เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ดาวตกอันน่าทึ่ง

ตอนที่ 10 ดาวตกอันน่าทึ่ง

ตอนที่ 10 ดาวตกอันน่าทึ่ง


หลิงชิงอวี่คิดว่าชายหนุ่มชื่อหลิงอี้คนนี้น่าสนใจมาก

ไม่ใช่แค่เขามีความรู้เรื่องเสินลู่ไม่เยอะ แต่ร่างกายของเขายังไม่แข็งแรงอีก

เหมือนปลาเค็มที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้เล่น

ไม่เหมือนคนอื่นที่เตรียมพร้อมเป็นอย่างดี

เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของเขาที่อายุพอๆกับเธอ เธอจึงเม้มปากแล้วถาม “นายน่าจะรู้เรื่องโครงการอัจฉริยะของเมืองเราใช่ไหม?”

“รู้สิ”

“ถ้าอย่างนั้นนายต้องรีบลงมือแล้วก่อนที่หมาป่าจะฟื้นแรง รีบไปฆ่าให้มากกว่านี้จะได้เพิ่มเลเวลเร็วๆ ไม่อย่างนั้นโครงการอัจฉริยะคงไม่มีทีว่างสำหรับนาย”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหลิงอี้จึงทำหน้าแปลกๆแล้วเลิกคิ้วขึ้น

“เธอเลเวลเท่าไหร่”

“ฉันเหรอ?”

หลินชิงอวี่กอดอกพูดด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ “ฉันเลเวล2 มีค่าประสบการณ์15!”

“แล้วนายล่ะ?”

“ฉันสูงกว่าเธอนิดหน่อย”

“สูงกว่าฉันนิดหน่อยเหรอ?”

หลินชิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองหลิงอี้ด้วยความสงสัย

ชัดเลยว่าเธอสงสัยกับคำตอบของเขา

แต่ด้านนอกกำลังสู้กันอยู่เธอจึงไม่มีเวลามาคุยกับหลิงอี้ หลังจากมองเขาด้วยความสงสัยเธอก็กระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

เธอวิ่งไปไกลกว่าสิบเมตรในชั่วพริบตา

“ค่อนข้างเร็วเลย…” หลิงอี้ก็พึมพำขณะมองด้านหลังเธอ

เขาเงยหน้าขึ้นและมองระยะไกล

เขาไม่สนใจผู้เล่นที่กำลังสู้กับหมาป่าทุ่งหญ้าในสนามและมองตรงไปที่ราชาหมาป่าสูงห้าเมตร

มันยังยืนนิ่งปล่อยให้สายลมพัดขนของมัน เมื่อลมพัดจากล่างขึ้นบนขนทุกเส้นก็พลิ้วไหวราวกับว่าเปลวไฟสีเงินจางๆติดอยู่บนตัวมัน

มันเป็นเหมือนจอมพลในกองทัพที่อยู่ตรงกลางกองทัพโดยไม่เคลื่อนไหวเอง

แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็สร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่ผู้เล่นทุกคน

แน่นอนว่าไม่รวมถึงหลิงอี้

“ในเมื่อแกไม่ยอมขยับ ถ้าอย่างนั้นฉันจะใช้สกิล”

“หวังว่าแกจะไม่หนีนะ”

หลิงอี้ยิ้มขณะพูด ดูเวลาอีกครั้ง

[เวลาจุติที่เหลือ: 36 นาที]

เขายกมือขึ้นปล่อยดาวตกไปยังจุดที่ราชาหมาป่ายืนอยู่

ได้เวลาแล้ว!

จู่ๆดาวตกเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด35เมตรก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า!

......

ลั่วเหยาถอยออกจากเขตต่อสู้หลังจากฆ่าหมาป่าเลเวล2

[ยินดีด้วย ค่าประสบการณ์ของคุณเพียงพอแล้ว คุณเลื่อนเป็นเลเวล3]

“เลื่อนเป็นเลเวล3แล้ว”

พอยิ้มออกมาเธอก็รู้สึกเจ็บขาอย่างรุนแรง

คิ้วเรียวยาวขมวดกันเล็กน้อย

เมื่อมองลงไปก็พบว่ามีบาดแผลยาวสามสี่เซนติเมตรบนขาและมีเลือดไหลออกมา

“ฮึ...”

เมื่อเห็นแบบนั้นเธอจึงขมวดคิ้วมากขึ้น

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงออกมาจากใจของเธอ 'กลับกันเถอะ ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อแล้ว’

'หมาป่าทุ่งหญ้าพวกนี้ฟื้นแรงรวดเร็ว มันจะสายเกินไปถ้าไม่ยอมกลับ’

ยังมีวิญญาณอีกดวงหนึ่งอยู่ในร่างของลั่วเหยา

วิญญาณนั้นคือฉินเมิ่งหย่า เธอเคยเป็นความภาคภูมิใจรุ่นแรกของเสินเซี่ย

เธอเสียชีวิตจากการจู่โจมเมื่อครึ่งเดือนก่อน

เพื่อป้องกันไม่ให้เธอฟื้นคืนชีพศัตรูจึงเผาร่างกายของเธอ

แต่ด้วยผลของไอเทมระดับSวิญญาณของเธอจึงหลบหนีมาได้ และเธอเลือกเข้าร่างของลั่วเหยาที่ตอนนั้นยังเป็นคนธรรมดาอยู่

แต่ลั่วเหยาต้องเติบโตถึงเลเวลเดียวกันกับก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั่นคือเลเวล72 เธอถึงจะสามารถฟื้นคืนชีพได้อย่างสมบูรณ์

ดังนั้น

เพื่อที่จะชุบชีวิตตัวเอง เธอจึงความพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเธอเพิ่มเลเวล

‘ไม่เป็นไร...’ ลั่วเหยาตอบภายในใจ

มีความเสียใจอย่างเห็นได้ชัดในน้ำเสียงของเธอ

ถ้าเธอไม่ได้เจอราชาหมาป่า เธอคงได้ค่าประสบการณ์มากกว่านี้

ในขณะที่ลั่วเหยากำลังจะกลับไปที่ค่ายเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากบนอากาศ!

