เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47: นายน้อยตระกูลหลิน? ตัวตลกจากไหนกัน!

ตอนที่ 47: นายน้อยตระกูลหลิน? ตัวตลกจากไหนกัน!

ตอนที่ 47: นายน้อยตระกูลหลิน? ตัวตลกจากไหนกัน!


ทั้งสองก้าวเดินออกมาจากที่พักเรือนชิงหย่าของเมืองชิงเฟิงภายใต้ผืนฟ้ากามะหยี่สีดำดูงดงามและลึกลับยิ่งกว่ายามกลางวัน โคมไฟหลากสีสันถูกจุดเรียงรายตามตรอกซอกซอย แสงไฟสลัวสะท้อนบนถนนหินคราม กลิ่นหอมของอาหารรสเลิศโชยมาตามลม ผสานกับเสียงร้องขายของพ่อค้าแม่ค้าที่ทำให้เมืองนี้ดูมีชีวิตชีวา

เสี่ยวอู่ใช้สัญชาตญาณอันเฉียบคมของสัตว์วิญญาณ หรือพูดให้ถูกคือ 'เรดาร์ค้นหาของอร่อย' จูงมือถังซานเลี้ยวลัดตัดตอนผ่านถนนสองสาย ก่อนจะมาหยุดกะทันหันที่หน้าห้างร้านเล็กๆ ที่ดูไม่สะดุดตา ออกจะทรุดโทรมเสียด้วยซ้ำ

ป้ายไม้เก่าๆ ที่แขวนอยู่อย่างเอียงกระเท่โม่เขียนไว้ว่า "เนื้อย่างสูตรลับเฒ่าจาง"

ชายชราผมขาวหนวดเคราเงินยวงดูท่าทางแข็งแรงนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ยหน้าประตู มือหนึ่งถือพัดใบตาลโบกสะบัดไปมาอย่างเกียจคร้าน บนเตาถ่านตรงหน้ามีเนื้อเสียบไม้ที่กำลังสุกจนน้ำมันไหลเยิ้ม ส่งเสียงฉ่าและส่งกลิ่นหอมหวลยวนใจออกมาไม่ขาดสาย

"ที่นี่แหละ! ที่นี่เลย!" เสี่ยวอู่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับจนแทบจะมีน้ำลายหก

ถังซานกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนเรื่องความสะอาดจะน่ากังวลไม่น้อย และที่สำคัญ... เขาสัมผัสได้ว่านอกจากกลิ่นเครื่องเทศที่เข้มข้นแล้ว กลิ่นเนื้อย่างนี้ยังมีกระแสพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาดและแผ่วเบาปะปนอยู่

มันเป็นกระแสพลังที่ละเอียดอ่อนมาก หากไม่ใช่เพราะเขามีพลังจิตที่แข็งแกร่งและสัมผัสแห่งชีวิตที่เฉียบคมของจักรพรรดิหญ้าเงินคราม เกรงว่าคงยากจะสังเกตเห็น

"เถ้าแก่ นี่คือเนื้ออะไรเหรอ? ทำไมมันหอมขนาดนี้!" เสี่ยวอู่ถลาเข้าไปถามอย่างอดใจไม่ไหว

เฒ่าจางปรือตาขึ้นมองเสี่ยวอู่และถังซาน สายตาของเขาหยุดอยู่ที่รูปลักษณ์อันสง่างามของถังซานนานเป็นพิเศษ แม้อยู่ในชุดธรรมดาและท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นอายความสูงส่งของเด็กหนุ่มก็ยังฉายชัด ประกายความฉลาดหลักแหลมพาดผ่านดวงตาขุ่นมัวของชายชราแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปทำท่าทางเรื่อยเฉื่อยตามเดิม

"แม่หนูนี่จมูกดีนักนะ นี่คือเนื้อเลียงผาวายุหมักด้วยสูตรลับเฉพาะของข้าเอง เป็นเลียงผาวายุที่จับได้จากภูเขาหวนเฟิงนอกเมืองไปร้อยลี้ เนื้อของมันนุ่มและมีพลังธาตุลมแฝงอยู่ หากวิญญาณจารย์ได้กินเข้าไปจะมีส่วนช่วยส่งเสริมทักษะได้เล็กน้อย" เฒ่าจางเอ่ยช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือความภาคภูมิใจ

"ธาตุลมงั้นเหรอ? จริงดิ! งั้นข้าเอาสิบไม้! ไม่เอา... ยี่สิบไม้เลย!" พอได้ยินว่ามีประโยชน์ต่อการฝึกฝน เสี่ยวอู่ก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

ทว่าหัวใจของถังซานกลับกระตุกวูบ

ภูเขาหวนเฟิง?

เขาจำได้ว่าเคยอ่านเจอในบันทึกเบ็ดเตล็ดของอาจารย์ใหญ่ว่ามันเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์วิญญาณระดับทั่วไป และมีเลียงผาวายุอยู่จริง ทว่าพลังงานในเนื้อของพวกมันควรจะเบาบางมากจนแทบไม่มีผลอะไรเลย

แต่พลังที่แฝงอยู่ในเนื้อย่างบนเตานี้ แม้จะไม่รุนแรง แต่มันกลับบริสุทธิ์และชัดเจนวยิ่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้

เขาแอบโคจรพลังไปที่ดวงตาเนตรปีศาจสีม่วงกวาดมองไปที่เนื้อย่างอย่างเงียบเชียบ ในสายตาของเขา เนื้อเหล่านั้นถูกห่อหุ้มด้วยกระแสพลังสีเขียวจางๆ ที่มีความหนาแน่นสูง... นี่มันไม่ใช่ระดับของเลียงผาวายุทั่วไปแล้ว

"เถ้าแก่ นี่คือเนื้อเลียงผาวายุจริงๆ หรือ?" ถังซานถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

มือที่โบกพัดของเฒ่าจางชะงักไปเล็กน้อย เขามองถังซานด้วยสายตาพิจารณาอีกครั้งก่อนจะหัวเราะในลำคอ "เจ้าหนู ตาถึงไม่เบานี่! บอกความจริงก็ได้ นี่ไม่ใช่เลียงผาวายุธรรมดา แต่มันคือเลียงผาวายุกลายพันธุ์ที่ข้าบังเอิญจับได้ เนื้อของมันและพลังแฝงจึงเหนือกว่าทั่วไปมาก ข้ามีสต็อกเหลือแค่เท่าที่เห็นนี่แหละ หมดแล้วหมดเลยนะ"

สัตว์วิญญาณกลายพันธุ์งั้นหรือ?

ก็เป็นไปได้ เพราะโลกกว้างใหญ่ย่อมมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นเสมอ

ความสงสัยของถังซานลดน้อยลง แต่ความระแวดระวังยังคงอยู่ ไม่นานนัก เนื้อย่างยี่สิบไม้ที่ผิวนอกกรอบเหลืองเนื้อในนุ่มฉ่ำก็ถูกส่งถึงมือเสี่ยวอู่ นางรีบงับเข้าไปคำโตจนแก้มตุ่ยพลางพึมพำอย่างมีความสุข "อื้อออ! อร่อยที่สุด! เสี่ยวซาน เจ้าลองชิมดูเร็ว!"

ถังซานหยิบมาไม้หนึ่งแล้วค่อยๆ ลิ้มรส รสชาติของมันนุ่มลิ้นและเครื่องเทศก็เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ ที่สำคัญคือเมื่อพลังธาตุลมสายนั้นไหลลงสู่ท้อง มันก็เปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นจางๆ วิ่งพล่านไปตามเส้นชีพจร ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่ง แม้จะน้อยนิด แต่มันก็เห็นผลจริงอย่างน่าทึ่ง

"เป็นไง? ข้าไม่ได้โกหกใช่ไหมล่ะ" เฒ่าจางหัวเราะร่า

ถังซานพยักหน้ายอมรับทั้งรสชาติและสรรพคุณ แต่ในใจยังคงรู้สึกว่าตาเฒ่าคนนี้ดูไม่ธรรมดา

ในขณะที่ทั้งสองกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารอยู่นั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากหัวมุมถนน

กลุ่มวัยรุ่นห้าถึงหกคนสวมชุดเครื่องแบบสำนักสีเขียวเหมือนกันหมด ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองเดินตรงเข้ามา แกนนำคือชายหนุ่มอายุราว 17-18 ปี ที่เหน็บกระบี่ยาวไว้ที่เอว กลิ่นอายพลังไม่ธรรมดา น่าจะอยู่ระดับอัคราจารย์วิญญาณ (3 วงแหวน)

"เถ้าแก่ เอาเหมือนเดิม เนื้อย่างห้าสิบไม้ ห่อกลับ!" ชายหนุ่มผู้นำกลุ่มปรายตามองถังซานและเสี่ยวอู่แวบหนึ่ง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ความหล่อเหลาและราศีที่โดดเด่นของถังซานด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ

สีหน้าเรื่อยเฉื่อยของเฒ่าจางจางหายไปเล็กน้อย เขายืนขึ้นแล้วตอบกลับด้วยท่าทีไม่นอบน้อมแต่ก็ไม่แข็งกร้าว "ขออภัยด้วยนายน้อยหลิน วันนี้เนื้อเหลือไม่มากแล้ว มีไม่ถึงสามสิบไม้ด้วยซ้ำ และแขกสองท่านนี้มาก่อน ข้าต้องให้ความสำคัญกับพวกเขาก่อน"

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่านายน้อยหลิน ขมวดคิ้วมุ่น แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

สมุนด้านหลังคนหนึ่งรีบก้าวออกมาตะคอกทันที "ตาเฒ่าจาง แหกตาดูให้ดี! นี่คือนายน้อยหลินฟง บุตรชายคนโตของตระกูลหลินแห่งเมืองชิงเฟิง! ถ้ายังอยากให้ร้านซอมซ่อของเจ้าเปิดอยู่ ก็รีบห่อเนื้อทั้งหมดมาให้นายน้อยเดี๋ยวนี้ อย่าให้พวกเราต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้!"

ตระกูลหลิน?

ถังซานนึกทวนความจำ เขาได้ยินคนผ่านทางพูดถึงตระกูลนี้ตอนเข้าเมือง ว่าเป็นตระกูลวิญญาณจารย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงเฟิง มีผู้นำตระกูลเป็นถึงระดับจักรพรรดิวิญญาณ (5 วงแหวน) ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลกว้างขวางในแถบนี้

เสี่ยวอู่ที่กำลังกินอย่างมีความสุขพอถูกขัดจังหวะก็นิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิด ส่วนถังซานยังคงกัดเนื้อย่างต่อไปอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้ยินบทสนทนาที่ตึงเครียดนั้นเลย

สำหรับเขา... แค่ระดับจักรพรรดิวิญญาณ ยังไม่คู่ควรให้เขาเสียเวลาชายตามองด้วยซ้ำ

จะมาวัดบารมีกับข้าเหรอ? ช่างฝันเฟื่องสิ้นดี!

หากอีกฝ่ายกล้ารังแกคนไม่มีทางสู้ ค้อนในมือของพ่อเขาก็ไม่ใช่ของเล่นๆ เหมือนกัน การที่มีพ่อเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ ระดับ 95 คือความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้ โดยเฉพาะในยุคที่ราชทินนามพรหมยุทธ์หาตัวจับยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แถมพ่อของเขายังคือพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียน ผู้สร้างตำนานทุบอดีตสังฆราช เชียนสวินจี๋จนปางตาย

แม้เขาจะรู้ความจริงว่าเชียนสวินจี๋ตายด้วยน้ำมือของสังฆราชคนปัจจุบันอย่างปีปี่ตง แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถังฮ่าวคือคนที่ทำให้เขาสาหัสจนเปิดโอกาสให้ปีปี่ตงล้างแค้นได้สำเร็จ ถึงจะไม่ใช่คนลงมือสังหารโดยตรง แต่ก็ถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในสายตาสำนักวิญญาณยุทธ์

แน่นอนว่าสำนักวิญญาณยุทธ์ไม่มีทางยอมรับว่าสังฆราชถูกคนของตัวเองฆ่าตาย จึงโยนความผิดทั้งหมดไปที่ถังฮ่าว ซึ่งเรื่องนี้ทั้งปีปี่ตงและปุโรหิตสูงสุดอย่างเชียนเต้าหลิวต่างก็รู้แก่ใจ

ต้องยอมรับว่าเชียนเต้าหลิวนั้นมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่ไม่น้อยที่ยอมปล่อยปีปี่ตงไว้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขากลัวเชียนเริ่นเสวี่ยจะกำพร้าแม่ หรือเพราะเขาเองก็รับไม่ได้กับการกระทำของลูกชายตัวเองกันแน่... แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดกันต่อไป

ขณะที่ถังซานจมอยู่ในความคิด เฒ่าจางยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางเอ่ยสั้นๆ "นายน้อยหลิน กฎก็คือกฎ มาก่อนย่อมได้ก่อน เนื้อที่เหลือต้องรอให้แขกสองท่านนี้กินอิ่มเสียก่อน"

ถังซานลอบยิ้มในใจ ดูท่าเถ้าแก่ร้านเนื้อย่างคนนี้... ก็ดูจะไม่กลัวเกรงอิทธิพลของตระกูลหลินเลยแม้แต่นิดเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 47: นายน้อยตระกูลหลิน? ตัวตลกจากไหนกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว