- หน้าแรก
- ระบบตกปลาแดนบรรพกาล บ่อปลาของผมเชื่อมต่อกับโลกนับไม่ถ้วน!
- บทที่ 2 ปลามังกรแดงโลหิต
บทที่ 2 ปลามังกรแดงโลหิต
บทที่ 2 ปลามังกรแดงโลหิต
บทที่ 2 ปลามังกรแดงโลหิต
สาเหตุที่เขาตกตะลึงเช่นนี้ เป็นเพราะเมื่อเพ่งพินิจมองเจ้าปลาตัวนี้อย่างละเอียด เขาก็พลันสังเกตเห็นว่าเกล็ดของมันกำลังเปล่งประกายสีม่วงจางๆ ออกมา เฉินเฟิงคุ้นเคยกับปลาชนิดนี้ดียิ่งกว่าสิ่งใด ในอดีตเฉินต้าซานก็เคยอาศัยโชคช่วยจับปลาลักษณะนี้ได้จากบ่อแห่งนี้หนึ่งตัว และส่งขายจนได้เงินมาส่งเสียให้เขาเล่าเรียน แถมยังมีเงินเก็บเหลือติดบัญชีไว้อีกถึงแปดพันหยวน
"โชคหล่นทับเข้าให้แล้วสิ นี่มัน... ปลามังกรแดงโลหิต!"
เฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาด้วยความตื่นเต้น ในอดีตปลาที่เฉินต้าซานจับได้โดยบังเอิญนั้นมีน้ำหนักเพียงครึ่งจิน แต่กลับขายได้ราคาสูงถึงห้าหมื่นหยวน แล้วตัวที่อยู่ตรงหน้านี้เล่า อย่างน้อยๆ ก็น่าจะทำเงินได้สักแปดเก้าหมื่นหยวนเป็นแน่
ลำพังแค่ 'ปลามังกร' ทั่วไปก็นับว่าเป็นยอดแห่งมัจฉาอยู่แล้ว แต่ 'ปลามังกรแดงโลหิต' นั้นเปรียบเสมือนราชาในหมู่ชนชั้นสูง มูลค่าของมันจึงเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน แม้แต่ปลามังกรทองที่ว่าแน่ ยังไม่อาจเทียบชั้นกับปลามังกรแดงโลหิตตัวนี้ได้เลย ความห่างชั้นนั้นราวกับฟ้ากับเหว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินเฟิงก็รีบกุลีกุจอจะจับเจ้าปลามังกรแดงโลหิตตัวนี้ย้ายไปใส่ไว้ในโอ่งน้ำข้างๆ ทันที เพราะลำพังแค่กะละมังใบเล็กคงไม่เพียงพอให้มันว่ายวนได้อย่างอิสระ หากมันเกิดตายขึ้นมา เขาคงได้แต่นั่งร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าโดยไม่รู้จะไปโวยวายกับใคร
ทว่าในจังหวะที่เขายกกะละมังขึ้นเพื่อจะเทปลาลงสู่โอ่งน้ำ เจ้าปลาตัวนั้นกลับเริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มันสะบัดตัวอย่างรุนแรงจนเกือบจะกระโดดหนีออกจากกะละมังได้สำเร็จ
โชคยังดีที่เฉินเฟิงมือไวคว้าตัวมันไว้ได้ทันท่วงที แต่สัญชาตญาณของสัตว์ป่าย่อมไม่ยอมจำนนโดยง่าย ยิ่งบวกกับความตื่นตระหนกจากการคุกคามของเฉินเฟิง มันจึงยิ่งดิ้นรนขัดขืนรุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
"โอ๊ย!"
เฉินเฟิงรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ เขาจึงรีบโยนเจ้าปลาตัวดีลงไปในโอ่งน้ำอย่างรวดเร็ว เมื่อก้มลงดูมือตัวเองก็พบว่าบัดนี้มันชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด
"เจ้าปลาเวรนี่!"
ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้เฉินเฟิงรู้สึกโมโหจนควันออกหู แต่เมื่อนึกถึงมูลค่ามหาศาลของมัน เขาก็จำต้องข่มกลั้นไฟโทสะนั้นลงไป
เขาหันกลับไปจุ่มมือลงในกะละมังใบเดิมเพื่อล้างคราบเลือด เมื่อเลือดหยุดไหลดีแล้ว เขาจึงเช็ดมือกับเสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะสาดน้ำที่เจือปนเลือดในกะละมังทิ้งลงไปในบ่อปลาอย่างไม่ใส่ใจ
หลังจากเทน้ำทิ้งเสร็จ เฉินเฟิงก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อทำแผลให้เรียบร้อย โดยที่เขาไม่ทันได้สังเกตเลยว่า เลือดที่เจือปนลงไปในน้ำนั้น แทนที่จะละลายหายไป กลับเกิดปฏิกิริยาประหลาด มันรวมตัวกันอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา
จากหยดเลือดที่กระจายตัว กลับควบแน่นกลายเป็นหยดโลหิตขนาดใหญ่เพียงหยดเดียว จากนั้นแสงสีแดงก็สว่างวาบขึ้น ก่อนที่หยดเลือดนั้นจะซึมหายวับไปกับผิวน้ำอย่างไร้ร่องรอย
"ติ๊ง! ระบบตกปลาแดนบรรพกาลกำลังเตรียมเปิดใช้งาน!"
ฉับพลันนั้นเอง เสียงสังเคราะห์แบบเครื่องจักรกลก็ดังกึกก้องขึ้นในสมองของเฉินเฟิง เขาตกใจจนสะดุ้งโหยง เท้าลื่นไถลจนเกือบจะล้มคะมำลงไปกองกับพื้น
"อะไรวะนั่น?"
เมื่อทรงตัวได้ เฉินเฟิงก็รีบกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เขาจึงทึกทักเอาเองว่าคงเป็นเสียงเครื่องเสียงของเพื่อนบ้านที่เปิดดังเกินไป จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจและเตรียมจะก้าวเท้าเดินเข้าบ้านต่อ
"ติ๊ง! ระบบตกปลาแดนบรรพกาลเปิดใช้งานสำเร็จ!"
"ติ๊ง! ทำการผูกมัดโฮสต์ 'เฉินเฟิง' ผูกมัดพิกัด 'บ่อปลา' ! กำลังดำเนินการผูกมัด!"
เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้เฉินเฟิงได้ยินมันชัดเจนเต็มสองหู
"แม่... แม่จ๋า ช่วยด้วย"
เสียงที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์ที่ดังขึ้นกลางอากาศ ทำให้เฉินเฟิงเข่าอ่อนจนต้องทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขามองซ้ายแลขวาด้วยความหวาดผวา ก่อนจะพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอย
เขานั่งตัวแข็งทื่อรออยู่พักใหญ่ แต่เสียงนั้นก็เงียบหายไป ทว่าเฉินเฟิงยังคงไม่กล้าขยับเขยื้อน เขายังคงนั่งยองๆ อยู่ท่าเดิม ด้วยสังหรณ์ใจว่าเสียงนั่นจะต้องดังขึ้นมาอีกแน่
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อเฉินเฟิงเริ่มตั้งสติเตรียมใจได้บ้างแล้ว เสียงปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้งในความว่างเปล่า
"ติ๊ง! ระบบผูกมัดสำเร็จ!"
น้ำเสียงโมโนโทนไร้อารมณ์ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม คราวนี้เฉินเฟิงตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ ทำให้เขาจับใจความทุกถ้อยคำได้อย่างชัดเจน
"ระ... ระบบ? ระบบอะไร?"
ความหวาดกลัวในใจเริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความงุนงงสงสัย เมื่อได้ยินคำว่า 'ระบบผูกมัดสำเร็จ' เขาจึงพึมพำถามออกไปเบาๆ
ราวกับระบบสามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของเฉินเฟิงได้ ทันทีที่เขาสิ้นเสียงพึมพำ หน้าจอโปร่งใสสุดล้ำยุคก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา บนหน้าจอนั้นแสดงข้อความแนะนำระบบอย่างชัดเจน
[ระบบตกปลาแดนบรรพกาล : สามารถตกสิ่งมีชีวิตจากแดนบรรพกาลได้ โดยขึ้นอยู่กับระดับของโฮสต์และการผูกมัดสถานที่ตกปลา]
[โฮสต์] : เฉินเฟิง
[ระดับโฮสต์] : นักตกปลาระดับหนึ่ง
[จำนวนการตกปลาต่อวัน] : 1 ครั้ง
[ความเร็ว] : 5
[พละกำลัง] : 6
[อุปกรณ์ตกปลา] : คันเบ็ดเหล็กทมิฬระดับหนึ่ง (รองรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม)
เฉินเฟิงจ้องมองหน้าจอที่เรืองแสงสีฟ้าจางๆ ตาค้าง ปากของเขาอ้ากว้างจนแทบจะยัดไข่นกเข้าไปได้ทั้งฟอง ดวงตาฉายแววตื่นตะลึงสุดขีด
"ตกปลา... ระบบตกปลาแดนบรรพกาล? นี่มัน..."
ตัวอักษรไม่กี่คำตรงหน้าได้พลิกโฉมโลกทัศน์ของเฉินเฟิงไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังฝันไป แต่เมื่อลองหยิกขาตัวเองดู ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า นี่ไม่ใช่ความฝัน
"ไหนบอกว่ามีคันเบ็ดเหล็กทมิฬไง แล้วเบ็ดล่ะ?"
เฉินเฟิงนึกขึ้นได้ว่าบนหน้าจอระบุถึง 'คันเบ็ดเหล็กทมิฬระดับหนึ่ง' แต่เขากลับมองไม่เห็นวัตถุใดๆ รอบตัว หลังจากเดินวนหาอยู่รอบหนึ่งเขาก็พึมพำออกมาด้วยความสงสัย
สิ้นเสียงคำถาม แสงสีเหลืองนวลตาก็สว่างวาบขึ้นตรงหน้า วินาทีต่อมาเฉินเฟิงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าในมือของเขามีคันเบ็ดตกปลาที่มีกลิ่นอายความเก่าแก่โบราณปรากฏขึ้น รอบตัวเบ็ดมีแสงสีเหลืองจางๆ ไหลเวียนวนอยู่ ดูราวกับศาสตราวุธวิเศษที่ร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ก็มิปาน
"นี่... นี่มัน..."
ภายในใจของเฉินเฟิงตอนนี้ปั่นป่วนราวกับเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เขาไม่อาจหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องราวประหลาดเหล่านี้ได้ แต่หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็จำต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และความตื่นเต้นดีใจก็เริ่มเข้ามาแทนที่ หากเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่าเขากำลังจะรวยเละ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของเฉินเฟิงก็เริ่มคันยุบยิบด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขากระชับคันเบ็ดในมือแน่นแล้ววิ่งตรงดิ่งไปยังขอบบ่อปลาทันที เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าของสิ่งนี้ใช้งานได้จริงหรือไม่
เมื่อมาถึงขอบบ่อ เฉินเฟิงก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กที่วางทิ้งไว้ เดิมทีเวลาว่างๆ เขามักจะมานั่งตกปลาเล่นที่นี่เพื่อฆ่าเวลาอยู่บ่อยครั้ง
แต่พอนั่งลงแล้ว เฉินเฟิงก็ต้องชะงักไปอีกครั้ง เมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเบ็ดคันนี้จำเป็นต้องใช้เหยื่อหรือไม่ และถ้าต้องใช้ หากเขาเกี่ยวเหยื่อโยนลงไป มันจะไม่กลายเป็นการตกเอาปลาที่ตัวเองเลี้ยงไว้ขึ้นมาแทนหรือไง
หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเฟิงก็ตัดสินใจขุดหาไส้เดือนในดินแถวนั้นขึ้นมาเกี่ยวที่ตัวเบ็ด อย่างไรเสียการตกปลาก็ต้องมีเหยื่อล่อ ไม่อย่างนั้นปลาหน้าไหนมันจะยอมมาติดเบ็ด
จากนั้นเฉินเฟิงก็เหวี่ยงเบ็ดลงไปในบ่อปลา ทันทีที่ตัวเบ็ดสัมผัสน้ำ ผิวน้ำบริเวณนั้นก็เริ่มหมุนวนจนกลายเป็นวังวนขนาดใหญ่ จากนั้นตัวเบ็ดก็จมหายวับไปกับสายน้ำ เฉินเฟิงมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง แต่เพียงครู่เดียวเขาก็เริ่มรู้สึกคาดหวังขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่าคันเบ็ดคันนี้แตกต่างจากคันเบ็ดทั่วไปตรงที่มันไม่มีทุ่นลอย ดังนั้นการจะรู้ว่ามีอะไรมากินเหยื่อหรือไม่ จึงต้องอาศัยสัมผัสจากแรงดึงที่ปลายสายเท่านั้น เฉินเฟิงจึงได้แต่นั่งรอคอยปฏิกิริยาจากคันเบ็ดอย่างใจจดใจจ่อ