เสียงนี้เหมือนเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่มากตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

ฟิ้ววว!

“หืม?”

ลั่วเหยาเงยหน้ามองด้วยความสงสัย เธอได้เห็นดาวเพลิงขนาดใหญ่กำลังเร่งตกลงมาจากท้องฟ้า!

ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แต่เกือบทุกคนและหมาป่าที่อยู่ใกล้ๆต่างตกใจกับเสียงอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังขึ้นเรื่อยๆจนต้องแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า

“เชี่ย! อะไรวะนั่น!? ดาวตกเหรอ!?”

“ดาวเพลิงแดทอง มันเหมือนเมื่อสองชั่วโมงก่อนเลยไม่ใช่เหรอ!? แถมยังใหญ่กว่าเดิมตั้งหลายเท่า!”

“มันเป็นสกิลผู้เล่นจริงเหรอเนี่ย? จะโหดเกินไปแล้ว!!”

“เป็นไปไม่ได้!? ตอนนี้จะมีผู้เล่นไปถึงระดับนั้นได้ยังไง ต่อให้เป็นสกิลที่มีข้อเสียเยอะแต่นี่มันมากเกินไปแล้ว!”

“…”

ผู้เล่นแต่ละคนพูดด้วยความไม่อยากเชื่อกับดาวเพลิงลูกนี้

ทุกคนต่างรู้เรื่องพลังของผู้เล่นกันหมด ระยะสกิลโจมตีส่วนใหญ่จะมีผลมาจากคุณสมบัติของตัวผู้เล่น

ตัวอย่างพื้นฐาน

พลังเวท10แต้มสามารถสร้างลูกไฟที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง1เมตรได้

ด้วยพลังเวท100แต้มจะสามารถสร้างลูกไฟที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง10เมตรได้!

ดังนั้น

ดาวเพลิงเส้นผ่านศูนย์กลาง35เมตรที่กำลังตกลงมาอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนได้ว่า - คนที่ใช้สกิลมีพลังเวท350เลยเหรอ?

ต่อให้ไม่ใส่แต้มคุณสมบัติไปด้านอื่น ผู้เล่นที่มีคุณสมบัติขนาดนี้ต้องมีเลเวล70เท่านั้น!

พูดอีกอย่างคือ

ดาวตกที่อยู่ตรงหน้าเทียบเท่ากับการโจมตีจากผู้เล่นที่มีพลังเวทเลเวล70!

จะไม่ให้พวกเขาตกใจวได้ยังไง?!

ผู้เล่นเลเวล70ในโลกภายนอกเรียกได้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งในนครได้แล้ว!

“นี่...”

ลั่วเหยามองดาวตกที่กำลังตกลงมาอย่างตกตะลึง เธอไม่ตอบสนองจนกระทั่งดาวตกกระทบพื้น

“นี่เป็นการโจมตีของผู้เล่นใหม่เหรอ?”

เปลวไฟสีทองที่มีอุณหภูมิสูงกระจายไปทุกทิศทางอย่างรวดเร็วราวกับพายุ สิ่งมีชีวิตแถวนั้นละลายหายไปหมด

คลื่นความร้อนที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าหาผู้เล่นรอบๆจนพวกเขาคิดว่าตัวเองติดอยู่ในเตาเผา

ตอนนี้เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้าส่องแสงลงมา แม้ว่าเปลวไฟจะดับไปแล้วแต่อุณหภูมิในระยะหลายร้อยเมตรกลับเพิ่มสูงขึ้น

อากาศมันร้อนขึ้น!

ตอนนี้ลั่วเหยาลืมความเจ็บปวดที่ขาเธอไปแล้ว เธอรู้สึกว่าโลกทัศน์ของเธอกำลังสั่นคลอน

โชคดีที่เธอหายจากอาการช็อกได้อย่างรวดเร็ว

“ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนมันก็เป็นเรื่องของคนอื่น ฉันต้องพัฒนาตัวเองต่อไป”

แม้ว่าเธอจะปลอบใจตัวเองแต่คำพูดของเธอกลับดูไร้เรี่ยวแรง

ใครบ้างที่ไม่สงสัยว่าทำได้ยังไง?

ใครบ้างที่ไม่อยากมีพลังแข็งแกร่งแบบนั้น?

ถ้าทุกคนทำได้นั่นแสดงว่าความพยายามของเธอคงเป็นเรื่องตลก

แต่ในไม่ช้าฉินเมิ่งหย่าที่อาศัยอยู่ในจิตวิญญาณของเธอก็บอกว่า

“น่าแปลกใจจริงๆ…”

ถ้าฉินเมิ่งหย่าไม่เห็นเรื่องนี้ด้วยตาตัวเองเธอคงไม่เชื่อเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องจริง

'ไม่ต้องไปคิดมากหรอกลั่วเหยา เรื่องนี้เป็นกรณีที่หายากมาก เธอไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผนเติบโตเพราะการปรากฏตัวของคนคนเดียว’

'ตราบใดที่เธอเติบโตตามแผนที่วางไว้ เธอจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งในไม่ช้า'

จบบทที่ ตอนที่ 10 ดาวตกอันน่าทึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว