เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199 - สรรสร้าง (8) [08-09-2019]

บทที่ 199 - สรรสร้าง (8) [08-09-2019]

บทที่ 199 - สรรสร้าง (8) [08-09-2019]


บทที่ 199 - สรรสร้าง (8)

 

ในภูเขาโล่งเตียนที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรเพลลาาเดียได้มีตัวตนของมนุษย์กระจายกันอยู่ ลแะในจุดหนึ่งมีบาเรียที่ขวางกันไม่ให้คนนอกเข้าไปและมีการทดลองลับอยู่ที่นั่น

ตูมมมมมมมมมม!

เสียงดังสนั่นที่ดังขึ้นนี่เป็นเครื่องยืนยันถึงความล้มเหลว

"กรี๊ดดดดดด!"

"โล่สายฟ้า!"

การระเบิดที่รุนแรงนี้กำลังจะทำร้ายคนสองคนที่อยู่ที่แห่งนี้ แต่แล้วก็มีเวทย์ป้องกันถูกร่ายขึ้นมาขวางการระเบิดเอาไว้ก่อน

"ครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะล้มเหลวอีกแล้วสินะ?"

"....คงงั้น"

เออร์ม่า แอน อิลต้า องค์หญิงที่หนึ่ง... ไม่สิ คนๆนี้เพิ่งจะกลายมาเป็นจักพรรดินีเมื่อสามเดือนก่อนแล้ว เธอได้ถามขึ้นกับคังมิเรย์คนที่เธอเชื่อถือได้มากที่สุดในจักรวรรดินี้และในเวลาเดียวกันคนที่ถูกถามก็ขบริมฝีปากแน่น

"เธอคงไม่คิดว่าการเชื่อมต่อถูกตัดขาดออกไปหมดแล้วหรอกนะ?"

"นั่นมันคือโลกที่ฉันเกิด มันไม่มีทางที่การเชื่อมต่อจะถูกตัดขาดออกไปง่ายๆแน่ มันจะต้องมีการเชื่อมต่ออยู่แน่นอน"

"แต่อย่างน้อยที่สุดด้วยความสามารถของเรามันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้การเชื่อมต่อกลับคืนมา"

"..."

การทดลองที่พวกเธอทำอยู่นั่นก็คือการเชื่อมต่อสองโลกเข้าด้วยกันนั่นเอง ในอดีตนั่นไม่เคยมีใครคิดจะทำแบบนี้มาก่อนเลย แต่เมื่อมีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมาเป็นโลกทำให้มันเป็นไปได้ขึ้นมา

"...แต่ถึงแบบนั้น"

คังมิเรย์รู้สึกสิ้นหวังนิดๆเมื่อได้ยินคำพูดของเออร์ม่า แต่แล้วเธอก็ตั้งสติกลับมาได้และพูดขึ้น

"ฉันก็ได้แต่ต้องทำมันต่อไปจนกว่าจะสำเร็จเท่านั้น คนที่นี่ที่อยู่ในลานปาสก็อยากจะกลับไปบนโลกรวมไปถึงคนที่ติดอยู่ในโลกอื่นๆด้วยเหมือนกัน"

"ทำไมเธอไม่พูดตรงๆอย่างแบบว่าเธอแค่อยากเจอนายยูอิลฮานล่ะ?"

"ใช่ ฉันอยากจะเจอเขา"

คังมิเรย์ได้ตอบกลับมาตรงๆจนเออร์่าพูดไม่ออก ยังไงก็ตามคังมิเรย์แค่หน้าแดงเล็กน้อย แต่ว่าไม่นานนักสีหน้าเธอก็เปลื่ยนไปพร้อมกับพูดต่อออกมา

"ฉันอยากจะเจอหน้าเขาทั้งปี ในตอนที่ฉันแยกกับยูนาเป็นสิบปีมันยังไม่แย่แบบนี้เลย"

"อ่า เฮ้.... ขอโทษทีนะ ที่ฉันพูดก็เพราะฉันนึกว่าเธอจะไม่ยอมรับเรื่องนี้ แต่... ฟู่ เวลามันเปลื่ยนไปแล้วสินะ"

"ไม่เป็นไร"

