- หน้าแรก
- สั่งให้ทำเกม แต่ดันสร้างหนังฟอร์มยักษ์ซะงั้น
- บทที่ 17 การประกวดความงามของโปรแกรมเมอร์
บทที่ 17 การประกวดความงามของโปรแกรมเมอร์
บทที่ 17 การประกวดความงามของโปรแกรมเมอร์
บทที่ 17 การประกวดความงามของโปรแกรมเมอร์
อันที่จริง เฉินหลินมีตัวเลือกเกมสองผู้เล่นที่ดีกว่านี้ อย่างเช่น Overcooked
แต่เมื่อคำนึงถึงระยะเวลาการพัฒนาที่กระชั้นชิดและข้อจำกัดหน่วยความจำที่ไม่เกิน 1G แล้ว "เจ้ากระต่ายจอมป่วน" เกมนี้จึงเหมาะสมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ซ่งเหล่าต้าที่ได้รับข้อเสนอก็เรียกทุกคนประชุมในห้องประชุมที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น
"วันนี้ที่เรียกทุกคนมา ก็เพื่อจะประกาศเรื่องที่เราจะเข้าร่วมงานนิทรรศการหวนไห่"
ซ่งเหล่าต้านั่งกุมขมับอยู่ที่เก้าอี้ อ่านระเบียบวาระการประชุมด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะวิจารณ์ดีไซน์สุดประหลาดนี้ยังไงดี
ใช่แล้ว
มันประหลาดมาก!
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเชื่อว่าเฉินหลินคงไม่เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น เขาคงอายเกินกว่าจะหยิบข้อเสนอนี้ออกมาโชว์
มันน่าอายชิบเป๋งเลย!
ในทางกลับกัน
พนักงานที่ได้ยินเขาพูดกลับตื่นเต้นกว่ามาก
"เข้าร่วมงานนิทรรศการหวนไห่เหรอ?"
"หมายความว่าเรากำลังจะทำเกมใหม่ใช่ไหม?"
"เยี่ยม! ในที่สุดก็เริ่มแล้ว!"
"ซ่งเหล่าต้า รีบเอาให้พวกเราดูสิ! เป็นเกมแนวไหน?"
"จะถามทำไม? นี่ต้องเป็นผลงานที่ท่านอาจารย์ 'อิจฉาปลา' ออกแบบด้วยตัวเองแน่ๆ"
"ไมใช่ 'อิจฉาปลา' เรียกว่าท่านเทพ 'อิจฉาปลา' ต่างหาก!"
ทุกคนพูดคุยกันเซ็งแซ่ ต่างจ้องมองซ่งเหล่าต้าและเอกสารข้อเสนอในมือเขาด้วยใบหน้ากระตือรือร้น
พวกเขายังคงเชื่อมั่นในตัวเฉินหลินที่สร้างเกมฮิตติดตลาดมาแล้วถึงสองเกมอย่าง "ผู้กล้าในดวงใจ" และ "สเลย์เดอะสไปร์"
อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็กล้ารับประกัน
เกมที่สามนี้คงไม่ด้อยไปกว่าเดิมแน่ๆ
ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งสูงปรี๊ด พวกเขาอยากรู้ใจจะขาดว่าครั้งนี้เฉินหลินออกแบบผลงานชิ้นเอกอะไรออกมา
เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของทุกคน สีหน้าของซ่งเหล่าต้าก็ดูประหลาดชอบกล
เขากระแอมสองทีแก้เก้อ แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ฉายข้อเสนอการออกแบบขึ้นบนจอ
จากนั้น ราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตา เขากางมือออกแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้
"พวกนายดูเอาเองเถอะ"
ทุกคนหน้าบานจ้องมองไปที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อ
ทว่าวินาทีถัดมา ทุกคนก็แข็งค้างไปพร้อมกัน มองหน้าซ่งเหล่าต้าด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนสติไม่สมประกอบ
"เกมที่... พิเศษมากๆ!"
ตาเฒ่าหลี่หัวล้านนึกหาคำบรรยายที่เหมาะสมไม่ออกจริงๆ กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้สองสามคำก็ยากลำบากเหลือเกิน
คนอื่นๆ เองก็อึ้งกิมกี่ คิดว่าตัวเองยังไม่ตื่นดี
บนหน้าจอเป็นภาพท้องฟ้าสีคราม เมฆสีขาวสไตล์การ์ตูน และทุ่งหญ้าสีเขียวมรกตสุดลูกหูลูกตา
บนพื้นหญ้ามีแท่นสี่เหลี่ยมยื่นออกมา ต้นไม้ที่มีหนามแหลม และกับดักต่างๆ นานา
มนุษย์กระต่ายสองตัวที่ดูเหมือนปั้นโมเดลมาสามปี (ประชดว่าหยาบมาก) จับมือกันกระโดดหยองแหยง แย่งชิงแครอทที่ลอยอยู่ข้างบน
นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก
ลายเส้นหยาบจนแทบดูไม่ได้
นี่มันอะไรกัน?
รายการเรียลลิตี้พ่อแม่ลูกฉบับการ์ตูนเหรอ?
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ซ่งเหล่าต้า
ซ่งเหล่าต้ายักไหล่ "อย่างที่เห็น บอสของพวกนาย ดีไซเนอร์ชื่อดัง 'อิจฉาปลา' อยากให้เราทำเกมนี้ และวางแผนจะเอาไปเปิดตัวที่งานนิทรรศการหวนไห่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า"
"อะไรนะ! แถมยังจะเอาไปโชว์สาธารณะด้วย? ฆ่าฉันเถอะ!"
"ฉันคงโดนเพื่อนร่วมวงการหัวเราะเยาะตายแน่ถ้าทำเกมนี้!"
"ม่ายยยย!!!"
พอได้รับคำตอบที่ชัดเจน ห้องประชุมก็เต็มไปด้วยเสียงโหยหวน หน้าตาของทุกคนบิดเบี้ยวเหมือนกินมะระ
มีเพียงสองสาวจากฝ่ายธุรการและฝ่ายบุคคลที่เอามือปิดปากแอบขำ ดีใจที่รอดพ้นจากหายนะ
"อ้อ จริงสิ"
จู่ๆ ซ่งเหล่าต้าก็หันไปมองพวกเธอ "ผู้จัดการเฉินฝากบอกว่า ในเมื่อสตูดิโอยังไม่ได้รับสมัครพนักงานการตลาด วันนั้นพวกเธอสองคนต้องไปที่งานเกมด้วย เพื่อไปเป็นหน้าเป็นตาและโปรโมตสตูดิโอ"
"ม่าย—อาว—นะ—"
หน้าของสองสาวซีดเผือดลงทันที
ไม่คิดว่ากรรมจะตามสนองเร็วขนาดนี้
พวกเธอมองหน้ากัน แล้วกอดคอกันร้องไห้โฮ
"ฮือๆๆ น้องจ๋า พี่คงต้องไปก่อนแล้ว ฮือๆๆ..."
"พี่จ๋า... ชีวิตฉันทำไมรันทดขนาดนี้! โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันแล้ว"
"เป็นความผิดของพี่เองที่ทำให้น้องต้องไปขายขี้หน้าชาวบ้าน พี่ว่าเรายอมๆ ไปเถอะ"
เสียงร้องไห้ระงมไปทั่วห้องประชุมและดังออกไปข้างนอก
คนไม่รู้คงนึกว่าพวกเธอไปพัวพันกับธุรกิจมืดอะไรเข้า
ซ่งเหล่าต้าทำหน้าเอือมระอา "พอได้แล้วๆ พวกเธอเล่นงิ้วเรื่องความฝันในหอแดงกันอยู่หรือไง? ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป อย่างมากฉันก็เอาเบี้ยเลี้ยงค่าทนร้อนวันละ 200 หยวนไปให้คนอื่น"
"เดี๋ยวนะ! เหล่าต้า เมื่อกี้ว่าไงนะ?"
กลุ่มผู้ชายที่กำลังดูละครลิงหูผึ่งทันที
เหมือนเมื่อกี้พวกเขาจะได้ยินอะไรที่เหลือเชื่อ
"ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป มีปัญหาอะไรไหม?" ซ่งเหล่าต้าย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"เปล่า ไม่ใช่ประโยคนั้น ประโยคถัดไปต่างหาก" ตาเฒ่าหลี่พูดเสียงหอบหายใจแรง
"ประโยคถัดไป? อย่างมากก็เอาเบี้ยเลี้ยงค่าทนร้อนวันละ 200 หยวนไปให้คะ—"
"ฉันไป!"
"ฉันอยากไป!!!"
ยังพูดไม่ทันจบ สองสาวข้างๆ ก็ตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน
สองคนที่เมื่อกี้ยังร้องห่มร้องไห้น่าสงสาร ตอนนี้ชูมือขึ้นสูง หน้าตาตื่นเต้นจนแก้มแดงปลั่ง
พวกผู้ชาย: ???
เดี๋ยวนะ
เมื่อกี้พวกเธอเพิ่งบอกว่าจะย้ายหนีออกจากโลกไม่ใช่เหรอ?
เปลี่ยนสีหน้าเร็วเกินไปแล้วมั้ง
ท่ามกลางสายตาคนนับสิบ จู่ๆ เสี่ยวหลี่กับเสี่ยวเว่ยก็เริ่มเขินอาย
"หาเงินน่ะ ไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย"
"ฉันจะไปทำวิจัยตลาดต่างหาก"
เมื่อเจอกับความหน้าด้านของทั้งสองคน ซ่งเหล่าต้าก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ
แต่เขารู้ดีว่า แม้สองสาวนี้จะชอบเล่นบ้าบอไปวันๆ แต่จิตใจพวกเธอบริสุทธิ์มาก และต่างก็มาจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย
ที่ยอมเอาตัวไปตากแดดตากลมข้างนอก ก็แค่อยากหาเงินส่งกลับบ้านให้ได้มากขึ้นเท่านั้น
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า "ถ้าอย่างนั้น พวกเธอสองคนสลับกันสาธิตเกมก็แล้วกัน เพื่อนร่วมงานผู้ชายก็เลือกตัวแทนมาสองคนไปช่วยงานด้วย"
"ผม ผม ผม! เหล่าต้า เลือกผม!"
"ผมแข็งแรง ลีลาเยอะ เลือกผม เลือกผม!"
"นี่คัดตัวโฮสต์บาร์เหรอ? ลีลาเยอะบ้าบออะไร? สาธิตเกมต้องดูที่ภาพลักษณ์เว้ย!"
"จริง ถ้าพูดเรื่องความหล่อ แถวนี้ไม่มีใครเทียบผมได้หรอก จริงไหม?"
"โม้เหม็น! ไม่ดูเลยว่าผมบนหัวเหลืออยู่กี่เส้น!"
"ไอ้แก่หัวล้าน แกไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันนะเว้ย!"
เบี้ยเลี้ยงวันละ 200 หยวนถือว่าเยอะมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเขา
มันมากพอที่จะทำให้พวกเขาลืมความรังเกียจที่มีต่อเกมใหม่นี้ไปจนหมดสิ้น ต่างคนต่างเถียงกันหน้าดำหน้าแดงด้วยความตื่นเต้น
สุดท้าย
ซ่งเหล่าต้าต้องเข้ามาจัดการ
เขาเลือกหนุ่มน้อยที่อายุน้อยที่สุดสองคนไป เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสตูดิโอ
"คนที่ไม่ได้เลือกก็ไม่ต้องเสียใจไป พอเกมเสร็จและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พวกนายก็จะได้โบนัสส่วนแบ่ง ซึ่งได้มากกว่านี้แน่ๆ ไม่น้อยกว่าหรอก"
ซ่งเหล่าต้านั่งที่หัวโต๊ะเอ่ยปลอบใจ
"เกมนี้จะทำเงินได้จริงเหรอ?"
เมื่อมองดูข้อเสนอการออกแบบตรงหน้า หน้าของทุกคนก็เหี่ยวลงอีกครั้ง ไม่กล้าคาดหวังอะไรมากนักจริงๆ
แต่ในเมื่อบอสสั่งมาเอง
พวกเขาก็ไม่กล้าขัด
หลังจากแบ่งงานกันคร่าวๆ พวกเขาก็รีบออกจากห้องประชุมไปเริ่มงานทำเกม
เพราะเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนกว่าจะถึงวันงานนิทรรศการ
แถมยังต้องเก็บรายละเอียดช่วงท้ายของ 'สเลย์เดอะสไปร์' อีก เลยแบ่งคนมาทำเกมนี้ได้แค่ไม่กี่คน
การจะทำด่านให้เสร็จเยอะขนาดนั้นก่อนวันงานคงเป็นเรื่องยากเอาการ
ตาเฒ่าหลี่ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ขมวดคิ้วมุ่น หารือทิศทางการพัฒนากับเพื่อนร่วมงานอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน
เขาเปิดคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้มานาน หน้าจอที่คุ้นเคยค่อยๆ ปรากฏขึ้น
"หือ? นี่มันอะไรเนี่ย?"
จู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้วมองไปที่มุมจอ
บนหน้าจอเดสก์ท็อปที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้กลับมีซอฟต์แวร์ชื่อ "หงฮวงเกมเอนจิน" ติดตั้งอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"เชี่ย! หงฮวงเกมเอนจิน?"
"สตูดิโอเรามีเอนจินพัฒนาเกมเป็นของตัวเองด้วยเหรอ!?"
โปรแกรมเมอร์คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนคอมพิวเตอร์ของตัวเองเช่นกัน เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นระงมไปทั่ว