เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 197 - สรรสร้าง (6) [02-09-2019]

บทที่ 197 - สรรสร้าง (6) [02-09-2019]

บทที่ 197 - สรรสร้าง (6) [02-09-2019]


บทที่ 197 - สรรสร้าง (6)”

 

การต่อสู้บนพื้นดินมีขีดจำกัดมากมาย ไม่วาพื้นจะกว้างมากแค่ไหนแต่ด้วยจำนวนมอนสเตอร์มากมายทำให้ไม่อาจจะเข้ามาพร้อมกันได้เนื่องจากมีอุปสรรคทั้งภูเขา กำแพง ทะเล

นอกไปจากนี้มอนสเตอร์ที่มุดดินได้ดังนั้นด้วยมอนสเตอร์ที่บุกเข้ามาอย่างมีข้อจำกัดทำให้ไม่จำเป็ฯต้องใช้ร้อยนัยน์ตาเลยด้วยซ้ำ

แต่บนท้องฟ้ามันต่างออกไป แม้ว่าการต่อสู้บนท้องฟ้าจะจำกัดเฉพาะพวกที่บินได้เท่านั้นแล้ว แต่ว่าด้วยคลื่นมานาแบบพิเศษที่ป้อมปราการได้ปล่อยออกมาทำให้มอนสเตอร์ที่บินได้มากมายได้มาเข้าร่วมการต่อสู้นี้ การโจมตีของพวกมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าหลัง ซ้ายขวาเท่านั้น แต่ยังมีบนล่างด้วยเช่นกันทำให้พื้นที่ในการต่อสู้ขยายกว้างออกไป!

มอนสเตอร์มีอยู่เต็มไปหมด บางทีมอนสเตอร์ทั้งหมดที่บินได้ก็อาจจะมาร่วมกันที่นี่แล้วจนทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงไปไม่ถึงพื้นดินด้วยซำไป มอนสเตอร์จำนวนมากมายพวกนีต่างก็มีเป้าหมาเดียวกันนั่นคือป้อมปราการลอยฟ้า

"นับจากนี้เราจะเร่งความเร็วขึ้นอีก"

ตามปกติแล้วการขยับอาร์ติแฟคขนาดใหญ่จะต้องใช้มานาจำนวนมากๆไปอย่างรวดเร็ว นี่ก็เป็นเหตุผลทำให้ยูอิลฮานตั้งใจที่จะสร้างเครื่องยนต์ลอยฟ้าและขับเคลื่อนป้อมปราการ

ยังไงก็ตามด้วยออฟชั่นที่ 4 ที่ทำให้สามารถเร่งความมเร็วและลดความเร็วได้ในทันทีทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องรับภาระเลยแม้แต่นิดเดียว และความน่าทึ่งของออฟชั่นนี้อีกอย่างก็คือทำให้มันไม่จำเป็นต้องใช้มานามากขนาดนั้นเลย

"เร่งความเร็วเฉียบพลัน!"

เมื่อยูอิลฮานพูดขึ้นมาบาเรียที่ล้อมรอบป้อมปราการอยู่ก็ได้เปิดใช้งานการสั่นอีกครั้ง เพราะแบบนี้เองทำให้ตัวป้อมปราการเองกลายเป็นเหมือนกับกระสุนยักษ์ลูกหนึ่งบุกเข้าใส่มอนสเตอร์ทั้งหมดข้างหน้า

[นี่มันจะเกินไปแล้ว!]

"ไปเลย!"

[ก๊าซซซซซซซ!]

[กี๊ซซซซซซ!]

[มีคนกำลังเข้ามา!]

ด้วยขนาด น้ำหนัก การสั่น และความเร็วทำให้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มอนสเตอร์จะหลบพ้น

นอกไปจากนี้ต่อให้พวกมันหลบออกไปได้ก็ยังมีคลื่นมานาที่เกิดขึ้นมาจากการสั่นสะเทือนทำให้การเคลื่อนไหวของมอนเตอร์ชะงักไปอีกด้วย!

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

ในตอนที่กองทัพมอนสเตอร์บินขนาดใหญ่กับป้อมปราการลอยฟ้าชนกันก็ได้เกิดข้อความจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นที่่ม่านตาของยูอิลฮาน

ยังไงก็ตามเขาไม่สนใจของความเหล่านี้เลย เขาเอาแต่ทำการสั่งการเร่งความเร็วเข้าชนมอนสเตอร์เหมือนกับโยนโบลลิ่ง

[...ตายไปมากแค่ไหนแล้ว?]

ยูอิลฮานได้ตอบเลียร่าทีหน้าซีดถามออกมาไปอย่างไม่ใส่ใจ

"น่าจะประมาณ 30,000 ตัวจากการเร่งความเร็วสองครั้ง"

[สามหมื่นตัว...]

ถ้าจะพูดถึงการโจมตีทางกายภาพก็คงจะเป็นเพราะมีระยะที่จำกัดซึ่งต่างไปจากเวทย์ที่สามารถปูพรมได้ ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ขยายร่างของการโจมตีนี้ให้มีขนาดใหญ่มากๆจนกว้างมากพอจนกลืนกินพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างป้อมปราการในปัจจุบันนี้

เลียร่าได้คิดว่าบางทียูอิลฮานอาจจะสร้างป้อมปราการลอยฟ้าขึ้นมาเพื่อให้มันชนบดขยี้ทุกอย่างแต่แรกแล้วก็ได้

[อีกนานแค่ไหนกันนะกว่าที่มอนสเตอร์บนโลกจะถูกจัดการออกไปหมด...?]

การเร่งความเร็วเฉียบพลันไม่ได้เกิดขึ้นมาแค่สองครั้งทั้งนั้น มันได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อบดขยี้มอนสเตอร์ไปเรื่อยๆ และหลังจากนั้นยูอิลฮานก็ได้เปิดการใช้งานร้อยนัยน์ตาเพื่อจัดการกับมอนสเตอร์คลาส 4 ที่ตายยาก

"เปิดใช้งานร้อยนัยน์ตา"

[มันมีเวทย์อะไรที่จะเสริมพลังให้ถ้านายตะโกนออกมางั้นหรอ?]

"ไม่อะ แค่ฉันรู้สึกดี"

[ตรงโครต]

ร้อยนัยน์ตาที่ถูกเติมมานากลับมาได้เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวจากคำสังของยูอิลฮาน ยังไงก็ตามทิศทางของมันต่างไปจากคราวที่แล้ว วงโคจรของพวกมันใหญ่ขึ้นและพวกมันก็ยังอยู่ห่างกันมากขึ้น

[หืม? วงโคจรเปลื่ยนไป]

"นี่มันเป็นปกติ กระจกคำสาปแห่งการทำลายไม่จำเป็นต้องปกป้องป้อมปราการแล้ว"

สองวงโคจรนี้ก็คือแนวคิดแต่แรกของยูอิลฮานแล้ว อย่างแรกคือวงโคจรเล็กๆโดยเอาป้อมปราการเป็นศูนย์ นี่คือโหมดการต่อสู้ภาคพื้นดินเพื่อคุ้มกันป้อมปราการแต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ยากที่จะโจมตีศัตรูที่อยู่ห่างจากป้อมปราการ

และอย่างที่สองคือวงโคจรที่แนวบาเรียที่คุ้มกันคฤหาสน์อยู่แล้ว

กระจกคำสาปแหงการทำลายมีความสามารถในการยิงมานาที่เก็บเอาไว้ออกไปอย่างดีเยี่ยม แต่ความสามารถหลักของมันเลยก็คือการดูดเอามานาของศัตรูมาสะท้อนกลับไป ยังไงก็ตามการอยู่ภายในป้อมปราการทำให้ยากที่จะใช้ความสามารถนี้เต็มที่ทำให้มีแต่การออกไปด้านนอกเท่านั้นที่จะแสดงประสิทธิภาพได้มากที่สุด

[นี่มันเหมือนป้อมปราการลอยฟ้าจริงๆ]

"ก็มันคือป้อมปราการลอยฟ้าไงล่ะ"

ภาพกระจกขนาดยักษ์โคจรรอบป้อมปราการเหมือนกับดาวเคราะห์นี่ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร เลียร่าก็ยักภาคภูมิใจนิดๆกับสิ่งนี่ที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆแม้แต่ในสวรรค์ก็ตาม

ยังไงก็ตามเธอจะยังยึดมั่นกับความคิดเดิมได้อยู่หรือไม่หากได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นถัดมา?

[มันอยู่นั่น]

[คนที่ทำร้ายเผ่าพันธ์เราอยู่นั่น]

มอนสเตอร์ที่หลบการพุ่งชนได้และมีความต้านทานมานาที่สูงได้พยายามบุกเข้ามาที่ป้อมปราการหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง แต่แล้วกระจกคำสาปแห่งการทำลายก็ได้มาขวางทางพวกมัน

ตามปกติแล้วด้วยความของกระจกแห่งการทำลายทำแบบนี้ไม่ได้เลยหากไม่มีการช่วยเสริม บาเรียที่กำลังสั่นอยู่ได้เสริมการเสริมการเคลื่อนไหวให้กับกระจก

[ก๊าซซซซซซ]

[ลบทำลามมัน!]

มอนสเตอร์พวกนี้ได้เข้ามาทำลายทุกๆอย่างโดยไม่สนใจอะไรแล้ว แต่ว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะไม่ได้รู้ถึงอันตรายเลย พวกมันก็แค่อยากที่จะทำลายอะไรก็ตามที่ขวางทางพวกมันและผ่านไปเท่านั้น

[ก๊าซซซซซซซซซซ!]

ยังไงก็ตามพวกมันก็ได้เจอเข้ากับหายนะ กระจกคำสาปแห่งการทำลายได้ดูดเอาพลังชีวิตและมานาของพวกมันในทันทีที่ปะทะกัน และสะท้อนพลังนั้นกลับมาในรูปแบบลำแสงที่ทรงพลังขึ้นกว่าเดิม ในเวลานี้ระดับการโจมตียิ่งใหญ่กว่าในตอนป้อมปราการอยู่บนพื้นซะอีก

"ไป! ฆ่าพวกมันทั้งหมด!"

[ว้าว....]

ลำแสงพลังงานมีผลทะลุทะลวงเป็นพิเศษได้กระจายออกไปทั่วท้องฟ้าไปจนถึงพื้นดินเจาะทะลวงทุกๆอยางที่ขวางเส้นทาง การต่อสู้แบบนี้ได้เกิดขึ้นร้อยจุดในเวลาเดียวกันจนดูเหมือนกับฝนแสงกำลังตกลงมาจากท้องฟ้า

มันดูเป็นฉากที่น่าตื่นเต้นและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน

"เป็นไงล่ะ ภาพนี้มันดูสวยกว่าข้างล่างอีกใช่ไหม?"

[สวยมาก... ถึงผลลัพธ์จริงๆจะไม่ใช่เพื่อความสวยความ...]

เลียร่าได้พึมพัมออกมา และเธอก็พูดถูก

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

[กี๊ซซซซซซซซ!]

[ข้ามองไม่เห็นแล้ว!]

[ตาข้า ตาข้า!]

[ก๊าซซซซซซซซซซ!]

ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ในนรกก็ทนกับลำแสงนี้ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมอนสเตอร์ที่เพิ่งจะมาถึงคลาส 4 ใหม่ๆเลย

เสียงกรีดร้องคล้ายๆกันได้ดังไปทั่วทั้งท้องฟ้าสะท้อนไปมา

[ก๊าซซซซซซซซซซซ]

ทั้งเลือด เนื้อ กระดูกได้กระจายเต็มไปทั่ว ตัวที่โชคดีก็ตายไปในทันที ส่วนพวกที่โชคร้าย็ต้องดิ้นทุรนทุรายจากการเสียส่วนสำคัญของร่างกายไป แม้ว่าเขาจะจัดการมอนสเตอร์บนท้องฟ้าได้มากมายง่ายกว่าบนพื้นดิน แต่เนื่องจากนี่คือบนท้องฟ้าทำให้เขาทำอะไรไม่ได้กับมอนสเตอร์ที่ล่วงลงไปข้างล่าง

โชคดีที่ร้อยนัยน์ตาจะยังคงทำงานอยู่เว้นแต่ว่ามอนสเตอร์จะตายหมดหรือมานาหมด ทำให้ไม่ว่าจะล่วงไปบนพื้นหรือบินหนีไปกระจกก็จะไล่ตามพวกมันไปจนกว่าที่มอนสเตอร์ตัวนั้นจะโดนยิงลำแสงเข้าใส่ สำหรับมอนสเตอร์แล้วนี่ไม่ต่างไปจากนรกเลย

แม้ว่ากระจกจะไม่เร็วเท่าป้อมปราการที่พุ่งอยู่ แต่ว่าจำนวนมอนสเตอร์ที่ตายไปก็มหาศาลมาก และที่ยิ่งน่าทึ่งไปอีกก็คือมอนสเตอร์ที่ถูกฆ่าต่างก็อยู่ในช่วงสุดท้ายของคลาส 3 หรือไม่ก็ช่วงต้นของคลาส 4

"เยี่ยม แม้แต่มอนสเตอร์บนท้องฟ้าที่เร็วที่สุดยังหลบไม่พ้นเลย ฉันสรุปได้แล้วว่านี่มันมีประโยชน์มากกับการใช้สู้กับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำทั้งหมด"

[ฉันคิดว่ามันยังใช้ได้ผลกับคลาส 5 ด้วยนะ...?]

"ฉันก็ไม่มั่นใจ มันไม่ง่ายหรอกนะ แต่บางทีก็เป็นไปได้ถ้ากระจกทั้งหมดมารวมกันมล่ะมั้ง"

ยังไงก็ตามในจุดนี้มันก็ถึงขนาดหายนะแล้ว โอกาสที่จะได้เจอกับคลาส 5 ก็มีไม่มาก แถมป้อมปราการก็ยังพัฒนาไปต่อได้อย่างไม่สิ้นสุดอีกด้วย

ยูอิลฮานที่ได้ดูการทำงานของร้อยนัยน์ตาก็สมบูรณ์แล้ว เขาก็ยังกางปักออกมาบินขึ้นไป

[นายก็จะไปร่วมด้วย?]

"ท้องฟ้ามันต่างจากที่พืนดิน แค่จำนวนมอนสเตอร์ก็ต่างกันแล้ว ฉันจะต้องลดจำนวนของพวกมันเพื่อประหยัดการใช้มานา"

แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่นี้ จริงๆแล้วยูอิลฮานได้สร้างป้อมปราการขึ้นมาเพื่อดูแลจัดการโลกนี้ แต่ว่าถ้าเขาปล่อยทุกๆอย่างให้ป้อมปราการจัดการถ้างั้นตัวเขาเองก็จะไม่ได้พัฒนา

ถ้าเขาไม่พัฒนา สกิลก็จะไม่พัฒนา แล้วถ้าสกิลไม่พัฒนามันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คลาส 4 มา

เขาได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากมาจากการสังหารหมู่นี้ แต่ว่าหากเขาเสียโอกาสที่จะเอาค่าประสบการณ์ทั้งหมดนี้ไปใช้มันจะยิ่งน่าสมเพชกว่าอีก! เขาจะต้องฝึกฝนสกิลของเขาด้วยการจัดการพวกอ่อนแอก่อนที่ตัวที่แข็งแกร่งจะโผล่ออกมา

"ย๊ากกกกกกกกกก!"

ในตอนที่เขาโผล่ออกมาพ้นบาเรียของป้อมปราการลอยฟ้า มอนสเตอร์ทั้งหมดได้หันมามองเขาทันที คนๆนี้ได้ออกมาจากที่ปลอดภัยแล้ว - มอนสเตอร์ต่างก็คิดว่านี่คือโอกาสในการฆ่ายูอิลฮานทั้งนั้น

และนี่ก็คือการตัดสินใจที่แย่ที่สุดของพวกมัน

[มันออกมาแล้ว]

[มนุษย์หน้าโง่ไม่อยากจะมีชีวิตแล้ว!]

[ฆ่ามัน! พอมันตายเราก็จะได้รับอิสระมา!]

พวกมันได้พุ่งเข้าไปหายูอิลฮานด้วยความเร็วที่มากที่สุดที่พวกมันจะเร่งได้ทันที

แน่นอนว่าก็มีพวกมอนสเตอร์หลายตกล่วงลงไปเพราะร้อยนัยน์ตา แต่ถึงแบบนั้นด้วยจำนวนที่มหาศาลทำให้ร้อยนัยน์จัดการได้ไม่หมด มันดูเหมือนกับว่ามอนสเตอร์ที่บินได้ทั้งหมดได้มาร่วมตัวเหนือเกาหลีหมดแล้ว

"ฟู่"

หลังจากได้เห็นมอนสเตอร์ทั้งหมดเข้ามาหาเขา ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาและกระโดดขึ้นไปสูงขึ้น

"เยี่ยมเลย เขามากันให้หมดนั่นแหละ! ฉันจะได้เชี่ยวชาญในสกิลพวกนี้ทั้งหมดในทีเดียว!"

[แล้วเรื่องพรของเทพธิดาแห่งเพลิงล่ะ?]

"นี่มันทำให้ฉันอึดอัดใจนะ อย่ามาถามสิ"

[ค่ะท่าน]

ยูอิลฮานได้ทำให้เลียร่าเงียบไปทันทีและจับหอกมังกรแปดหางแน่

"เอาล่ะน่ะ"

เขาได้ใช้เพลิงนิรันดร์หุ้มตัวเอาไว้และสร้างประกายขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็เสริมพลังเพลิงที่ผสมกันนี้ด้วยโลหิตมังกรซึ่งตอนนี้เขาก็ยังใช้ได้ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่ายูมิลอยู่ที่ไหน เปลวเพลิงได้ส่องประกายออกมายิ่งกว่าแสงอาทิตย์หุ้มอยู่ในร่างของเขา

[...หือ?]

เลียร่าที่คิดว่ายอิลฮานใช้เพลิงหลายอย่างในทีเดียวก็เพื่อให้ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิง แต่แล้วน้ำเสียงของเธอที่แสดงความสงสัยก็ดังออกมาเมื่อคิดได้ถึงเรื่องหนึ่ง

[ทำไมจู่ๆมอนสเตอร์ก็หานายไม่เจอหมดเลยล่ะ?]

"ฟุฟุ"

ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมาทั้งๆที่ร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสว่างจ้าที่แม้แต่คลาส 4 ยังไม่กล้ามองเข้าไปตรงๆ

"เจิดจ้ายิ่งกว่าใครแล้วก็ซ่อนตัวท่ามกลางสายตาทุกคน นี่แหละนับได้ว่าฉันคือจ้าวแห่งการซ่อนเร้น"

[อะ อ่า... โอเค]

เนื่องจากไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนมองไปที่เขาตรงๆได้ทำให้สกิลการซ่อนเร้นของเขาทำงานโดยอัตโนมัติ! นี่คือหลักการง่ายๆ

เลียร่าได้คิดว่าสายตาของยูอิลฮานในตอนนี้เป็นประกายกว่าปกติแต่เธอก็ไม่ได้ตามออกไป

"ฉันจะไปแล้วนะ! พวกแกทั้งหมดน่ะตายไปแล้ว!"

ผู้โดดเดี่ยวได้พุ่งตัวออกไปทั้งๆที่ซ่อนเร้นอยู่เป็นเส้นแสงแห่งเปลวเพลิง ไม่มีมอนสเตอร์ตัวใดเจอตัวเขาเลยแม้กระทั่งตอนพวกมันตายไปก็ตามที

นี่คือเหตุการที่น่าเศร้าสลดของพวกมัน

จบบทที่ บทที่ 197 - สรรสร้าง (6) [02-09-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว