเรือของหมายเลขหนึ่งของเขาเป็นเธอและตัดสินใจแผนการในอนาคตของเขาให้กับเธอ

"ฉันคิดว่านี่มันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแน่ๆ... สิ่งที่ฉันได้วางแผนจะทำได้มาพร้อมกับการได้รับคลาสของฉันในตอนนี้"

ยูอิลฮานได้วางแผนที่จะใช้ความสามารถในการข้ามมิติของเขาไปในโลกต่างๆนับไม่ถ้วนและสร้างองค์กรบางอย่างของคนที่ต้องการที่จะกลับมาที่โลกและยินดีมีส่วนช่วยในการพัฒนาโลกกลับมาเหมือนเดิมขึ้นมา เขาจะใช้การข้ามมิติไปในหลายๆโลกเพื่อเพิ่มจำนวนคนพวกนี้ขึ้นมา ทั้งการช่วยคนพวกนั้นจากวิกฤต และกระตุ้นการเติบโตของโลกหลังจากการกลับมา! เลียร่าที่ได้ยินคำพูดของเขาได้อุทานออกมากับคำพูดนี้ของเขา

"นายกำลังคิดที่จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงคนบนโลกทุกคน...?"

"โลกจะต้องอยู่ในสภาพปิดตัวไปตลอดก่อนที่มันจะก้าวเข้าไปในโลกระดับสูง แน่นอนว่าฉันก็ไม่น่าจะเจอทุกๆคนได้ ยังไงก็ตามฉันจะพยายามให้ดีที่สุด ... ตอนนี้ฉันเบื่อกับการต้องมาอยู่คนเดียวแล้ว"

การเข้าไปเชื่อมต่อกับโลกอื่นๆอย่างต่อเนื่องก็ยังจะทำให้ตัวโลกใบนี้พัฒนาเร็วยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ทุกๆการกระทำของยูอิลฮานจะเป็นการกระตุ้นให้โลกไปสู่โลกระดับสูงได้เร็วยิ่งขึ้น นี่เป็นเหมือนกับการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

แน่นอนว่านี่ก็เป็นเรื่องดีสำหรับยูอิลฮานเช่นกัน เพราะว่าการที่โลกพัฒนาเร็วขึ้นจะทำให้มีมอนสเตอร์มากพอให้เขาล่าเก็บเลเวลด้วยเช่นกัน!

"...แล้วถ้ามันถึงตอนนั้นก็คงจะยุ่งมากเลยสินะ"

"ใช่แล้วล่ะ"

"ถ้างั้นเราก็ต้องตระเวนไปทั่วโดยไม่มีเวลาพักเลยใช่ไหม? ไม่มีเวลาได้ผ่อนคลายเลยสินะ?"

"อาจจะนะ"

เจ้าคนบ้างานนี้! เลียร่าได้ห้ามใจตัวเองเอาไว้ไม่ให้พุ่งเข้าไปเขกกระโหลกยูอิลฮานและกัดฟันถามเขาออกไป

"อิลฮาน แล้วตอนนี้นายกำลังจะทำอะไรล่ะ?"

"ฉันบอกว่าฉันกำลังจะสร้างเครื่องประดับที่เราจะใช้ไปแล้วนี่ หลังจากนั้นฉันก็จะทำอุปกรณ์ไว้ให้เด็กๆจากข้อมูลพื้นฐานที่ได้มา และจากนั้นสุดท้ายก็ไปที่โลกอื่น..."

ระหว่างยูอิลฮานกำลังพูดถึงตารางงานของเขาที่แน่นอย่างมาก เลียร่าก็ได้จับที่ข้อมือของเขา พอยูอิลฮานหันไปมองที่เธอ เลียร่าก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"เรามาพักกันสักหน่อยเถอะ"

"ฉันไม่แน่ใจหรอกนะว่าฉันอยากจะพักไหม แต่ว่าพอเห็นสายตาที่น่ากลัวของเธอแล้ว..."

"อ๊ากกกก เพราะการตกลงมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแบบฉับพลันทำให้ฉันไม่มีแรงเลย โอ๊ย ฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลมอยู่แล้ว ฉันคิดว่าฉันคงจะต้องฟื้นฟูผิวก่อนที่จะแห้งอีก ฉันคิดว่าฉันจะต้องไปนอนหลับบนเตียงลึ้งๆซะแล้วสินี่"

เธอนี่แสดงได้แย่เกินไปไหม? ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาและตอบเธอกลับไป

"ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันรู้แล้วล่ะว่าเธอเลย ในเร็วๆนี้ฉันยังไม่ได้ต้องการให้เธอช่วยด้วย เธอไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปพักทีหลัง"

"ไม่ ฉันจะไปนอนพักผ่อนกับนาย"

"หา?"

เลียร่าได้ออกแรงดึงข้อมือของยูอิลฮาน เขาที่สัมผัสได้ถึงอันตรายได้พยายามจะสลัดเธอออกไปแต่ก็ทำไม่ได้เลย สายตาของเลียร่าได้ส่องประกายความลึกลับออกมา

"ฉันจำที่ฉันพูดถึงการลงโทษในตอนที่นายหลอกฉันสามครั้งได้ไหมล่ะ?"

"จะ จำได้"

เลียร่าได้ดึงเขาและประกาศออกมา

"ฉันโกหก"

"อว๊าาาาากกกกกกกก!"

เด็กๆยังคงดื่มด่ำไปกับเครื่องเล่นอยู่ และยูมิลที่ชอบอยู่ข้างกายยูอิลฮานเสมอก็กำลังไปหลงไหลอยู่กับอุปกรณ์ใหม่อยู่ นี่แหละคือโอกาสที่ดีที่สุด

หากเธอปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไปนั่นก็หมายความว่าเธอจะต้องรอยคอยไปอีกหลายปีกว่าสถานการณ์แบบนี้จะมาถึง เลียร่าจึงเลือกที่จะไม่ลังเล เธอคือสัตว์ร้ายที่จะไม่ยอมเสียเวลาเปล่า! มิสทิคกับโอโรจิที่ดูฉากๆนี้มาตลอดก็ยังอุทานออกมา

[ผู้หญิงคนนี้ ความปรารถนาของเธอพุ่งพล่านออกมาหลังจากกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำสินะ]

[นี่เป็นภาพที่น่าสนใจมาก ในที่สุดฉันก็ได้เห็นนายท่านถูกจัดการแล้ว]

ในตอนนี้เลียร่าได้ตกลงมาในคลาส 4 แล้ว ยูอิลฮานสามารถใช้กำลังหยุดยั้งเธอได้ แต่ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่กล้าจะทำแบบนั้นเพราะเขากังวลว่าเลียร่าอาจจะไม่เป็นอะไรกับการต่อต้านเขาและลงโทษเขาหนักกว่าเดิม ผู้ชนะในครั้งนี้ชัดเจนอย่างมาก

"แค่สองชั่วโมง ไม่สิสาม... หกชั่วโมงเลยดีกว่า"

"มันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลยนะ!"

"ใช่แล้วสำหรับลูกคนแรกเป็นลูกสาวก็ดีนะ นายคิดว่าเราควรตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะ?"

"เธอจะรีบไปแล้ว!"

ยูอิลฮานที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องความรักเลยได้คิดว่านี่เป็นเรื่องที่เร็วมากๆ แต่กับเลียร่าที่รอมาเป็นร้อยปีแล้วแค่รอยประทับที่ริมฝีปากมันไม่พอที่จะคลายการเฝ้าคอยตลอดร้อยปีของเธอได้

นอกไปจากนี้ยังมีคนอีกมากที่ชอบในตัวยูอิลฮานรวมไปถึงทูตสวรรค์อย่างเอิลต้าด้วย แถมในตอนนี้เธอยังมีคลาสสูงกว่าเธอ รวมไปถึงมนุษย์อย่างนายูนากับคังมิเรย์ด้วย! หากแค่นั้นจะทำให้เธอโล่งใจแล้ว เธอก็คงจะไม่รู้เลยว่าจะถูกพวกนั้นแย่งเขาไปตอนไหน

เธอไม่อาจจะอยู่เฉยๆเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ในตอนนี้มันถึงเวลาที่เธอจะต้องเริ่มจู่โจมแล้ว

"แล้วก็นี่มันไม่โรแมนติกเลยเหมือนกันนะ อ๊า...!"

นายรู้จักคำว่าโรแมนติกด้วยงั้นหรอ? นายนี่น่ารักจริงๆเลยน้า - เลียร่าได้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้

ยังไงก็ตามมันก็แค่นั้นแหละ

"โรแมนติกงั้นหรอ"

เลียร่าได้มองดูว่าไม่มีใครอยู่รอบๆก่อนที่จะลากยูอิลฮานเข้าไปในห้องนอนและตอบยูอิลฮานไปด้วยเสียงที่มีแค่เขาเท่านั้นที่ได้ยินก่อนที่เธอจะปิดประตูลง

"นั่นเป็นสิ่งที่เราสร้างกันได้"

***

"อว๊าาาากกกกก!"

"หมุนติ่วๆ! หมุนเลย หมุน! ว๊ากก!"

[ว้าว กรงเล็บของผมกำลังขนาดใหญ่ขึ้น!]

เด็กๆต่างก็เพลิดเพลินไปกับสวนสนุกของป้อมปราการลอยฟ้ายู่เป็นชั่วโมงและเป็นวัน ยูมิลก็ยังบินไปทั่วเพื่อทดสอบในขีดจำกัดของอุปกรณ์ใหม่เขาโดยไม่รู้ถึงเวลาที่ผ่านไปเลย

[อ๊าา... ตายไปซะ! ตายไปเลย! ฉันไม่ได้ยิน ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น! ตายยย!]

[...]

มิสทิคได้ตั้งใจจัดการกับปีศาจที่โผล่ขึ้นมายนโลกโดยที่พยายามไม่สนใจเสียงที่เธอได้ยินในหู ในขณะเดียวกันโอโรจิได้ปิดหูปิดตาและตกลงไปสู่สมาธิ

ยูอิลฮานกับเลียร่าได้ 'พักผ่อน' กับเสร็จหลังจากที่ผ่านไปได้ 3 วัน นี่มันมากกว่าเวลาเดิมที่คุยกันไว้ว่า 6 ชั่วโมงอย่างมาก

"เธอพอใจยัง?"

"...พอใจแล้ว"

"ถ้างั้นก็ไปพักซะ นับจากนี้ฉันจะไปทำงานของฉันแล้ว"

"โอเค"

เลียร่าไม่ได้คิดจะหยุดยูอิลฮานแล้ว เธอคิดเพียงแค่ว่าภาพร่างกายของเขาที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อนั้นดูเซ็กซี่มากๆ

จริงๆแล้วเธอก็ยังอย่างจะป่าวประกาศออกไปให้ทั่วอีกด้วย แต่โลกในตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เธอจริงได้แต่คอยให้ยูอิลฮานไปหาคนเหล่านั้น

[ตาย ตา... จบแล้วงั้นหรอ?]

[เธอนี่น่ารำคาญจริงๆเลยสิ่งก่อสร้าง]

หลังจากเลียร่าไดไปพักยูอิลฮานก็ได้เข้ามาในห้องทำงานของเขา และจากนั้นมิสทิคกับโอโรจิก็ได้เริ่มคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ในตอนนี้พวกเขาเหนื่อยเกินที่จะโกรธแล้ว

[นายท่านไม่เหนื่อยลเยหรือไงนะ...?]

"ฉันยังได้ค้นพบสิ่งหนึ่งด้วย"

ยูอิลฮานได้จับค้อนขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่จะพูดขึ้น

"ขอบเขตผลของการฟื้นฟูเหนือมนุษย์ไร้ขีดจำกัด"

[...]

[...]

แม้แต่มิสทิคกับโอโรจิก็ยังพูดไม่ออกหลังจากได้ยินคำนี้

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็กลับมาทำงานดีกว่า"

[คนๆนี้น่าทึ่งจริงๆ]

[ถึงฉันจะอึดอัดมากๆ แต่ฉันกคงได้แต่เห็นด้วยกับเธอในเรื่องนี้...]

ยูอิลฮานได้ใช้วัตถุดิบคลาส 5 ที่เหลืออยู่มาทำเป็นเครื่องประดับสำหรับตัวเขา เลียร่าและยูมิล ในตอนนี้เขาอยู่คลาส 4 แล้ว ขีดจำกัดในการใส่เครื่องประดับของเขาก็คือ 6 อัน ยูมิลกับเลียร่าก็เหมือนกันดังนั้นเขาจะต้องทำเครื่องประดับทั้งหมด 18 อัน

มี 4 อันที่เป็นระดับโกลาหล 5 อันเป็นระดับมหากาพย์ และส่วนที่เหลือเป็นระดับตำนานทั้งหมด

"หืม ด้วยเหมือนว่าทั้งหมดนี้จะทำให้การฟื้นฟูมานาของฉันไปถึง 400%..."

[การกำลังพูดสิ่งที่น่าทึ่งเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดาเลยนะ]

ความสามารถของเครื่องประดับโดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปที่มานาเป็นหลัก ไม่ใช่แค่เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูมานาเท่านั้น แต่ยังเพิ่มขีดจำกัดของมานาสูงสุดและมีแม้กระทั่งฟังก์ชั่นในการเก็บมานาเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินอีกด้วย

วัตถุดิบคลาส 5 นี่เข้ากันได้ดีกับมานามากดังนั้นจึงไม่ยากเลยที่เขาจำทำในสิ่งที่ต้องการขึ้นมาได้

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็ถึงเวลาสร้างอุปกรณ์ให้เด็กๆแล้ว"

[การสร้างชุดเกราะกับอาวุธให้เด็กทั้ง 9,300 คนจะต้องใช้เวลานานขนาดไหนกันนะ...?]

[ถ้าเป็นนายท่านก็คง 4 วันล่ะมั้ง?]

"เฮ้ อุปกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ของผลิตจำนวนมากนะ แต่เป็นอุปกรณ์ปรับแต่งเฉพาะบุคคล ดังนั้นมันจะใช้เวลายาวกว่านั้นอีก ฉันคิดว่าคงสัปดาห์นึงได้มั้ง?"

หากมีใครมาได้ยินคำพูดนี้ก็คงตกตะลึงจนพูดไม่ออกแน่ แต่จู่ๆแล้วยูอิลฮานก็เงยหน้าขึ้นมา

"ชิ เวลาเหมาะเลย"

[เวลาอะไรล่ะ?]

"เวลาสำหรับเหตุการณ์ใหม่ไงล่ะ"

ยูอิลฮานได้วางมือจากการสร้างของในทันทีที่เขาพูดจบ สิ่งที่เขาทำนั้นเรียบง่ายมาก แต่ทั้งป้อมปราการลอยฟ้ากลับเริ่มสั่นไหว

"หืม?"

"กรี๊ดด!"

[พ่อครับ?]

"...นั่นมันอะไรนะ?"

เด็กๆที่กำลังมีความสุขกับเครื่องเล่น ยูมิลที่กำลังฝึกใช้อาวุธใหม่ซ้อมต่อสู้ รวมไปถึงเลียร่าที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข ทุกๆคนได้ตกใจยืนขึ้นมาในทันที

[อะ อะไรน่ะ?]

มิสทิคได้เป็นตัวแทนในการถามออกมา ยูอิลฮานที่มือยังคงจับกำแพงอยู่เลยพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังไปทั่วทั้งป้อมปราการ

"เวลาพักผ่อนจบลงแล้ว ตอนนี้พวกเรากำลังจะมุ่งหน้าไปสู่เบร์ย่าแล้ว"

ใรตอนนี้อุปกรณ์สื่อสารที่อยู่นิ่งในกระเป๋าของเขามาตลอดเวลา 3 ปีกำลังสั่นไหมและส่องแสงออกมาอย่างบ้าคลั่ง

สัญญาณนี้เป็นสัญญาณที่มาจากนายูนาอย่างแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 220 - ฉันมาหาเธอแล้ว (4) [22-10-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว