เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 198 - สรรสร้าง (7) [05-09-2019]

บทที่ 198 - สรรสร้าง (7) [05-09-2019]

บทที่ 198 - สรรสร้าง (7) [05-09-2019]


บทที่ 198 - สรรสร้าง (7)”

 

หลังจากที่ยูมิลได้ช่วยเด็กนับสิบจากมอนสเตอร์เอาไว้ พวกเด็กๆก็ได้ตามหลังเขาพร้อมเรียกเขาว่าฮีโร่

"ฉันจะไปทางนี้"

"ฮีโร่!"

"รอก่อนสิฮีโร่!"

เด็กๆทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาหลังจากมหาภัยพิบัติทำให้พวกเขาส่วนใหญ่มีอายุแค่สามสี่ขวบเท่านั้น แต่ว่าพวกเขาก็ยังฉลาดกว่าคนวัยเดียวกันแล้วก็ยังมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าด้วย

ไม่ใช่แค่เด็กๆพวกนี้จะพูดได้อย่างดี พวกเขาก็ยังเข้าใจคำพูดของยูมิลและเชื่อฟังเขาอีกด้วย ต่อให้พวกเขาจะถูกใช้ให้เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงล่อมอนสเตอร์ก็ตาม! เด็กๆพวกนี้ต่างก็เชื่อใจในตัวยูมิลเพราะเด็กๆได้ถูกยูมิลช่วยชีวิตไว้ครั้งหนึ่ง

นี่มันเป็นเรื่องที่แปลกมาก แต่ว่าสำหรับยูมิลที่พูดได้ตั้งแต่เกิดแล้วเขาไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรเลย เขาก็แค่รู้สึกว่ามันสะดวกดีเท่านั้นที่เด็กๆพวกนี้เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด

เรื่องแปลกๆของเด็กๆยังไม่ได้หมดแค่นี้ เด็กๆพวกนี้ก็กินอาหารที่มีพิษกับคำสาปได้เหมือนกัน และแม้ในสถานที่แบบนี้จะพิสูจน์ได้ยากแต่เด็กๆกำลังเก่งขึ้นในอัตราที่รวดเร็วมากๆ

และยูมิลก็ยังรู้ด้วยว่าทำไมเด็กๆพวกนี้เก่งขึ้น ปาร์ตี้งั้นหรอ? การที่จะเพิ่มเลเวลขึ้นจากส่วนร่วมในระหว่างการล่านั้นเด็กๆยังอ่อนแอเกินไป แค่เด็กๆไม่โดนลูกหลงตายไปก็ดีมากแล้ว คำตอบที่ถูกนั้นง่ายมากๆ

"ตอนฉันกินอาหารฉันเลเวลขึ้นด้วยแหละ!"

"ฉันก็ได้สกิลแปลกๆมาเหมือนกันนะ"

"ถ้าฉันกินเนื้อมังกรฉันก็เลเวลเพิ่มเหมือนกันนะ"

"มังกรล่ะ! ฮีโร่น่าทึ่งจัง!"

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเลเวลเพิ่มขึ้นจากการกินเนื้อมอนสเตอร์ อย่างน้อยที่สุดในหมู่ของมอนสเตอร์เองก็มีให้เห็นทั่วไปที่พัฒนาจากการกินเนื้อเผ่าพันธ์เดียวกัน

ยังไงก็ตามเด็กๆพวกนี้ไม่ใช่มอนสเตอร์ แล้วก็ไม่ได้กินเนื้อเผ่าพันธ์เดียวกันด้วย ยูมิลก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่แล้วเขาก็ไม่สนใจ

"การแข็งแกร่งขึ้นเป็นเรื่องดี"

หากว่ามนุษยชาติได้มารู้เรื่องนี้ พวกเขาก็คงจะตะโกนบอกว่า 'มนุษยชาติจะพัฒนาไปตามสภาพความโหดร้ายของโลก' หรือไม่ก็ 'นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่ามนุษย์แกร่งกว่ามอนสเตอร์' หรือจะอะไรก็ตามแต่ แต่ในตอนนี้มนุษยชาติได้กระจายไปโลกอื่นๆหมดแล้ว

สำหรับยูมิลที่เคารพในพลังแล้วเขาก็คิดแค่ว่านี่เป็นเรื่องที่ดีดังนั้นเขาก็เลยเอาเนื้อมอนสเตอร์มาให้เด็กพวกนี้ต่อ แล้วการจะทำแบบนี้ทำให้เขาต้องล่ามอนสเตอร์

และในวันหนึ่ง

[คุณได้รับสกิลการปกครอง]

"หืม?"

แค่ตอนที่เขาวางเนื้อมอนสเตอร์ใส่ในปากของเด็กผู้หญิงคนสุดท้ายก็มีข้อความนี่โผล่ขึ้นมา

"หือ?"

"ฮีโร่?"

เด็กๆได้มองมาอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่ายูมิลนิ่งไป แม้ในตอนที่ยูมิลช่วยเด็กผู้หญิงคนนี้เธอยังเป็นเด็กแรกเกิดคลานอยู่ แต่ในตอนนี้เธอดูเหมือนอายุห้าหกขวบไปแล้ว นี่คือความแตกต่างกันไปตามการเติบโตของเด็กๆ และในตอนนี้เธอก็คือคนที่เติบโตเร็วที่สุด

"หืม"

ยูมิลที่ได้อ่านข้อความที่โผล่มาได้นึกไปถึงพ่อของเขาที่มีสกิลนี้เหมือนกัน สำหรับยูมิลที่มีพ่อเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจแล้วนี่ทำให้เขาดีใจมากที่ได้เหมือนพ่อเขาขึ้นอีกนิด

"ใครอยากจะมาเป็นลูกน้องฉันมั้ง?"

"หนูค่ะ!"

"ผมด้วย!"

เด็กที่อยู่หน้าสุดได้ยกมือขึ้นมาทันที หลังจากนั้นเด็กคนอื่นก็ยกมือขึ้นมาตาม ยังไงก็ตามเนื่องจากว่ายูมิลพึ่งจะได้รับสกิลนี้มาทำให้ยูมิลรับเด็กทั้งหมไปไม่ได้ เขาได้เลือกเอาคนที่แข็งแกร่งที่สุด 4 คนออกมาก่อน

แน่นอนว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ยังเลเวลไม่ถึงแม้แต่ 20 เลยด้วยซ้ำ แต่หากวัดว่าพวกเขาเอาแต่กินอาหารในขณะที่ตามยูมิล นี่ก็เป็นการพัฒนาที่น่าทึ่งแล้ว

"ถ้าพวกนายแข็งแกร่งฉันจะให้เป็นลูกน้อง"

"เย้"

"น่าตื่นเต้นจัง!"

เด็กๆที่กลายมาเป็นลูกน้องเขาได้ตื่นเต้นออกมาและคนที่ยังไม่ได้เป็นก็คาดหวังไปในอนาคต แต่ในเวลานี้เองยูมิลก็ได้เจอตัวตนของมนุษย์กลุ่มใหม่อีกครั้ง

"เด็กเล็กอีกแล้ว"

"ใกล้หรอ? พวกเขาอยู่ใกล้เราหรอ?"

"ฮีโร่ คุณจะไปช่วยพวกเขาใช่ไหม?"

ยูมิลได้มองย้อนกลับไปที่เด็กๆที่เขาช่วยมาและหยักหน้า

"ยิ่งลูกน้องเยอะยิ่งดี"

"งั้นก็ไปกันเลยครับ!"

"ระวังตัวด้วย ถ้าไม่ระวังจะตายเอานะ"

แม้ว่าเขาจะสร้างขวัญกำลังใจให้เด็กๆได้แต่เขาก็เลือกที่จะข่มขวัญแทน ยังไงก็ตามเด็กๆก็ได้เชื่อฟังเขาอย่างดี เด็กๆพวกนี้รู้ในช่องว่าของพวกเขากับยูมิลมาก แล้วก็ยิ่งรู้ดีถึงช่องว่างระหว่างพวกเขากับมอนสเตอร์ ความคิดนี้ของพวกเขาไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาจากเด็กวัยแค่นี้

[ก๊าซซซซซ]

"อึก"

ดูเหมือนว่ายูมิลจะไม่ใข่คนเดียวที่รู้ถึงตัวตนเด็กๆเพราะเขาได้ยินเสียงคำรามออกมาจากไกลๆ การเคลื่อนไหวพวกมันเร็วอย่างมาก หากเขาไปถึงช้าคงจะเกิดฉากที่โหดร้ายขึ้นแน่

"มันจะไม่เกิดขึ้นแน่"

เนื่องจากเขาตัดสินใจจะช่วยเด็กๆแล้วเขาก็จะไม่มีทางพลาดโอกาสข้างหน้าแน่ เขาได้พุ่งตัวออกวิ่งทันที

"ฮืออออออออ"

[ก๊าซซซซซซ!]

เสียงคำรามได้ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเสียงร้องของเด็กๆที่อยู่ไกลออกมา เมื่อยูมิลตัดสินใจว่าเขาจะไม่ไปช้าเกินไปเขาก็ได้เสริมพลังลงไปในเท้าอีก พลังงานลมได้ช่วยผลักดันเขาไปข้างหน้าต่อทันที

[ก๊าซซซซซซซ]

"ฮ่า"

เมื่อเขาวิ่งมาได้ระยะหนึ่งเขาก็ได้เห็นร่างของมอนสเตอร์ที่มีไอน้ำแข็งออกมาทั่วทั้งตัว

ยูมิลได้เร่งความเร็วขึ้นอีกโดยไม่ลังเลใจ ระยะห่างระหว่างเขากับมอนสเตอร์ได้ย่นลงไปในพริบตา แต่การซ่อนเร้นของเขาก็ยังไม่ได้หายไป

"ฮ่าห์"

ก่อนที่ร่างกายของพวกเขาจะปะทะกันยูมิลก็ได้ต่อยกำปั้นออกไปด้านหน้า เลือดภายในร่างของเขาได้ยกระดับพลังเวทย์ในตัวและเสริมให้กำปั้นของเขาแข็งขึ้นกว่าเดิม

[ติดคริติคอล!]

[ก๊าซซซ]

มอนสเตอร์ได้ล้มลงไปจากการปะทะทันที ยิ่งไปกว่านั้นยูมิลก็ยังเด็กเห็นเด็กๆกอดกันตัวสั่นด้วย เด็กพวกนี้ได้มองมาที่ยูมิลด้วยความกลัวต่างไปจากเด็กกลุ่มแรก

"จู่ๆเขาก็โผ่ลมา"

"น่ากลัว..."

ดูเหมือนเด็กพวกนี้จะหวาดกลัวในทุกๆอย่างที่เจอเนื่องจากพวกเด็กๆได้ตระเวนไปทั่วด้วยตัวเองเป็นเวลานาน ยูมิลได้ภูมิใจเล็กๆที่ได้ยินว่าเขาน่ากลัว แต่ว่าในเมื่อเขายังเอาชนะศัตรูไม่ได้เขาจึงไว้ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลัง

ด้วยลมที่ปกคลุมตัวเขาได้ทำให้เขาซ่อนตัวไปอีกครั้งหนึ่ง ปีศาจที่ยังกลิ้งอยู่บนพื้นจากความเสียหายไม่ได้รู้ตัวเลยว่ายูมิลหายไปแล้ว นี่ก็ยิ่งเป็นผลที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดกับตัวมันเองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

[ติดคริติคอล!]

[ก๊าซซซซซ!]

ด้วยการโจมตีทีเผลอทำให้ไม่มีน้พแข็งหรืออะไรจะช่วยมันได้ นอกไปจากนี้นี่ยังเป็นการโจมตีเต็มกำลังของมังกรที่ใกล้จะไปถึงคลาส 4 อีกด้วย

ในตอนนี้ยูมิลได้โจมตีทีเผลซ้ำเร็วทำให้ความห่างชั้นของเลเวล 50 เลเวลไม่มีอีกต่อไป อย่างน้อยที่สุดนี่คือสิ่งที่ยูมิลได้เรียนรู้มาจากยูอิลฮาน

[ก๊าซซซซซ!]

"เจ็บงั้นหรอ? ถ้าแกยอมแพ้จะง่ายกว่านี้นะ ฉันจะให้แกไปสบายเร็วๆ"

"ฮือ น่ากลัว!"

ยูมิลได้มองลงไปที่มอนสเตอร์ที่บาดเจ็บหนักและหัวเราะออกมา รอยยิ้มของเขาเริ่มที่จะคล้ายยูอิลฮานมากขึ้นแล้วซึ่งนี่ได้ทำให้เด็กๆตัวสั่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

"น่ากลัว"

"น่ากลัวจัง"

หลังจากยูมิลได้จัดการมอนสเตอร์แล้ว เด็กๆที่อยู่ที่นี่ก็ไม่กล้าจะมองไปที่เขาตรงๆแล้ว วิ่งหนีไปก็ยิ่งไม่กล้าทำให้พวกเด็กๆได้แต่ยืนตัวสั่น จริงๆแล้วนี่มันก็ไม่น่าตกใจเลยสักนิดในเมื่ออยู่ๆมีคนมาฆ่ามอนสเตอร์ที่น่ากลัวที่สูงกว่า 10 เมตร นี่มันทั้งน่ากลัวและน่าชื่นชม

"ฟุฟุฟุ"

ยูมิลได้ยิ่งภูมิใจขึ้นมาเมื่อคิดแบบนี้ และเด็กๆกลุ่มแรกที่มาถึงช้าหน่อยได้วิ่งเข้าไปหาเด็กกลุ่มใหม่ที่กำลังสับสนอยู่

"เขาเป็นฮีโร่ล่ะ"

"เขาคือลูกพี่ของเรา"

"ฮีโร่? ลูกพี่?"

ยังไงกก็ตามมันไม่มีทางที่เด็กเล็กๆจะอธิบายเรื่องนี้ได้ชัดเจนนักทำให้ในท้ายที่สุดเด็กที่โตที่สุดได้รู้ถึงความน่าทึ่งแล้วทำให้เขายิ่งสับสนและพูดออกมาอย่างจริงจัง

"พวกเราก็แค่ต้องเชื่อฟังเขาน่ะ!"

"เชื่อฟัง..."

"เขาน่ะหรอ?"

"แบบนั้นนายก็จะรอด!"

เด็กๆก็ยังคงสับสนอยู่ แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดที่จะมีได้ในตอนนี้แล้วทำให้ในที่สุดความสับสนก็หมดลงไปและสายตาของเขาที่มองไปที่ยูมิลก็เป็นประกายมากขึ้น

"ฉันจะเชื่อฟังเขา"

"ช่วยผมด้วยนะครับ!"

"โอเค"

ยูมิลได้ยอมรับเด็กทั้งหมดนี้มาโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด! ในตอนนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายแล้วทำให้ยูมิลรู้สึกดีขึ้นแล้วหยิบเอาชิ้นเนื้อมอนสเตอร์ออกมากินและแบ่งให้เด็กคนอื่นๆพร้อมพูดออกมา

"พวกนายก็กินด้วยสิ!"

"ครับ!"

เด็กๆทั้งหมดได้กินเนื้อมอนสเตอร์ลงไปและแข็งแกร่งขึ้นมานิดๆ แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยก็ตาม

"กินไปซักพักแล้วมันก็อร่อยนะ"

"ฉันเลเวลเพิ่มด้วยล่ะ!"

"อูวว ฉันหิวจัง!"

สิ่งที่ยูมิลสงสัยก็คือเด็กพวกนี้เอาตัวรอดจนเขาเข้ามาช่วยทันได้ยังไงกัน แต่ต่อให้เขาถามออกไปก็ดูเหมือนจะไม่ได้อะไร

'ร่างกายของพวกนี้เต็มไปด้วยมานา พวกเขาก็คงจะดูดมานาเข้าไปเพื่อเอาตัวรอด'

หลังจากมองดูสภาพร่างกายเด็กๆแล้วยูมิลก็ตัดสินออกมาได้ และตามความรู้ของเขามีเพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่เอาชีวิตรอดได้ด้วยการแค่อาศัยมานา

'งั้นเจ้าพวกนี้ก็เป็นมอนสเตอร์ไม่ใช่มนุษย์งั้นสิ?'

ยังไงก็ตามมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับเขา สิ่งที่สำคัญสำหรับเขาก็คือการแข็งแกร่งให้ได้เหมือนพ่อ เด็กๆพวกนี้ไม่ได้เป็นอะไรที่มากกว่าหินลองเท้าของเขา แน่นอนว่าเขาก็ต้องปกป้องเด็กพวกนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน ทุกๆอย่างที่พ่อเขาทำ เขาก็จะทำมันด้วย!

"เอาล่ะถ้ากินกันแล้วก็ไปกัน ตอนนี้พวกนายต้องทำตามที่ฉันพูดให้ดีเข้าใจนะ?"

"ครับ"

"อื้อ!"

เพราะแบบนี้ทำให้ยูมิลได้รับกองทัพจำนวน 78 ยังไงก็ตามเส้นทางการพัฒนาของกองทัพนี้เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น มันไม่มีทางที่จำนวนเด็กที่รอดอยู่จากการเกิดมาทั้งสามปีจะมีแค่ 78 คนแน่นอน

แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็คงจะตายไปอย่างไม่น่าเชื่อ หากพวกเขาได้เจอเข้ากับมอนสเตอร์เด็กจะตายไปในทันที และพวกเด็กๆบางคนก็อาจจะโชคไม่ดีไม่มีพลังที่จะเปลื่ยนมานามาเป็นพลังชีวิตด้วย

จะมีก็แต่คนทีมีพรสวรรค์ในหมู่เด็กๆเท่านั้นที่รอดได้จนการช่วยเหลือจากยูมิลมาถึง

"ฮีโร่!"

"ตามฮีโร่มา!"

1 ปีได้ผ่านพ้นไป จำนวนกองทัพได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5800 คน และคนที่เติบโตเร็วที่สุดก็ดูเหมือนเด็กอายุ 12 ขวบไปแล้ว มีเด็กกว่าครึ่งที่ได้คลาสสองมาแล้ว และสี่คนแรกที่ได้กลายมาเป็นลูกน้องของยูมิลก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนเลเวล 70 แล้ว การพัฒนาแบบนี้ของพวกเขามันบ้ามากๆ

และสำหรับตัวยูมิลเอง

[มีพวกมอนสเตอร์อยู่ตรงนั้นด้วย มันน่ารำคาญที่จะปล่อยให้พวกนายเดินไป งั้นก็ขึ้นมาบนหลังฉันแล้วไปกันดีกว่า] (ยูมิล)

"ฉันจะขึ้นไปเอง!"

"ฉันก็จะขึ้นไปบนหลังฮีโร่ด้วย!"

ยูมิลได้กำเนิดใหม่กลายมาเป็นมังกรคลาส 4 แล้ว

จบบทที่ บทที่ 198 - สรรสร้าง (7) [05-09-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว