เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 โปรดรับการคารวะ

บทที่ 15 โปรดรับการคารวะ

บทที่ 15 โปรดรับการคารวะ


บทที่ 15 โปรดรับการคารวะ

ปัง!

ประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างแรง

เหล่าซ่งถือโทรศัพท์มือถือวิ่งพรวดพราดออกมาจากข้างใน

"ทุกคน เก็บกวาดข้าวของหน่อย! บอสคนใหม่จะมาถึงเร็วๆ นี้แล้ว!"

พนักงานทุกคน: ???

เดี๋ยวนะ

รอเดี๋ยวก่อน

บอสคนใหม่?

ไม่ใช่ว่าพี่เป็นบอสอยู่แล้วเหรอ?

พนักงานทั้งสิบกว่าคนที่เหลืออยู่ต่างเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม มึนงงกับคำพูดนั้น

หรือว่าบอสจะเครียดเรื่องโดนกดดันจนสติแตกไปแล้ว?

"บะ...บอส เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"

"พวกเรารู้ว่าตอนนี้พี่เสียใจ แต่อย่าเพิ่งคิดมากเลย ก็แค่โดนกลั่นแกล้งจนเสียงานไป บอสอย่าเพิ่งคิดสั้นทำอะไรบุ่มบ่ามนะ"

"ใช่ครับ ไม่มีอะไรที่ผ่านไปไม่ได้หรอก สุขภาพสำคัญที่สุดนะ"

บรรยากาศในสตูดิโอถือว่าดีมาก ปกติเหล่าซ่งกับพนักงานก็มักจะพูดล้อเล่นกันอยู่แล้ว ไม่ได้มีกฎระเบียบเคร่งครัดอะไร

พอเห็นเขาวิ่งหน้าตื่นออกมาโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ ทุกคนก็เริ่มเป็นห่วงขึ้นมาทันที

"ไปไกลๆ เลย คิดสั้นบ้าบออะไรกัน?"

"ฉันพูดจริง! สตูดิโอของเราถูกเทคโอเวอร์แล้ว และบอสคนใหม่กำลังจะมาถึงแล้วเนี่ย!"

หือ?

พนักงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความงุนงง

ถึงสตูดิโอของพวกเขาจะไม่ใช่บริษัทใหญ่โต

แต่สินทรัพย์รวมๆ กันอย่างน้อยก็ห้าหกแสน ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์พัฒนาเกมระดับมืออาชีพทั้งนั้น

ใครมันจะใจป้ำขนาดมาเหมาซื้อทั้งสตูดิโอแบบนี้?

"จะเรียกว่าเทคโอเวอร์ก็ไม่ถูกซะทีเดียว"

เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคน เหล่าซ่งจึงอธิบาย "พวกนายก็รู้จักบอสคนใหม่ดี เขาคือเฉินหลิน เขากำลังเตรียมตั้งสตูดิโอเกมขนาดใหญ่ และพวกเราจะเข้าไปเป็นแผนกหนึ่งในนั้น รับผิดชอบด้านการพัฒนาเกมโดยเฉพาะ"

ตอนที่เหล่าซ่งได้ยินข่าวนี้ทางโทรศัพท์ เขาก็ตกใจไม่แพ้กัน

เพราะก้าวย่างนี้มันใหญ่เกินไป

หรือจะพูดว่า ความทะเยอทะยานของอีกฝ่ายนั้นยิ่งใหญ่เกินไป!

ถึงกับต้องการเอาสตูดิโอของเขาทั้งหมดไปตั้งเป็นแผนกหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่

ถ้าไม่ใช่คนโง่ โดยทั่วไปคงไม่มีใครตอบตกลงข้อเสนอแบบนี้

แต่ปัญหาคือ พอเป็นเฉินหลิน เขากลับรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลซะงั้น

มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ!

อาจเป็นเพราะแผนการพัฒนาอันบ้าระห่ำของเฉินหลิน และผลกระทบมหาศาลจากเกมทั้งสองเกมที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกว่า บางทีคนคนนั้นอาจจะทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ก็ได้

ดังนั้น หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดิมพันดูสักตั้ง

แทนที่จะใช้ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ต้องคอยมองสีหน้าคนอื่น และเป็นขี้ข้าอยู่ใต้เงาของบริษัทสตาร์ทราเวล สู้ไปทุ่มสุดตัวกับเฉินหลินดีกว่า

วัดดวงกันไปเลย เปลี่ยนจักรยานให้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์

ถ้าล้มเหลวก็แค่กลับบ้านเกิดไปทำนา เขาทำใจไว้แล้ว

ทว่าพวกพนักงานกลับยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง

"บอสใหม่คือเฉินหลินงั้นเหรอ?"

"พี่ไม่ได้กำลังหลอกพวกเราเล่นใช่ไหม?"

"วันเอพริลฟูลส์มันผ่านไปแล้วนะพี่"

คำถามดังก้องไปทั่วออฟฟิศ ทุกคนหยุดมือจากงาน ไม่กล้าเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่นัก

"พวกนายแค่บอกมาว่าจะไปหรือไม่ไป" มุมปากของเหล่าซ่งยกขึ้นเล็กน้อย "ช่วงนี้หมอนั่นทำเงินได้เยอะมาก เขารับปากกับฉันแล้วว่า ใครที่ยอมเข้าร่วม จะได้ขึ้นเงินเดือน 30% แถมยังมีโบนัสตามผลงานให้อีกต่างหาก"

"เชี่ย! 30%!?"

"บอส พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อเล่น?"

"ถ้าพี่พูดงี้ ผมตาสว่างเลย"

"หากท่านไม่ทอดทิ้งข้า โปรดรับการคารวะจากบุตรบุญธรรมผู้นี้ด้วย!"

พอได้ยินคำตอบ พนักงานก็แตกตื่นกันทันที ต่างรุมถามคำถามกันยกใหญ่

เงินเดือนของพวกเขาไม่ได้สูงมาก อย่างมากก็นับว่าอยู่ระดับกลางค่อนไปทางล่างของวงการ

แต่ถ้าเพิ่มขึ้น 30% มันจะต่างออกไปทันที เผลอๆ จะแซงหน้าระดับพนักงานในบริษัทใหญ่ๆ พวกนั้นด้วยซ้ำ

แถมยังมีโบนัสอีก!

ถึงแม้การอยู่ต่อจะเป็นเรื่องของความผูกพันทางใจ

แต่พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานข้อเสนออันหอมหวานจากบอสคนใหม่ได้ ทุกคนยิ้มแก้มปริ ตอบตกลงเร็วกว่าใครเพื่อนโดยไม่ต้องลังเล

"พวกนายนี่มัน... ไอ้พวกเนรคุณเอ๊ย"

เหล่าซ่งยิ้มแห้งๆ ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

เดิมทีเขาแอบกังวลว่าลูกทีมอาจจะไม่ยอมตามเขาไป แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะกังวลเกินเหตุไปหน่อย

เขาได้แต่หวังว่าเฉินหลินจะดูแลพวกเขาอย่างดีในอนาคต

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เหล่าซ่งกำลังยุ่งอยู่กับการจัดแจงทรัพย์สินกับลูกน้อง ในที่สุดรถของเฉินหลินก็มาถึง และเดินผ่านประตูใหญ่เข้ามาภายใต้สายตาจับจ้องของพนักงานทุกคน

"สวัสดีครับบอส!"

เสียงดังกระหึ่มไปทั่วทุกมุม

ทุกคนหน้าแดงก่ำ จ้องมองเฉินหลินราวกับมองผู้มีพระคุณอย่างสูง

ส่วนเหล่าซ่งยืนอยู่หน้าสุด นำกลุ่มลูกน้องด้วยท่าทีเกร็งๆ เล็กน้อย

ช่วยไม่ได้

การสลับบทบาทครั้งนี้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป

"เอาล่ะ คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนี้หรอก"

เฉินหลินยิ้มพลางโบกมือ แล้วมองไปที่เหล่าซ่ง:

"เหล่าซ่ง ผมวางแผนจะตั้งทีมเกมหลายทีมในสังกัด เพื่อเน้นพัฒนาเกมหลากหลายประเภท จากนี้ไปทีมนี้จะใช้ชื่อว่า รุ่งอรุณ ซึ่งสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ โดยมีคุณเป็นคนดูแลเหมือนเดิม มีปัญหาอะไรไหม?"

"ไว้ใจผมได้เลย! จากนี้ไป รุ่งอรุณ จะเป็นทีมที่ใหญ่ที่สุดในบริษัทของเรา!" เหล่าซ่งฉีกยิ้มกว้าง เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น นี่คือสิ่งที่เขารอคอยจากเฉินหลิน

ถ้าเฉินหลินเป็นประเภทพอมาถึงก็ยึดอำนาจแล้วลดบทบาทเขา เขาคงไม่เลือกที่จะติดตามมา

ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะกังวลมากเกินไปจริงๆ

ความทะเยอทะยานของหมอนี่ ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก!

แม้แต่พนักงานก็ยังตื่นเต้นจนหน้าแดง

เพราะแบบนี้ เท่ากับว่าพวกเขาเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกของสตูดิโอใหม่ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะได้ตำแหน่งหัวหน้าเล็กๆ น้อยๆ ติดไม้ติดมือมาบ้าง

"คุณเฉิน ผมมีคำถามครับ อนาคตเราจะยังทำภาคต่อของ Slay the Spire อยู่ไหมครับ?"

ในตอนนั้นเอง ในที่สุดก็มีคนอดใจถามไม่ไหว

สิ้นเสียงนั้น ทุกคนก็หันขวับไปมอง

ยังไงซะ Slay the Spire ก็เป็นผลงานระดับขึ้นหิ้งและโด่งดังสุดขีด!

แค่เกมนี้เกมเดียวก็ทำรายได้มากกว่าที่สตูดิโอของพวกเขาหาได้มากี่ปีก็ไม่รู้

ถ้ามีภาคต่อออกมา โบนัสของพวกเขาคงไม่น้อยแน่ๆ แถมยังได้ชื่อเสียงในวงการอีกด้วย นี่จึงเป็นเรื่องที่พวกเขาให้ความสนใจมากที่สุด

โดยเฉพาะเหล่าซ่ง

ตอนนี้เขาอยากจะยกนิ้วโป้งให้ลูกน้องคนนั้นจริงๆ

เพราะเขาไม่กล้าถามคำถามนี้มาตลอด และในขณะเดียวกันก็กังวลว่า Slay the Spire จะเป็นแค่ดอกไม้ไฟที่สว่างวาบเดียวแล้วดับไป

"Slay the Spire น่ะเหรอ? ตอนนี้ผมยังไม่มีแผนจะทำภาคต่อ"

ผิดคาด เฉินหลินปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาตรงๆ

"ไม่ทำต่อเหรอครับ?"

พนักงานอ้าปากค้าง ดูผิดหวังเล็กน้อย

แม้แต่เหล่าซ่งยังยกมือขึ้นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ชะงักไป

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพวกเขา เฉินหลินก็ยิ้มจางๆ "Slay the Spire ก็แค่ของว่างเรียกน้ำย่อย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากเกินไปหรอก เรายังมีเกมที่ใหญ่กว่าต้องทำอีก"

อะไรนะ?

ของว่างเรียกน้ำย่อย?

พนักงานถึงกับอึ้งกิมกี่

เหล่าซ่งเองก็ตะลึงจนพูดไม่ออก

ถ้าเกมอย่าง Slay the Spire เป็นแค่ของว่างเรียกน้ำย่อย งั้นเกมที่พวกเขาเคยทำมาก่อนหน้านี้คืออะไรล่ะ? ก้อนอึเหรอ?

ผ่านไปสักพัก

ในที่สุดเหล่าซ่งก็ได้สติกลับมาและถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า

"คุณหมายถึงเกมฟอร์มยักษ์เหรอ?"

"ถ้าเป็นแบบนั้น ต้นทุนมันจะมหาศาลมากเลยนะ เผลอๆ จะแตะหลักล้านเอาง่ายๆ แถมยังต้องเตรียมอะไรอีกตั้งเยอะ ก้าวกระโดดทีเดียวขนาดนี้มันจะไม่แย่เหรอ?"

"ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ผมมีวิธีอยู่แล้ว" เฉินหลินเผยรอยยิ้มมั่นใจ "ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจัดระเบียบสตูดิโอให้เรียบร้อย ผมเช่าชั้นหนึ่งของอาคารสำนักงานแถวนี้ไว้แล้ว ย้ายของทุกอย่างไปที่นั่นก่อนเลย"

"เช่าทั้งชั้นเลยเหรอ?"

ทุกคนสูดหายใจเฮือก

บอสใหม่ของพวกเขาจะเล่นใหญ่เกินไปแล้วมั้ง? ไม่กลัวขาดทุนหรือเงินหมุนไม่ทันบ้างหรือไง?

จบบทที่ บทที่ 15 โปรดรับการคารวะ

คัดลอกลิงก์แล้ว