คังมิเรย์ได้หัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าที่แดงขึ้นของเออร์ม่า มีก็แต่เธอเท่านั้นที่ทำให้จักรพรรดินีคนนี้ต้องตกใจขนาดนี้

"สกิลที่เกี่ยวข้องกับการทดลองนี้ก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน ฉันเชื่อว่าเราจะทำสำเร็จได้ในอีกไม่นาน"

"...ใช่แล้ว ฉันก็ยังอยากจะให้การเชื่อมต่อกลับมาเหมือนกัน ฉันอยากจะไปงานแต่งของพวกเธอ"

"เธอบอกว่างานแต่ง..."

หลังจากพูดคำๆนี้ออกมาคังมิเรย์ก็ดูจะอายไป แต่แล้วเธอก็ยังตบแก้มกลับมาเป็นปกติ

"มีคนที่มีความสามารถมากมายรายล้อมเขาคนนั้น ต่อให้ฉันจะทำทุกๆอย่างด้วยดีฉันก็ยังไม่มั่นใจ"

"มิเรย์เธอน่ะเปร่งประกายกว่าใครนะ"

"เรื่องนั่นเอาไว้ก่อนล่ะกัน ตอนนี้ฉันควรจะเริ่มการทดลองต่อไปหลังดูผลลัพธ์สิ่งต่างๆ"

คังมิเรย์ได้ตรวจสอบบาเรียเวทย์ที่อยู่รอบๆนี้และหยิบเอากระเป๋าขึ้นมา

แม้ว่าเธอจะติดอยู่ในลานปาส แต่เธอก็ยังตระเวนไปตามดันเจี้ยนและซากปรักหักพังต่างๆที่มีความลึกลับอยู่บนโลกนี้เพื่อค้นคว้าหาหนทางกลับไปที่โลก และในอีกด้านก็เพื่อยกระดับความสามารถของเธออีกด้วย

ดันเจี้ยนพวกนี้ที่ถูกทิ้งไว้นานปีแล้วดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงความยากของพวกมันเลย ยังไงก็ตามคังมิเรย์ก็เป็นอัจฉริยะคนหนึ่งที่มีพรสรรค์มากๆ นอกจากนี้เธอยังได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลราชวงศ์ทำให้มีการขุดค้นซากปรักหักพักสามแห่งสำเร็จภายในหนึ่งปีเท่านั้น

"เธอจะไปต่อเลยหรอ? เราเพิ่งจะขุดค้นซากปรักหักพังเสร็จเองนะ"

จักรพรรดินีได้พูดออกมาด้วยความเป็นห่วงในตัวคังมิเรย์

"ทำไมเธอไม่พักสักวันหน่อยนะ? ซากปรักหักพังมันไม่ใช่อะไรที่ง่ายๆนะ เธออาจจะตายได้เลยนะถ้าไม่ระวัง"

"ฉันรู้สึกถึงภัยของมันได้นับตั้งแต่ที่คนๆนั้นทำมาทำให้ทั้งจักรวรรดิเกือบจะล้มสลายแล้ว"

"ชู่วว นั่นอีกแล้วนะ"

เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ที่มีแก่นแท้ของวิศวกรรมเวทย์ตั้งอยู่พวกเธอสองคนก็ได้ยิ้มเล็กๆให้กัน ในตอนนั้นมันไม่ได้ต่างไปจากภัยพิบัติเลย แต่สำหรับพวกเธอแล้วมันก็เป็นความทรงจำที่ดี เวลาคือพลังที่น่าสะพรึง

"มันผ่านมาตั้งปีหนึ่งแล้วสินะ..."

"ก็แค่ปีเดียวเอง... ฉันไม่ได้คิดจะปล่อยไว้ให้เป็นแค่ความทรงจำแล้วก็ยิ่งไม่มีทางที่ฉันจะยอมแพ้ด้วย"

"แล้วงั้นในเมื่อเธอก็รู้ถึงอันตรายเธอควรจะพักนะ ไม่ใช่กดดันตัวเอง"

"งั้นฉันไปก่อนนะ"

คังมิเรย์ได้เดินจากไปเมื่อทิ้งคำพูดนี้ไว้ ไหล่ของเธอได้สั่นมากๆขัดไปกับคำพูดของเธอซึ่งนี่ทำให้จักรพรรดินีต้องถอนหายใจมองเธอจากไป

"อย่าตายนะ"

"ฉันไม่คิดจะตายอยู่แล้ว ฉันยังมีคนที่ฉันอยากเจออยู่"

พี่ชายของเธอคังฮาจินคนที่ทำให้อยู่ในสังคมชนชั้นสูงบนโลกได้และสั่งสอนเธออย่างเข้มงวด เพื่อนของเธอนายูนาคนที่อยู่ด้วยกันกับเธอมาทั้งชีวิตทำอะไรร่วมกันไม่ว่าจะดีไม่ดี แล้วก็ยัง....

"ถ้าเป็นคนๆนั้นเขาก็น่าจะได้คลาส 4 มาแล้ว เขาคงไม่บาดเจ็บอยู่ที่ไหนหรอกนะ... แล้วถ้าเขาเจอผู้หญิงคนอื่นอีกล่ะ?"

พอเธอได้คิดถึงยูอิลฮานแล้วเธอ็คิดไม่หยุด แม้ว่าเธอจะทำอะไรไม่ได้ก็ตาม

คังมิเรย์ได้สะบัดหัวไล่ความคิดพวกนี้ออกไปจากหัวและเดินหน้าต่อออกไป เออร์ม่าที่มองดูเธออยู่ตลอดได้ยิ้มขมออกมาและออกไปเช่นกัน

ในเวลาเดียวกันนี้เอง...

"ขอแต่งงานกับสตรีศักดิ์สิทธิ์?"

"ท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์ก็จะได้กลายเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อโลกของเราอย่างสมบูรณ์ จักรพรรดิไม่อยากจะให้เรื่องนี้ล่าช้าออกไปอีกแล้ว นี่เพื่ออนาคตของทั้งสองจักรวรรดิ..."

"ฉันเกลียดตาแก่พุงพุ้ย~!"

"ตะ ตาก่พุงพุ้ย~!?"

"เธอกล้างดูถูกท่านจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ ท่านจักรพรรดิแห่งหลี่ คาเทียน่า"

"แบร่!"

"ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์!"

"ไล่ตาแก่พุงพุ้ยออกไปด้วย~! ถ้าไม่ไล่กัน ฉันจะไล่ไปเองด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของท่านหญิงเรย์น่าเนี้ยแหละ!"

"อ๊ากกกกกกกกกก!"

นายูนาได้ปฏิเสธตัวแทนจากจักรวรรดิที่ประกาศตัวเองเป็นจักรวรรดิมหาอำนาจที่มีพลังมากพอที่จะทำสงครามกับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เอลฟอร์ด และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยกับการขับไล่คนที่นำสารขอแต่งกันของจักรวรรดิที่รับผิดชอบดูแลครึ่งทวีปออกไป

แม้ว่าตอนนี้คนพวกนั้นจะถอยกลับไปแล้วชั่วคราว แต่นักบวชที่ให้การสนับสนุนนายูนาได้เข้ามาจับชายกระโปรงของเธอคุกเข่าทั้งหน้าซีดทันที

"ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ต่อต้านจักรวรรดิ!"

"พวกเขาไม่ได้กลัวพลังของท่านหญิงเรย์น่าเลยนะ ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?"

"ฉันไม่ได้กลัวพวกพุงพุ้ยนั่นสักนิด!"

ตอนนี้ตัวเธอโกรธขึ้นมาจริงๆซึ่งต่างไปจากตามปกติของตัวเธอแล้ว นี่ยังทำให้นักบวชต้องถอยออกไป ตอนนี้เองเธอก็พูดหนทางแก้ออกมา

"เราต้องเตรียมตัวแล้ว พวกเขากำลังเตรียมตัวจะทำสงครามกับเราเร็วๆนี้แน่~"

"สงคราม!?"

ผู้คนที่ได้ยินได้แต่ตะโกนออกมาอย่างตกตะลึง แต่นายูนาก็แค่หยักหน้าใจเย็น

"พวกนั้นน่ะพยายามที่จะหาทางหุบกลืนเอลฟอร์ดมานานแล้ว ถ้ามีงานแต่งงานขึ้นเรื่องหุบกลืนจะง่ายขึ้น แต่ถ้าฉันปฏิเสธพวกนั้นก็จะเอามาเป็นข้ออ้างในการบุกรุก~"

"ท่านไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักท่านหรอ...?"

"นั่นไม่ต้องคิดเลย ไม่ว่าจะฉันหรือเอลฟอร์ดเจ้านั่นก็จะไม่ได้ไป"

ความมั่นใจของนายูนาก็ยังมีมากล้นเช่นเดิมของเธอ

"เตรียมตัวได้แล้ว พวกเรากำลังจะต้องรบกับพวกนั้นแล้ว บางทีพวกนั้นอาจจะมีกองทัพเตรียมพร้อมไว้แล้วก็ได้ งั้นช่วยอพยพพลเมืองก่อนเลยและเราค่อยคุยส่วนที่เหลือกัน"

ตอนที่นายูนายืนขึ้นมาจากที่นั่ง คังฮาจินอัศวินผู้พิทักษ์ของเธอก็ได้ตามเธอไป นักบวชได้แต่มองพวกเธออย่างเสียสติไป ยังไงก็ตามไม่นานนักพวกเขาก็เริ่มถอนหายใจคุยกันเอง

"ฉันคิดว่ามันช่วยไม่ได้แล้วล่ะนะ"

"พวกเราต้องทำตามประสงค์ของท่านหญิง นอกไปจากนี้ฉันก็ไม่ได้ชอบจักรวรรดินั่นเหมือนกัน"

"ฉันก็อยากจะเห็นภาพท่านหญิงเตะก้นเจ้าหมูพวกนั่นเหมือนกัน"

"เอาล่ะ ถ้างั้นมาเริ่มสงครามกันเถอะ"

ในเมื่อสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ตัดสินใจไปแล้วพวกเขาก็ไม่สนใจอะไรแล้ว พวกเขาได้แต่ยอมรับในชะตากรรมแล้วเริ่มสงคราม อำนาจในปัจจุบันของนายูนานั้นเหลือล้ำเอลฟอร์ดไปมากแล้ว

เพราะแบบนี้เองสงครามระหว่างสองจักรวรรดิสุดแข็งแกร่งแห่งเบร์ย่าจึงได้เริ่มตั้งเค้าขึ้น

"ยูนาจะไม่เป็นอะไรแน่หรอ?"

ในขณะเดียวกันคังฮาจินก็ได้ถามนายูนาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลในขณะที่เดินกับอยู่อยู่ที่ห้องโถง

"ฉันไม่ไม่เป็นอะไร"

"..."

ยังไงก็ตามคังฮาจินก็ต้องตกใจไปกับคำตอบที่ได้รับแบบนี้ออกมา ตอนนี้เองนายูนาก็ได้ระบายความโกรธของเธอลงไปบนพื้น

"เจ้าพุงพุ้ยไร้ยางอายนั่น แค่คิดเรื่องนี้ก็ทำให้ฉันโกรธแล้ว"

"มีผู้ชายตั้งเยอะที่เข้ามาหาเธอแบบนี้ในอดีตนี่ นอกไปจากนี้จักรวรรดิอื่นๆในทวีปก็คุยกับเราเรื่องนี้เหมือนกัน เธอก็ปฏิเสธเขาไปแบบดีๆก็ได้นี่?"

"แต่ไม่ว่ายังไงพวกนั้นก็เตรียมทำสงครามแล้ว หากฉันไม่แต่งงาน เราก็ต้องทำสงครามอยู่ดีดังนั้นจะสุภาพกันไปทำไม"

นี่คือเรื่องจริง ไม่จำเป็นต้องสุภาพเลย

"แต่ถ้าพวกเราสุภาพหน่อยก็ชะลอสงครามได้นะ"

"ฉันก็รู้น่า"

และที่เธอไม่ทำแบบนั้นก็เพราะ

"ยังไงก็ตามถ้าทำแบบนั้นอย่างน้อยฉันจะต้องเจอกับเจ้าพุงพุ้ยนั่น แล้วก็เจ้านั่นจะต้องทำอะไรน่าขยะแขยงแน่ ฉันน่ะเป็นคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วนะ ฉันจะไม่มีทางให้โอกาสใครอื่นแน่"

