- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 48: อานุภาพสะท้านขวัญเพียงหนึ่งไม้ไผ่!
ตอนที่ 48: อานุภาพสะท้านขวัญเพียงหนึ่งไม้ไผ่!
ตอนที่ 48: อานุภาพสะท้านขวัญเพียงหนึ่งไม้ไผ่!
ใบหน้าของหลินฟงมืดมนลงทันตา ในฐานะนายน้อยแห่งตระกูลหลิน เขาหยิบจับอะไรก็ได้ดั่งใจหวังในเมืองชิงเฟิงมาโดยตลอด เคยมีใครกล้าขัดใจเขาเช่นนี้บ้าง? โดยเฉพาะต่อหน้าตาเฒ่าธรรมดาๆ และเด็กอมมือเพียงสองคน!
เขากวาดสายตามองถังซานและเสี่ยวอู่อีกครั้งด้วยความพินิจพิเคราะห์
ถังซานมีสง่าราศีที่โดดเด่นก็จริง แต่กระแสพลังวิญญาณกลับดูเบาบางนัก เขาหารู้ไม่ว่านั่นเป็นเพราะถังซานจงใจสะกดกลิ่นอายเอาไว้ ส่วนเสี่ยวอู่นั้นเล่าก็น่ารักไร้เดียงสา ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะมีเบื้องหลังที่สลักสำคัญอะไร
"พวกเจ้าสองคน ข้าคือหลินฟงแห่งตระกูลหลิน" หลินฟงก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงวางอำนาจกดขี่ "เนื้อย่างนี่มีประโยชน์ต่อข้า เห็นแก่หน้าข้าสักครั้งแล้วยกมันให้ข้าซะ ข้ายินดีจะจ่ายให้พวกเจ้าเป็นสองเท่าของราคาทั้งหมด"
เขารู้สึกว่าตนเองได้ให้เกียรติเด็กสองคนนี้มากเกินพอแล้ว
เสี่ยวอู่ที่กำลังเคี้ยวเนื้อจนเต็มกระพุ้งแก้มพึมพำตอบอย่างไม่ใยดี "ฝันไปเถอะ! พวกเรามาก่อน และข้าก็ยังกินไม่อิ่มด้วย!"
ถังซานเช็ดปากเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น สบตาหลินฟงด้วยดวงตาสีดำขลับที่ดูลึกลับราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรยามค่ำคืน "พวกเราไม่ขัดสนเรื่องเงิน และเนื้อย่างนี้เราก็จะกินให้ได้ ใครหน้าไหนก็มาเปลี่ยนใจข้าไม่ได้"
"สามหาว!" "ที่นี่คือถิ่นตระกูลหลิน! เจ้ากล้าจองหองขนาดนี้เชียวหรือ!"
หลินฟงเดือดดาลจนตัวสั่น แววตาของเขาเย็นเยียบขึ้นมาทันที สมุนที่อยู่ด้านหลังต่างเริ่มหักนิ้วเตรียมลงมือ บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียดจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบถอยห่างด้วยความกลัวจะโดนลูกหลง
"เจ้าหนู อย่าหาว่าข้าไม่เตือน! เจ้ารู้ไหมว่านามของตระกูลหลินในเมืองชิงเฟิงนี้หมายถึงอะไร" สมุนคนเดิมแผดเสียงตะโกน
ทันใดนั้น เฒ่าจางที่เงียบมาตลอดก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางเอ่ยเตือน "นายน้อยหลิน การบังคับซื้อขายไม่ใช่เรื่องที่วิญญูชนพึงกระทำ อีกอย่าง... แขกตัวน้อยสองท่านนี้ เกรงว่าท่านจะรับมือไม่ไหวหรอกนะ"
หลินฟงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามสัมผัสพลังของถังซานและเสี่ยวอู่อีกครั้งแต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ เขาแค่นเสียงเหยียดหยาม "เฒ่าจาง เจ้าแก่จนเลอะเลือนแล้วหรือไง? แค่เด็กสองคนเนี่ยนะ?"
เฒ่าจางส่ายหน้าไม่พูดอะไรต่อ เพียงแต่ส่งเนื้อย่างไม้สุดท้ายในมือให้เสี่ยวอู่อย่างเงียบๆ
หลินฟงรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงต่อหน้าลูกน้องและฝูงชน เขาแค่นเสียงเย็น ร่างกายแผ่ซ่านพลังวิญญาณออกมา ทันใดนั้นวงแหวนวิญญาณสามวง เหลืองสอง ม่วงหนึ่ง ก็ผุดขึ้นมาวนเวียนใต้เท้า แรงกดดันระดับอัคราจารย์วิญญาณ 3 วงแหวน พุ่งเข้าจู่โจมถังซานและเสี่ยวอู่เพื่อข่มขวัญ
"ถ้าพวกเจ้ารู้ความล่ะก็ ตอนนี้..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ถังซานที่ดูเหมือนจะสนใจแต่เนื้อย่างก็เงยหน้าขึ้น ประกายความรำคาญพาดผ่านดวงตาสีม่วงเข้มแวบหนึ่ง เขาหยิบไม้ไผ่เปล่าที่กินเสร็จแล้วขึ้นมาไม้หนึ่ง ก่อนจะดีดมันออกไปด้วยนิ้วชี้อย่างไม่ใส่ใจไปยังทิศทางของหลินฟง
"ฟุ่บบบ!!"
ไม้ไผ่ธรรมดาๆ ที่ถูกดีดด้วยพลังมหาศาลและเทคนิคอันเหนือชั้นส่งเสียงหวีดหวิวฉีกอากาศประหนึ่งศรเหล็กที่ยิงออกจากหน้าไม้ยักษ์ มันข้ามระยะหลายเมตรในชั่วพริบตา พุ่งเฉียดใบหูของหลินฟงไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!
"ตึก!"
ไม้ไผ่นั้นปักลึกเข้าไปในเสาไม้ของร้านด้านหลังจนมิดครึ่งไม้ ปลายที่เหลือยังสั่นสะท้านส่งเสียงอื้ออึง
กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ กว่าที่หลินฟงจะรู้ตัว เขาก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่ข้างหู เส้นผมปอยหนึ่งของเขาถูกตัดขาดและค่อยๆ ร่วงหล่นสู่พื้นอย่างช้าๆ
เขายืนแข็งทื่อเป็นหิน ความเย่อหยิ่งบนใบหน้ามลายหายไป เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีดจนเหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง
เขาสัมผัสได้ทันทีว่า หากไม้ไผ่นั้นเบี่ยงมาทางซ้ายอีกเพียงนิดเดียว หัวของเขาคงถูกเจาะทะลุไปแล้ว! และคนที่ลงมือกลับเป็นเพียงเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน! ทั้งพละกำลังและการควบคุมระดับนี้... เหนือชั้นกว่าอัคราจารย์วิญญาณเช่นเขาไปไกลลิบ!
เหล่าสมุนต่างยืนตาค้าง ตัวสั่นงันงกจนพูดไม่ออก
เสี่ยวอู่เบะปากพึมพำ "เสียงดังชะมัด รบกวนเวลาอาหารของข้าจริงๆ"
พูดจบ นางก็หยิบเนื้อย่างขึ้นมาเคี้ยวต่ออย่างสบายใจ ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ถังซานแค่ปัดแมลงวันที่น่ารำคาญออกไปตัวหนึ่งเท่านั้น
ถังซานไม่ได้เหลือบตาขึ้นมองด้วยซ้ำ เขาค่อยๆ เคี้ยวเนื้อในมืออย่างละเมียดละไม ราวกับเรื่องราวทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของหลินฟงเปลี่ยนจากเขียวเป็นขาวสลับกันไปมา ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้แล้วว่าวันนี้เขาได้เดินเตะตอเหล็กเข้าให้แล้ว เด็กสองคนนี้ต้องมีเบื้องหลังที่สยดสยองแน่ๆ!
ครั้งนี้เป็นเพียงการเตือน หากเขายังดื้อรั้นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม้ไผ่ไม้ต่อไปคงปักลงที่กลางอกของเขาเป็นแน่
เขานึกถึงคำสอนของผู้เป็นพ่อขึ้นมาทันที: โลกนี้กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยเสือซ่อนมังกรลับ อย่าได้ล่วงเกินคนแปลกหน้าโดยไม่สืบประวัติให้ดี หากพวกเขาเป็นเพียงมดปลวกก็แล้วไป แต่ถ้าเจ้าไปแหย่มังกรแท้เข้า ตระกูลหลินเล็กๆ ของเราคงมอดไหม้ในพริบตา
"เป็น... เป็นข้าที่ตาถั่วเอง ล่วงเกินพวกท่านทั้งสอง โปรดให้อภัยด้วย!" หลินฟงรีบก้มตัวลงประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมผิดกับเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว "พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ ไปเดียวนี้เลย!"
พูดจบเขาก็ไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว รีบพาพรรคพวกที่ขวัญเสียวิ่งหนีออกไปจากซอยนั้นอย่างอเนจอนาถโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามอง
ชาวบ้านรอบข้างต่างยืนตกตะลึง สายตาที่มองมายังถังซานและเสี่ยวอู่เต็มไปด้วยความยำเกรงและใคร่รู้
เฒ่าจางมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ซ่อนอยู่ในดวงตาขุ่นมัว เขาเอ่ยกับเด็กทั้งสอง "กินกันตามสบายเถอะนะ"
เมื่อปัญหาคลี่คลาย เสี่ยวอู่ก็อารมณ์ดียิ่งขึ้น นางยิ้มหวานให้เฒ่าจาง "ปู่ขา เนื้อย่างของปู่เนี่ยอร่อยที่สุดเลย! เอามาเพิ่มอีกยี่สิบไม้เลย!"
"ได้เลย!" เฒ่าจางตอบรับอย่างอารมณ์ดี
ถังซานมองท่าทางร่าเริงของเสี่ยวอู่ แล้วเหลือบมองไม้ไผ่ที่ปักลึกอยู่ในเสาไม้ พลางส่ายหัวเบาๆ อย่างช่วยไม่ได้ อย่างน้อยการลงมือเล็กน้อยเมื่อครู่ก็ช่วยประหยัดน้ำลายไปได้มาก
หลังจากนั้น เขาจ้องมองชายชราขายเนื้อย่างด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง... จากท่าทางและการวางตัวเมื่อครู่ เขาเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ว่าเฒ่าจางคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ชายชราคนนี้ดูเหมือนจะรู้ซึ้งถึงความไม่ธรรมดาของพวกเขามาตั้งนานแล้ว
เหตุการณ์เล็กๆ นี้เปรียบเสมือนระลอกคลื่นในค่ำคืนที่เงียบสงบ แต่มันก็ทำให้ถังซานตระหนักได้ว่า เมื่อก้าวออกมาจากเมืองนั่วติง โลกภายนอกยังคงเต็มไปด้วยผู้คนและเรื่องราวที่คาดไม่ถึง และนี่คงเป็นส่วนหนึ่งของ "ประสบการณ์ชีวิต" ที่พ่อของเขาต้องการให้เขามาสัมผัส
ท่ามกลางกลิ่นหอมของเนื้อย่างที่แฝงพลังงานพิเศษ ถังซานเริ่มใช้ความคิด... ตระกูลหลินแห่งเมืองชิงเฟิง ภูเขาหวนเฟิง และเลียงผาวายุกลายพันธุ์... บางทีการสืบเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติม อาจจะทำให้การเดินทางครั้งนี้ "น่าสนใจ" ขึ้นมาไม่น้อย
ราตรีเริ่มลึกซึ้ง กลิ่นหอมของเตาย่างยังคงลอยคลุ้ง แต่สำหรับถังซานและเสี่ยวอู่ ค่ำคืนนี้ในเมืองชิงเฟิงดูเหมือนจะเป็นมากกว่าแค่การหาของอร่อยใส่ท้อง...
ทางด้านหลินฟงและพรรคพวกที่วิ่งหนีมาจนถึงสุดถนน พวกเขาหอบหายใจอย่างหนักพิงกำแพงด้วยใบหน้าที่ยังไม่หายซีดเซียว
"นะ... นายน้อย เด็กนั่น... มันปีศาจชัดๆ" สมุนคนหนึ่งละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัวเมื่อนึกถึงไม้ไผ่ที่ปักติดเสา ความเร็ว ความแม่นยำ และพลังทำลายระดับนั้น... ไม่มีทางเป็นแค่เด็กทั่วไปแน่!
หลินฟงเอามือลูบติ่งหูที่ยังคงรู้สึกแสบ และสัมผัสถึงเส้นผมที่หายไป ความอับยศและความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วโสตประสาท ในฐานะนายน้อยตระกูลหลิน เขาไม่เคยถูกเหยียดหยามขนาดนี้มาก่อน แต่มันมีความรู้สึกหนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า... นั่นคือความสั่นสะท้านที่เกิดจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณเมื่อสบตากับเด็กหนุ่มคนนั้น!