เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 นิทรรศการพิเศษคู่รัก

บทที่ 16 นิทรรศการพิเศษคู่รัก

บทที่ 16 นิทรรศการพิเศษคู่รัก


บทที่ 16 นิทรรศการพิเศษคู่รัก

การโอนย้ายสินทรัพย์เป็นไปอย่างราบรื่น

เพียงแค่ครึ่งวัน ข้าวของทั้งหมดก็ถูกขนย้ายไปยังอาคารสำนักงานแห่งใหม่ด้วยความช่วยเหลือของบริษัทรับย้ายของและเหล่าพนักงาน

เดิมที เฉินหลินตั้งใจจะให้พนักงานเหล่านี้หยุดพักหนึ่งวัน

แต่พวกเขารู้สึกเกรงใจที่จู่ๆ ก็ได้ขึ้นเงินเดือนอย่างมาก แถมยังตื่นเต้นกับสตูดิโอที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ทุกคนจึงอยู่ช่วยงานต่อกันหมด

สมแล้วที่เป็นโปรแกรมเมอร์ ความอึดถึกทนไม่ธรรมดาจริงๆ

สำหรับพวกเขา การทำงานแบบ 996 (เข้างาน 9 โมงเช้า เลิก 3 ทุ่ม ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์) ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

เหล่าซ่งเห็นความกระตือรือร้นของพวกเขาแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย

หลังจากจัดวางข้าวของเสร็จ เขาก็รีบไปหาเฉินหลินที่นั่งอยู่ในห้องทำงานทันที

"คุณเฉิน สตูดิโอใหม่ของเราจะใช้ชื่อว่าอะไรดีครับ?"

ในเมื่อเปลี่ยนเจ้านายใหม่แล้ว ชื่อเดิมย่อมใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องตั้งชื่อใหม่

"อยู่กันตามลำพังเรียกผมว่าเฉินหลินเหมือนเดิมก็ได้ ส่วนชื่อ..."

เฉินหลินลูบคางพลางครุ่นคิด

จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น แววตาฉายประกายแหลมคม "เรียกว่า 'หงฮวงสตูดิโอ' ก็แล้วกัน หมายถึงปฐมกาลแห่งฟ้าดิน เป้าหมายของเราคือการบุกเบิกโลกใบใหม่ในวงการเกมที่เน่าเฟะนี้!"

กลิ่นเน่าเหม็นและความเสื่อมโทรมของวงการเกมเป็นที่รู้กันดีในหมู่คนวงใน

ไม่ว่าจะเป็นการที่เฉินหลินถูกวงการกีดกัน หรือเหล่าซ่งที่ถูกเพื่อนร่วมอาชีพกดดัน ทั้งหมดล้วนเกิดจากการชักใยอยู่เบื้องหลังของบริษัทใหญ่ๆ

เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่หน้าใหม่จะสร้างชื่อให้ตัวเองได้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้

เมื่อไม่อาจสานฝันให้เป็นจริง ท้ายที่สุดพวกเขาก็ทำได้เพียงจบชีวิตการทำงานด้วยความคับแค้นใจ

บ้างก็เปลี่ยนสายงาน บ้างก็ยอมจำนน

ในที่สุดก็ตกลงไปในบ่อสีย้อมผ้าขนาดใหญ่ของกลุ่มทุน ค่อยๆ กลายเป็นคนประเภทที่ตัวเองเคยรังเกียจ

"หงฮวงสตูดิโอ ปฐมกาลแห่งฟ้าดินงั้นเหรอ..."

เหล่าซ่งพึมพำเบาๆ นัยน์ตาสั่นระริก ตกตะลึงกับวาจาอันโอหังของเฉินหลินที่คิดจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของวงการ

แต่พอลองคิดย้อนกลับไป เป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ใช่เหรอที่เป็นเหตุผลให้เขามายืนอยู่ตรงนี้?

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จไหม และต่อให้สุดท้ายต้องเจ็บตัวจนสะบักสะบอม เขาก็ยังอยากจะลองดูสักตั้ง

"ตกลงครับ เดี๋ยวผมจะให้เสี่ยวหลี่ไปแก้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้วก็ลงทะเบียนทรัพย์สินเดี๋ยวนี้เลย"

"ลำบากคุณแล้ว" เฉินหลินพยักหน้า มองผ่านหน้าต่างไปยังเงาร่างที่กำลังวุ่นวายอยู่ด้านนอก

เสี่ยวหลี่คือสาวฝ่ายธุรการจากรุ่งอรุณสตูดิโอ รับผิดชอบงานจิปาถะทั้งภายในและภายนอกโดยเฉพาะ

เพราะเธอมาจากต่างจังหวัด จึงเป็นคนหนักเอาเบาสู้และขยันขันแข็ง แทบไม่เคยทำงานผิดพลาดใหญ่โตเลย

การมีบุคลากรที่เป็นมืออาชีพแบบนี้ช่วยทุ่นแรงเขาไปได้มาก

ส่วนเสี่ยวเว่ย หญิงสาวอีกคน ถูกส่งไปยังตลาดแรงงานเพื่อรับสมัครพนักงานชุดใหม่

แรงงานแบกหามที่เหลือ แน่นอนว่าต้องตกเป็นหน้าที่ของทีมโปรแกรมเมอร์ชายฉกรรจ์

เขาว่ากันว่าความหัวล้านจะช่วยเพิ่มดาเมจคริติคอล 10 เท่า

เหล่าหลี่ ชายหัวล้านในทีม มีพละกำลังมหาศาลยามยกของ

เขาแบกอุปกรณ์ขึ้นบ่าข้างหนึ่งแถมยังคุยโทรศัพท์ไปด้วยได้หน้าตาเฉย

"เฮ้ย เจ๊ วันนี้ผมได้ขึ้นเงินเดือนว่ะ! เย็นนี้กลับไปฉลองมื้อใหญ่กัน!"

เสียงของเขาดังลั่น เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด

เสียงนั้นดังจากหน้าลิฟต์ไปทั่วทั้งออฟฟิศทันที ทำให้คนอื่นๆ หัวเราะร่า ทั้งที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

สำหรับคนทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน จะมีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการขึ้นเงินเดือนอีก?

ถ้าเลือกได้ คงไม่มีใครอยากจากบ้านเกิดเมืองนอนมาหรอก

ตอนนี้เมื่อมีอนาคตที่สดใสรออยู่ พวกเขาก็ยิ่งมีแรงใจ ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการยกของอีกต่อไป

พวกเขาทำงานกันต่อจนถึงบ่าย ในที่สุดก็จัดออฟฟิศเสร็จเรียบร้อย พร้อมสำหรับการเริ่มงาน

แปะ แปะ แปะ—

เฉินหลินยืนอยู่หน้าออฟฟิศแล้วปรบมือ

"วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาทั้งวัน พรุ่งนี้ผมให้หยุดครึ่งวัน เข้ามาตอกบัตรตอนเที่ยงนะ"

"เย้!"

เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังลั่นไปทั่วออฟฟิศ

หลังจากเก็บกวาดเล็กน้อย พวกเขาก็ทยอยออกจากสตูดิโอ เดินทางกลับบ้านด้วยหัวใจที่เบิกบาน

พอทุกคนกลับกันหมดแล้ว เหล่าซ่งก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง

"เฉินหลิน ผมเพิ่งได้ข่าวมาว่าหวงไห่มีแผนจะจัดนิทรรศการเกมในวันที่ 18 เดือนหน้า ซิงโหยวก็จะไปร่วมด้วย เราควรจะเข้าร่วมไหม?"

"หวงไห่งั้นเหรอ?"

เฉินหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย

เขายังไม่ลืมว่าอีกฝ่ายเกือบจะบีบให้เขาต้องเปลี่ยนอาชีพ ไม่ให้มีที่ยืนในวงการเกมอีกต่อไป

และเรื่องทั้งหมดก็เพียงเพราะผู้จัดการคนหนึ่งของฝั่งนั้นอยากจะฮุบเกมของเขาไป

นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาอยากจะปฏิวัติวงการเกมเสียใหม่

"ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ?"

เฉินหลินยิ้ม

เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนใจกว้างอะไรนัก

ในเมื่อถูกรังแกมา เขาก็ต้องเอาคืนให้สาสม ยังไงซะเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปประจบสอพลอพวกนั้นอีกแล้ว

"มันจะไม่เหมาะไปหน่อยเหรอครับ?"

เหล่าซ่งอ้าปากถาม สีหน้าดูเป็นกังวล "ถึงแม้เราจะไม่ได้คิดจะรับงานเอาท์ซอร์สแล้ว แต่ยังไงพวกเขาก็เป็นขาใหญ่ในย่านนี้ อิทธิพลยังคงมีมากโขอยู่"

อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่างซิงโหยวก็ยังต้องเกรงใจหวงไห่ ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

นี่แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของหวงไห่ในวงการนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เขาไม่อยากให้สตูดิโอใหม่ต้องถูกบีบให้ปิดตัวลงหลังจากเพิ่งตั้งได้ไม่นาน

"คุณคิดอะไรอยู่? ผมบอกว่าจะไปร่วมงาน ไม่ได้จะไปหาเรื่อง"

"นิทรรศการเกม แน่นอนว่าก็ต้องใช้เกมเป็นตัวตัดสิน"

ขณะพูด มุมปากของเฉินหลินก็ยกยิ้มอย่างลึกลับน่าขนลุก ทำให้เหล่าซ่งตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังจ้องมองเขาอยู่

เขามองซ้ายมองขวาแต่ไม่เห็นใครแอบมอง จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเริ่มอธิบายรายละเอียดของงานนิทรรศการเกม

เขาคิดว่าเฉินหลินพูดถูก

ถ้ามัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่ ก็คงทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความแค้นฝังใจกับซิงโหยว

พอรู้ว่าซิงโหยวจะเข้าร่วม ใจจริงเขาก็อยากไปร่วมด้วยมากๆ แต่ก็ต้องระงับความอยากนั้นไว้โดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของสตูดิโอเป็นหลัก

ตอนนี้มีเฉินหลินคอยหนุนหลัง เขาจึงดีใจมากและอธิบายทุกอย่างอย่างละเอียดถี่ยิบ

สรุปสั้นๆ คือ หวงไห่ต้องการจัดนิทรรศการธีมคู่รักในวันที่ 18 พฤษภาคม กินเวลาสามวัน สิ้นสุดในวันที่ 20 พฤษภาคม

ธีมจำกัดเฉพาะมินิเกมอินเทอร์แอคทีฟสำหรับผู้เล่นสองคน ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1GB

และต้องเป็นเกมที่ไม่เคยเปิดตัวมาก่อน หลังจากทดลองเล่นแล้ว จะจัดอันดับจากผลโหวตความพึงพอใจของผู้เล่นในงาน

สามอันดับแรกไม่เพียงแต่จะได้รับเงินรางวัลมหาศาล แต่ยังได้รับทรัพยากรภายในของหวงไห่ รวมถึงการโปรโมทฟรีสามวันบนหน้าแรกของแพลตฟอร์มหลักๆ ด้วย

สำหรับธุรกิจและสตูดิโอขนาดกลางและขนาดย่อม รางวัลนี้ดึงดูดใจอย่างมหาศาล

หากได้ปรากฏบนหน้าแรกของแพลตฟอร์มเกมใหญ่ๆ ก็เท่ากับหนูตกถังข้าวสาร ได้ผลการโปรโมทสูงสุด

นี่เป็นสิ่งที่สตูดิโอเล็กๆ หลายแห่งไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง

จากสถิติของเหล่าซ่ง ภายในสองวันหลังประกาศ ก็มีบริษัทวางแผนเข้าร่วมแล้วหลายร้อยแห่ง การจะโดดเด่นออกมาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

"แค่ร้อยกว่าเจ้าเอง ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร" เฉินหลินพูดอย่างมั่นใจ

"ห๊ะ? ร้อยกว่าเจ้าไม่ใช่ปัญหาใหญ่เหรอครับ?"

เหล่าซ่งลูบหน้าผากที่เริ่มล้านเลี่ยนพลางถาม "แล้วคุณวางแผนจะเตรียมเกมแบบไหนไปสู้ครับ? เราเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนกว่าๆ อุปกรณ์ใหม่ก็ยังมาไม่ถึง ทำเกมสเกลใหญ่มากไม่ได้นะครับ"

"รอแป๊บ"

เฉินหลินไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาหันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงาน หยิบเอกสารเสนอโครงการเกมที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากโต๊ะ แล้วยื่นให้อีกฝ่าย

【ชื่อเกม: Super Rabbit Man】

【ประเภท: มัลติเพลเยอร์, แพลตฟอร์มพัซเซิล, ตะลุยด่าน, เฮฮา】

【คำอธิบาย: เกมตะลุยด่านที่ใช้ระบบฟิสิกส์เน้นความร่วมมือ ผู้เล่นจะรับบทเป็นมนุษย์กระต่าย จับมือกับเพื่อนเพื่อผ่านด่านและตามหาแครอท เพื่อก้าวสู่การเป็นสุดยอดมนุษย์กระต่าย】

【ราคา: รอการกำหนด】

เมื่อมองดูรูปมนุษย์กระต่ายที่มีลายเส้นดูนามธรรมในภาพ เหล่าซ่งก็เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น

"คุณแน่ใจนะว่านี่คือเกม??"

จบบทที่ บทที่ 16 นิทรรศการพิเศษคู่รัก

คัดลอกลิงก์แล้ว