"...เธอเปลื่ยนไปเยอะเลยนะเพราะคุณอิลฮานน่ะ"

"แต่อิลฮานไม่ชอบการโกหก"

"จริงๆเลยคนบาปนี่"

"เขาพูดแบบนั้นน่ะ เขาทิ้งฉันไว้ที่นี่นานไปแล้ว"

นายูนาได้หยักหน้ากับคำพูดของคังฮาจิน จากนั้นเธอก็หัวเราะออกมาหลังจากมองไปที่ฮาจิน

"พี่อิจฉาหรอ~!"

"อ่า ฉันโล่งใจต่างหากที่เธอเจอคู่ของเธอ... ถึงฉันจะเจ็บนิดๆที่เธอเลือกคุณอิลฮานแทนที่จะเป็นคนอื่นๆตั้งมากมายก็ตาม"

ยังไงยูอิลฮานก็เป็นคนที่มีความสามารถ แม้แต่น้องสาวของเขาที่ไม่เคยมีเรื่องความรักเข้ามาทั้งชีวิตรวมไปถึงเพื่อนคนนี้ของเธอก็ยังไปตกหลุมรักเขาคนนั้นคนเดียวกัน แม้แต่เขายังไม่อยากจะเชื่อในโชคชะตานี้เลย

นายูนาได้หัวเราะออกมาทันทีราวกับรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

"มิเรย์น่ะหลอกล่อเขาไม่ได้เลยสักนิด~ ยิ่งไปกว่านั้นพี่จะกังวลอะไรในเมื่อครอบครัวของพวกเราทั้งสองครอบครัวไม่ได้แปลกแยกกันอยู่แล้วนี่?"

"ครอบครัวของฉันต้องมาก่อนอยู่แล้ว ฉันก็ได้แต่หวังว่าน้องสาวของฉันจะไปได้ดีกับคนที่เธอชอบในฐานะที่เป็นพี่ของเธอ"

"ถึงพี่จะพูดแบบนั้น แต่ฉันไม่ยอมให้มิเรย์ได้เขาไปหรอกน้า~"

นายูนาได้หยุดลงและถอนหายใจออกมา

"จะให้เขาหรือไม่ให้ยังไง พวกเราจะคุยกันได้ก็ต่อเมื่อเขาอยู่ที่นี่เท่านั้นแหละนะ"

"แล้วเธอจะทำอะไรล่ะถ้าเขามาอยู่นี่? ฉันได้ยินมาว่าเธออยู่กับเขาจนกระทั่งเกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 นี่..."

"ฟู่"

หลังจากถอนหายใจเล็กๆออกมาเธอก็เตะเข้าไปที่เท้ของคังฮาจิน การโจมตีของเธอได้เสริมไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่พัฒนาของเธอ

"อั๊ก!"

"รอนี่นะ ฉันไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนล่ะน้า~ คิดด้วยว่าพี่ทำอะไรผิดไป!"

"เธอทำอะไรกับ... อั๊ก!"

***

ในขณะเดียวกันชายที่ถูกทิ้งไว้คนเดียวบนโลก....

[ก๊าซซซซซซซซ]

[กี๊ซซซซซซซซ!]

[มนุษษษษษษษษษษย์]

[แบบนี้มันกำลังทำให้ดันเจี้ยนระเบิดอย่างต่อเนื่องเลยนะ! กรี๊ดดด ล้นแล้ว การล้นทะลักของมานา]

"มานาล้นแล้ว! เยี่ยมไปเลย เตรียมยิง"

[กรี๊ดดดดดดดดดดดด]

...หลังจากผ่านไปหนึ่งปีเขาก็ยังคงไม่หยุดถอนรากถอนโคนของมอนสเตอร์บนโลก และในตอนนี้เขากระทั่งทำให้เกิดการระเบิดขึ้นกับดันเจี้ยนอย่างต่อเนื่องจนเกิดการล้นของมานาขึ้น

จบบทที่ บทที่ 199 - สรรสร้าง (8) [08-09-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว